“ไสหัวไป ไสหัวไปให้พ้น เ้าลูกอกตัญญู สมควรโดนฟ้าผ่าตาย แกทิ้งแม่ แกจะต้องได้รับผลกรรมที่ทำกับแม่แบบนี้ ์เ้าขา ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับยายแก่คนนี้นะเ้าคะ ฉันเลี้ยงลูกชายแบบนี้มาได้ยังไงกัน…” ไป๋ฮูหยินตบหน้าไป๋จิ้งเหวินอย่างแรงไปสองฉาด เสียงตบดังก้องจนไป๋รั่วเสวี่ยได้ยินแล้วหนังหน้ากระตุก เธอเจ็บใจที่ตนเองไม่สามารถพุ่งเข้าไปอัดหญิงชราให้น่วมได้
“แม่ครับ ผมจะทิ้งแม่ได้อย่างไรกัน แต่สักวันหนึ่งแม่ก็ต้องจากผมไปอยู่ดี คนที่จะอยู่กับผมไปจนแก่เฒ่าก็คือเย่ว์เหมยกับรั่วเสวี่ยนะครับแม่” ไป๋จิ้งเหวินเอามือกุมหัวและเอ่ยอย่างเ็ปใจ
ไป๋รั่วเสวี่ยสะกิดแขนมารดาแล้วทอดสายตามองบิดาของตัวเอง หลิ่วเย่ว์เหมยถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “จิ้งเหวินคุณไปกับแม่ของคุณเถอะ”
“ทำไมพวกฉันต้องไป ที่นี่คือบ้านของจิ้งเหวิน คนที่ต้องไปก็คือพวกเธอ” ไป๋ฮูหยินรู้ว่าลูกชายที่ตนเลี้ยงดูมานั้นกตัญญูมากเพียงไหน และครั้งนี้นางก็เป็ฝ่ายชนะตามเคย นางจึงคิดจะฉวยโอกาสนี้ขับไล่เย่ว์เหมยและรั่วเสวี่ยสองแม่ลูกออกไป จากนั้นก็พาลูกๆ กับสะใภ้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เพราะบ้านหลังนี้ใหญ่โตมากพอที่จะให้ทุกคนอยู่อาศัยได้
“แม่ครับ ผมจัดคนส่งแม่กลับบ้านดีกว่า ผมจะโอนเงินไปให้ทุกเดือน ขอแค่พวกแม่อย่ามาที่นี่อีกเลยนะครับ ไหนๆ แม่กับพี่ก็มาแล้ว ถ้าอย่างไรก็เอาข้าวของของหรูอวี้กลับไปด้วยเลยก็แล้วกันนะครับ ผมจะได้ไม่ต้องส่งตามไปทีหลัง” อันที่จริงไป๋จิ้งเหวินก็ไม่ใช่คนที่จะกตัญญูแบบไม่ลืมหูลืมตา เพียงแต่เขาทำใจเอ่ยปฏิเสธญาติๆ ไม่ลง เขาจึงได้แต่ยอมทนเรื่อยมา และนั่นก็ยิ่งทำให้คนสกุลไป๋ติดนิสัยอยากได้อะไรก็ต้องได้
“แกไล่ฉันอย่างนั้นรึ ฉันเป็แม่แกนะ แล้วนี่ก็พี่ชายแท้ๆ ของแก สมองแกมีปัญหาไปแล้วรึ ถึงได้ไล่พวกฉันเพื่อนังสองคนนี้” ไป๋ฮูหยินตบหน้าไป๋จิ้งเหวิน
“จิ้งเหวิน” หลิ่วเย่ว์เหมยมองแก้มที่ถูกตบของไป๋จิ้งเหวินและเอ่ยถามอย่างปวดใจ “เจ็บไหม”
“คุณไม่ต้องเป็ห่วงนะผมไม่เจ็บหรอก การเห็นคุณปวดใจเพราะผมต่างหากที่ทำให้ผมปวดใจตามไปด้วย” ไป๋จิ้งเหวินมองภรรยาด้วยความรักใคร่ลึกซึ้ง ไป๋จิ้งเหวินรู้ดีว่าคนที่หวังดีต่อเขาจริงๆ มีเพียงภรรยาและลูกเท่านั้น ส่วนมารดาของเขานั้น แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
“ส่งพวกเขากลับไป”
“แกจะไล่พวกฉันไปจริงๆ รึจิ้งเหวิน” ไป๋ฮูหยินเริ่มหวั่นใจ เื่ยังไม่จบ นางจะกลับไปตอนนี้ไม่ได้
“ไป๋ฮูหยิน คุณไป๋กับคุณนายไป๋ ทุกท่านเชิญทางนี้ครับ” พ่อบ้านเดินเข้ามาและผายมือนำทางทั้งสามคน
“ฉันไม่ไป ที่นี่คือบ้านของลูกชายฉัน ฉันจะอยู่ที่นี่” ไป๋ฮูหยินนั่งลงกับพื้นไม่ยอมไป
พ่อบ้านหันมองไป๋จิ้งเหวิน ไป๋จิ้งเหวินหันมองหลิ่วเย่ว์เหมยกับไป๋รั่วเสวี่ย ก่อนตัดสินใจเด็ดขาด “ส่งพวกเขากลับไปเถอะ”
“ไป๋จิ้งเหวินทำไมแกทำกับแม่แบบนี้” ไป๋จิ้งซูผลักพ่อบ้านออกไป
ไป๋ฮูหยินไม่ยอมไป พ่อบ้านก็ไม่กล้าใช้กำลังบังคับนางจึงได้แต่มองไป๋จิ้งเหวิน จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้ ไป๋จิ้งเหวินได้แต่ปวดหัว
“พ่อคะ พ่อไม่เคยสงสัยหรือคะว่าทำไมทั้งๆ ที่ก็เป็ลูกชายเหมือนกัน แต่คุณย่ากลับปฏิบัติต่อพ่อไม่เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อลูกชายคนอื่น หรือว่าจริงๆ แล้วพ่อไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณย่ากันคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดสิ่งที่ตนสงสัยมาตลอดขึ้น
ความเงียบเข้าปกคลุมที่แห่งนั้น ทุกคนต่างจ้องไปที่ไป๋รั่วเสวี่ย
“เธอพูดเื่เหลวไหลอะไรกัน” เสียงตวาดดังลั่นราวฟ้าผ่าของไป๋ฮูหยินสะท้อนก้องขึ้นในห้อง ดึงความสนใจของทุกคนทันที
เห็นท่าทางมีพิรุธของไป๋ฮูหยินแล้วรั่วเสวี่ยก็ยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตนเอง
“ลองตรวจดีเอ็นเอดูก็รู้แล้ว” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดขึ้นลอยๆ
“เื่นี้ปล่อยให้ผมจัดการเองครับนาย” พูดจบ คนขับรถหยางก็ดึงผมขาวจากศีรษะของไป๋ฮูหยินมาสองสามเส้น
“แกมีสิทธิ์อะไรมาดึงผมฉัน เอาคืนมานะ” ไป๋ฮูหยินะโโหยง พยายามแย่งเส้นผมของตัวเองคืนมาแต่ก็ไร้ผล นางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนขับรถหยางที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำอยู่แล้ว
“จิ้งซูแกรีบแย่งผมฉันกลับมาเดี๋ยวนี้” เมื่อไป๋ฮูหยินพยายามเองไม่สำเร็จ จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากลูกชายคนโต
“แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือคะ พ่อคะ หนูดีใจจริงๆ ที่พวกเขาไม่ใช่ญาติที่เกี่ยวพันทางสายเืของพ่อ ไม่อย่างนั้นหนูคงอดรู้สึกไม่ได้ว่าเืที่ไหลเวียนอยู่ในตัวหนูเป็เืชั้นต่ำ” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยอย่างร้ายกาจ
“พูดจาเหลวไหลอะไรของแกหานังเด็กสารเลว แกว่าเืของใครเป็เืชั้นต่ำ” ไป๋ฮูหยินตวาด
“เฮอะ!” ไป๋รั่วเสวี่ยคิดว่าการพูดกับหญิงชราที่ไร้อารยธรรมเช่นนี้เป็การลดตัวเสียเปล่าๆ เธอจึงส่งเสียงออกไปสั้นๆ
“เหล่าหยางพาพวกเขากลับไป” ไป๋จิ้งเหวินโบกมือไล่
“เ้ารองแกจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ฉันเป็แม่แท้ๆ ของแกนะ และถึงแกจะไม่เชื่อว่าฉันเป็แม่แท้ๆ ของแก แต่ฉันก็คือคนที่เลี้ยงแกมาจนโต แกจะลืมผู้มีพระคุณแบบนี้ไม่ได้นะ” ไป๋ฮูหยินทรุดลงนั่งกับพื้น
“เ้ารอง พวกเราเป็พี่น้องแท้ๆ นะ ฉันยังจำตอนที่นายยังเล็กได้อยู่เลย แถมยังเคยให้นายขี่หลัง ช่วยนายตีกับเด็กคนอื่น นายลืมหมดแล้วรึ ที่พวกเราเรียกร้องเอาจากนายก็เพราะนายมีความสามารถมากกว่า มีชีวิตที่สุขสบายกว่าพวกเราไม่ใช่รึ เ้ารองนายจะใจดำเด็ดบัวไม่ไว้ใยแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ” ไป๋จิ้งซูเริ่มหวั่นใจ เขาไม่ได้้ามีเื่ผิดใจกับครอบครัวของไป๋จิ้งเหวิน เขาแค่้าใช้ประโยชน์จากเื่นี้และทำให้ไป๋จิ้งเหวินรู้สึกผิดจนยอมจ่ายเงินให้พวกเขามากขึ้นก็เท่านั้น
“ใช่แล้วล่ะเ้ารอง พวกเราไม่ได้มาเพราะ้าจะทำอะไรเสวี่ยเอ๋อร์หรอก เพียงแต่ตอนนี้หรูอวี้ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว ไม่มีใบปริญญาคงหางานทำลำบาก คุณเป็อาของเธอ ยังไงก็ต้องช่วยเธอบ้างนะ” หลี่ซินหลานพูด
“พอได้แล้ว ผมจะช่วยหาทางให้ก็แล้วกัน” ไป๋จิ้งเหวินเองก็รำคาญ ถ้าคนสกุลไป๋ยังโวยวายไม่หยุดแบบนี้มีแต่จะส่งผลเสียให้ทั้งตัวเขา บริษัทและครอบครัว ยิ่งกว่านั้นไป๋หรูอวี้เป็หลานสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับเขามาหลายปี เขาหักใจไม่ช่วยเหลือเธอไม่ลง การจ่ายเงินให้คนสกุลไป๋กลายเป็ความเคยชินสลักลึกติดกระดูกของเขาไปเสียแล้ว จะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่ได้
ไป๋รั่วเสวี่ยส่งเสียงเ็า เธอนึกไว้อยู่แล้วว่าพ่อของเธอต้องทำแบบนี้ หึ ไป๋หรูอวี้อยากเรียนหนังสือก็ปล่อยให้เธอเรียนไปก็ได้ เพียงแต่เธอจะยังเป็แบบเมื่อก่อนได้รึเปล่านี่สิ
ในที่สุดคนสกุลไป๋ก็กลับไป บ้านกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่ก็แค่ชั่วคราวเพราะเมื่อยุคโลกาวินาศมาถึง พวกเขาเ่าั้ก็จะมาหาถึงที่เหมือนเดิม กลัวก็แต่เมื่อถึงเวลานั้นพ่อจะใจอ่อนกับคนพวกนั้นและยื่นมือเข้าช่วยเหลือ และลงท้ายด้วยการสังเวยชีวิตเพื่อคนพวกนั้นอีกตามเคย ดังนั้น…
“อาหยาง” ไป๋รั่วเสวี่ยยืนอยู่ที่หน้าประตู
“คุณหนูมาหาผม มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ” คนขับรถหยางลงจากรถมาถาม
“ผลทดสอบดีเอ็นเอจะออกเมื่อไร”
“ผมจะเร่งให้ครับ พรุ่งนี้น่าจะรู้ผล”
“ดี พรุ่งนี้ผลออกเมื่อไรส่งมาทันทีนะ” ไป๋รั่วเสวี่ยพูด
“ครับคุณหนู”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428