ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 280 ชายคนนั้นหายไปไหน

“ระดับสี่ทั้งหมดอีกแล้วหรือ?”
“พวกเขาดูแตกต่าง... เหมือนมีบางอย่างที่มากกว่าพลังธรรมดา”

บนอัฒจันทร์ระดับสูง หัวหน้านักบวชชายและหญิง นั่งอยู่ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดวงตาอันแหลมคมของพวกเขาจับจ้องไปยังสนามเบื้องล่าง หัวหน้านักบวชหญิงเธอยกยิ้มบางเบา

“เด็กเหล่านี้จะเป็นตัวแทนแห่งแสงสว่างที่แท้จริงดูสิว่าพวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์อะไรได้บ้าง”

รองผู้อำนวยการของสถานศึกษากลาง ที่นั่งข้างๆ กันหันมามอง พร้อมรอยยิ้มที่ยากจะปิดบัง

“ดูเหมือนการแข่งขันครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่าที่คาดคิดไว้เสียแล้ว”

ในสนาม ตัวแทนจากสถานศึกษาต่างๆต่างจับจ้องไปยังเยาวชนทั้งห้าจากสถานแสงสว่างและพระวิหารแสงอาทิตย์ความสงบในออร่าของพวกเขาแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้หลายคนรู้สึกถึงความแตกต่างที่ยากจะอธิบาย

ชายหนุ่มจากฝั่งเหนือ พึมพำเสียงต่ำขณะมองพวกเขา “เด็กจากพระวิหารแสงอาทิตย์งั้นหรือ? น่าสนใจ ข้าอยากลองวัดพลังกับพวกเขาสักครั้ง!”

การแข่งขันที่เคยคาดว่าจะตื่นเต้นอยู่แล้วพลันเพิ่มความคาดหวังและความร้อนแรงขึ้นอีกหลายเท่าทั่วทั้งสนามเต็มไปด้วยความรู้สึกหวังใจและลุ้นระทึก

บรรยากาศในสนามประลองเต็มไปด้วยแรงกดดันจากเยาวชนอัจฉริยะที่ยืนเรียงรายอยู่ในกลุ่มของแต่ละสถาบันตัวแทนจากทั้งสี่ทิศต่างส่งสายตาประเมินไปยังคู่แข่งรอบสนามราวกับกำลังวางแผนกลยุทธ์ล่วงหน้าสำหรับศึกครั้งนี้

แต่ทุกสายตาเหมือนจะเหลียวมองไปทางสถานศึกษาเวสเทิรน์ที่ในครั้งนี้มีตัวแทนเพียง 19 คนเท่านั้นต่างจากสถานศึกษาอื่นที่ส่งมาเต็ม 20 คน

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าคือ ทุกสายตาจากกลุ่มต่างๆกลับไม่ได้จับจ้องไปที่หม่าเหลี่ยง ชายหนุ่มผมแดงอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวของเวสเทิรน์ที่อยู่ในระดับพลังเทียบเท่าตัวแทนชั้นนำอื่นๆ

เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นในกลุ่มผู้ชมที่อยู่ในสนาม
“ชายหนุ่มคนนั้นหายไปไหน?”
“ใช่...คนที่เขาลือกันว่าเหนือกว่าหม่าเหลี่ยงเสียอีกทำไมเขาไม่อยู่ที่นี่?”

ชายคนหนึ่งตัวแทนจากสถานศึกษาเหนือ ยืนกอดอกอยู่ในกลุ่มของตนดวงตาคมกริบของเขาสอดส่องไปยังกลุ่มเวสเทิรน์ ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ส่ง ‘เขา’ มา... หรือยังไงกันแน่?”

ชายร่างใหญ่จากสถานศึกษาใต้ กลับมีสีหน้าจริงจังเขากล่าวเบาๆ กับผู้ติดตามข้างกาย

“ชายหนุ่มที่เขาว่าเป็นตำนาน...หรือว่าจะไม่มาปรากฏตัวในการแข่งขันครั้งนี้?”

ส่วนตัวแทนจากสถานศึกษาตะวันออก ประธานนักศึกษาจินยี้หญิงสาวรูปร่างเล็กผมสั้นที่เต็มไปด้วยความมั่นใจกลับหัวเราะเบาๆพลางพูดกับตัวแทนข้างกาย

“เจ้านั่น....ทำอะไรอยู่นะหรือกลัวข้าจนไม่กล้ามา!”

 

หม่าเหลี่ยง และตัวแทนจากฝั่งตะวันตกที่รับรู้ได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาทางพวกเขาแสดงสีหน้าบอกไม่ถูกเล็กน้อย

แต่ในใจพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงชายหนุ่มที่คนทั้งสนามกำลังพูดถึงชายหนุ่มที่ถูกกล่าวขานว่าสร้างปาฏิหาริย์ครั้งแล้วครั้งเล่าและมีความสามารถแข็งแกร่งจนเกินกว่าจะวัดระดับได้

 

สนามประลองที่เคยเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบและการประเมินคู่แข่งกลับกลายเป็นความสงสัยที่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ
“ชายหนุ่มแห่งเวสเทิรน์ผู้นั้น เขาอยู่ที่ไหนกันแน่?”

เป็นคำถามในหัวของหลายคนยังคงวนเวียนอยู่กับคำถามนี้

บรรยากาศของกลุ่มตัวแทนจากสถานศึกษาเวสเทิรน์เงียบสงบแต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทุกคนในกลุ่มต่างอยู่ในชุดเครื่องแบบสีฟ้าที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของฝั่งตะวันตกมีแววของความมั่นใจในสายตา แม้จะมีสมาชิกน้อยกว่ากลุ่มอื่น แต่ทุกคนที่ยืนอยู่ในกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือ

หม่าเหลี่ยง ชายหนุ่มผมแดงยืนอยู่ด้านหน้าอย่างมั่นคง ดวงตาของเขานิ่งสงบเหมือนผืนน้ำลึกที่ไม่มีคลื่นไหวแม้จะรับรู้ได้ว่าหลายสายตากำลังจับจ้องมายังกลุ่มของเขาแต่หม่าเหลี่ยงกลับไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เขาคือเหมือนหอกล้ำค่าแห่งเวสเทิรน์ในครั้งนี้พลังระดับ 4ของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีถึงความสามารถ

เคียงข้างหม่าเหลี่ยงคือ เอโรซ่า หญิงสาวผมทองผู้สง่างามแห่งตระกูลเอโร้นางคือประธานนักศึกษาที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจมากที่สุดในสถานศึกษาดวงตาคมกริบและใบหน้าที่แฝงไปด้วยความเคร่งขรึมของนางส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าเกรงขามแม้ว่านางจะไม่ได้กล่าวอะไรแต่การยืนเคียงข้างหม่าเหลี่ยงก็เพียงพอที่จะประกาศความแข็งแกร่งของกลุ่มได้

ตามุส ที่มีท่าทีผ่อนคลาย แต่ในความสบายๆนั้นกลับซ่อนพลังอันน่ากลัว

ด้านหลังของพวกเขา สองพี่น้องเก็กโคและเก็กคู ยืนอยู่ในเงามืดรอยยิ้มสะใจเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ พี่ชาย เก็กคู มีร่างสูงใหญ่และดูดุดันส่วน เก็กโคน้องชายมีรูปร่างเล็กกว่าแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ทั้งสองต่างสะใจที่ชายหนุ่มซึ่งพวกเขาเกลียดชังที่สุดไม่ได้ปรากฏตัวในการแข่งขันครั้งนี้

เก็กโคพึมพำเสียงเบาให้ได้ยินกันเฉพาะในกลุ่ม

“นาฟมันไม่กล้ามาแสดงตัวด้วยซ้ำ สงสัยมันจะรู้ตัวแล้วว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการแข่งขันได้”

เก็กคูหัวเราะเบาๆ และกล่าวเสริม

“หึ...สุดท้ายก็ไม่ได้มีค่ามากกว่าคำลือ”

คำพูดของสองพี่น้องทำให้ตามุสเหลือบมองพวกเขาเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

เอโรซ่ายังคงยืนอย่างสงบ เขามองไปรอบสนามก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น

“เรามีเพียง 19 คน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะอ่อนแอกว่าผู้ใด”

คำพูดนั้นสร้างความฮึกเหิมให้กับกลุ่ม แต่ในใจของนางเขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงชายหนุ่มที่ยังตราตึงใจของนาง "เจ้าจะมาหรือไม่...นาฟ?"