บทที่ 47 เรือนกระจกไออุ่นตัณหา
สายฝนยามค่ำคืนยังคงโหมกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้าจะถล่มทลาย ลมพายุหมุนกรรโชกแรงพัดหวีดหวิวผ่านแมกไม้และทิวไผ่รอบฟาร์มเกษตรกรรมชานเมืองปักกิ่ง เสียงเม็ดฝนขนาดใหญ่ตกกระทบกับหลังคากระจกใสของเรือนเพาะชำต้นไม้ดังก้องระรัวประหนึ่งเสียงกลองศึก แสงอัสนีบาตฟาดแลบปลาบผ่านก้อนเมฆทมิฬเป็นระยะ ๆ สาดแสงสีขาววับวับเข้ามาภายในเรือนกระจก เผยให้เห็นเงาร่างของคนสองคนท่ามกลางความมืดสลัวและไอน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่บนกระจกทุกบาน
กวนเยว่ คุณหนูไฮโซทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ผู้มีใบหน้าสวยเฉี่ยวหมดจดและทรวดทรงอวบอัดสะคราญตา ยืนกอดอกแน่นอยู่มุมหนึ่งของเรือนกระจก ริมฝีปากอิ่มสีชาดเม้มเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด เธอสวมชุดทำงานหรูหรา เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวราคาแพงขับผิวเนียนละเอียดให้ผุดผ่อง แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ ดวงตาคู่สวยก็ยังคงทอประกายเย่อหยิ่งและดื้อรั้นตามสไตล์ลูกคุณหนูผู้ไม่เคยต้องเผชิญความลำบาก
"นี่หลิวหยาง! เมื่อไหร่ไฟจะมาฮะ? ฉันติดอยู่ในเรือนกระจกบ้าๆ นี่มาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณเลย!" กวนเยว่ตวาดแหวใส่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำที่ยืนอยู่ไม่ไกล
หลิวหยาง ผู้จัดการฟาร์มหนุ่มร่างยักษ์มาดดิบเถื่อน วัยสามสิบปี ผู้สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดงดำปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างสีคร้ามแดดและกล้ามเนื้อแน่นตึง หันมามองคุณหนูจอมเรื่องมากด้วยสายตาเรียบเฉย เขากำลังพยายามดึงประตูบานเลื่อนเหล็กหนาที่เป็นระบบดิจิทัลล็อก ทว่ามันกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยเนื่องจากกระแสไฟฟ้าหลักของฟาร์มถูกตัดขาดจากพายุฝน
"ไฟฟ้าดับทั้งระบบครับคุณหนู ประตูนี้เป็นระบบดิจิทัลล็อกที่เชื่อมกับไฟฟ้าสำรอง แต่สงสัยกลไกจะขัดข้องเพราะโดนฟ้าผ่าแถวหม้อแปลงภายนอก ตอนนี้ต่อให้ใช้แรงดึงแค่ไหนก็เปิดไม่ได้ จนกว่าระบบจะรีเซ็ตตัว" หลิวหยางตอบเสียงทุ้มต่ำดุดันตามบุคลิกดิบ ๆ ของเขา
"อะไรนะ! หมายความว่าฉันต้องนอนค้างในนี้กับนายงั้นเหรอ? ไม่มีทาง! หาทางพังประตูเข้าไปสิ นายเป็นช่างเครื่องไม่ใช่หรือไง!" กวนเยว่แผดเสียงอย่างเอาแต่ใจ ทว่าร่างกายของเธอกลับเริ่มสั่นระริกช้าๆ เพราะกระแสลมเย็นเหน็บหนาวที่เล็ดลอดผ่านรอยต่อของกระจกประกอบกับอากาศที่ลดฮวบลงกะทันหันยามค่ำคืน
สิ่งที่คนทั้งสองไม่รู้เลยก็คือ เบื้องหลังของประตูล็อกตายและการขัดข้องของระบบระบายอากาศทั้งหมดนี้ เกิดจากการทำงานของแอปพลิเคชันบนหน้าจอมือถือของซีซีที่นอนอ่อนแรงอยู่ในบ้านไร่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ซีซีโคจรพลังแฮกข้อมูลระบบอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อล็อกกักขังเหยื่อทั้งสองให้อยู่ใน "กรงขังราคะ" ส่วนตัว
ภายในเรือนกระจกเพาะชำที่ปิดตาย อากาศเริ่มนิ่งสนิท ทว่ากลับมีความชื้นและอุณหภูมิที่ร้อนรุ่มแปลกประหลาดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นช้าๆ ช่องระบายลมขนาดเล็กด้านบนเริ่มปล่อยละอองฟีโรโมนราคะสีชมพูอ่อนจางที่ระเหยตัวส่งกลิ่นหอมละมุน กลิ่นดอกท้อป่าเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นไม้กฤษณาตัณหาที่หอมอบอวลลึกซึ้ง กลิ่นหอมนี้แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทและระบบหายใจของหลิวหยางและกวนเยว่ในทุกวินาที บิดเบือนสติสัมปชัญญะและกระตุ้นเร้าสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นตัวขึ้นมาทีละน้อยอย่างบ้าคลั่ง
"หนาว..." กวนเยว่ครางแผ่ว สองมือบางลูบแขนตัวเองเบาๆ ผิวเนื้อละเอียดเนียนเริ่มขึ้นขนลุกชันเพราะลมหนาวภายนอกที่ปะทะหน้าต่างกระจก ทว่าลึกลงไปใต้ท้องน้อยกลับร้อนรุ่มและปั่นป่วนด้วยความรู้สึกประหลาด ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดพร่าเลือน ดวงตากลมหงส์ปรือฉ่ำวาวขึ้นเรื่อยๆ
หลิวหยางมองร่างอวบอัดที่สั่นเทาของคุณหนูสาว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มข้นแฝงตัณหาดิบเถื่อนอย่างปิดไม่มิด กลิ่นอายฟีโรโมนของแอปปลุกเร้าอารมณ์ความใคร่ในฐานะชายหนุ่มร่างกำยำผู้หิวกระหายจนทอนเนื้อส่วนล่างใต้กางเกงยีนส์เริ่มแข็งตึงขยายตัวจนอึดอัด ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าหาหญิงสาวอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคงดุจพญาเสือขยับเข้าหาเหยื่อ
"ถ้าหนาว... ก็เข้ามานี่สิครับคุณหนู ตัวคุณจะแข็งตายก่อน" หลิวหยางเอ่ย น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นพร่าเล็กน้อย
"มะ... ไม่ต้องเข้ามานะ! อย่ามาจับตัวชั้น..." กวนเยว่พยายามจะเบี่ยงตัวหลบและยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ ทว่าปลายนิ้วบางที่แตะลงบนผิวเนื้อร้อนผ่าวและมัดกล้ามแกร่งของหลิวหยางกลับทำให้เธอรู้สึกสะท้านวาบดั่งกระแสไฟช็อต ความดื้อรั้นเย่อหยิ่งที่มีอยู่พังทลายลงในพริบตาเมื่อผิวเนื้อสัมผัสกัน
หลิวหยางไม่ฟังคำทัดทาน เขาเอื้อมมือใหญ่แกร่งหยาบกร้านตามประสาคนทำงานหนักรวบจับเอวคอดกิ่วของกวนเยว่ดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างอวบอัดนุ่มละมุนของเธอเบียดกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างแนบชิด กวนเยว่สะดุ้งเฮือกทว่าไม่สามารถต้านทานแรงมหาศาลของเขาได้ ความอบอุ่นจากร่างกายหนุ่มฉกรรจ์ที่แผ่ออกมาทำให้เธอรู้สึกสบายและเสียวซ่านในคราเดียวกัน
"หลิวหยาง... ปล่อยนะ... มันร้อน..." กวนเยว่ครางเสียงหวาน ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอเป่ารดซอกคอของชายหนุ่ม กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นปะปนกับไอฟีโรโมนราคะบดขยี้สติของหลิวหยางให้เตลิดเปิดเปิง
ชายหนุ่มครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้บั้นท้ายกลมกลึงงอนงามบดเบียดเข้าหาหน้าขาของเขาเพื่อสัมผัสความคับแน่นของแก่นกายท่อนเอ็นยักษ์ใหญ่ยาวที่บัดนี้แข็งปั๋งดุจท่อนเหล็กดันกางเกงยีนส์จนปูดโปน กวนเยว่สะท้านเยือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความเป็นชายอันยิ่งใหญ่ของเขาที่บดเบียดอยู่ตรงหน้าขา ร่องรักของเธอเริ่มหลั่งไหลหลั่งน้ำหวานเปียกแฉะชื้นชโลมกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋ว
"ร้อนเหรอครับ? แต่ตัวคุณหนูสั่นไปหมดแล้วนะ" หลิวหยางกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะลงมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตของเขาออกจนหมดแล้วถอดมันโยนทิ้งไปบนโต๊ะเพาะปลูกไม้กว้างขวางด้านหลัง เผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามงามสง่าและผิวสีทองคร้ามแดดที่มีหยาดเหงื่อซึมไหลตามร่องกล้ามท้อง
กวนเยว่จดจ้องมองเรือนร่างแกร่งของเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างหยาดเยิ้ม ลำคอระหงแห้งผาก ชายดิบเถื่อนตรงหน้าที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็นเพียงคนเฝ้าสวน บัดนี้กลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจและน่าเกรงขามจนเธออยากจะถูกโอบกอดและกลืนกิน หลิวหยางใช้นิ้วหนาปัดผ่านกระดุมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวของกวนเยว่ทีละเม็ดอย่างเชี่ยวช้าทว่าดุดัน กระดุมเม็ดแล้วเม็ดเล่าหลุดออกจากรังดุมจนเสื้อแยกออก เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องนวลเนียนอวบอัดล้นทะลักคัพใหญ่อยู่ภายใต้บราลูกไม้สีดำสนิทแสนเซ็กซี่ ยอดอกคัดตึงดันเบียดผ้าลูกไม้จนแข็งเป็นไตชูชันท้าลมหนาว
"อ๊ะ... หลิวหยาง... อย่ามองนะ..." กวนเยว่เอ่ยปากท้วงอย่างขัดเขิน แต่ร่างกายกลับแอ่นชูยอดปทุมถันเข้าหาปลายนิ้วร้อนของเขาโดยสัญชาตญาณ
หลิวหยางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือหนาร้อนระอุเอื้อมมากอบกุมเต้าทรวงอวบอิ่มทั้งสองข้างไว้เต็มฝ่ามือ บีบเค้นนวดเฟ้นความอ่อนนุ่มหยุ่นมืออย่างหนักหน่วงและรุนแรงจนเนื้อนุ่มปลิ้นทะลักออกตามง่ามนิ้วของเขา ชายหนุ่มก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ตวัดลิ้นร้อนสากโลมเลียผิวเนื้อหอมหวานและขบเม้มทิ้งรอยรักสีแดงระเรื่อไว้หลายจุด สร้างความกระสันสยิวให้กวนเยว่จนบิดส่ายสะโพกแอ่นรับน้ำหนักตัวของเขา สองปากครางครวญเสียงหวานก้องระงมสอดรับกับเสียงสายฝนที่สาดซัดหน้าต่างกระจกใสรอบตัว
ในขณะเดียวกัน ณ บ้านไร่ริมสวนเพาะชำ ซีซีที่นอนราบอยู่บนฟูกนอนสะดุ้งตัวโยน ลมหายใจกระหืดกระหอบถี่กระชั้น สองขาเรียวสวยยาวของเธอบิดไขว้เกร็งเสียดสีกันไปมาจนชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานใสที่ทะลักไหลเลอะต้นขาด้านใน ระบบประสาทส่วนล่างของเธอเชื่อมต่อกับสัมผัสบีบเค้นเต้าทรวงของคุณหนูกวนเยว่อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ หน้าอกอวบอิ่มของซีซีเองก็คัดตึงสั่นสะท้านบิดส่ายสะโพกวนบนผ้าปูที่นอนยับย่น รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏบนแก้มใสแดงก่ำของซีซีเมื่อหน้าจอมือถือแสดงยอดแต้ม LP พุ่งกระพริบขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[ติ๊ง! ตรวจพบกระแสราคะตึงตัวขั้นรุนแรงในพื้นที่ล็อกเรือนกระจก!]
[LP +200]
[LP +400]
[แต้มสะสมปัจจุบัน: 23,600 LP]
[พลังชีวิตคืนสภาพ: ลมปราณเย็นสะสมในทวารหลักสลายตัว 60%]
ซีซีครางเสียงพร่าหวานบิดเอวร่อนสะโพกวน "อ๊อยยย... ดีเหลือเกิน... หลิวหยาง แข็งแกร่งสมเป็นชายป่าดิบ... ขยี้หน้าอกเธอแรง ๆ อีกสิ... เสียวหน้าอกเหลือเกิน..." เธอส่งจิตสั่งการผ่านแอปกระตุ้นอารมณ์ใคร่ในเรือนกระจกให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
กลับมาที่เรือนกระจกเพาะชำ หลิวหยางช้อนตัวอุ้มร่างอวบอัดของคุณหนูสาวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเพาะปลูกไม้ตัวยาวที่เต็มไปด้วยเศษดินและใบไม้แห้ง กวนเยว่เอนกายพิงกองกระสอบดินและปุ๋ยอินทรีย์อย่างหมดทางสู้ สองขาเรียวขาวสะอาดสะอ้านอ้าออกกว้างโดยสัญชาตญาณเพื่อให้สะโพกสอบของชายหนุ่มขยับเบียดแทรกเข้ามาระหว่างกลางได้สะดวกรวมทั้งมือเรียวสวยของกวนเยว่เอื้อมลงต่ำอย่างสั่นเทา ปลายนิ้วสัมผัสเป้ากางเกงยีนส์ของหลิวหยางก่อนจะเลื่อนรูดซิปปลดปล่อยแก่นกายท่อนเอ็นยักษ์ใหญ่ยาวที่มีคราบน้ำใสเปียกชุ่มเยิ้มตรงหัวบานอุ่นร้อนผงาดตัวชูชันแข็งแกร่งท้าสายตาในความมืดสลัว
"หลิวหยาง... มันใหญ่ขนาดนี้... ฉันจะรับไหวเหรอ..." กวนเยว่พึมพำเสียงพร่า แววตาพราวระยับแฝงความหวาดเสียวและความกระสันอยากที่จะถูกเติมเต็มอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปในคืนพายุคลั่งนี้
---