“ผิดแล้วพี่จ้าน หากทำร้ายกู้เยว่ฉี พวกเขาย่อมไม่ได้สิ่งที่ต้องการ หากค่อยๆ กำจัดคนรอบข้างนางทีละคน แล้วตะล่อมให้นางกลายเป็นคนของสกุล หลิงได้ต่างหาก พวกเขาถึงจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
มู่จ้านผงกศีรษะ เห็นด้วยกับคำพูดของน้องชายคนเล็ก “อืม ข้าลืมคิดของนี้ไป แบบลับนั่นน่าจะมีนางที่รู้ สิ่งสำคัญของสกุลกู้ นางคงจะรักษาไว้เท่าชีวิต สิ่งเดียวที่จะทำให้สตรียอมสละได้ทุกสิ่งก็คงจะเป็นความรัก”
“ดูเหมือนซื่อจื่อน่าจะหมดหวังเรื่องนี้แล้วล่ะขอรับ” มู่โจวเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
“ผู้ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างหลิงเจาเหว่ย ในเมื่อใช้วิธีนุ่มนวลกับนางไม่ได้ ก็คงต้องต้องงัดทุกเล่ห์กลออกมาใช้”
สองพี่น้องแซ่มู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“น่าสงสารสกุลกู้นะขอรับ การเป็นศัตรูกับจวนอ๋อง ยากนักจะรอดพ้นเงื้อมมือพวกเขาไปได้”
“เสี่ยวโจว เจ้าตามสืบเรื่องนางอยู่ตั้งนาน เจ้ายังไม่มั่นใจในตัวนางอีกหรือ?” คนพี่เลิกคิ้วถาม
“ข้ามั่นใจว่านางเก่งและฉลาดในการทำการค้า อีกทั้งรู้จักการเข้าหาพวกขุนนางเจ้าเล่ห์โลภมาก เพียงแต่นางอาจจะยังไม่เคยเจอคู่ต่อสู้อย่างสกุลหลิงที่โหดร้ายและไร้คุณธรรม”
“เจ้าพูดเหมือนเห็นใจสกุลกู้เช่นนี้ คงไม่ได้คิดไม่ซื่อกับนางหรอกนะ”
มู่โจวหน้าตึง เขาเชิดหน้าขึ้น “สตรีทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง จิตใจเต็มไปด้วยความโลภอย่างนาง ข้าไม่มีทางชอบเด็ดขาด”
คนเป็นพี่หัวเราะหึๆ “ขอให้จริงเถอะ จะว่าไปกู้เยว่ฉีก็เป็นถึงบุปผาแห่งหรงเฉิน ความงามของนางเป็นหนึ่งไม่มีสอง เจ้าอย่าหลงใหลในรูปร่างหน้าตาของนางเข้าเล่า”
“ข้าให้สัญญา ความงามที่ลวงผู้คนให้ลุ่มหลงพวกนั้น ข้าไม่สนใจหรอกขอรับ” มู่โจวยกยิ้มคล้ายจะเยาะกู้เยว่ฉีอยู่ในที
เขาสืบเรื่องของนางมาหลายเดือน พอได้รู้พฤติกรรมทั้งหมดของนางแล้วก็นึกรังเกียจ เดิมทีนางมุ่งมั่นอยากจะเป็นภรรยาของซื่อจื่อ แผนการกำจัดคู่แข่งหลายอันดับ เขาก็สืบจนกระจ่างชัด แต่จู่ๆ ท่าทีของนางกลับเปลี่ยนไป
“ตอนนี้ดูเหมือนกู้เยว่ฉีจะล้มเลิกแผนจะเป็นซื่อจื่อเฟยแล้ว บางทีสกุลกู้อาจจะรู้ข่าวลับพวกนั้นแล้วก็ได้”
“พี่จ้าน เราจะประมาทสกุลกู้ไม่ได้หรอกขอรับ ใต้เท้ากู้เองก็เจ้าเล่ห์พอตัว ไม่เช่นนั้นก็คงไม่เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขาน่าจะมีคนรู้จักในราชสำนักพอสมควร หากรู้ว่าจะมีการโยกย้ายขุนนางรุ่นที่สองก็ย่อมจะเดาได้ไม่ยากว่า ราชสำนักหวังจะลิดรอนอำนาจของจวนอ๋อง สกุลกู้มิได้ใสซื่อและจงรักภักดีกับ หลิงอ๋องขนาดที่จะยอมร่วมหัวจมท้ายด้วย”
“ในเมื่อไม่ยอมลงเรือลำเดียวกัน เช่นนั้นก็คงจะคิดหนี”
มู่โจวยิ้มน้อยๆ “คนของข้ารายงานว่าขบวนรถม้าของหลงจู๊ซ่งที่ทำงานให้กับกู้ฮูหยินเดินทางออกจากหรงเฉินไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว”
“เจ้าสงสัยสิ่งใด?”
“สกุลกู้กำลังจะเริ่มการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินเข้าเมืองหลวง อีกอย่างในขบวนนั้นมีบ่าวรับใช้ที่หน้าตาเหมือนคุณชายกู้อยู่ด้วย”
“เขาถูกลงโทษให้คุกเข่าในหอบรรพชนสามวันมิใช่หรือ?”
“ในเมื่อใต้เท้ากู้สั่งมิให้ผู้อื่นเข้าเยี่ยม ก็ย่อมไม่มีผู้ได้พบเจอเขาถึงสามวัน หากว่าเขาจะแอบออกไปทำธุระนอกจวนก็ไม่น่าแปลกใช่หรือไม่?”
มู่จ้านหลับตาแรงสองสามครั้ง “อ้า....เป็นเช่นนี้นี่เอง”
สองพี่น้องกำลังสนทนากันต่อ พลันหูของพวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังตรงมาทางพวกตน มู่โจวจึงหยุดการสนทนา มู่จ้านรีบกระโจนหลบ แม้ว่าเขาจะสวมชุดบ่าวรับใช้สกุลกู้เพื่อพรางตาหากมีคนพบเห็นเข้าก็อาจจะมีผู้จับได้ว่าเขาคือคนนอก เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าให้ได้มากที่สุดเพราะไม่ได้ปลอมใบหน้าเหมือนน้องชายมู่จ้านจึงต้องหลบไปก่อน
“เจ้าคือโจวเซียวสินะ คุณหนูใหญ่ให้มาเร่งเจ้าไปรับงานกับพ่อบ้าน เก็บเสื้อผ้าหรือยัง? เจ้าต้องเปลี่ยนเรือนนอนไปนอนกับข้านะ” บ่าวรับใช้ผู้นั้นพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
“ข้าเก็บไว้แล้ว เดี๋ยวไปหยิบก่อน จะได้ไปกันเลย”
“ดีๆ อย่าให้คุณหนูใหญ่รอนาน ถึงตอนนี้คุณหนูจะใจดี แต่ข้าก็ไม่แน่ใจ หากคุณหนูเกิดโมโหขึ้นมา พวกเราจะถูกสั่งโบยกันหมด” สีหน้าของคนเล่าคล้ายจะขยาด
“เออๆ เจ้ายืนรอตรงนี้ล่ะ แค่อึดใจเดียว” มู่โจวเดินเข้าไปในเรือนนอนบ่าวทำงานหนักแล้วคว้าเอาถุงผ้าใบใหญ่ออกมา
กู้เยว่ฉียิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบ่าวรับใช้อัปลักษณ์เข้ามารายงานตัว เสียงของเขาติดอยู่ในโสตประสาทของนาง แต่ให้พยายามทำเสียงแหบอยู่ในคราแรก แต่พอพูดไปเรื่อยๆ นางก็จำได้ว่านี่คือ...มู่โจว ดวงตาของคุณชายสามสกุลมู่ผู้นี้คมกล้า นัยน์ตาสีดำลึกล้ำ เขาพยายามจะหลุบตาลงต่ำอยู่ตลอด
หญิงสาวส่งคนไปสืบเรื่องสกุลมู่ทันทีที่รู้ว่าตนเองถูกจับตามอง แม้จวนแม่ทัพจะอยู่ในเขตทหารและยากที่คนภายนอกจะเข้าไปได้ แต่ก็ไม่ยากที่ตั๋วแลกเงินนับร้อยตำลึงของนางจะทะลวง
....ในเมื่อนางมีเงิน จะใช้ผีโม่แป้งก็ย่อมทำได้....
“โจวเซียว ต่อไปเจ้าคอยดูแลรอบๆ เรือนข้าก็แล้วกัน จะได้ช่วยหาบน้ำได้ด้วย ร่างกายเจ้าดูบึกบึนแข็งแรง น่าจะทำงานได้ว่องไวกว่าผู้อื่น”
ชายหนุ่มค้อมศีรษะเล็กน้อย “ขอรับ”
“เหล่าฟู ให้เขานอนห้องเดียวกับพวกเจ้าก็แล้วกัน ข้าจะได้เรียกใช้สะดวก หากที่นอนไม่พอก็ไปแจ้งกับพ่อบ้าน”
มู่โจวเพิ่งรู้จักแซ่ของบ่าวรับใช้ที่พาตนมา
“ขอรับ คุณหนูใหญ่”
“เอาล่ะ อันดับแรก พาเขาเอาเสื้อผ้าไปเก็บ แล้วมาเฝ้าหน้าเรือน ข้าจะไปแช่น้ำสักหน่อย”
บ่าวรับใช้สองคนเดินออกจากห้องไปแล้ว กู้เยว่ฉีมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วยกยิ้มมุมปาก ในเมื่อเขาหาว่านางเป็นสตรีโง่เมื่อชาติก่อน ชาตินี้นางจะฉลาดใช้งานเขาให้เหน็ดเหนื่อยตายไปเลย
มู่โจวได้นอนรวมกับบ่าวรับใช้อีกสามคน เขาได้ยินว่าปกติคนทั้งสามต้องคอยดูแลความสะอาดและความสะอาดรอบเรือนของคุณหนูใหญ่ แต่พอเขามาเพิ่มเป็นคนที่สี่ คุณหนูใหญ่ก็ให้บ่าวรับใช้สองคนไปทำงานดูแลเรือนของคุณชายรอง ส่วนเหล่าฟูก็ขยับไปดูแลสวนด้านหน้าเรือนใหญ่
“ตกลงว่าเรือนคุณหนูใหญ่ให้ข้าดูแลคนเดียวหรือ?” มู่โจวขมวดคิ้ว
“คุณหนูใหญ่บอกว่าเขาแข็งแรงคล่องแคล่ว ทำงานคนเดียวก็พอ”
มู่โจวถูกเรียกใช้ให้กวาดใบไม้ที่หล่นอยู่รอบๆ เรือนของคุณหนูใหญ่ รดน้ำต้นไม้เช้าเย็น ทำความสะอาดในเรือน คอยรับส่งอาหาร และยังต้องยกเอาตะกร้าผ้าของนางไปส่งซักที่เรือนซักล้างอีก
เรือนของกู้เยว่ฉีมีห้องทำงานที่มีโต๊ะทำงาน ตำรา และตู้เอกสารที่ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้าไป การทำความสะอาดห้องนั้นจะมีเพียงสาวใช้คนสนิทของนางสองคนคือ หวงฟู่และซีหนิงที่ทำได้ เหล่าฟูเล่าให้มู่โจวฟังในตอนก่อนนอน
“ห้องทำงานคุณหนูใหญ่ เจ้าอย่าได้เข้าไปโดยเด็ดขาด นั่นเป็นห้องต้องห้าม ตอนสายคุณหนูใหญ่จะเข้าไปนั่งทำงาน พ่อบ้านจะเอาสมุดบัญชีใส่ถาดมาส่งและมารับกลับในตอนเที่ยง หลังอาหารเที่ยง ถ้าคุณหนูใหญ่ไม่กลับเข้าไปทำงานต่อก็จะออกไปข้างนอก”
“เจ้าเคยตามนางไปหรือไม่?”
“เคยสิ คุณหนูใหญ่ไปร้านสกุลหงส์ทั้งสามร้าน และบางทีก็เลยไปอู่ต่อเรือ ข้าว่าคุณหนูใหญ่เก่งมากๆ เลยล่ะ ขนาดเถ้าแก่กู้ก็ยังต้องเกรงใจทั้งๆ เป็นอาของนาง”
มู่โจวตาลุกวาว ในห้องทำงานของนางอาจจะซ่อน ‘แบบลับ’ นั่นเอาไว้ เขาต้องหาทางเข้าไปค้นดูให้ได้
*************
*มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้ เป็นการเปรียบเทียบว่าเงินทำให้เรามีอำนาจสามารถว่าจ้างทุกคนให้ยอมทำตามที่เราต้องการได้
**********
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กแนวย้อนเวลากลับมาแก้แค้น กดสั่งซื้อได้ทางเว็บ mebmarket
เรื่อง "พลิกชะตาแค้นสามี" กับ "เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย"
