The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 77 น้ำยาฟื้นพลัง

    เครดิตภาพจาก  https://www.goodfon.com

           มาวินนั่งมึนอยู่กับขวดหมึกอยู่พักใหญ่ เสียงของหนุ่มผมทองก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ปลายเสียงออกอาการขัดเคืองเล็กน้อย  


    “ มัวทำอะไรอยู่ฟะ จัดการใช้มันเสียซิ ของแพงนะนั่น ” 

               


            มาวินทำคิ้วย่นใส่นาฬิกาเป็นเชิงสงสัย ปากก็ตอบกลับเนือยๆ


    “ เออ....ก็อยากใช้มันอยู่หรอกนะ แต่พอจะบอกได้มั้ย.....ส่งหมึกแดงกับหมึกน้ำเงินมาทำไม หรือนายอยากให้ชั้นเขียนจดหมายลาตาย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงรบกวนส่งกระดาษมาด้วยซิ ” 

                


            สิ้นคำสนทนา ความเงียบก็เข้าปกคลุมสถานการณ์ พอผ่านไปได้ระยะหนึ่ง หนุ่มผมทองก็เริ่มไถ่ถาม


    “ ตกลง คิดว่าชั้นส่งอะไรให้นายบอกหน่อยซิ ” 


    “ หมึกน้ำเงินกับหมึกแดงไงเล่า ถามทำไมฟะ นายตาบอดสีรึ ” มาวินตอกกลับ แม้สิ้นเรี่ยวแรงแต่ก็ไม่วายยียวนกวนบาทา

                


            มาวินพูดจบไปประมาณสามวินาที หนุ่มผมทองก็ด่ากลับมาตามสาย เสียงนั้นเสียดแทงโสตประสาทอย่างรุนแรงจนทำให้เด็กหนุ่มผวาไปหลายเฮือก


    “ ไอ้บ้าเอย..... นั่นมันใช่หมึกที่ไหนเล่า มันคือน้ำยาฟื้นพลังโว้ย ไอ้บ้านนอก ” 

                


            มาวินรู้สึกว่าหูของตนตึงไปชั่วขณะ พอตั้งหลักได้เขาก็โต้ตอบด้วยเสียงที่พยายามจะเกรี้ยวกราด เพราะแทบไม่เหลือพลังที่ใช้ตวาด 


    “ แล้วจะรู้ได้ไงเล่า ชั้นไม่เคยใช้มันมาก่อนนี่หว่า ” 


    “ ไอ้เด็กหลังเขา ใครๆก็รู้จักน้ำยาฟื้นพลังกันทั้งนั้น ขวดสีแดงใช้ฟื้นพลังชีวิต ส่วนขวดสีน้ำเงินใช้ฟื้นพลังกาย ” โจจี้เริ่มอธิบายไปบ่นไปด้วยความเซ็ง แต่ไม่ทันพูดจบ มาวินก็กล่าวตัดบทซะดื้อๆ เพราะขี้เกียจฟังอะไรที่มันยืดยาว


    “ เอาล่ะ นายบอกมาเลยดีกว่า.....จะให้ชั้นทำยังไง ” 

                


            หนุ่มผมทองที่ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะบอกวิธีใช้ไอเท็มดังกล่าวให้กับเด็กหนุ่ม


    “ ไม่ยาก แค่นายกินมันลงไป ” 


    “ หา....... นายจะให้ชั้นกินหมึกสองขวดนี่เหรอ ” มาวินทำหน้าเหวอ เขาร้องอุทานจนสุดเสียง


    “ ก็บอกไปแล้วไงว่ามันไม่ใช่หมึก รีบกินไปเถอะน่า ” เสียงโจจี้ที่ปลายสายเริ่มออกอาการขัดเคืองอีกครั้ง


    “ เอ่อ..... ว่าแต่ถ้ากินเข้าไป ชั้นจะรอดมั้ยเนี่ย ” มาวินยกขวดน้ำยาขึ้นมองด้วยประกายเคลือบแคลง ระหว่างที่เด็กหนุ่มสับสนเหมยลี่ก็พูดแทรก


    “ ถ้าไม่กิน ก็จบเห่ เพราะตอนนี้นายไม่เหลือแรงสู้ต่อ จะเสี่ยงกับน้ำยาสองขวดนี่หรือออกไปตายในการต่อสู้ครั้งต่อไป เลือกเอาเองแล้วกัน ” 

               


            สิ้นคำของเด็กสาวร่างสูง ปลายสายก็ตัดทันที ทิ้งให้เด็กหนุ่มหัวเขียวนั่งเอ๋อรับประทาน 


    “ เหอ เหอ เหอ..... เอาไงดีหว่า ” มาวินยิ้มแหยๆ

                


            มาวินนั่งจ้องขวดน้ำยาสีแดงและสีน้ำเงินอยู่พักหนึ่ง เขาก็กัดฟันกรอดใหญ่ พร้อมเค้นคำเสียงกร้าว


    “ เอาก็เอาฟะ เสี่ยงตรงนี้ ก็ยังดีกว่าตายแน่ๆในด่านหน้า ” 

                 


            เมื่อตัดสินใจเด็ดขาด มาวินก็เปิดขวดหมึกสีน้ำเงินก่อน กลิ่นฉุนอย่างรุนแรง คล้ายจาระบีไหม้ลอยขึ้นมา เขายกมือขึ้นปิดจมูก พร้อมเบ้หน้า 


    “ โห..... แค่กลิ่นก็กินขาด แล้วเราจะกระเดือกลงมั้ยเนี่ย ” 

           


            เด็กหนุ่มหัวเขียวมองขวดน้ำยาสีน้ำเงินท่าทางระแวง จากนั้นก็กระดกเข้าปาก เพื่อส่งของเหลวลงคอในทีเดียว
     


    “ อึก...... ” 

          


             ของเหลวสีฟ้าไหลลงคออย่างรวดเร็ว
     สิ่งแรกที่มาวินสัมผัสก็คือความเย็นยะเยือกคล้ายว่ามีเกร็ดน้ำเเข็งนับหมื่นทิ่มแทงอยู่ภายใน แต่ความทุกข์ทรมานก็พลันหายไปอย่างรวดเร็วพร้อมพละกำลังที่ฟื้นคืน


    “ โอ้..... นะ..... นี่มันอะไรกันเนี่ย ” 

            


             มาวินร้องตะโกนเสียงดัง พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วด้วยรู้สึกถึงพลังที่ฟื้นคืน
     หัวสมองเหมือนจะได้ยินเสียงของโจจี้


    " น้ำยาสีน้ำเงินใช้สำหรับฟื้นพลังกาย" 

                 


            มาวินสำรวจไปทั่วร่างเล็กบางของตนเอง ครู่หนึ่งก็ตั้งท่าต่อสู้เต็มพิกัด สายตาจับจ้องไปยังอากาศที่ว่างเปล่าอึดใจต่อมา ก็หวดหมัดซ้ายสลับขวาสุดกำลัง 


    “ ย่า ย่า ย่า..... ” 

          


            เสียงตะโกนของมาวินดังประสานเสียงพายุหมัดที่พุ่งแหวกอากาศ
     ครู่หนึ่ง ก็แปรเปลี่ยนเป็นตีลังกากลับหลังแล้วกระโดดสูงในจังหวะสุดท้าย เพื่อ…..เหวี่ยงตัวเตะ ปากก็ประกาศชื่อกระบวนท่า


    “ มังกรสะบัดหาง ” 

                


            ฝ่าเท้าของมาวินหมุนวนเป็นวงกลม มันรวดเร็วจนคล้ายพายุหมุนขนาดย่อม เมื่อลงสู่พื้น เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมา พร้อมฉีกยิ้มกว้าง 


    “ ว้าว..... ได้ผลเฟ้ย พลังของเรากลับมาเต็มเปี่ยมจนสามารถใช้กระบวนท่ายากของยัยโย่งได้ เย้ เย้ เย้ สุดยอดไปเลย ” มาวินตะโกนดัง พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ 

                  


            พอคลายความยินดี มาวินก็มองขวดน้ำยาสีแดงที่อยู่ในมือ ประกายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง โสตประสาทแว่วเสียงทุ้มลึกของหนุ่มผมทองที่พล่ามพรรณนาสรรพคุณของยาให้ฟัง


    “ น้ำยาขวดสีแดงใช้สำหรับฟื้นพลังชีวิต ” 

                


            มาวินรีบเปิดขวดน้ำยาสีแดงออก แล้วกระดกมันอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนกลิ่นคลื่นเหียนที่ชวนอ้วก ทันทีที่ของเหลวเเตะถูกลิ้น เขารู้สึกถึงรสชาติที่ขมขื่น เมื่อไหลลงกระเพาะจนหมด อาการปวดร้าวทั่วร่างกายก็เริ่มมลายหายไป


    “ เอ๊ะ นี่มันยอดเยี่ยมชะมัดเหอ เหอ เหอ ” 

             


            มาวินรู้สึกลิงโลดใจกับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
     บาดแผลเล็กน้อยที่ประดับอยู่ทั่วร่างกายเริ่มแห้งลงอย่างรวดเร็วสุดท้ายก็จางหายไป เหลือไว้เพียงรอยแดงบนผิวหนัง ทันใดนั้นเอง เสียงของโจจี้ก็ดังขึ้นมาหางเสียงแอบประชดเล็กน้อย


    “ เป็นไงล่ะ กินน้ำหมึกจนตายสมใจรึยัง ” 


    “ โว้..... น้ำยาฟื้นพลังที่นายส่งมา มันโคตรจะยอดเลย เรี่ยวแรงของชั้นกลับคืนมาทั้งหมด มิหนำซ้ำบาดแผลตามร่างกายก็เหมือนจะหายไปด้วย ” มาวินตื่นเต้นดีใจ คล้ายเด็กน้อยที่กำลังได้ของเล่นใหม่ 


    “ ก็บอกแล้วว่า…..มันคือน้ำยาฟื้นพลังว่าแต่ชั้นมีเรื่องจะบอกนายอีกอย่าง ” เสียงนุ่มทุ้มลึกของโจจี้ดังลอดลำโพงออกมา


    “ เยี่ยมไปเลย ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อให้ต้องลุยอีกร้อยด่าน ชั้นก็ไม่กลัว จะเสือสิงห์กระทิงแรดหรืออะไรก็เข้ามา ” มาวินกำมือแน่น ดวงตาเล็กเรียวเปล่งประกายมุ่งมั่นปากก็เค้นคำเสียงกร้าว โดยไม่สนใจจะฟังคำพูดของคู่สนทนา


    “ เดี๋ยว ใจเย็นๆ ฟังกันก่อน ชั้นแค่จะบอกว่า…..แม้รักษาแผลและฟื้นพลังขึ้นมาแต่ร่างกายยังคงบอบช้ำอยู่ ถ้าเกิดปะทะหนักๆอีก นายจะบาดเจ็บยิ่งกว่าเก่า ” โจจี้พยายามอธิบายด้วยเสียงที่ดังขึ้น แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะในยามนี้ เด็กหนุ่มฮึกเหิมจนไม่ได้ยินสิ่งใดแล้ว 


    “ ดีล่ะ ชั้นจะลุยด่านต่อไป” 


    “ เดี๋ยวก่อน นี่นายได้ฟังที่ชั้นพูดรีเปล่า ” โจจี้ตอบกลับ แต่เด็กหนุ่มไม่สนใจเขาเริ่มวิ่งฝ่าทุ่งหญ้ากว้าง 

               


               ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจ้ำไปข้างหน้า เสียงของโจจี้ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งน้ำเสียงส่อแววเอือมระอา


    “ เฮ้อ.....สิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกก็คือ……ชั้นไม่เหลือน้ำยาฟื้นพลังอีกแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้านายเดี้ยงแบบเมื่อกี้อีก มีหวังเน่าคาดันเจี้ยนแน่ๆ ” 

               
             แน่นอนว่าเสียงพล่ามบ่นราวกับคนแก่ของโจจี้ย่อมไม่วิ่งเข้าหู สมาธิของเด็กหนุ่มมุ่งตรงไปยังทุ่งหญ้ากว้างเท่านั้น


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน