บทที่ 2 เบาะแสทายาทั พาร์ท 3
เมืองหางัเป็อีกเมืองใหญ่ที่อยู่ทางตอนใต้ของทวีปมาโทรเดียมันเป็เมืองที่ใหญ่เป็อันดับสามของทวีปรองจากเมืองเศียรัและเมืองปีกัแต่จุดเด่นที่สำคัญของเมืองแห่งนี้ก็คืออัญมณีต่างๆ
เพราะสายแร่มากมายที่ถูกพบรอบเมืองแห่งนี้ทำให้เมืองแห่งนี้เป็เมืองที่มีเศรษฐกิจและการค้าเป็อันดับหนึ่งและเมื่อมีความแออัดของผู้คน ความเจริญก็ตามมาถึงที่แห่งนี้เช่นกัน
เมืองนี้เป็เมืองที่มีความเจริญเป็รองเพียงเมืองเศียรัเท่านั้นในอาณาจักรมาโทรเดียด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้นอย่างไรก็ตามเมื่อมันเป็เมืองที่มีผู้คนหนาแน่นธุรกิจมืดหลายอย่างได้ดำเนินกิจการภายในเมืองนั่นทำให้เมืองนี้เป็สถานที่ที่ดีที่จะใช้หลบซ่อนหูตาของสมาคมโดยการกลืนหายไปกับฝูงชน และภารกิจที่อาคอนได้รับมอบหมายให้มาทำก็เริ่มต้นด้วยที่เช่นนี้นั่นเอง
“ขอห้องพักเตียงคู่หนึ่งห้องครับ”
“ไม่ค่ะ 2 ห้อง”
ผู้จักการที่กำลังจะลงทะเบียนห้องให้กับหนุ่มสาวคู่นี้ก็ต้องชะงักไปเมื่อทางหญิงสาวเลือกที่จะจองสองห้องแทน
“แฟนข้าเธองอนข้าอยู่น่ะครับยังไงก็ตามหากคุณผู้จัดการจะช่วยเหลือเราเล็กน้อยข้าไม่รังเกียจที่จะจ่ายค่าห้องนอนเตียงคู่หนึ่งห้องให้ท่านในราคาของห้องนอนเตียงคู่สองห้อง”
“ข้าสามารถจ่ายให้ได้สำหรับสี่ห้องเพียงแค่เราต้องแยกห้องนอน”
“ตกลงข้ายอมแพ้เ้าวันนี้”
เป็อาคอนกับลูน่านั่นเองที่สวมบทเป็คู่รักมาที่เมืองแห่งนี้เหตุผลที่เขาต้องปลอมตัวและไม่ติดต่อกับสมาคมนักล่าที่มีสาขาอยู่เมืองแห่งนี้เพราะภารกิจนี้เป็ภารกิจลับสุดยอด
หากให้อธิบายว่ามันลับขนาดไหนก็ต้องพิจารณาถึงสิ่งที่ลูน่ากล่าวว่าแม้ว่าเธอจะเป็นักล่าระดับ S แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่ามันมีภารกิจเช่นนี้อยู่พวกเขาต้องรักษาตัวตนของตนให้ไม่เป็ที่สังเกตและปะปนกับฝูงชนเพื่อตามเบาะแสที่ได้มาจากภารกิจ
“เราทำได้ค่อนข้างดีเลยนะดูเหมือนว่าแม้แต่ผู้จัดการโรงแรมก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าเราเป็คู่รักกันนี่เ้าเล่นสมบทบาทหรือว่าเ้าอยากจะเป็คู่รักกับข้าจริงๆกันแน่..ฮืมม”
“.....................”
หลังจากที่ได้ห้องที่จองในราคาสูงอย่างมากแล้วทั้งคู่ก็เดินมาขึ้นห้องมาด้วยกันเพราะห้องของทั้งคู่นั้นอยู่ในทิศทางเดียวกันอาคอนกล่าวหยอกเย้าเธอเล็กน้อยอย่างไรก็ตามลูน่านั้นหันมาหาเขาและเพียงแค่ทำหน้าบึ้งใส่เท่านั้น
ทั้งคู่เอาของเก็บในห้องของตนจากนั้นก็เดินลงมาด้วยกันที่ล็อบบี้ของโรงแรมเพื่อวางแผนเบาะแสของภารกิจก่อนหน้านี้พวกเขาทำตัวเช่นเดียวกับคนปกติคือพวกเขาแบกของพะรุงพะรังและเข้ามาพักในโรงแรมอย่างไรก็ตามหลังจากที่เดินเข้าห้องพวกเขาก็ไม่ได้เก็บของไว้ในห้องมากมายเท่าใดนักแต่เลือกที่จะใช้กระเป๋าเวทย์เพื่อเก็บของแทนทำให้ดูราวกับว่าพวกเขาเก็บของมากมายไว้ในห้อง เช่นเดียวกับคนปกติ
“เห็นมั้ยเพราะเ้าอวดรวยมากเกินไปเลยมีพวกนิสัยเสียเล็งพวกเราอยู่ตอนนี้” ในตอนนี้มีผู้ชายสามคนที่นั่งอยู่ในล็อบบี้โรงแรมั้แ่ตอนแรกคอยแอบมองพวกเขาอยู่
“ไม่ใช่ว่าเ้าเป็คนเริ่มก่อนเหรอ” ลูน่าหันมามาทำหน้าบึ้งใส่อาคอนอีกครั้ง
“พวกเราดูเหมือนคู่รักทะเลาะกันจริงๆฮ่าๆๆ”
“.................”
แม้ว่าพวกหัวขโมยพวกนี้จะไม่ได้เป็อันตรายสำหรับพวกเขาทั้งคู่ในเวลาปกติอย่างไรก็ตามในเวลานี้พวกเขาปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดหัวขโมยพวกนี้อาจสร้างปัญหาให้กับพวกเขาได้
“เธอออกไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันจัดการกับพวกนี้ให้เองออกไปแบบเชิดๆหน่อยล่ะจะได้ดูเหมือนคู่รักทะเลาะกัน..”อาคอนยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูของลูน่าหลังจากที่เธอได้ยินสิ่งที่อาคอนกล่าวเธอก็หยิบแก้วน้ำจากโต๊ะและสาดใส่หน้าอาคอน และเดินจากไป
‘เธอเล่นสมจริงขึ้นทุกทีแล้วนะ.’อาคอนคิดอยู่ในใจหลังจากที่ลูน่าเดินจากไปใบหน้าของอาคอนก็มืดลงอย่างเห็นได้ชัดและเดินไปหาหัวโขมยที่นั่งจ้องเขามานาน
*15 นาทีผ่านไป*
“ทำอะไรอยู่ทำไมถึงได้มาช้าขนาดนี้”
“จัดการพวกขโมยไง”
ในตอนนี้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในตลาดมืดซึ่งอยู่ทางด้านใต้ของเมืองพวกเขาปิดบังตัวตนด้วยการใส่หน้ากากพร้อมกับสวมชุดคลุมเมื่อเข้ามาที่เช่นนี้เขาเลือกที่จะมาที่นี่เพราะในภารกิจนั้นระบุว่าเบาะแสของทายาทันั้นอาจอยู่ในเหมือง18 ซึ่งเหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะเข้าเมืองก่อนแทนที่จะไปที่เหมืองโดยตรงเนื่องมาจากข้อมูลที่น้อยเกินไปเกี่ยวกับเหมือง18 ที่ว่านี้
ตลาดมืดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกกฎหมายในดินแดนมาโทรอย่างไรก็ตามเป็ที่ทราบกันดีว่าทั้งทางสมาคมและพวกตระกูลใหญ่ต่างทำเป็ไม่สนใจพวกมันแม้จะรู้ว่ามันมีอยู่ในเมืองเศียรัเองก็มีตลาดเช่นนี้อยู่เช่นกัน
พวกเขาเล็งเห็นประโยชน์มากกว่าโทษที่จะให้มันมีอยู่ อย่างไรก็ตามนั่นเป็ในกรณีที่พวกคนที่ใช้บริการไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป
และเหตุผลที่อาคอนเลือกที่จะมาที่นี่ก็เป็เพราะประโยชน์ในการซื้อข้อมูลที่มักจะเข้าถึงยากหรือถูกปิดเป็ความลับ
“ฮึ่มม..”
“เพิ่งจะเคยมาที่แบบนี้งั้นเหรอ”
“ฉันรู้ว่ามันมีที่แบบนี้อยู่แต่มันก็แย่เกินกว่าจะเข้ามาเกลือกกลั้วจริงๆ”สิ่งที่ลูน่าเห็นที่นี่ทำให้เธอรู้สึกแย่เล็กน้อย มีการค้าทาสค้ามนุษย์ รับจ้างฆ่าคนขายอวัยวะ หรือพวกสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ของต้องห้ามเช่น เม็ดยาที่ทำจากไขสมองผู้คนเครื่องจักรที่ทำงานผ่านระบบไหลเวียนเืเช่นมนุษย์โดยมีมนุษย์เป็ๆเป็ส่วนประกอบหลัก
อาคอนโชว์เหรียญบางอย่างให้กับชายคนหนึ่งที่นอนแผ่กับพื้นจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ลุกขึ้นมาเกาะขาของเขาสักพักด้วยสีหน้าวาดกลัวแล้วก็วิ่งหนีไป
อาคอนเดินตามทิศทางที่ชายคนนั้นวิ่งหนีไปและในที่สุดก็พบกับชายในชุดคลุมอาคอนส่งกระดาษและเหรียญทองให้กับชายชุดคลุมและสักพักชายคนนั้นก็ส่งกระดาษให้เขาคืนมา
ทั้งคู่ออกจากตลาดมืดหลังจากนั้นและมุ่งหน้าออกนอกเมืองทันทีทิศทางที่เขามุ่งไปคือทางตะวันตกซึ่งเป็ที่ตั้งของเหมือง 18ดังที่ข้อมูลที่เขาพึ่งจะได้รับมา
“ข้อมูลที่ได้รับมาเป็แบบไหน” ลูน่าถามอาคอน
“ก็ตำแหน่งที่แน่นอนทางเข้าลับ ปริมาณที่ผลิตได้ ปริมาณยามและตำแหน่งต่างๆของยาม”
“ปกติแล้วเหมืองพวกนี้ไม่ได้ขึ้นตรงกับสมาคมนักล่าเหรอ”
“ไม่...เห็นว่าเป็ของพวกสี่ตระกูลใหญ่”
“ก็ไม่ใช่ว่าพวกสี่ตระกูลใหญ่ไม่ใช่เหรอที่ควบคุมและก่อตั้งสมาคมนักล่า?..”
“ใช่..เราถึงได้ต้องทำตัวลับๆล่อๆขนาดนี้ไง”
“กวาดล้างตระกูลัแล้วก็มาร่วมมือกับพวกนี้ พวกเขาคิดอะไรอยู่”
“อาจจะไม่ใช่พวกเขาทั้งหมด..อาจจะเป็ละครน้ำเน่าตบตีแย่งชิงสมบัติกันในตระกูลอะไรทำนองนั้นแหละมั้ง”
“เป็พวกผู้ดีนี่ลำบากซะจริง”
พวกเขาเดินทางมาถึงที่ตั้งของเหมือง18 จากนั้นไม่นาน มีคนเข้าออกเหมืองและยามที่เดินตรวจตราตลอดเวลานั่นทำให้ลูน่าถึงกับต้องขมวดคิ้ว
“เราจะทำไงต่อ??”
“เราคงต้องแกล้งเป็คู่รักที่รักกันอย่างดูดดื่มบางทีเราอาจจะต้องเดินไปและจูบกันอย่างดูดดื่มให้เขาได้เห็น”
“จริงจังซะทีอาคอน”
“ก็แหม..ปกติฉันต้องมาทำภารกิจแบบนี้คนเดียวนี่นะ”
หลังจากพูดเสร็จอาคอนก็เปิดหนังสือเวทย์ของตน เขาพกหนังสือเวทย์สองเล่มเล่มแรกคือเวทย์มนต์แห่งการสร้างโลก อีกเล่มเป็หนังสือเวทย์สีแดง
เขาเปิดหนังสือเวทย์สีแดงไปที่หน้าๆหนึ่งในหน้าหนังสือนั้นเป็รูปอักขระและวงแหวน ตราสัญลักษณ์ต่างๆทับซ้อนกันเขาส่งพลังเวทย์เข้าไปในในตราอักขระดังกล่าว พลังเวทย์ของเขาจัดเรียงเป็รูปแบบเดียวกันกับตราอักขระในหนังสือเวทย์มนจนในที่สุดก็ก่อตัวเป็วงแหวนเวทย์
วงแหวนเวทย์ถูกดึงออกจากหนังสือจากนั้นอาคอนขยายพลังเวทย์มนตร์ของตนวงแหวนเวทย์ดังกล่าวขยายใหญ่ขึ้นเป็ขนาดที่พอให้กับคนคนหนึ่งลอดผ่านได้
เขายกวงแหวนเวทย์ค้างไว้จากนั้นยกคทาเวทย์ด้วยมืออีกข้างและเคาะคทาของตนเข้ากับวงแหวนเวทย์จากนั้นไม่นานวงแหวนเวทย์ของเขาก็แยกออกเป็หลายวงและเขาก็ส่งมันไปประจำที่จุดต่างๆ
“โอ้..ฉันชอบดูมายากล” ลูน่ากล่าวในลักษณะถากถาง
“เรายังต้องแอบเข้าไปอยู่ดีนั่นแหละ”
เนื่องจากข้อมูลที่เขาได้รับมาจากตลาดมืดนั้นเป็มีทั้งทางเข้าลับให้กับเขาทำให้เขาเลือกที่จะเข้าในทิศทางดังกล่าว
“แล้วจะทำมายากลพวกนั้นเพื่ออะไร”
อาคอนไม่ได้ตอบคำถามของเธอและมุ่งหน้าเข้าไปในทิศทางที่มีทางเข้าลับแทนด้านในนั้นดูเป็เหมืองธรรมดาที่มีทิศทางให้เดินแยกมากมายตามสายแร่ที่ค้นพบ
ตามข้อมูลที่อาคอนซื้อมามีทิศทางไม่กี่แห่งที่ผู้คนนั้นไม่ค่อยได้สัญจรอย่างไรก็ตามหากคิดในแง่หนึ่งอาจจะสามารถเดาได้ว่าเป็ทิศทางที่มีสายแร่น้อยและแร่ที่อยู่ปลายทางเดินดังกล่าวอาจจะหมดแล้ว
อาคอนเลือกหนึ่งในเส้นทางที่มีลักษณะดังกล่าวมีแสงจากตะเกียงที่แขวนอยู่ตามผนังของเหมือง อย่างไรก็ตาม หมอกที่ไม่รู้ปรากฏมาจากที่ใดก็ปกคลุมการเคลื่อนไหวของพวกเขาจนทำให้ยากที่จะสังเกตเห็น
“ทำไมถึงรู้ว่าจะเลือกเส้นทางไหน”
“เงียบซะมีคำถามอะไรค่อยเก็บไว้ไปถามตอนเสร็จภารกิจ ตอนนี้แค่ตามมา”
“......”
ลูน่าพยักหน้าเป็การรับทราบอาคอนเริ่มจริงจังขึ้นและรัศมีที่ดูอันตรายแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจนจนทำให้ลูน่าขนลุกซู่
ความจริงที่อาคอนเลือกเส้นทางนี้เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมาจากตลาดมืด สำหรับเส้นทางนี้นั้นแม้ว่าจะมีผู้คนผ่านเข้ามาน้อยแต่กลับมีผู้คนผ่านเข้ามาอย่างสม่ำเสมอผิดกับในเส้นทางอื่นที่นานๆครั้งจะมีมาซ่อมแซมเส้นทางเป็พักๆ
เมื่อเดินเข้ามาในเส้นทางดังกล่าวเขาก็ยิ่งมั่นใจขึ้นจากแสงตะเกียงที่ยังคงสว่างไสวอยู่ตลอดเวลามันไม่มีความจำเป็ใดๆที่คุณจะต้องวางตะเกียงน้ำมันให้สิ้นเปลืองกับเส้นทางที่ไม่ได้ใช้งานนั่นคือสิ่งที่อาคอนคิด
สักพักพวกเขาก็เดินมาถึงโถงใหญ่ซึ่งมันเป็สิ่งที่ผิดคาดอย่างยิ่งสำหรับเหมืองมีอุปกรณ์และข้าวของต่างๆมากมายถูกจัดไว้อย่างพิถีพิถันและมียามคอยเฝ้าอย่างแ่า
ทั้งคูสังหารยามทันทีที่ได้พบเพราะมันไม่ใช่เื่ปกติที่จะมีโถงใหญ่เช่นนี้และพวกเขามั่นใจว่าพวกเขามาถูกทางจึงไม่ได้กังวลว่าจะสังหารผู้บริสุทธิ์
อาคอนส่งสัญญาณมือชี้ให้ลูน่านำเข้าไปสำรวจที่ห้องทางฝั่งซ้ายและเขาเข้าไปสำรวจที่ทางฝั่งขวาและเมื่อลูน่าเปิดประตูห้องดังกล่าว เธอก็ได้เจอกับโถงใหญ่อีกแห่งที่มีหลอดแก้วทดลองขนาดใหญ่มากมายจัดตั้งอยู่
สำหรับอาคอนเมื่อสำรวจแล้วไม่เจออะไรมากมายในอีกด้านหนึ่งเขาก็มาสมทบกับลูน่าทันที
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” ลูน่าถามอาคอนทันทีที่อาคอนมายืนข้างเธอ เธอไม่ได้สนใจว่าจะถูกตรวจพบแต่อย่างใดเพราะมันเป็ไปไม่ได้ที่เธอจะไม่ถูกตรวจพบหลังจากเปิดประตูเข้ามา หากมีคนอยู่ข้างในนี้
“งานทดลองสร้างกองทหารของทายาทัดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะถูกหลอกให้มาเป็เหยื่อทดลอง นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมจึงมีคนเข้ามาที่นี่อย่างสม่ำเสมอ”
“แล้วเราควรจะทำยังไง”
“ทำลายทิ้ง..”
ลูน่าพยักหน้ารับจากนั้นเธอก็ตั้งท่าที่จะทำลาย อย่างไรก็ตามหลอดแก้วทุกใบก็แตกก่อนที่เธอจะได้แตะต้องตัวทดลองด้านในหลอดทุกใบก็คืบคลานออกมาด้านนอกและส่งเสียงขู่คำรามมาที่พวกเธอ
ก่อนที่เธอจะได้รู้สึกตัวอาคอนก็ร่ายเวทย์มนตร์สี่ห้าบทใส่ตัวเธอ
‘ เวทย์เสริมพลัง?’หลังจากที่เธอตรวจสอบเวทย์มนตร์ที่ตนได้รับ เธอก็รู้สึกได้ว่าเวทย์ที่อาคอนร่ายให้เธอนั้นเป็เวทย์เสริมพลังบทแรกและบทที่สองนั้น เป็เวทย์เสริมความเร็วและเสริมความแข็งแกร่งบทที่สามเป็เวทย์เสริมความต้านทานพิษ และอีกสองบทเป็เวทย์เสริมพลังธาตุน้ำและไฟฟ้า
เธอค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อยที่อาคอนสามรถมองออกว่าเธอนั้นใช้ธาตุอะไรและเสริมสร้างเวทย์มนตร์ธาตุได้อย่างตรงจุดแม้ไม่อยากจะยอมรับแต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเธอมาก
“ไม่จำเป็ต้องร่ายเวทย์เสริมพลังก็ได้ยังไงข้าก็จัดการพวกนี้ได้อยู่แล้ว”
“มีเหตุการณ์บางอย่างก่อนหน้านี้ทำให้ข้าต้องใช้พลังไปมหาศาลและพลังของข้ายังไม่ได้ฟื้นคืนอย่างเต็มที่ ..เธอจะต้องสู้กับเ้าพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวเอง..”
“ข้าถึงได้มีโอกาสมาทำงานนี้สินะ”
“...................โฟกัสที่การต่อสู้มันจะไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด”
ระหว่างที่พูดคุยกันพวกเขาทั้งคู่ก็ถอยกลับมาที่บริเวณทางเดินของเหมืองและตั้งท่าที่จะสู้อยู่ตรงจุดนั้น