[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    40 ข้ารับใช้

    “ คุณหนู ท่านไม่จำเป็นต้องขอบคุณ สิ่งที่พวกข้าทำไปยังไม่เทียบเท่าสิ่งที่คุณหนูมอบให้เลยด้วยซ้ำ ”


    หญิงชราที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าเสียใจ เธออยากจะตอบแทนพระคุณผู้ช่วยชีวิต แต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เพราะเปลวไฟโหมกระหน่ำยากจะควบคุม


    “ ในหมู่พวกท่านมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ข้าจะจ่ายเงินค่ายาให้กับพวกท่านไปรักษา ”


    “ คุณหนู พวกข้าไม่ได้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงอันตราย รอยลวกเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นพักไม่กี่วันก็คงหาย คุณหนูเก็บเงินไว้เถอะ เราคิดว่าคุณหนูจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าพวกข้าอีก ”


    ชายสูงวัยลูบเคราสีขาวที่เหลือเพียงแค่ครึ่ง ส่วนหนึ่งหายไปพร้อมกับเปลวไฟ


    เสวี่ยหรงรู้สึกขอบคุณผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาจำนวน 53 คนที่เหลืออยู่ แม้ช่วงเย็นที่ออกจากตระกูลจะเห็นผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาเยอะกว่านี้ ดูท่าพวกเขาจะวิ่งหนีหลังจากเห็นเปลวไฟ


    แปะ โครม!


    ต้นเสาขนาดใหญ่หักโค่นลงมานอนกองบนพื้นดิน ดึงดูดสายตาของผู้คนให้หันมองไปยังตำแหน่งนั้น แม้จะมีกำแพงบดบัง เปลวไฟที่ลุกไหม้จากเสาต้นที่หักโค่นทำให้ทุกคนรู้ว่าเสียงดังมาจากที่ใด


    “ คุณหนูเจ้าคะ หลังจากวันนี้คุณหนูจะไปนอนที่ใดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ”


    เสวี่ยหรงใช้มือเช็ดน้ำตาให้ยี่ยี่แล้วยิ้มเล็กน้อยแล้วหันมองเปลวไฟ เธอรู้สึกโกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากแก้แค้นถึงขั้นนำคนที่ลอบวางเพลิงมาตัดหัวกลางเมืองให้ผู้คนเห็น ความแค้นทำให้เธอลืมแม้กระทั่งความกลัวทั้งที่ตนเองลงมือตัดศีรษะคน แม้จะรู้สึกแปลกใจที่ไม่ได้ตื่นตระหนกกับศีรษะที่ตัดออกไปเธอกลับไม่สนใจเพราะการหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมถึงไม่หวาดกลัวการตัดศีรษะผู้คนเธออาจจะรู้สึกแย่ในภายหลัง


    เธอแค้นมากขนาดนี้ก็เพราะว่าเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ทำลายตระกูลของเธอไปทั้งสิ้น  เงินที่พึ่งได้รับควรจะนำไปต่อยอดธุระกิจและใช้หนี้ เธอกลับต้องแบ่งมาสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่ มันทำให้สถานการณ์ตระกูลม่อแย่ยิ่งขึ้นไปอีก


    “ รอให้ไฟดับเราค่อยสร้างใหม่ เงินที่ข้ามีน่าจะสร้างบ้านได้หลายหลัง ไม่ต้องสร้างใหญ่เช่นเดิม ขอเพียงแค่มีบ้านให้ซุกหัวนอนไปก่อน ไว้ข้ามีเงินมากกว่านี้ค่อยสร้างให้หลังใหญ่โตกว่าเจ้าเมืองก็ยังไม่สาย ”


    “ ข้าขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู ถ้าข้าตื่นให้เร็วกว่านี้ตระกูลม่อคง ”


    “ เจ้าดับไฟที่กำลังลุกไหม้จากน้ำมันไม่ได้หรอก ยกเว้นว่าจะมีถังดับเพลิง ”


    “ สิ่งใดคือถังดับเพลิงหรือเจ้าคะ ”แม้จะกำลังเศร้าโศกเสียใจเธอยังคงสงสัยสิ่งที่เรียกว่าถังดับเพลิง


    “ ช่างมันเถอะ ข้าพูดไปเรื่อย รอให้ไฟดับดีกว่า เอาแผลของเจ้ามาให้ข้าดูหน่อย ”


    ยี่ยี่ยื่นมือให้คุณหนู เธอรู้สึกเจ็บในทันทีหลังจากจิตใจสงบลง เธอพึ่งรู้ตัวเช่นกันว่ามือเต็มไปด้วยแผล 


    เสวี่ยหรงนำชุดของเธอออกมาจากช่องเก็บของแล้วฉีกมันให้เป็นแผ่นจากนั้นจึงนำมาพันข้อมือของยี่ยี่เอาไว้แน่น  แม้จะเป็นการพันแผลครั้งแรก เพียงแต่ว่าเธอสามารถทำได้อย่างชำนาญจากสกิลมือประณีต  


    เปลวไฟยังคงโหมกระหน่ำต่อไปท่ามกลางสายตาเสวี่ยหรงและคนจากตรอกซิ่นฮวาที่ไม่คิดจะแยกย้ายไปที่ใด พวกเขาไม่มีที่ไปเช่นเดียวกัน ตรอกซิ่นฮวาไม่ใช่สถานที่ของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว 


    “ ทุกคนคิดจะทำสิ่งใดต่อจากนี้ ”


    สายตาของผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาหันมองมาที่คุณหนูเสวี่ยหรง เสียงที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงแตกของท่อนไม้ถูกไฟเผาเรียกความสนใจของพวกเขาได้เป็นอย่างดี


    “พวกข้าไม่มีที่ไป ”


    “ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าคิดจะสร้างตระกูลม่อขึ้นมาใหม่ ข้ายังไม่มีข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ พวกเจ้าอยากรับใช้ข้าและทำงานให้กับข้าหรือไม่ ข้ายังไม่มีเงินเดือนให้พวกเจ้า แต่ในอนาคตข้าจะจ่ายชดเชยให้พวกเจ้าพร้อมกับจ่ายเงินเดือนให้ทุกๆเดือน ”


    ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาคุกเข่าลงไปทันที แต่ละคนหมอบกราบคุณหนูเสวี่ยหรง ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนชราล้วนแล้วได้รับข้อเสนอเหมือนกันทั้งหมด


    เสวี่ยหรงยิ้มรับด้วยความพอใจ เหตุการณ์ไฟไหม้ในวันนี้ทำให้เธอเสียบ้านไป แต่มันทำให้เธอได้รับสิ่งใหม่ นั่นก็คือคนที่มีความซื่อสัตย์พอจะทำงานร่วมกัน


    “ คุณหนู ข้ามีเรื่องจะสารภาพ ข้าไม่สามารถรับความเมตตาของท่านได้ ”


    ชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืน เขาไม่แม้แต่จะกล้ามองหน้าคุณหนูเสวี่ยหรง เมื่อครู่เข่าคุกเข่าด้วยความดีใจแต่หลังจากนึกบางอย่างได้ เขาไม่แม้แต่จะกล้ายอมรับข้อเสนอ


    “ มีสิ่งใดที่เจ้าอยากจะบอกกับข้ากัน ”


    “ คุณหนูเสวี่ยหรง ข้าเห็นพวกชุดดำวิ่งผ่านหน้าไป ถ้าข้าร้องตะโกนบอกคนที่อยู่ในบ้าน ตระกูลม่อคงไม่เป็นเช่นนี้ ข้าไม่สามารถรับข้อเสนอจากท่านได้ ”


    “ แล้วเหตุใดเจ้าถึงเข้าไปช่วยดับไฟ ”


    “ นั่นเป็นเพราะว่า.. ” เสวี่ยหรงรอคำตอบอีกฝ่ายอ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ยคำพูดออกมา


    “ เจ้าอยากตอบแทนบุญคุณข้า หรือว่าเจ้าละอายใจที่ปล่อยให้ชายชุดดำลอบวางเพลิง ละอายใจที่รับการชำระล้างปราณจากข้าแต่ไม่กล้าแม้กระทั่งจะร้องเตือน เจ้าเป็นแบบใด”


    “ ข้าเป็นทุกอย่าง ข้าละอายใจต่อท่านและข้าอยากตอบแทนบุญคุณของท่านที่ช่วยเหลือข้า ”


    “ ช่างมัน  ใครก็ตามที่วิ่งเข้าไปในกองเพลิงเพื่อช่วยตระกูลม่อ ไม่ว่าเจ้าจะทำไปเพราะละอายหรือทำไปเพราะอยากจะตอบแทนบุญคุณ สำหรับข้า พวกเจ้าคือผู้มีพระคุณทั้งนั้น ไม่ว่าพวกเจ้าจะคิดเช่นไร สุดท้ายข้าก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าพวกเจ้าช่วยตระกูลม่อเอาไว้ เจ้านั่งลงไปเถอะ ข้าวางแผนจะฟื้นฟูตระกูลขึ้นมาใหม่ ยังขาดคนงานและคนรับใช้จำนวนมากที่จะช่วยเหลือข้า เจ้าสามารถทำงานที่ข้ามอบหมายให้ได้หรือไม่ ”


    “ คุณหนู ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน ”


    “ ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน! ” ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาพูดประโยคเดียวกัน จนทำให้ด้านหน้าตระกูลม่อเกิดเสียงดังขึ้นเป็นระลอกผสานไปกับเสียงของเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ


    “ ข้ารับพวกเจ้าแล้ว ต่อจากนี้เราจะเดินไปพร้อมๆกัน มาดูกันว่าตระกูลม่อที่ข้าสร้างจะยิ่งใหญ่เพียงใด ”


    ซินอี๋มองคุณหนูด้วยความภาคภูมิใจ คำพูดเมื่อครู่ราวกับเป็นการประกาศต่อหน้าผู้ล่วงลับของตระกูลม่อ เธอจึงคุกเข่าก้มหน้าคำนับคุณหนูปฎิยานตนว่าจะรับใช้ไปจนตาย ยี่ยี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างก้มหน้าลงเช่นเดียวกัน


    “ มีใครเห็นแม่นมหลิงหรือไม่ ”


    เสวี่ยหรงยังไม่เห็นแม่นมหลิง เธอไม่รู้ว่าแม่นมอยู่ที่ใด หากอยู่ภายในกองเพลิงตอนนี้คงช่วยไม่ทันแล้ว


    “ คุณหนูเจ้าคะ ลุงหานบอกว่าแม่นมหลิงเดินทางไปที่ว่าการเจ้าค่ะ นางไปขอให้คนจากทางการมาช่วยเหลือ ”


    “ แล้วเหตุใดถึงไม่มาพร้อมเจ้าเมืองล่ะ ”


    ซินอี๋เห็นท่าทีของยี่ยี่ เธอเข้าใจได้ในทันทีเลยว่ายี่ยี่ไม่รู้เกี่ยวกับการบริหารเมืองจึงเป็นคนอธิบาย


    “ คุณหนูเจ้าคะ ที่ว่าการแยกการทำงานออกจากจวนเจ้าเมือง หากมีเรื่องร้องทุกข์หรือมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ผู้คนจากที่ว่าการจะเคลื่อนไหว ส่วนท่านเจ้าเมืองมีหน้าที่ดูแลเมืองให้ปลอดภัย ดูท่าเขาจะเคลื่อนไหวเพราะเกิดเพลิงไหม้ ส่วนทำไมคนจากที่ว่าการไม่ปรากฎตัวข้าก็ยังไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ ”


    “ พี่สาวซินอี๋ช่วยไปดูแม่นมหลิงให้หน่อยได้หรือไม่ ” เสวี่ยหรงกลัวว่าแม่นมหลิงจะถูกลอบสังหารระหว่างเดินทาง 


    “ แต่ถ้าข้าออกจากจุดนี้ไปจะไม่มีใครคอยป้องกันคุณหนูนะเจ้าคะ ”


    “ คงไม่มีใครกล้าลงมือสังหารข้าในตอนนี้หรอก พี่สาวซินอี๋ช่วยไปดูแม่นมหลิงหน่อย หากนางยังอยู่ที่ว่าการให้พาตัวกลับมาได้เลย ไม่ต้องให้คนจากทางการมาแล้ว ”


    “ เจ้าค่ะ ”  ซินอี๋ใช้ความเร็วสูงสุดเดินทางไปที่ว่าการ อย่างน้อยถ้าเธอเร็วพอสามารถกลับมาดูแลคุณหนูได้ก่อนจะมีอันตรายเกิดขึ้น


    “ ให้ตายสิ  กดดันกันมากเกินไปแล้ว  ”  เสวี่ยหรงหาที่นั่งมองตระกูลถูกไฟเผาแล้วรอดูข่าวพ่อบ้านหวางจากลุงหานที่เดินทางไปยังโรงหมอ เธอไม่รู้ว่าได้รับการรักษาหรือยัง แม้จะมีสกิลสมุนไพรโดยกำเนิดที่สามารถหยิบจับสมุนไพรรักษาแผลเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง เธอกลับไม่มีสมุนไพรสักต้นจึงช่วยพ่อบ้านหวางไม่ได้


    ยี่ยี่ที่เดินมานั่งใกล้ๆหลับไปแล้วด้วยความเหนื่อย แม้อีกฝ่ายจะพยายามข่มตาไม่ให้ตนเองหลับ ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นจากการตักน้ำไปดับไฟทำให้เธอหลับโดยไม่รู้ตัว  ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาบางส่วนหลับเพราะความเหนื่อยเช่นเดียวกับยี่ยี่ อีกส่วนหนึ่งยังคงลืมตามองดูเปลวไฟจนกว่ามันจะมอดดับลง


    ทันใดนั้นพี่สาวซินอี๋ก็กลับมาถึง ด้านหลังมีแม่นมหลิงกำลังร้องไห้ เสวี่ยหรงรู้ว่าแม่นมคงจะโทษตัวเองเช่นเดียวกับยี่ยี่จึงปลอบสักพักจนอีกฝ่ายหลับไปเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการร้องขอความช่วยเหลือหน้าที่ว่าการ แม้เธอจะยังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมคนจากทางการไม่เดินทางมาก็ตาม เสวี่ยหรงกลับไม่คิดใส่ใจ มันอาจจะเป็นหนึ่งในการร่วมมือกับคนที่ลอบวางเพลิงก็เป็นได้.




    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน