พรวด!
ทันใดนั้นเลือดก็สาดกระเซ็นออกมา ขากรรไกรบนของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็ถูกเย่เฉินฟาดไปด้วยหมัด
โฮก!
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งกรีดร้องสุดเสียงสั่นสะท้านไปทั่วทั้งป่า
“เจ้าหนุ่มครั้งนี้สู้ได้ไม่เลวเลยทีเดียว!” ฉู่ซวนเอ๋อร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“บินทะยานสู่ท้องนภา”เย่เฉินที่อยู่ด้านล่างได้เหยียบเมฆอัคคีเทวะและพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยความเร็วจนกระทั่งขึ้นไปสูงถึงร้อยกว่าจ้าง เขาก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอัคคีเทวะสีทองก็ได้ห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างของเขา
“นึกไม่ถึงว่าจะเหาะขึ้นไปบนฟ้าได้ด้วย”ฉู่ซวนเอ๋อร์อมยิ้มอย่างอดไม่ได้ และมองเขาด้วยความประหลาดใจ
ฉู่ซวนเอ๋อร์ลูบคางของตนเองและดูเหมือนว่าจะรู้อะไรบางอย่างหน้าผาที่ปลายสุดตรงสวนสมุนไพรวิญญาณของสำนักเหิงเยว่มีความสูงอย่างน้อยสามหมื่นจ้างถึงนางจะอยู่ขั้นสมานญาณก็ไม่กล้าที่จะเหาะลงไปง่ายๆการที่จะเหาะขึ้นมาจากหน้าผานั้นก็จะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากแต่เย่เฉินกลับเหาะขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“หรือจะเป็นเพราะอัคคีเทวะ? ถ้าอย่างนั้นเขาก็สามารถปีนขึ้นมาจากด้านล่างหน้าผาของสวนสมุนไพรวิญญาณได้อย่างรวดเร็วและเป็นการอาศัยเมฆอัคคีเทวะเช่นกัน”ฉู่ซวนเอ๋อร์กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “เจ้าหนุ่มเจ้าน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ”
อีกด้านหนึ่งเย่เฉินที่กำลังเหยียบเมฆอัคคีเทวะอยู่นั้นก็ได้เหาะไปยังจุดสูงสุดแล้วจากนั้นก็ตกลงมาราวกับดวงดาวสีทอง รวดเร็วราวกับลำแสงสีทองเขาถูกห่อหุ้มด้วยอัคคีเทวะยิ่งทำให้ร่างของเขารายล้อมไปด้วยประกายสีทองวูบวาบเป็นที่ดึงดูดสายตา
โฮก!
ด้านล่างกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งส่งเสียงคำรามลั่นและอ้าปากกว้างอีกครั้งพ่นพลังผลึกน้ำแข็งออกมา
อย่างไรก็ตามอัคคีเทวะและผลึกน้ำแข็งได้เข้าต่อสู้กันเย่เฉินถูกห่อหุ้มไปด้วยอัคคีเทวะอีกครั้งและตีฝ่าพลังผนึกน้ำแข็งไปได้ตลอดทางลมปราณทั่วทั้งร่างได้ถูกถ่ายเทไปยังหมัดของเขารอเพียงเวลาที่จะปะทุมันออกมาเท่านั้น
ทำลาย!
ตามมาด้วยเสียงตะโกนลั่นของเย่เฉินเขาวิ่งพุ่งเข้าไปในปากของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง จากนั้นจึงใช้หมัดระเบิดออกไปทั้งร่างของเขาก็พุ่งเข้าสู่ภายในท้องของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง
พรวด!
เลือดที่มีกลิ่นคาวก็พุ่งออกมาจากปากกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งสูงกว่าสามจ้าง
พรวด!
เลือดได้สาดกระเซ็นออกมาอีกครั้งเย่เฉินที่พุ่งเข้าไปอยู่ในท้องของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้ฉีกท้องส่วนล่างของมันออกมา และรีบออกมาจากท้องของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งทันที ทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยเลือด
ฟู่!
หลังจากได้ทำลายกลป้องกันของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งแล้วเย่เฉินก็กระโดดขึ้นไปบนหลังของมันอีกครั้ง จากนั้นก็ใช้หมัดทุบลงบนหลัง!
พัฟ!
พัฟ!
พัฟ!
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจทั้งหมดของการผสานระหว่างความเร็วและพละกำลังแต่ภายใต้การผสมผสานของความเร็วและความแข็งแกร่งขั้นสูงสุดเขาจึงทำลายกลป้องกันของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้แล้วจริงๆหมัดแต่ละหมัดเต็มไปด้วยเลือดทั่วทั้งแผ่นหลังของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยเกล็ดแข็งๆ ได้ถูกเขาใช้หมัดโจมตีใส่จนเต็มไปด้วยเลือด
โฮก!
โฮก!
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งกรีดร้องจนสุดเสียงและร่างขนาดใหญ่ก็กลิ้งเข้าไปในป่า ทับต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่านทั้งผืนป่าจากนั้นบดขยี้หินขนาดใหญ่แต่ละก้อนจนละเอียด
การต่อสู้อย่างดุเดือดดำเนินมาถึงตอนนี้เย่เฉินได้ทุ่มเทสุดกำลังโดยไม่นึกถึงอะไรทั้งสิ้นกำลังหมัดกับความเร็วของเขาได้ผสมผสานกัน และพละกำลังก็พลุ่งพล่านจนสุดขีดไม่ว่าเขาจะถูกเหวี่ยงลงไปกี่ครั้งแต่ในเวลาต่อมาก็จะพุ่งกลับมาได้อีกครั้งในทันที
“เอาล่ะสิ้นสุดการฝึกตนเท่านี้” ฉู่ซวนเอ๋อร์กล่าวขึ้นอีกครั้ง
“อย่ารีบร้อนไปเลยรออีกสักครู่”เย่เฉินที่เพิ่งถูกเหวี่ยงลงไปก็พุ่งเข้าไปยังด้านหลังของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งทันทีจากนั้นจึงใช้มือทั้งสองกอดหางของมันเอาไว้ เขาเป็นเหมือนสัตว์เดรัจฉานไม่คิดว่าจะเหวี่ยงกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งขึ้นไป
ตูม!
ทันใดนั้นร่างขนาดใหญ่ของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็ถูกเขาฟาดลงกับพื้นจนสั่นสะเทือนพื้นแตกออกเป็นหลุมขนาดใหญ่
และทำอย่างเดิมอีกครั้ง!
เย่เฉินพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าและจับกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งเหวี่ยงขึ้นไปอีกครั้ง
ตูม!
ตูม!
ตูม!
จากนั้นจึงเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งป่ากิ้งก่าผลึกน้ำแข็งตัวใหญ่ถูกเขาเหวี่ยงลงมาจนเลือดไหลพุ่งออกมาทั่วทั้งพื้นและไหลนองรวมกันจนเป็นลำธาร
ไม่รู้ว่าเสียงที่ดังสนั่นหยุดลงเมื่อใดเย่เฉินปีนขึ้นไปบนยอดศีรษะของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งอย่างโซเซและปล่อยหมัดเข้าใส่กะโหลกศีรษะของมันจากนั้นก็คว้าหินเรืองแสงก้อนหนึ่งออกมาจากด้านใน
นั่นคือแก่นแท้อสูรซึ่งเป็นพลังปราณวิญญาณที่อยู่ทั่วทั้งร่างกายของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง
“ต่อสู้เสร็จแล้วหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์เดินลงมาจากอากาศอย่างช้าๆ
“ต่อสู้เสร็จแล้ว”เย่เฉินกอดแก่นแท้อสูรนั่นเอาไว้พลางแสยะยิ้มอย่างไม่รู้สึกอาย
“กินแก่นแท้อสูรเข้าไปสิ! อาจจะก้าวไปสู่ขั้นพลังธาตุได้เชียวนะ” ฉู่ซวนเอ๋อร์กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เรียบร้อย!
เย่เฉินกระโดดขึ้นไปบนเนินเขาเล็กๆทันที จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นและกลืนแก่นแท้อสูรของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งลงไปทั้งหมด
ไม่นานอัคคีเทวะของเย่เฉินก็ได้พวยพุ่งออกมาช่วยเย่เฉินกลั่นแก่นแท้อสูร
ต้องบอกว่าแก่นแท้อสูรของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งมีอานุภาพของพลังปราณวิญญาณที่ยิ่งใหญ่เมื่อสลายท่วมท้นเส้นลมปราณจนทั่วร่างกายของเย่เฉินพลังงานที่ลดลงของเขาก็จะได้รับการเติมเต็มอย่างรวดเร็ว และลมหายใจของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“โธ่เอ๊ยอดทนอยู่ในขั้นรวมพลังมาตั้งนานขนาดนี้คราวนี้หากไปไม่ถึงขั้นพลังธาตุข้าจะไม่ล้มเลิก”เย่เฉินตั้งใจแน่วแน่กับตนเองอย่างเงียบๆ
ตลอดทางที่ผ่านมานี้ทะเลลมปราณที่มีความจุขนาดใหญ่ได้มอบพลังอันน่ากลัวที่แตกต่างจากคนทั่วไปแต่เป็นเพราะความจุของทะเลลมปราณนี้มีมากเกินไปดังนั้นทุกครั้งที่เขาบรรลุไปยังขั้นเล็กๆ มันก็จะยากกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปหลายเท่า
นี่เป็นเพียงขั้นเล็กๆของระดับขั้นใหญ่ และเมื่อระดับการฝึกตนเพิ่มขึ้น การเลื่อนขั้นของเขาก็จะยิ่งยากขึ้นเช่นกันเช่นเดียวกันกับการบรรลุไปสู่ขั้นพลังธาตุตอนอยู่บนยอดเขาดรุณีหยกซึ่งก็มีสาเหตุมาจากรากฐานที่แข็งแกร่งจนเกินไปดังนั้นมันจึงไม่เพียงแต่จะยังไม่สามารถบรรลุไปสู่ขั้นพลังธาตุเท่านั้นแต่มันก็กลับเป็นการทำร้ายตนเองด้วยเช่นกัน
ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ประสบการณ์ที่ฝึกวิชาฝึกกายปีศาจมาเป็นเวลาหลายวันทำให้การควบรวมของเขามีกำลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นและการฝึกตนของเขาก็มาถึงจุดสูงสุดอย่างแท้จริง
และแก่นแท้อสูรของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งเป็นโอกาสในการบรรลุผ่านสู่ระดับขั้นต่อไปของเขาซึ่งสัตว์อสูรดังกล่าวเปรียบได้กับขั้นพลังหยางของผู้ฝึกตนแก่นแท้ในร่างของพวกมันจึงทรงพลังมากและยังสามารถเทียบเท่าได้กับเม็ดยาวิญญาณระดับสูง
แควก!
แควก!
ไม่รู้ว่าร่างของเย่เฉินจะปรากฏฟ้าคะนองร้องลั่นอย่างเห็นได้ชัดสองถึงสามครั้งแม้แต่กระดูกและเส้นลมปราณในร่างกายของเขาก็ยังเอ้อระเหยไปมาต่อฟ้าคะนองแบบนี้
แก่นแท้อสูรของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็ได้ถูกกลั่นอย่างหนักและพลังปราณวิญญาณที่กลั่นออกมาได้ไหลเวียนไปทั่วทั้งเส้นลมปราณและเข้าสู่ทะเลลมปราณของเขามหาสมุทรของพลังปราณสีทองนั้นก็พวยพุ่งขึ้นในทันทีราวกับกำลังมองหาทางระบายออก
“ทำลายมันซะ”เย่เฉินคำรามในใจ มือทั้งสองกำหมัดแน่น และกัดฟันดังกรอด
พัวะ!
แน่นอนว่าอุปสรรคบางอย่างที่ขวางกั้นได้ถูกทำลายลงและมีการเข้าถึงที่ใหม่เอี่ยมปรากฏเกิดขึ้นพลังการฝึกตนของเย่เฉินก็พุ่งเข้าสู่ขั้นพลังธาตุในทันที
“ไม่เลว”ฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่ไม่ไกลได้แสดงรอยยิ้มอย่างพอใจอีกครั้ง
ตูม!
อย่างไรก็ตามทันทีที่นางเอ่ยคำพูดออกไป ก็มีเสียงคำรามออกมาในความว่างเปล่า
เอ๊ะ?
จู่ๆเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ฉู่ซวนเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะมองไปตรงความว่างเปล่านั้น
ตูมตาม!
จากนั้นเสียงคำรามดังลั่นกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ท้องฟ้าที่แจ่มใส เมฆลมแปรเปลี่ยนไปและรวมตัวกันด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ทั่วทั้งท้องฟ้ามืดมนท่ามกลางเมฆหมอกอันหนาทึบ ฟ้าแลบฟ้าร้องดังกึกก้อง เหมือนกับสวรรค์กำลังพิโรธทำให้ใจของฉู่ซวนต้องสั่นสะท้านเพราะความน่าเกรงขามของสรวงสวรรค์
“นั่น…นั่นมัน…”ฉู่ซวนเอ๋อร์มองไปที่ความว่างเปล่าด้วยอาการตกตะลึง
“มันคือทัณฑ์สวรรค์”ฉู่ซวนเอ๋อร์มองไปมองมาสีหน้าก็เปลี่ยนทันที