ท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าท้ายจวนแม่ทัพ เสียงแมลงกลางคืนกรีดร้องเป็ระยะคล้ายเป็พยานให้กับก้าวเดินที่ผิดต่อศีลธรรมของ เม่ยเหลียน ฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์ที่บัดนี้อาภรณ์สีแดงมงคลของนางเริ่มเปรอะเปื้อนด้วยเศษดินและใบไม้แห้ง ทุกย่างก้าวที่นางก้าวผ่านขวากหนามและกิ่งไม้ ไม่ได้สร้างความเ็ปให้เท่านิ้วเท้าที่เย็นเฉียบจากลมราตรี แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำความรุ่มร้อนที่แผดเผาอยู่ในทรวงอก... ความร้อนจากความแค้นและความโหยหาในสิ่งที่นางเพิ่งถูกปฏิเสธมาอย่างเืเย็น
นางยังคงจำแววตาของเฉินหยางได้แม่นยำ มันเ็าเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ เสียงของเขาที่บอกว่าจะไปหาอนุชิงยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับเป็คมดาบที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของสตรีที่ถูกอบรมมาเพื่อเป็เมียเอกผู้เพียบพร้อม ความอดทนที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตาเดียว และในคืนที่ควรจะเป็คืนเริ่มต้นของชีวิตคู่ นางกลับเลือกที่จะเดินเข้าหาความมืดมิดเพื่อค้นหา "ตัวตน" ที่สามีไม่เคย้า
เมื่อมาถึงกระท่อมไม้ไผ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ เม่ยเหลียนหยุดยืนนิ่ง ลมหายใจของนางหอบถี่ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในกระท่อมสาดส่องออกมาให้เห็นแผ่นหลังกว้างของ อาซาน ชายพรานป่าผู้ลึกลับที่นางเคยช่วยเหลือไว้เมื่อหลายวันก่อน เขานั่งอยู่บนตอไม้ ลำแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขยับไปมาขณะขัดคมธนู ผิวพรรณของเขาหยาบกร้านและเข้มจัดจากการกรำแดดกรำฝน แตกต่างจากผิวขาวสะอาดและกลิ่นหอมของแป้งร่ำในจวนที่นางคุ้นเคย
อาซานหยุดมือทันทีที่ััได้ถึงการมาเยือนของใครบางคน เขาหันกลับมา แววตาดุดันเยี่ยงสัตว์ป่าจ้องมองตรงมายังสตรีในชุดแดงมงคลที่ดูแปลกแยกจากสถานที่แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
"ฮูหยิน... คืนนี้เป็คืนมงคลของท่านมิใช่หรือ?" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นะเืไปถึงขั้วหัวใจของเม่ยเหลียน "ไยท่านถึงนำกายาอันสูงศักดิ์มาเปื้อนดินในป่าช้าเช่นนี้?"
เม่ยเหลียนไม่ตอบ นางเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าของนาง เผยให้เห็นร่องรอยของน้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้ว แต่ดวงตาของนางกลับเป็ประกายด้วยไฟแค้น "ความสูงศักดิ์จะมีประโยชน์อันใด หากผู้ที่ควรมองเห็นมันกลับมองว่ามันเป็เพียงขยะชิ้นหนึ่ง"
นางวางมือเล็กลงบนไหล่ที่กว้างและแข็งแกร่งของอาซาน ััถึงความร้อนระอุจากร่างกายของบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยพลังงานดิบเถื่อน "อาซาน... คืนนี้ข้าไม่ใช่ฮูหยินของใครทั้งนั้น ข้าเป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะหนาวตายเพราะความอ้างว้าง ท่านจะปล่อยให้ข้าเป็เช่นนั้นหรือ?"
อาซานจ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง ความเงียบครอบคลุมอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน ความสูงใหญ่ของเขาทำให้เม่ยเหลียนต้องเงยหน้าขึ้นมอง มือหนาที่กร้านจากการจับอาวุธเอื้อมมาเชยคางนางขึ้นเบาๆ ััที่หยาบกร้านของเขาพาดผ่านผิวแก้มเนียนละเอียด สร้างความรู้สึกวูบวาบราวกับมีกระแสไฟแล่นพล่านไปทั่วกาย
"ข้าเป็เพียงพรานป่าผู้ต่ำต้อย ร่างกายข้าเหม็นสาบเหงื่อไคลและคาวเื ท่านแน่ใจแล้วหรือที่จะแลกเกียรติยศของท่านกับเศษเสี้ยวความสุขในเงามืดเช่นนี้?"
"เกียรติยศที่แลกมาด้วยความตายทั้งเป็ ข้าไม่้ามันอีกต่อไป" เม่ยเหลียนกระซิบพร้อมกับเบียดกายเข้าหาอกแกร่ง "มอบสิ่งที่ข้าควรได้รับในคืนนี้ให้ข้าที... มอบสิ่งที่เฉินหยางมองข้ามมันไป"
คำพูดนั้นคล้ายเป็การเปิดทำนบความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ อาซานรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดทันที ริมฝีปากที่ร้อนระอุของเขาบดเบียดลงบนริมฝีปากของนางอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวานเยี่ยงคุณชายในวัง แต่มันคือการ "ขย้ำ" อย่างโหยหา เม่ยเหลียนครางอือในลำคอ นางตอบสนองเขาด้วยความหิวกระหายเช่นกัน ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระวัดเข้าหากันอย่างรัญจวนซ่านสยิว
อาซานอุ้มนางเข้าไปในกระท่อม วางร่างของนางลงบนเตียงไม้ที่ปูด้วยหนังเสือผืนหนา แสงไฟจากตะเกียงสลัวรางสร้างบรรยากาศที่พร่าเลือนแต่เร้าอารมณ์ เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมของบุปผาที่ยังหลงเหลืออยู่ในกายของนางสลับกับกลิ่นเหงื่อไคลของตนเอง มือหนาเริ่มรุกรานอาภรณ์ไหมสีแดงที่แสนเกะกะ เขาแกะปมผ้าอย่างชำนาญ เผยให้เห็นไหล่เนียนละเอียดและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบพร่า
"ท่านงดงามกว่าที่ข้าเคยจินตนาการไว้มากนัก เม่ยเหลียน..." เขาเรียกชื่อนางเป็ครั้งแรก เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์
เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดร่วงไป กายาอันขาวนวลของเม่ยเหลียนก็ปรากฏแก่สายตาของพรานหนุ่มภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาไม้ไผ่ ยอดถันสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตาของเขา อาซานละเลียดใช้ริมฝีปากขบเม้มยอดอกของนางเบาๆ สร้างความสยิวซ่านจนนางเอกต้องแอ่นกายรับด้วยความรุ่มร้อน มือของนางขยุ้มลงบนกลุ่มผมของเขา เสียงครางหวานหูที่นางไม่เคยคิดว่าตนเองจะเปล่งออกมาได้ดังระงมไปทั่วกระท่อมหลังเล็ก
ความรู้สึกที่ถูก "้า" อย่างรุนแรงเช่นนี้คือน้ำทิพย์ที่ชโลมใจนาง ในวินาทีที่อาซานรุกล้ำเข้ามาในกายของนางเป็ครั้งแรก เม่ยเหลียนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลายและถูกสร้างขึ้นใหม่ในคราวเดียว ความเ็ปในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนนางแทบสิ้นสติ ทุกจังหวะที่เขาขับเคลื่อนไปข้างหน้าคือการตอกย้ำความแค้นที่นางมีต่อเฉินหยาง ยิ่งอาซานรุนแรงและดิบเถื่อนเท่าใด นางก็ยิ่งสะใจที่ได้รู้ว่าตนเองกำลังทรยศสามีผู้เ็าคนนั้นด้วยร่างกายที่เขาเคยเหยียดหยาม
"อาซาน... แรงกว่านี้... ทำให้ข้าลืมทุกอย่างที..." นางกระซิบชิดใบหูของเขา ขณะที่ทั้งคู่ร่วมประสานทำนองรักกันอย่างต่อเนื่องภายใต้เงารัตติกาล
พฤติกรรมนี้ไม่ใช่เพียงเื่เพศ แต่มันคือการแสดงออกถึงอำนาจที่สตรีคนหนึ่งสามารถทำได้เพื่อกอบกู้ความรู้สึกของตนเองกลับคืนมา ในค่ำคืนวิวาห์ที่ควรจะสงบเงียบ ฮูหยินเอกกลับกำลังเริงรักอยู่กับชายชู้ในป่าลึก รสสวาทที่ผิดต่อศีลธรรมนี้กลับหอมหวานและรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใดที่นางเคยรู้จัก
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง เม่ยเหลียนนอนซบอยู่บนอกแกร่งที่ยังคงชื้นไปด้วยเหงื่อ อาซานลูบไล้แผ่นหลังของนางอย่างทะนุถนอม ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความอ้างว้าง ทว่าคือความผูกพันลับที่กำลังก่อตัวขึ้นในเงามืด
"พรุ่งนี้ท่านจะกลับไปเป็ฮูหยินเอกของเขาอีกครั้ง..." อาซานเปรยขึ้นเบาๆ
เม่ยเหลียนเงยหน้ามองเขา แววตาของนางนิ่งสงบแต่เด็ดเดี่ยว "ข้าจะกลับไปในฐานะฮูหยินเอก... แต่หัวใจและร่างกายของข้าจะรอคอยเพียงรัตติกาลที่จะได้กลับมาหาท่านที่นี่"
นางลุกขึ้นแต่งกายด้วยชุดแดงที่บัดนี้ยับย่นและเปรอะเปื้อน รอยมลทินบนกายาและในจิตใจไม่ได้ทำให้นางรู้สึกละอาย แต่มันกลับทำให้เข้มแข็งขึ้น นางเดินออกจากกระท่อมมุ่งหน้ากลับสู่จวนแม่ทัพ ทิ้งให้อาซานมองตามหลังนางไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลับบางอย่าง... ความลับที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของนางไปตลอดกาล