แล้วพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา [到时候见] ภาคย้อน

    ตอนที่ 24 100%


    เช้าวันที่สี่ ณ ดินแดนเสียงสวรรค์ พวกหยวนจางทั้งสามคนได้ออกเดินทางไปยังป่าโกงกาง ลู่อันเฉิน หลี่ซูเม่ยและหลินซานไม่ได้ไปด้วย เมื่อไปถึงก็พบว่ากลุ่มของจางจิวซือได้ไปถึงก่อนแล้ว
    "ศิษย์น้องสาม เหลียงเฉิง พวกเจ้ามาถึงกันเร็วจริงๆ แล้วนี่ศิษย์น้องสี่กับอู๋เหินอยู่ที่ใดกัน"
    "ศิษย์พี่ใหญ่ พี่สือปา น้องไป๋อัน พวกข้าก็เพิ่งจะมาถึงที่แห่งนี้เช่นกัน ส่วนศิษย์น้องสี่กับท่านจอมมารยังคงรั้งอยู่ที่ผาดำ เนื่องจากความสามารถของทั้งสองนั้นมีความเกี่ยวข้องกับชนเผ่าผาดำ ชนเผาผาดำสามารถช่วยแนะนำวิธีการฝึกที่เหมาะสมให้ทั้งสองคนได้ แล้วพวกศิษย์พี่รองกับศิษย์น้องเล็กละ พวกนางอยู่ในเมืองหรือ"
    "ใช่แล้ว ศิษย์พี่รองของเจ้าต้องการการพักผ่อน อีกทั้งนังเดินทางไม่ค่อยสะดวก ข้าเลยให้ซูเม่ยอยู่เป็นเพื่อนนาง"
    "ศิษย์พี่รองเป็นอะไรหรือ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าจะมีอาการเหมือนตอนอยู่บนเรืออีกแล้วหรือ"
    "ก็ไม่เชิงว่าเป็นอาการเดียวกับบนเรือ เดี๋ยวเจ้าไปเจอศิษย์น้องรองแล้ว เจ้าก็จะรู้เอง เอาละตอนนี้พวกเรากลับเข้าเมืองกันก่อนดีกว่า ว่าแต่พวกเจ้าสองคนมีป้ายยืนยันสถานะแล้วหรือยัง"
    "มีแล้วๆ พวกชนเผาดำได้ออกป้ายยืนยันให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว"
    "เช่นนั้นก็ดี พวกเราเข้าเมืองกันเถิด"
    ระหว่างทางกลุ่มของหยวนจางต่างช่วยกันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นและเรื่องที่สืบได้ให้พวกจางจิวซือฟัง เดินทางไม่นานนักก็มาถึงยังโรงเตี๊ยมที่ทุกคนพักอยู่
    "ศิษย์พี่รอง ศิษย์น้องเล็ก พวกเรามาถึงแล้ว" จางจิวซือพูดก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป
    "ศิษย์พี่สาม พี่เขยสาม ทุกคน เชิญพวกท่านนั่งกันก่อน เดี๋ยวหลินซานจะไปชงชามาให้" หลี่ซูเม่ยทำการจัดแจงที่นั่งให้ทุกคนก่อนที่จะไปช่วยหลินซานยกกาน้ำชาและถ้วยชา
    ทั้งแปดคนพูดคุยเรื่องราวต่างๆ และเห็นตรงกันว่าการอยู่โรงเตี๊ยมเช่นนี้ ถ้าอยู่ระยะยาวคงไม่ค่อยจะดี ออกไปหาบ้านสักหลังจะดีกว่า จากการสำรวจของกลุ่มหลี่ซูเม่ยตลอดสองวันที่ผ่านมาพบว่ามีสถานมี่อยู่สามแห่งที่น่าสนใจ โดยทั้งสามแห่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น
    ที่แรกเป็นตัวตึกสามห้อง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำเลที่ตั้งดี เหมาะแก่การเปิดร้านขายของ ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักของเมือง
    ที่ที่สองเป็นโกดังร้าง ตั้งอยู่ด้านหลังของที่แรก เข้าถึงโดยใช้ตรอกที่อยู่ด้านข้างตัวตึกทั้งสามห้อง หรือใช้ประตูที่เชื่อมระหว่างตัวตึกกับโกดัง
    ที่ที่สามเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ พื้นที่กว้างขวางหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ถัดจากโกดังร้างเข้าไปด้านใน อยู่ด้านในสุดของตรอก
    โดยสถานที่ทั้งสามนั้นขายไม่ออก ไม่มีคนมาเช่าเนื่องจากมีคำเล่าลือว่าทั้งสามแห่งนี้มีผีสิง ลือกันว่าวิญญาณของเศรษฐีเจ้าของที่ยังคงไม่ยอมจากไปไหน ใครมาอยู่ก็อยู่ได้ไม่นานก็ต้องย้ายออกไป นี่ยังคงโชคดีที่ฝั่งหนึ่งของตัวตึกเป็นตรอก ส่วนอีกฝั่งก็เป็นทางน้ำสายไม่เล็กไม่ใหญ่ ตัวคฤหาสน์ก็มีรั้วสูงใหญ่ล้อมรอบ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
    ทุกคนเห็นว่าสถานที่แห่งนี้นั้นมีความคุ้มค่าที่จะลองไปอยู่อาศัยดู หยวนจาง สือปาและเหลียนเฉิงจึงออกไปทำเรื่องซื้อขายสามที่ดังกล่าว ทั้งสามเตรียมเงินไปหลายหมื่นตำลึง แต่ปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้ขายเพียงไม่กี่ร้อยตำลึงเท่านั้น หลังจากที่แวะไปดูสถานที่อีกรอบหนึ่งแล้ว ทั้งสามจึงกลับมายังโรงเตี๊ยมและบอกกล่าวให้ทุกคนรู้ว่า
    "พวกข้าคิดว่าพรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยย้ายเข้าไปอยู่เถิด ดูจากสภาพแล้วน่าจะไม่มีคนอยู่มานานแล้วจริงๆ คงต้องใช้เวลาในการจัดการ"
    "ใช่แล้ว ของบางอย่างเราต้องไปหาซื้อมาใหม่ เพราะของที่อยู่ในนั้นล้วนแต่ผุผังไปตามเวลา"
    "ได้สิ วันนี้ทุกคนก็พักผ่อนให้เต็มที่เถิด พรุ่งนี้มีงานรอให้ทุกคนไปจัดการอยู่"
    ระหว่างที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายไปพักผ่อน จู่ๆ จางจิวซือก็พูดขึ้นมาเสียงดัง ทำให้ทุกคนต่างก็หยุดรอฟัง
    "ใช่แล้ว! ข้าเกือบลืมไปแล้ว ศิษย์พี่รอง เห็นศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าท่านต้องพักผ่อนให้มาก อีกทั้งยังไม่สะดวกที่จะเดินทาง สรุปแล้วท่านเป็นอะไรหรือ? " ทุกคนเมื่อได้ยินคำถามของจางจิวซือ ต่างก็แสดงสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนล้วนคิดเหมือนกันคือ จะมีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ ทุกคนจึงรั้งอยู่ต่อ
    "อีกสักพักเจ้าก็จะเป็นเหมือนข้าแล้วละ เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ข้าไม่บอกเจ้าดีกว่า"
    "โธ่ ศิษย์พี่รอง ท่านอย่าแกล้งข้าเลย ข้าเองก็ไม่อยากคาดเดา ท่านบอกข้าเถิด"
    "เจ้าลองถามศิษย์น้องเล็กดูสิ"
    "ก็ได้ๆ ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่รองเป็นอะไรหรือ บอกข้าหน่อยสิ"
    "ท่านกำลังจะเป็นท่านน้านะ"
    "ท่านน้าอะไรกัน เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าที่ท่านอ้วนขึ้นไม่ใช่เพราะท่านกินเก่งกว่าปกติ แต่เป็นเพราะทะ ทะ ท่านมีเจ้าก้อนแป้งน้อยอยู่ในนั้น!? "
    "ใช่แล้วละ ตอนนี้ก็ห้าเดือนแล้ว ข้าไม่ได้อ้วนเสียหน่อย เอาไว้เจ้าเป็นเหมิอนข้า แล้วข้าจะบอกว่าเจ้าอ้วนดูบ้าง ชิ ข้าโกรธเจ้าแล้ว"
    "ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆ " ทุกคนในห้องต่างขำขันกับท่าทางและการสนทนาของทั้งสองคน เขาว่าคนท้องมักอารมณ์อ่อนไหวมันคงจะจริง เพราะปกติแล้วศิษย์พี่รองไม่ได้เป็นเช่นนี้
    "พวกท่านอย่าหัวเราะข้าเลย ข้าไม่รู้จริงๆ นี่นา นี่ไม่ใช่เรื่องการค้าเสียหน่อย ไม่ใช่เรื่องการฝึกยุทธด้วย แต่นี่เป็นเรื่องการแพทย์ พวกท่านก็รู้ว่าข้าอ่อนด้อยเรื่องนี้นักเมื่อเทียบกับศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่น ส่วนศิษย์พี่รอง ท่านให้อภัยข้าเถิดนะ ข้าไม่รู้จริง นะ นะ นะ หายโกรธข้านะ ไว้เจ้าก้อนซาลาเปาออกมา ข้าจะช่วยสอนพวกเขาเรื่องการคำนวณและการค้าให้ ถือเป็นการทำคุณไถ่โทษ นะ นะ ศิษย์พี่ใหญ่"
    "ก็ได้ ข้าจะถือว่าเจ้ารับปากแล้วนะ ข้าหายโกรธเจ้าก็ได้ แต่ข้าว่าเจ้าเองก็แปลกไปนะ อย่าบอกว่าเจ้าก็มีเจ้าตัวน้อยแล้ว ไหนๆ ให้ข้าตรวจชีพจรให้เจ้าสิ"
    "ไม่หรอกศิษย์พี่รอง ท่านคิดมากไปแล้ว ชีพจรตั้งครรภ์เป็นสิ่งพื้นฐานที่ต้องรู้ ข้าตรวจเองได้ ไม่รบกวนศิษย์พี่ดีกว่า ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์อยู่ ท่านควรจะพักผ่อนให้มาก มา ข้าช่วยประคองท่านไปนอน"
    "เจ้านะเจ้า รีบเปลี่ยนเรื่องเชียวนะ ข้าหวังว่าจะได้ยินข่าวดีจากเจ้าเร็วๆ นี้นะ เจ้าไม่ต้องช่วยประคองข้าหรอก ข้าเป็นคนฝึกยุทธ อีกทั้งยังมีระดับพลังที่ไม่ธรรมดา แต่เดินเป็นระยะสั้นๆ แค่นี้ ไม่มีปัญหาหรอก ขอบใจเจ้ามาก"
    เมื่อไม่มีเรื่องสนุกให้อยู่ดูต่อแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายไปพักผ่อน คืนนี้หลี่ซูเม่ยยังคงพักห้องเดียวกับหลินซาน ทั้งสองอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา นี่ทำให้หยวนจางที่ไม่ได้พูดคุยกับหลี่ซูเม่ยอย่างเป็นส่วนตัว ดังเช่นที่ผ่านมารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงอาศัยช่วงเวลาดึกที่หลินซานหลับไปแล้ว เพื่อไปหาหลี่ซูเม่ย
    ฝ่ายหลี่ซูเม่ยที่กำลังจะหลับ กลับต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงหน้าต่างห้องถูกเปิดออก นางรีบลุกขึ้นมาและย่องไปที่หน้าต่างก่อนจะซัดพลังไปยังจุดที่คาดว่าผู้บุกรุกจะอยู่ แต่การซัดพลังในครั้งนี้กลับไม่ได้ผล พลังสีทองรูปลูกเจี๊ยบของนางถูกพลังสีทองรูปงูของผู้บุกรุกล้อมเอาไว้ก่อนที่จะสลายหายไป
    เมื่อเห็นเช่นนี้ทำให้ใจนางที่ลอยอยู่พลันสงบลง เพราะนางรู้ดีว่าคนที่มีพลังสีทองรูปงูเช่นนี้คือใคร มีเพียงหยวนจางเท่านั้นที่มีพลังเช่นนี้ นางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงต้องมาหานางในเวลาเช่นนี้ อีกทั้งยังใช้วิธีปีนหน้าต่างห้องเข้ามาอีกต่างหาก ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ข้อมือของนางก็ถูกคว้าจับเอาไว้ ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดใบหู "ตามข้ามา" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ข้างหู หลี่ซูเม่ยตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ นางกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อความอุ่นที่ข้อมือและลมหายใจที่เป่ารดตรงใบหูได้หายไป นางจึงพบว่าหยวนจางได้ใช้วิชาตัวเบาออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว นางจึงรีบใช้วิชาตัวเบาเพื่อตามหยวนจางออกไป
    -------------------------------------------------
    * ฝากรีดให้กำลังใจและติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️

    คล้ายกับเรื่องแล้วพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา [到时候见] ภาคย้อน ที่คุณอ่าน

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185