ตอนที่ 14
หลังจากรอเครื่องดื่มอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดคุณเ้าของร้านก็ยืนถุงกระดาษอันคุ้นเคยซึ่งภายในมีแก้วเครื่องดื่มอยู่ในนั้นไว้บนเคาน์เตอร์เบื้องหน้าพวกเขาสองถุงด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“เงินครับ อ๊ะ” จังหวะที่เชอร์ริชกำลังควักเงินออกมาจ่ายนั้น คนงามที่ยืนอยู่ข้างกันก็หยิบบัตรเดบิตสีดำสนิทยื่นให้เ้าของร้านด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม
“ให้ฉันจ่ายดีกว่า” เอเลียสเอียงคอเอ่ยกับคนน่ารักด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันจริงใจที่สุดแสนจะดีงาม พาให้ชั่วเวลานั้นคุณป้าเ้าของร้านถึงกับรับบัตรของชายหนุ่มไปรูดอย่างไม่รู้ตัว
“จะดีหรอ?” แม้จะเอ่ยอย่างเกรงใจไปแบบนั้น แต่เสียงเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรับเงินที่กำลังทำงานอยู่ก็ดังลอดเข้ามาในหู
“ก็นายเลี้ยงฉันตลอดนี่นา ให้ฉันเลี้ยงคืนบ้าง”
เอเลียสเอื้อมมือมาช่วยคนน่ารักจัดผมที่กระดกอยู่ด้านหน้าให้เรียบร้อยพลางเอ่ยเสียงนุ่มไปด้วย พาให้เชอร์ริชรู้สึกว่า ใบหน้าของเขามันร้อนผ่าวขึ้นมา
“แม่นายจะไม่ว่าเหรอ?” เชอร์ริชหันไปหยิบถุงกระดาษพลางเอ่ยกับคนงามที่ยืนอยู่ข้างกันเสียงเบา
อา ทำไมอยู่ๆ ถึงได้รู้สึกร้อนขึ้นมาแบบนี้เนี่ย?!
เชอร์ริชได้แต่อุทานในใจ ขณะที่คุณป้าเ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมาจากเครื่องคิดเงินแล้วยื่นบัตรพร้อมกับใบเสร็จให้ชายหนุ่มผู้งดงามด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม
“นี่เงินส่วนตัวของฉันน่ะ”
เอเลียสรับบัตรเดบิตที่พ่อให้เขาใช้มาั้แ่เล็กเก็บใส่กระเป๋าตังค์หนังสีดำพลางตอบคนน่ารักที่กำลังเขินยิ้มๆ จากนั้นก็หยิบถุงเครื่องดื่มด้านหน้าแล้วหันมาจูงท่อนแขนอันนุ่มนิ่มของอีกฝ่ายให้เดินไปที่ป้ายรถเมล์ด้วยกันท่ามกลางสายตาเอ็นดูในมิตรภาพของคุณป้าเ้าของร้านเครื่องดื่มเ้าดังประจำย่านดาวน์ทาวน์
แม้ว่าโซฟี่จะไม่ค่อยชอบเครื่องดื่มหวานๆ เท่าไหร่เพราะต้องรักษาหุ่นอันเซ็กซี่ แต่เธอก็ยอมดื่มโกโก้ที่เชอร์ริชซื้อมาฝาก ส่วนไมกี้เพียงแค่ส่งสายตาล้อเลียนเอเลียส จากนั้นก็ก้มหน้าดูดโกโก้ของตัวเองอึกใหญ่ด้วยท่าทางสบายอารมณ์
คาบเรียน่เช้าเป็ไปอย่างคึกคักเพราะทุกคนยังคงเบิกบานกับควันหลงของการประกวดคิง ควีนแอนด์พรินซ์เมื่อคืนอยู่ แต่ใน่ท้ายหนุ่มสาวต่างก็หมดไฟกันไปเพราะอาจารย์สั่งให้พวกเขาไปทำรายงานมาส่งภายในสัปดาห์นี้
“ฉันอยากได้กาแฟด่วนๆ เลย!” โซฟี่ในชุดเดรสรัดรูปสีดำบ่นพึมพำพลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างทรงพลังพร้อมกับไมกี้ที่มีสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่พรินซ์ของมหาลัยเดินหาวอยู่ข้างๆ กับหญิงสาวโดยที่ข้างกายของเขานั้นยังคงมีประธานรุ่นผู้งดงามเดินขนาบเหมือนทุกวัน
ภาพอันเจริญตาเช่นนี้ปรากฏอยู่ทุกวัน จนทำให้เพื่อนร่วมคณะหลายคนชินชากับความกลมกลืนนี้กันไปแล้ว ขณะที่บางคนยังคงหันไปซุบซิบกันเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนด้วยความเห็นใจเอเลียสที่จะต้องอดทนกับการบงการของผู้เป็แม่มาโดยตลอด
หากจะเอ่ยว่า ตอนนี้หนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยเริ่มมองเอเลียสเปลี่ยนไปเพราะเริ่มคาดเดากันว่า จริงๆ แล้วเอเลียสเป็คนที่รู้จักประมาณตน และ เขาไม่ได้อยากก่อกวนครอบครัวฝั่งพ่อเลยแม้แต่น้อย แต่เป็แม่ของเขาที่เป็คนบังคับให้ชายหนุ่มต้องทำตัวน่ารังเกียจแบบนั้น
“เอ่อ ขอแอดเพื่อนได้ไหมครับ?”
ชั่วขณะนั้นเองหนุ่มผมสีดำหม่นเ้าของใบหน้าอันคมสัน รูปร่างสูงล่ำที่เรียนอยู่คณะการตลาดก็ก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าคนงามพร้อมทั้งเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันสุภาพที่น่าประทับใจ
“...” เอเลียสมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยสายตาอันเรียบเฉยโดยปราศจากความลังเลเลยแม้แต่น้อย ชั่ววินาทีนั้นกลุ่มขนตาสีดำอันเงางามเคลื่อนลงมาบดบังประกายของความไม่พอใจระคนรังเกียจที่ผุดขึ้นมาในดวงตาสีดำคู่งาม
…ซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่แปลกใหม่อะไร เพราะเอเลียสเคยประสบกับการแลกไอดีอยู่บ้าง แต่ชายหนุ่มก็แค่ไม่ชอบเพราะคนคนนั้นไม่ใช่คนที่เขาต้องตา!
“ว้าว ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! รีบให้ไอดีเขาเร็วเข้า!”
เชอร์ริชกู่ร้องเสียงใส เขาเอื้อมมือไปสะกิดคนงามขี้อายที่ยังอึ้งกับการถูกผู้ชายขอแลกไอดีด้วยสีหน้าอันเบิกบาน
…แม้ว่าลึกๆ แล้วเชอร์ริชจะรู้สึกอึดอัดนิดๆ ในแบบที่อธิบายออกมาไม่ถูกก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ตัวอย่างแน่ชัดก็คือ มันไม่ใช่ความริษยา
ััอุ่นๆ บริเวณแผ่นหลัง ทำให้เอเลียสลอบถอนหายใจออกมา เขาหลุบตามองโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ไอดีผม…” ััอุ่นๆ บริเวณแผ่นหลังเคลื่อนหายไป เอเลียสเอ่ยเสียงเรียบพลางบอกไอดีของตัวเองไปด้วยสีหน้าอันราบเรียบที่มีประกายไม่เป็มิตรอยู่จางๆ
“ชักจะแย่แล้วสิเพื่อน” ไมกี้ผิวปากพลางหลิ่วตามองเ้าเพื่อนตัวเล็ก โดยไม่วายที่จะเอ่ยเย้าอย่างรู้ใจ
“...”
เอเลียสเลือกที่จะไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่แลกไอดีกับชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นอย่างสุขุมท่ามกลางสายตายินดีของเชอร์ริชพร้อมกับเสียงหาวเบาๆ ของโซฟี่ที่เริ่มทนง่วงไม่ไหว
เมื่อกินมื้อเที่ยงและดื่มกาแฟเข้มๆ กันไปคนละแก้วแล้ว ทั้งสี่จึงมุ่งหน้าไปนั่งเล่นกันที่ห้องเรียน ซึ่งพวกเขามีเรียนกันในคาบบ่าย
ทว่าก่อนที่จะขึ้นตึกนั้นเอเลียสพลันเหลือบเห็นเงาร่างอันคุ้นเคยของชายวัยกลางคน ชายหนุ่มจึงแยกตัวออกไปโดยไม่วายหันมาบอกคนน่ารักว่า เดี๋ยวเขาจะรีบตามไปสมทบที่ห้องเรียน จากนั้นจึงหันไปมองคนขับรถของที่บ้านด้วยสายตาอันเ็า
หลายอึดใจต่อมา
เอเลียสก็เดินเข้าประตูห้องเรียนมาด้วยดวงตาอันอ่อนโยน ชายหนุ่มก้าวไปนั่งลงข้างๆ คนน่ารักเหมือนกับทุกที จากนั้นก็หยิบขวดน้ำจากกระเป๋าพร้อมกับกระปุกยาที่คนขับรถนำมาให้ออกมา
“?”
ชั่วขณะที่ฝ่ามืองามของชายหนุ่มกำลังเปิดกระปุกยาเตรียมจะกินยากดฮอร์โมนเพื่อจะได้คงรูปลักษณ์นี้เอาไว้ ฝ่ามืออันนุ่มนิ่มของใครบางคนพลันแตะลงมาบนท่อนแขนของเขาอย่างนุ่มนวล
“ถ้ามันไม่ดี ก็ไม่ต้องกินหรอก” เชอร์ริชมองกระปุกยาสีขาวสะอาดด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเอ่ยกับคนงามผู้น่าเวทนาเสียงค่อย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่อัดแน่นอยู่ในนั้น
…นี่คงจะเป็ยากดฮอร์โมนที่แม่ของเอเลียสบังคับลูกชายของเธอให้กินมันทุกวัน
เชอร์ริชไม่รู้ว่า เอเลียสยินยอมเื่การปรับฮอร์โมนหรือไม่ แต่เขารู้ดีว่า คนที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างเอเลียสคงจะคัดค้านอะไรไม่ได้ จึงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าก้มตากินมันต่อไป
เปลือกตาสีขาวซีดอันเปราะบางของชายหนุ่มเบิกขึ้นเล็กน้อย ในเสี้ยววินาทีถัดมากลุ่มขนตาสีดำอันเงางามก็เคลื่อนลงมาบดบังประกายของความประหลาดใจภายในท้องนภายามราตรีไปจนสิ้น
“อืม”
เอเลียสคลี่ยิ้มละไมพลางขานรับเสียงหวาน ขณะที่ดวงตาคู่งามมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของคนน่ารักด้วยความสุขใจ
เขาไม่รู้หรอกว่า ทำไมเชอร์ริชจึงเดาออกว่า เขากำลังกินอะไรอยู่ แต่ในเมื่อคนน่ารักของเขาบอกว่ามันไม่ดี งั้นเขาก็จะเลิกกินมัน
ถึงแม้ว่าต่อจากนี้แม่จะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ หรือ ร่างกายของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม สิ่งเ่าั้มันไม่ใช่เื่ที่น่ากังวลอะไรเลยสักนิด
…ขอเพียงแค่เชอร์ริชยังอยู่ข้างกันแบบนี้ เขาก็สุขใจแล้ว
แสงสลัวยามราตรีส่องผ่านหน้าต่างมากระทบกับเส้นผมสีบลอนด์ของใครบางคนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ขณะที่เอเลียสเดินตัวหอมออกมาจากห้องน้ำด้วยกลิ่นสบู่อันหอมกรุ่น
ชายหนุ่มเหลือบมองคนน่ารักในชุดนอนสีน้ำเงินลายก้อนเมฆที่กำลังแชตคุยกับใครบางคนด้วยดวงตาอันลุ่มลึก
เอเลียสเดินออกไปที่ระเบียง เขานำผ้าเช็ดตัวของตัวเองไปตากที่ราวเคียงกับผ้าเช็ดตัวชื้นๆ สีขาวสะอาดของคนน่ารัก จากนั้นจึงเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆ กัน
‘งั้นเราไปกินชานมที่ร้านหัวมุมกันเนอะ’
ดวงตาสีดำสนิทที่มีประกายของความเรียบเฉยทอดสายตามองข้อความที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ในมือของคนน่ารักเงียบๆ
ผู้ชาย…ใครกัน?
อย่าบอกว่าเป็คู่แข่งอีกคน…
‘ได้อยู่แล้ว ให้ตายสิ ฉันคิดถึงพวกนายชะมัดเลย’ คำตอบของคนน่ารักทำให้ประกายอันกดดันในดวงตาคู่งามจางลง
ซึ่งั้แ่ต้นจนจบนั้น เชอร์ริชมัวแต่คุยกับเพื่อนเก่าจึงไม่รู้ตัวว่า มีใครบางคนกำลังมองอยู่
‘เนอะ ทั้งที่พวกเราเรียนที่เดียวกันแท้ๆ!’ คำตอบของผู้ชายที่เอเลียสพอจะเดาได้ว่า เป็เพื่อนสมัยมัธยมของเชอร์ริช ทำให้ชายหนุ่มยิ้มอ่อนด้วยความโล่งใจ ด้วยเหตุนี้เองชายหนุ่มจึงเอนตัวไปพิงกับหัวเตียงด้วยความผ่อนคลาย
ชั่วขณะนั้นเองที่โทรศัพท์ของเขาพลันส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า พาให้ชายหนุ่มต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่า ใครส่งข้อความมาดึกดื่นแบบนี้
‘ทักครับ’
ชายหนุ่มหลุบมองข้อความบนหน้าจอด้วยสายตาเ็า จากนั้นเขาก็กดปิดหน้าจอ แล้วหันไปมองภาพอันเจริญตาของคนน่ารักในชุดนอนสีน้ำเงินเนื้อนุ่มด้วยสายตาละมุนที่ติดจะเร่าร้อนอยู่หน่อยๆ
“นอนไหม?”
เมื่อนั่งมองคนน่ารักคุยกับเพื่อนสมัยเด็กได้พักหนึ่ง เอเลียสจึงตัดสินใจเอ่ยถามเสียงนุ่ม
“อืม” เชอร์ริชที่เหมือนจะรู้ตัวว่า คุยกับโคดี้นานไปหน่อยก็รีบขานรับอย่างว่าง่ายพลางส่งข้อความบอกลาเพื่อนตัวเล็กที่เรียนอยู่คณะนิติศาสตร์อย่างว่องไว
“ปิดไฟนะ” เอเลียสมองข้อความบอกลาบนหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่ายอย่างผ่านๆ เขาเอ่ยกับคนน่ารักยิ้มๆ แล้วลุกจากเตียงไปปิดไฟทันที
“อืม” เชอร์ริชขานรับเสียงใสพลางหันไปวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะข้างเตียงด้วยท่าทางอันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ดวงตาของเขาเผลอมองคนงามในชุดนอนเนื้อนุ่มสีเขียวอ่อนลายลูกเป็ดอันน่ารักที่พึ่งปิดสวิตช์ไฟ แล้วเดินกลับมาที่เตียงโดยมีเพียงแสงโคมจากฝั่งของอีกฝ่ายที่ส่องสว่างอยู่ภายในห้องนอนอันสลัว
“ว่าแต่หนุ่มคนนั้นทักมาไหม?”
เชอร์ริชถามถึงชายหนุ่มคนนั้นด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย แม้ว่าลึกๆ แล้วเขาจะรู้สึกหนักอึ้งแปลกๆ
อันที่จริงเชอร์ริชก็ไม่รู้ว่า ทำไมเขาถึงได้รู้สึกหน่วงแปลกๆ ทั้งที่การมีใครมาสนใจคนงามแบบนี้นับเป็เื่ดี หากว่าโชคดี…
…เอเลียสผู้น่าสงสารของเขาก็จะได้สมหวังเื่ความรักเสียที
“ไม่นะ สงสัยเขาคงลืมฉันไปแล้วมั้ง”
เอเลียสก้าวขึ้นเตียง เขาคว้าผ้าห่มนวมที่มีไออุ่นของคนน่ารักขึ้นมาคลุมด้วยท่วงท่าอันเป็ธรรมชาติ แล้วหันไปปิดโคมไฟพลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลายระคนน้อยใจนิดๆ ไปด้วย
คำตอบของเอเลียส ทำให้เชอร์ริชถึงกับเหวอ เขาไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็พวกหน้าหม้อจีบคนอื่นไปทั่วอะไรแบบนั้น อีกทั้งสุ้มเสียงที่เจือความผิดหวังของคนงามก็พลอยทำให้ชายหนุ่มนึกสงสารขึ้นมา
“นายดูดีขนาดนี้เขาจะลืมได้ไง อย่าคิดมากนะเอเลียส คนนี้ไม่ทัก เดี๋ยวคนต่อไปก็ทักมาเอง” เชอร์ริชเคลื่อนกายไปตบไหล่ปลอบใจคนงามพลางเอ่ยให้กำลังใจไปด้วย ขณะที่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก
…ทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้กันนะ?
เชอร์ริชได้แต่เอ่ยถามตัวเองในใจด้วยความสับสน ขณะที่ดวงตาสีเขียวคู่สวยยังคงมองคนงามที่นอนอยู่ข้างกันด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยความห่วงใย
“อืม”
ความอบอุ่นจากร่างอันนุ่มนิ่มที่เคลื่อนมานอนใกล้กัน ทำให้ดวงตาคู่งามเปล่งประกายอันลึกลับออกมา ชายหนุ่มขานรับเสียงเบาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มีประกายของความพึงใจเจืออยู่
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเชอร์ริชถึงได้ตัวหอมแบบนั้น ทั้งที่ตอนนี้พวกเขาใช้สบู่และแชมพูยี่ห้อเดียวกัน แต่กลิ่นของคนน่ารักก็ยังคงหอมละมุนชวนให้เขาอยากดึงอีกฝ่ายมารัดแน่นๆ แล้วจากนั้นก็…
“ฝันดีนะเอเลียส” เชอร์ริชละฝ่ามือจากไหล่เล็กๆ ของคนงามอย่างไม่รีบร้อน เขาเอ่ยเสียงเบา แล้วเคลื่อนกลับไปนอนตำแหน่งเดิมเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะอึดอัด
“เหมือนกันนะเชอร์ริช” แม้จะโหยหากลิ่นอายอันน่าหลงใหลของคนน่ารักราวกับเสพติด แต่ชายหนุ่มยังคงสุขุมพอที่จะขานรับเสียงนุ่มกลับไปด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ดวงตาสีดำคู่งามเต็มไปด้วยประกายอันลี้ลับราวกับก้นมหาสมุทรอันดำมืดที่น่าพรั่นพรึง
การรอคอย ไม่ใช่สิ่งที่เกินความสามารถของคนใจเย็นอย่างเขาอยู่แล้ว!