ตอนที่36 วัสดุที่ต้องใช้ในการสร้างเตาหลอมฟินิกซ์
กัสอยู่ในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องปกปิดสิ่งใด
ในสนามรบหลายครั้งที่จับพวกต่างเผ่าพันธุ์ได้ และการสอบสวนเค้นข้อมูลคือเรื่องปกติเหมือนกับการดื่มกินมันฝังเข้าไปในกระดูกของกัสแล้ว
วิธีที่เขามีนั้นอาจจะมากกว่าลิชหลายเท่านัก
ลิชแอบมองกัสและรู้สึกชื่นชมและยกย่องกัสเป็นแบบอย่างแม้แต่เรื่องการทรมาณนักโทษกัสก็ยังเหนือกว่ามากไม่ต้องลงมือก็ทำให้อีกฝ่ายสั่นกลัวและเล่าทุกอย่างออกมาอีกรอบได้
แถมยังมีหลายอย่างที่ไม่ได้เล่าด้วย
‘มันกล้าปกปิดต่อข้า ทำให้นายท่านมองข้าแย่’ลิชแววตาดำมืดด้วยความโกรธมองไปที่ฟอสเตอร์กำลังจะคิดว่าจะต้องกินอีกฝ่ายทีละนิดเพื่อลงโทษแต่ว่าก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งในตอนนี้ เพราะกลัวจะรบกวนนายท่านของตนเอง
หลังจากรีดข้อมูลจนหมดกัสก็ทำตามสัญญาให้อาหารกับฟอสเตอร์ก่อนจะเดินออกมาด้านนอก
ฮันน่าและลิชเดินตามออกมาด้วย
“ขังไว้ก่อน อย่าให้ตาย” กัสกล่าวแน่นอนว่าบอกกับลิช
แม้จะไม่บอกรายละเอียด แต่ลิชรู้ว่าต้องทำยังไงสภาพห้องขังและร่างกายของฟอสเตอร์ตอนนี้ ถ้าปล่อยไว้ก็คงจะป่วยตายแน่นอน
ลิชคิดแล้วก็รับคำสั่งและไปจัดการ
ขณะที่กัสกลับไปที่ห้องทำงานเขารีบเขียนข้อมูลที่ได้มาและแบ่งแยกไว้ว่าจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร
ค่ายระดับสามจากค่ายแกนนอนแน่นอนว่ากัสเองก็รู้ข้อมูลและเอามาเปรียบเทียบได้ทำให้เขารู้หลายจุดที่ควรจะถาม จึงได้ข้อมูลมากกว่าลิช
บางครั้งถ้าเราอยากจะรู้อะไร เราก็ควรจะรู้ว่าจะต้องถามอะไรด้วยนี่คือสิ่งที่ลิชไม่มี แต่ในวันนี้ลิชก็คงได้เรียนรู้หลายอย่างไปเงียบ ๆ
คนที่ฉลาดบางครั้งก็ไม่ต้องสอนพวกเขาจะสังเกตและเอาไปปรับใช้เอง
กัสต้องการให้ทหารของเขาคิดเองมากกว่าที่เขาจะต้องไปคิดแทนอยู่ตลอดเวลาไม่อย่างลอร์ดจะมีความหมายอะไร
“นายท่านกาแฟได้แล้ว” ฮันน่ายกกาแฟที่ชงด้วยตัวเองวางไว้ด้านข้างของโต๊ะที่กัสนั่งอยู่
กัสปิดเอกสารและดื่มกาแฟอย่างผ่อนคลาย
ของพวกนี้คือสิ่งที่เขาซื้อจากโลกภายนอกและนำกลับเข้ามาด้วยมีอาหารและเครื่องดื่มหลายอย่าง แน่นอนว่ามีไว้เพื่อเขาเท่านั้น
กัสดื่มกาแฟพวกนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง พอมาถึงที่นี่เขาก็ทำงานตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ดึกมากแล้วแต่ว่ายังจัดการงานไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
“ไม่ได้ฝ่ายบริหารในค่ายมีน้อยเกินไปต้องมีเพิ่มไม่อย่างนั้นฉันคงได้ทำเองทุกอย่าง”
ของกองอยู่ในจี้หินดำจำนวนมาก แม้แต่พิมพ์เขียวที่ซื้อมาเขาก็ยังไม่ได้เวลาแวะไปบันทึกลงในโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ด้วยซ้ำ
หลังจากดื่มกาแฟเสร็จ กัสก็ทำงานต่อจนถึงตี 3ก่อนจะเข้านอนและตื่นขึ้นมาในตอนเช้า กัสไปเยี่ยมที่โรงหลอมอาวุธซึ่งก็มีคนที่ตื่นก่อนเขา
โรเจอร์และบรู๊ก กับพวกผู้รอดชีวิต
โรเจอร์มีหน้าที่ในการดูแลโรงหลอมอาวุธของค่ายแต่ว่าบรู๊กคือชายแก่อายุ 60 ที่เคยเป็นเจ้าของฟาร์มมาก่อนกัสได้รับเข้ามาเพื่อเตรียมตัวสำหรับแผนการในขั้นตอนต่อไปเพียงแต่ว่าขั้นที่ว่านั้นยังไม่ใช่ในช่วงเวลานี้
ค่ายและกำลังรบของเติบโตรวดเร็วมากมันยังไม่จำเป็นต้องใช้บรู๊กทำฟาร์มในตอนนี้
ทำให้บรู๊กอาสามาทำงานอยู่ที่นี่
ไม่ใช่ว่ากัสบังคับแต่เป็นตัวของบรู๊กเองที่รู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าอยู่เฉย ๆเพราะจากที่ผ่านมาค่ายไม่เคยรับคนไร้ประโยชน์ การที่ไม่ได้รับมอบหมายงานเลยทำให้บรู๊กกลัวว่าลอร์ดของตนเองจะโยนตนให้กลายเป็นอาหารของซอมบี้
ผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ก็คิดเหมือนกันต่างก็เริ่มทำงานอย่างขยันขันแข็งแต่เมื่อเห็นว่ากัสมาพวกเขาก็รีบวิ่งมาต้อนรับอย่างนอบน้อม
“นายท่าน”
“ท่านลอร์ด”
“…”
ทุกคนคุกเข่าลงก้มหน้าไม่กล้ามองกัสตรง ๆเพราะหลายวันที่ผ่านมาฮันน่าเริ่มกำหนดกฏเกณฑ์เวลาพบกับกัสแล้วพวกเขาจะไม่ทำตามก็ได้ แต่ทหารมืดทุกนายต่างทำตามอย่างว่าง่ายกันหมด
“ลุกขึ้น” กัสโบกมือสั่งให้ลุกพวกเขาจึงยืนขึ้นและมองให้ต่ำไว้
“งานผลิตอาวุธให้ดำเนินต่อไปแต่ว่าคงต้องถอนกำลังทหารมืดออกมา แล้วก็ให้ผู้รอดชีวิตมาช่วยงานแทน”
กัสเตรียมจะดึงทหารมืดไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วเพราะตอนนี้ในค่ายมีผู้รอดชีวิตถึง 150 คน ซึ่งถือว่ามากพอกับหน้าที่เหล่านั้น
“ขอรับนายท่าน”
“บรู๊กสินะ” กัสหันไปมอง
“ขอรับท่านลอร์ด”
“นายเป็นหัวหน้าฟาร์มคัดคนไปศึกษาวิธีการเพราะปลูกไว้ แล้วก็อย่าลืมไปหาลิชจัดการพวกสัตว์ที่ค่ายล่ามาได้ด้วย”
เป็นครั้งแรกที่กัสมอบหมายงานอย่างเป็นทางการให้กับบรู๊กทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตื่นเต้นมาก รีบขอบคุณไม่หยุดเพราะการมีหน้าที่อย่างเป็นทางการหมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของค่ายอย่างแท้จริง
ด้านข้างมีทหารมืดเอากล่องที่มีเมล็ดพันธุ์พืชแบบปะปนกันเข้ามาส่วนใหญ่เป็นกระป๋องที่ลอกฉลากออกแล้ว เขียนแค่ชื่อของเมล็ดพันธุ์ไว้เท่านั้น
กัสไม่ต้องการหลงเหลือหลักฐานอะไรที่โยงไปถึงโลกอีกฝั่งได้ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคนสงสัยได้ว่าของพวกนี้มาจากอีกโลกหนึ่ง
ส่วนถ้าตรวจลงไปถึงพันธุกรรมของพืชก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก
โลกซอมบี้ในหอคอยชั้นแรกแทบจะถอดแบบพื้นฐานมาจากโลกจริงของหลายอย่างก็เหมือน ๆ กันด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังเหนือกว่าโลกของกัสในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย จนถึงขนาดที่โลกด้านนอกนำเทคโนโลยีในโลกนี้ไปปรับปรุงพันธุ์พืชของพวกเขา
นั่นทำให้ถึงจะมีคนอยากตรวจสอบแหล่งที่มาของพวกมันพวกเขาก็จะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดอยู่ดีไม่เหมือนกับฉลากหรือชื่อแบรนด์ที่บ่งบอกอย่างชัดเจน
หลังจากหมดธุระที่โรงหลอมกัสก็ไปที่โกดังที่เก็บโต๊ะสิ่งประดิษฐ์จากนั้นก็เริ่มบันทึกพิมพ์เขียวเข้าไปในเครื่อง
ตอนนี้ถึงเวลาที่กัสต้องมาแอบลุ้นอยู่ไม่น้อยว่าพิมพ์เขียวพวกนี้จะใช้งานได้ไหมเพราะว่ามันเคยถูกเอาออกไปด้านนอกหอคอยโลกาวินาศแล้ว
แต่กัสแอบใช้จี้หินดำลักลอบเอาเข้ามาและนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้งานพิมพ์เขียวที่เอากลับเข้ามา
“เริ่มจากพิมพ์เขียวราคาถูกที่สุดก่อน”
กัสเลือกพิมพ์เขียวลูกศรล่าสัตว์ธรรมดาใส่เข้าไปบันทึกในเครื่อง หลังจากนั้นก็รอดูว่าจะมีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือไม่แต่กัสเหมือนจะคิดมากไป
พิมพ์เขียวที่เอากลับเข้ามาสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
[บันทึกพิมพ์เขียวลูกศรล่าสัตว์ธรรมดาเสร็จสิ้น]
[พิมพ์เขียวลูกศรล่าสัตว์ธรรมดา]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะ 1 หน่วย]
แม้ว่าจะเป็นวัสดุธรรมดาแต่ว่ากัสก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าแผนการทดลองเลี้ยงสัตว์จะต้องเร่งขึ้นอีกหน่อย”
กัสเริ่มบันทึกพิมพ์เขียวชิ้นอื่น ๆเข้าไปจนครบและเปิดดูรายละเอียดของวัสดุในการสร้าง
[พิมพ์เขียวชุดเกราะหนังสัตว์เนลสัน T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โละหะบริสุทธิ์ 1 หน่วยหนังสัตว์กลายพันธุ์หนึ่งหน่วย(ผืน) ระดับชุดเกราะขึ้นอยู่กับคุณภาพหนัง]
...
[พิมพ์เขียวโล่เบากลม T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 10 หน่วย]
...
[พิมพ์เขียวชุดเกราะเสือดาว T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 10 หน่วย]
...
[พิมพ์เขียวดาบพิฆาตเหล็ก T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 10 หน่วย]
...
[พิมพ์เขียวหอกเกลียววายุ T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 10 หน่วย]
...
[พิมพ์เขียวคันธนูเหล็กดำ T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 10 หน่วย]
...
[พิมพ์เขียวคันธนูเหล็กดำ T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 10 หน่วย]
...
[พิมพ์เขียวลูกศรล่าพยัคฆ์ T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 1 หน่วย]
...
อ่านจนจบกัสก็ขมวดคิ้วอยู่ไม่น้อยของพวกนี้คืออาวุธที่เน้นใช้งานในกองทัพ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ขาดแคลนหลัก ๆก็คือก้อนโลหะบริสุทธิ์อยู่ดี ยกเว้นแค่ชุดเกราะเบาที่ใช้หนักสัตว์เป็นหลัก
“ลองดูเตาหลอมฟินิกซ์ดูก่อนจะต้องรีบสร้างมันด้วย”
พิมพ์เขียวที่สำคัญที่สุดที่กัสซื้อมาถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อบันทึก
[บันทึกเสร็จสิ้น]
[พิมพ์เขียวเตาหลอมฟินิกซ์ T1]
[วัสดุที่ต้องใช้ แร่โลหะบริสุทธิ์ 5,000หน่วย]
กัสถึงกับอ้าปากค้างไปทันทีแม้ว่าจะรู้รายละเอียดคร่าว ๆ มาบ้างแต่พอเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนก็ทำให้เขาถึงกับปวดหัวอยู่ไม่น้อย
พิมพ์เขียวที่เอาออกไปด้านนอกถูกขายเป็นของสะสมส่วนมากก็ไม่มีการบอกถึงรายละเอียดในการสร้างแบบเจาะจงกัสไม่คิดว่ามันจะต้องใช้สิ่งของมากมายขนาดนี้
“หรือว่าจะยอมแพ้ไปซื้อแบบสำเร็จรูปมาเลย”กัสส่ายหัวละทิ้งความคิดบ้า ๆ นี้ทันที
แค่พิมพ์เขียวไร้ค่าที่ขายเป็นของสะสมยังราคาแพงขนาดนี้แล้วถ้าเป็นเตาหลอมฟินิกซ์ที่ถูกแลกออกไปราคาจะมากขนาดไหนยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปซื้อ แค่แลกออกจากหอคอยก็คงเสียหลายพันเหรียญหอคอยแล้ว
กัสเงียบไปสักพัก
“ยังไงก็ต้องสร้างมันขึ้นเตาหลอมฟินิกซ์นี้สามารถใช้งานได้จนถึงหอคอยชั้นที่ 2 หรือสูงกว่านั้นนับว่าคุ้มค่าที่สุดในการลงทุนตอนนี้แล้ว”
“แต่นี่ต้องเป็นโครงการระยะยาว”
กัสลองคำนวนเวลาดูแล้ว เขาเหลือเวลาอีกประมาณ 2เดือนก่อนการเกณฑ์ทหาร ซึ่งพอมีเวลาให้ลองขึ้นไปที่ชั้นสองได้แต่ว่าก่อนอื่นก็ต้องผ่านพวกค่ายในเขตดัลลัสนี่ก่อน
แผนการผลิตจำนวนมากของกัสถูกชะลอลงชั่วคราวเพราะถ้าต้องการผลิตจำนวนมากก็ต้องมีแร่โลหะรองรับที่มากพอ
แต่จะเป็นอย่างนั้นได้ต้องสร้างเตาหลอมฟินิกซ์ขึ้นมาให้ได้ก่อนซึ่งก็ย้อนกลับไปที่แร่โลหะบริสุทธิ์อีกครั้ง
กัสสั่งการสร้างพิมพ์เขียวต่าง ๆตามที่ต้องการก่อน โดยเริ่มจากผลิตดาบพิฆาต หอกเกลียววายุสุดท้ายสิ่งที่ต้องใช้งานก็คือ คันธนูเหล็กดำ และลูกศรล่าพยัคฆ์และที่ผลิตเป็นจำนวนมากคงเป็นลูกศรล่าสัตว์ธรรมดา เพราะใช้แค่แร่โลหะธรรมดาเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลา 5วันในการสร้างรวมใช้แร่โลหะบริสุทธิ์ 1,000 หน่วยกับแร่โลหะธรรมดา 1,000หน่วยและก้อนโลหะบริสุทธิ์ของเขาก็ยังมีไม่พอ
แต่มันสามารถทยอยหามาได้เรื่อย ๆไม่เหมือนกับการสร้างเตาหลอมฟินิกซ์เลยที่ต้องใช้วัสดุในครั้งเดียว
ถ้าเขาจะสร้างเตาหลอมฟินิกซ์ก็ต้องการทรัพยากรมหาศาลมากทางเดียวที่จะได้ทรัพยากรที่รวดเร็วที่สุดนั้นคือสงครามและสงครามต้องการทหารกับอาวุธที่แข็งแกร่ง นั่นคือเหตุผลที่กัสเร่งติดอาวุธยุค T1เหล่านี้