Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 35 สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์นากะกับชาวเมืองอัลปาป้าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


    ผมอยู่ในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ ในขณะที่ชายแปลกหน้าในชุดผ้าสีดำคลุมมีฮู้ดเริ่มกล่าวแนะนำตัว“ข้าเอียลอสเป็นตัวแทนของกองพันปีกแห่งความมืดรับหน้าที่มาเจรจากับท่าน ก่อนอื่นข้าต้องขออภัยกับเหตุการณ์ครั้งก่อนที่พวกเราเริ่มต้นกันได้ไม่ดีนัก” เขาพูดในขณะที่โน้มตัวลงแล้วคำนับด้วยความนอบน้อมพร้อมกับข้อความ ‘เอียลอส(NPC) เลเวล: 60’ ที่ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเขาผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าสามารถไว้ใจชายตรงหน้าได้มากนักเพราะเหตุการณ์คราวก่อนที่พวกนั้นกะจะฆ่าผมให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย ไม่แน่ว่าเขาอาจวางแผนมาหลอกให้ผมตายใจแล้วค่อยฆ่าทิ้งเมื่อผมเผลอก็ได้ และยิ่งการที่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกองพันปีกแห่งความมืดอยู่ในเว็บบอร์ดด้วยแล้วยิ่งต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม“หากท่านคิดจะสู้กับมอนสเตอร์ตัวนี้ข้าสามารถบอกได้เลยว่าท่านและพวกพ้องของท่านจะปราชัยเป็นแน่แท้ ไม่ว่าท่านจะเชื่อที่ข้าบอกหรือไม่ก็ตามแต่หากท่านเลือกที่จะมากับข้า ความปลอดภัยของท่านและผองเพื่อนจะถูกรับประกันจนกว่าชีวิตของข้าจะหาไม่”“หมายความว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราคุณจะยอมตายแทนพวกเราใช่ไหม?” ถึงแม้ว่าจะดูไม่น่าไว้วางใจแต่ทางเลือกที่เขาเสนอก็ยังดูมีความหวังกว่าการต่อสู้กับบอสเลเวล 120 ในตอนนี้เสียอีก“จริงแท้แน่นอน”ตอนนี้ทุกอย่างที่เคยหยุดนิ่งพลันเริ่มขยับเขยื้อนอย่างช้าๆ เป็นเหมือนกับภาพสโลวโมชั่นที่ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับอสรพิษฟาดหางมรณะที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสัญญาณว่าผลของการหยุดเวลานี้กำลังจะหมดลงในไม่ช้านี้แล้ว“โอเค พวกผมยอมไปกับคุณก็ได้ แล้วก็ช่วยรีบนิดนึงนะครับ” ผมเร่งเร้า“ตามที่ท่านต้องการ” กล่าวจบเขาก็ดีดนิ้วออกมาหนึ่งครั้ง เกิดเป็นวงเวทสีม่วงปรากฏขึ้นใต้ร่างของทุกคน ซึ่งกว่าวงเวทดังกล่าวจะก่อตัวจนเสร็จสมบูรณ์ก็เล่นเอาผมเสียวสันหลังวาบเพราะหางของนากะควีนนั้นกำลังจะฟาดเข้ากับร่างของคิทเต็มที ไม่นานนักวงเวทก็เปล่งแสงสีม่วงออกมาก่อนที่ร่างของทุกคนจะถูกดูดลงสู่ประตูมิติที่ไปและรอดพ้นจากเงื้อมมือของราชินีอสรพิษไปได้ในที่สุด

    เมื่อการเคลื่อนย้ายเสร็จสมบูรณ์ผมก็พบว่าตัวเองได้มาโผล่ที่สถานที่แห่งหนึ่งโดยจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นด้านในของปราสาทหินเก่าๆ ที่ใดสักแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยคนสวมชุดดำชุดดำเดินไปเดินมาเต็มไปหมดพลันพี่มาร์คัสและป้าโซฟีก็เอ่ยชื่อทักษะออกมาโดยไม่คาดฝันซึ่งในขณะนั้นใจผมนี่ลงไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้วเพราะกังวลอยู่เหมือนกันว่าเจ้าบ้านที่มีจำนวนมากกว่าจะรุมแกงพวกเรา แต่ก็โชคดีที่ทักษะดูไพ่ทาโรต์และทักษะสตอล์กกิ้งนั้นไม่ได้มีผลในการโจมตีหรือสร้างความเสียหายเพราะฉะนั้นผมคิดว่าพวกเราน่าจะยังโอเคอยู่ อย่างน้อยก็ตอนนี้เมื่อทุกคนรู้สึกตัวเต็มที่ก็เกิดคำถามตามมามากมาย ผมจึงใช้เวลาในระหว่างที่พวกผมกำลังเดินตามทูตของกองพันปีกแห่งความมืดอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟัง ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงหน้าห้องที่มีประตูบานใหญ่ลวดลายเปลวเพลิงสีดำเทาที่เปิดแง้มรอการมาถึงของพวกเราอยู่ก่อนแล้วแสงภายในห้องนั้นค่อนข้างมืดสลัวแต่ก็ยังดีที่มีคบเพลิงติดผนังที่พอจะช่วยให้แสงสว่างอยู่บ้าง มันเป็นห้องที่โล่งกว้างไร้ซึ่งวี่แววของเฟอร์นิเจอร์ใดๆ ยกเว้นเพียงแต่แท่นบูชาตรงกลางที่มีถ้วยรางวัลที่เป็นรูปปีกนกและเปลวเพลิงวางไว้ พลันทูตเอียลอสก็กล่าวบางอย่างที่ผมฟังไม่รู้เรื่องออกมาพรึบ!เสียงไฟลุกดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏของเปลวเพลิงแห่งความมืดอยู่เหนือถ้วยดังกล่าว เอียลอสเดินเข้าไปใกล้ไฟดังกล่าวแล้วใช้มือของเขาอังไฟไปใกล้ๆ พร้อมกับสื่อสารบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นโทนที่ฟังแล้วน่าเกรงขามแลดูมีอำนาจและก้องกังวานแปลกๆ ราวกับเสียงของปีศาจที่ผมเคยได้ยินในภาพยนตร์“ยินดีที่ได้พบ... วิคเตอร์ วิคเตอร์ ชายหนุ่มผู้ไม่ถูกไฟทมิฬแผดเผา”“พวกนายจะทำอะไรก็ให้มันไวๆ หน่อย ยิ่งต้องรีบไปส่งเควสเปลี่ยนคลาสด้วย เดี๋ยวถ้าเอ็นพีซีเดินทางหนีไปอีกผมก็ไม่ต้องปลงไม่ต้องเปลี่ยนคลาสมันแล้ว”“พวกพ้องของเจ้านี้ใจร้อนเสียจริง ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่อ้อมค้อมแล้วกัน ข้านี้มีนามว่าดาร์คลอร์ดผู้นำและผู้ก่อตั้งกองพันปีกแห่งความมืด เดิมทีข้าเคยเป็นรองหัวหน้าบาทหลวงที่ประจำอยู่ในโบสถ์แห่งหนึ่งที่ขึ้นตรงกับภาคีนกฟีนิกซ์ ต่อมาข้าได้บังเอิญรู้บางอย่างที่ไม่ควรเข้าจึงถูกเนรเทศออกจากเมืองและถูกตามสังหารโดยสมาคมนักฆ่า หลังจากระหกระเหินหลบซ่อนและการลองผิดลองถูกคิดค้นเวทมนตร์ที่ดัดแปลงมาจากคัมภีร์ของภาคีอยู่เป็นแรมปี ข้าก็ได้เรียนรู้ที่จะใช้พลังด้านมืดที่ต้องแลกมาด้วยพลังชีวิตของผู้ร่ายเพื่อที่จะปกป้องตนเองและต่อต้านแผนการทำลายล้างโลกของภาคี จากตัวคนเดียวก็เริ่มมีพรรคพวกจากหนึ่งคนเป็นสองคนจากสองคนเป็นสี่คนและเรื่อยไปจนก่อเกิดกลายเป็นกองพันปีกแห่งความมืด แต่แล้วข่าวการก่อตั้งกลุ่มต่อต้านก็ลอยไปเข้าหูคนในภาคีนกฟีนิกซ์ทำให้มีการกวาดล้างกลุ่มต่อต้านและปิดปากคนที่ล่วงรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของภาคีขึ้นซึ่งนั่นส่งผลให้หลายชีวิตของพวกเราต้องถูกสังเวยให้พวกมัน เหตุการณ์นั้นทำให้ข้าไม่มีทางเลือกข้าจึงจำเป็นต้องใช้มนตร์ที่ยังฝึกไม่สมบูรณ์ในการสละชีพเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์เอาไว้ จนในท้ายที่สุดภาคีที่สูญเสียกำลังพลไปจนเกือบหมดก็ตัดสินใจถอยทัพไป ข้าที่ใกล้ตายก็ได้ถูกผองเพื่อนที่อยู่รอดช่วยชีวิตเอาไว้ด้วยมนตร์แบ่งปันพลังชีวิตที่จำต้องใช้อายุขัยของผู้ร่ายในการร่ายอาคม ตัวข้าจึงอยู่ในสถานะจำศีลและถูกปิดผนึกไปนานหลายปี จากที่เหมือนตายไปแล้วจึงได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในฐานะดาร์คลอร์ดที่ไร้ซึ่งร่างกายใดๆ เป็นเพียงเพลิงทมิฬที่มีเพียงความนึกคิดเฉกเช่นมนุษย์เท่านั้น แต่นั่นก็เป็นเหตุให้กองพันของเราแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมากเนื่องจากไฟทมิฬที่ลุกโชนจากข้าได้เปลี่ยนแปลงร่างกายของผู้ที่สัมผัสให้สามารถใช้เวทไฟทมิฬได้โดยไม่ต้องสูญเสียพลังชีวิตอีกต่อไป จึงมีเพียงแค่สมาชิกอาวุโสเท่านั้นที่มีร่างกายอันเสื่อมสลายเนื่องจากการช่วยชีวิตข้าในเหตุการณ์ที่น่าสลดครั้งนั้น”“ผมยังต้องรออีกนานไหม ไหนบอกไม่อ้อมค้อมแต่นี่เล่นสาวแม่น้ำทั้งโลกมารวมกันแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ” คิทที่ทนฟังเนื้อเรื่องไม่ไหวก็ได้ระเบิดความอัดอั้นของตัวเองออกมา“การที่ข้าจะอยู่รอดและแกร่งพอที่จะต่อกรกับภาคีนกฟีนิกซ์ได้ข้าจำเป็นต้องได้รับพลังเวทจากจอมเวทอัคคีซึ่งนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมสาวกของข้าถึงจำเป็นต้องตามล่าคนในภาคีเพื่อเปลี่ยนพวกมันให้เป็นอสูรรับใช้ที่คอยส่งพลังเวทให้กับข้า และการที่เจ้าไม่สามารถถูกเปลี่ยนเป็นอสูรไฟทมิฬได้ นั่นแสดงว่าเจ้าไม่ใช่จอมเวทธรรมดา”ฟังจากที่ดาร์คลอร์ดเล่าแล้วผมรู้สึกเหมือนถูกตบหัวแล้วลูบหลังไม่มีผิดเพราะพวกเขาฆ่าผมไม่ตายเปลี่ยนผมไม่ได้ก็เลยจะชวนเข้าพวกว่างั้น แต่ไม่ใช่ว่ามันจะแย่ไปเสียทีเดียวเพราะเหตุการณ์นี้ทำให้พวกเรารอดจากการสูญเสียเลเวลและการ์ดมาได้อย่างหวุดหวิดซึ่งผมคิดว่าเป็นการทำคุณไถ่โทษที่คุ้มค่าสำหรับพวกเราเอามากๆ“เจ้าพอจะร่วมมือกับกองพันปีกแห่งความมืดในภารกิจแทรกทรึมเข้าไปในภาคีนกฟีนิกซ์ได้หรือไม่?”พลันหน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาให้ยืนยันคำตอบ ผมใช้เวลาตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบปฏิเสธไปเนื่องจากในใจลึกๆ ผมยังไม่ไว้องค์กรนี้เท่าที่ควร“ฮืม… ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้า แต่หากเจ้าเปลี่ยนใจเมื่อไรก็ขอให้เรียก กองพันปีกแห่งความมืด 3 ครั้ง แล้วคนของข้านำพาเจ้ามายังที่นี่อีกครา” สิ้นเสียงดาร์คลอร์ดเปลวเพลิงทมิฬก็ดับมอดหายไปในอากาศเช่นเดียวกัน“ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาในครั้งนี้ พวกท่านต้องการให้ข้าพาวาร์ปกลับไปที่ดันเจี้ยนเมื่อครู่ใช่หรือไม่?” โดยในตอนนี้เสียงของเอียลอสก็ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว“ไม่! ขอเป็นวาร์ปกลับไปที่เมืองอัลปาป้าแล้วกันครับ” ผมบอก“ตามที่ท่านต้องการ” เขากล่าวพร้อมดีดนิ้วส่งร่างของพวกเราให้วาร์ปไป

    เนื่องจากไม่ใช่การตายพวกเราจึงไม่ได้ถูกส่งไปยังสถานพยาบาลแต่กลับถูกส่งมายังลานกลางเมืองแทน แต่ยังไม่ทันที่เท้าทั้งสองข้างจะลงน้ำหนักลงบนพื้นได้อย่างเต็มที่ก็ดันมีประกาศจากเซิร์ฟเวอร์ออกมาทันทีทันใดประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘วิคเตอร์’ ได้ปลดผนึกและปลุกนากะควีนที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นแล้ว ขอให้ผู้เล่นทุกคนในเกมเตรียมพร้อมในการทำสงครามเพื่อปกป้องเมืองให้พ้นภัยจากมอนสเตอร์เผ่านากะที่กำลังจะเคลื่อนทัพมาถึงเมืองอัลปาป้าในอีก 2 ชั่วโมง เพิ่มอัตราการได้รับค่าประสบการณ์และการดรอปไอเท็มของเผ่านากะขึ้นอีก 100% ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเวลาสิ้นสุดสงคราม“เห้ย! ผมอีกแล้วเหรอเนี่ย ทั้งที่ไปด้วยกันเป็นตี้แท้ๆ แต่ทำไมระบบถึงบอกแต่ชื่อผมอยู่คนเดียวกันเนี่ย”“ก่อนหน้านี้วิคไปทำอะไรแปลกๆ มาหรือเปล่าลูก?”“ใช่ ไม่แน่ว่านายอาจไปปลดล็อคเงื่อนไขบางอย่างเลยทำให้เรื่องมันเกิด”“คงเป็นเวรกรรมของนายแล้วแหละ ไหนจะนากะ ไหนจะภาคี ไหนจะกองพันปีกแห่งความมืด ขอให้โชคดีแล้วกัน แยกทางกันตรงนี้แหละขอตัวไปเปลี่ยนคลาสก่อนละ บั๊ย!” คิทพูดอย่างเร็วรัวแล้วรีบออกจากปาร์ตี้แล้ววิ่งหายไปในกลุ่มคน พร้อมตะโกนทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “พี่ไซโกะจะต้องรู้เรื่องนี่แน่ๆ ”“จ้าๆ เอาที่สบายใจเลย” ผมบอกกับตัวเองงานเก่ายังไม่ทันจะจบดีเลยงานใหม่ก็งอกออกมาแล้ว หรือนี่จะเป็นเวรกรรมของผมจริงๆ“วิคนายจะอยู่สู้หรือเปล่า?” พี่มาร์คัสถาม“แล้วพี่กับป้าว่าไงอะ?”“ป้าอยากเข้าร่วมนะเพราะป้าก็ดูหนังดูซีรี่ส์มาเยอะแล้ว ตอนนี้มีโอกาสก็น่าจะไปลองทำสงครามเองดูว่ามันจะสนุกเหมือนกับตอนดูผ่านจอหรือเปล่า”“ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าป้าเป็นคนรักสนุก” ผมหัวเราะท่ามกลางรอยยิ้มของทั้งคู่“ที่จริงก็ไม่ได้ชอบที่ที่คนเยอะหรอก แต่ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหาย”“งั้นก็ไปเตรียมตัวกันเลยครับ ผมพร้อมที่จะลุยมาตั้งนานแล้ว ฮะ ฮ่า โย่ว… ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องระดับเลเวลที่ต่างกันเกินไประหว่างพวกเรากับบอสอะนะ”“ป้าว่าเราสู้ได้นะ เลเวลเรารวมกันก็ครึ่งหนึ่งของบอสแล้ว”“มันคิดแบบนั้นไม่ได้นะครับ ป้าลองนึกดูว่าถ้าให้เดอะฮัคมาสู้กับคนธรรมดามือเปล่าสิบคน มันแทบไม่ต่างอะไรกับเอาเดอะฮัคมาสู้กับคนธรรมดาคนเดียวเลยเพราะยังไงเดอะฮัคก็ทุบตายหมดอย่างง่ายดายอยู่ดี เผลอๆ เขาเหวี่ยงแขนแค่ทีเดียวคนนับสิบก็ปลิวหายไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่นะถ้าคนล้านคนยิงหนังสติ๊กใส่เดอะฮัคคนละครั้งอาจจะทำให้เดอะฮัคบาดเจ็บก็เป็นได้ เหมือนกับการที่น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน”“ป้าพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว”“เดี๋ยว! ตรงท่อนสุดท้ายนั่นไม่ใช่ละวิค”“ผมว่ามันได้อยู่นะพี่”“เอิ่ม… เอาเป็นว่าจะทำอะไรก็รีบทำดีกว่า”“งั้นพวกเราไปเตรียมตัวบวกกันเลยครับ” ผมกล่าวพร้อมกับเดินนำไปร้านขายโพชั่น

    หลังจากซื้อโพชั่นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็พากันเดินออกไปที่แถวหน้าประตูเมืองทางทิศตะวันตกของเมืองอัลปาป้า เห็นทหารเอ็นพีซีจำนวนมากกำลังเตรียมพร้อมรบกันอยู่ทั้งบนกำแพงและด้านหน้าประตูของเมือง และนอกจากนั้นแล้วยังมีกลุ่มผู้เล่นหลายกลุ่มที่เลือกไปยืนแทรกระหว่างทหารกันอยู่บ้างบางส่วน แต่ที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกองทัพผู้เล่นจากกิลด์ ‘เดอะจัสติส(The Justice)’ ที่ยืนรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าแนวตั้งรับของทหารยามประจำเมืองอัลปาป้า ทั้งที่เกมนี้ก็เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานไม่น่าเชื่อเลยว่ากิลด์เดอะจัสติสจะมีคนสังกัดอยู่เยอะขนาดนั้น เมื่อสังเกตไอเท็มที่สวมใส่และการวางท่าทีดูแล้วพวกเขาเหล่านั้นน่าจะเก่งพอตัวกันเลยทีเดียวแม้จะปิดการแสดงเลเวลกันไว้ก็ตามหลังจากยืนรอกันอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็มีการประกาศจากเซิร์ฟเวอร์อีกครั้งประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ขอประกาศให้เมืองอัลปาป้าเป็นเขตการต่อสู้พิเศษ ผลลัพธ์ของสงครามในครั้งนี้จะมีผลต่อเนื้อเรื่องและการอัปเดตหลักของเกมในอนาคต ผู้เล่นที่ถูกนากะควีนหรือลูกสมุนสังหารจะถูกลดระดับลง 5 เลเวลและถูกบังคับออกจากเกมอัตโนมัติโดยห้ามการล็อกอินเข้าเกมเป็นเวลา 24 ชั่วโมงตามเวลาจริง ผู้เล่นที่จะเกิดใหม่หรือวาร์ปมายังเมืองอัลปาป้าจะถูกตั้งจุดหมายใหม่เป็นที่เนินเขาเยลโลว์เฮย์โดยอัตโนมัติ… สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์นากะกับชาวเมืองอัลปาป้าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!“ไอห้าเลเวลนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ที่ห้ามเข้าเกม 24 ชั่วโมงนี่มีเคือง”“อย่าตายก็พอ”“ป้าสงสัยว่าถ้าเกิดตายไปแล้วนี่จะยังเข้ามาดูซีรี่ส์ได้หรือเปล่า?”“ไม่น่าได้นะผมว่าเพราะมันห้ามล็อกอินเลยอะดิ”“คนมากันเยอะขนาดนี้ป้าว่าน่าจะสู้กันไหวอยู่นะ”

    “มันเริ่มแล้วครับ!” ผมกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อสัมผัสได้ถึกการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

    คล้ายกับเรื่องTale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล ที่คุณอ่าน