(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 94 ร่างกายเทพเผาผลาญ ทันย่าคำรามก้องฟ้า

            แบคโฮที่ยืนอยู่ห่างออกไป ตลอดเวลาตัวของเขามองดูการต่อสู้ระหว่างทันย่ากับชิงหลงและฮยุนมูด้วยสายตานิ่งสงบ


            เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าต้องการเข้าร่วมการต่อสู้อย่างเปิดเผย แต่ในใจของเขากำลังวิเคราะห์การต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายถูกบันทึกไว้ในจิตสำนึกของเขา


            แม้แบคโฮจะไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนชิงหลงหรือตัวของฮยุนมู แต่พลังของเขากลับไม่ได้น้อยไปกว่าพวกเขาเลย


            “ถึงเวลาของข้าแล้วสินะ... ”


            แบคโฮเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่เขาเริ่มปลดปล่อยพลังจิตที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างออกมา พลังจิตที่ก่อตัวขึ้นรอบตัวของเขาเริ่มสั่นสะเทือนบรรยากาศรอบๆ จนทำให้พื้นที่รอบข้างเกิดการบิดเบือนขึ้น


            แบคโฮไม่ใช่นักสู้พันธุกรรมธรรมดาทั่วๆไป แต่เขาเป็นผู้ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งระดับสูงสุด


            เขาเชี่ยวชาญในการควบคุมจิตและสามารถผสานพลังเข้ากับการโจมตีทางกายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลังจิตของแบคโฮไม่ได้เป็นเพียงแค่การโจมตีในรูปแบบพลังงานบริสุทธิ์


            แต่มันถูกควบคุมด้วยความละเอียดอ่อนและแม่นยำจนสามารถผสานเข้ากับอาวุธที่ทรงพลังได้


            แบคโฮเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ และในทันใดนั้นเอง กรงจักรสีแดงชาดทั้งสองอันก็ปรากฏขึ้นกลางห้วงอากาศ


            สองกรงจักรนั้นลอยวนรอบตัวของชายชรา เส้นแสงสีขาวเงินเริ่มหมุนวนและส่องประกาย ทำให้บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยความกดดัน


            “ข้าจะเพิ่มแรงกดดันให้เอง ท่านทันย่า”


            แบคโฮพูดออกมาเบาๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเขียวมรกต ขณะที่เขาเตรียมเข้าร่วมในการโจมตี การเคลื่อนไหวของแบคโฮนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลัง กรงจักรสองอันที่เขาปลดปล่อยออกมาถูกควบคุมด้วยพลังจิตที่แสนละเอียดอ่อน


            พลังของกรงจักรเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความเร็วหรือความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่มันผสานเข้ากับพลังจิตที่ทำให้การโจมตีของเขาแหลมคมยิ่งขึ้น ทุกการหมุนของกรงจักรนั้นสามารถทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย


            ชิงหลงและฮยุนมูที่กำลังต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับทันย่าในเวลานั้นเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากแบคโฮ


            พวกเขามองไปที่แบคโฮพร้อมกับความรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น


            ทั้งสองรู้ดีว่าการที่แบคโฮปลดปล่อยพลังจิตของเขาออกมาแบบนี้ หมายความว่าการต่อสู้กำลังเข้าสู่ระดับที่อันตรายยิ่งขึ้น


            “ดี... รวมพลังกัน!”


            ชิงหลงกล่าวขึ้นในขณะที่เขามองแบคโฮด้วยแววตาอันส่องประกาย


            “ผมเข้าใจเจตนาของคุณแล้ว หากเราทั้งสามไม่ประสานกัน มันคงยากที่จะล้มท่านทันย่า!”


            ฮยุนมูเองก็พูดเสริมด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ


            ทันใดนั้นกรงจักรขนาดทั้งสองอันก็เริ่มหมุนเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พลังจิตที่ไหลเวียนอยู่รอบๆพวกมัน ก่อให้เกิดแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัว


            ดวงตาของทันย่าในร่างเบฮีมอทเปล่งประกายเจิดจ้า เขารู้สึกถึงพลังทำลายล้างที่พุ่งเข้ามาจากกรงจักรทั้งสองข้าง แต่เขาไม่แสดงท่าทีหวาดหวั่น กลับมองมันด้วยสายตาเย็นชา


            “คิดว่าฉันจะถูกโค่นลงด้วยพลังนี้หรือ?”


            ทันย่าปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง เกล็ดสีดำบนร่างของเขาเริ่มเปล่งประกาย ปีกใหญ่ของเขากางออกพร้อมกับเสียงคำรามที่ดังสนั่น พลังของเขาไม่ได้เพียงแค่เพิ่มขึ้น แต่มันแผ่ขยายไปทั่วทั้งพื้นที่เหมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดโหมกระหน่ำ


            แบคโฮที่ควบคุมกรงจักรทั้งสองอยู่ก็ยกมือขึ้นและชี้ไปที่ทันย่า กรงจักรทั้งสองหมุนตัวเร็วขึ้น พลังจิตที่คุมอยู่รอบๆพวกมันเพิ่มความรุนแรง


            ในที่สุดกรงจักรทั้งสองก็พุ่งตรงเข้าหาทันย่าด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทันย่าไม่ขยับตัว เขาเลือกใช้พลังและความแข็งแกร่งร่างกายของตนเองเป็นเกราะป้องกัน


            ดวงตาสีแดงฉานของเขาจับจ้องไปที่กรงจักรที่พุ่งเข้ามาใกล้ทุกที เขาไม่ยกปีกหรือใช้การป้องกันจากพลังพิเศษของเขา แต่กลับเปิดใช้กรงเล็บของเบฮีมอทที่ทรงพลังที่สุด


            “ถ้าคิดว่าพลังเพียงแค่นี้จะทำลายฉันได้ ฉันจะทำให้พวกคุณเห็นเองว่าเบฮีมอทคืออะไร!”


            ทันย่าคำรามด้วยความโกรธ


            “กรงเล็บปีกสบั้นตัดผ่านดวงดาว!”


            ก่อนที่เขาจะพุ่งกรงเล็บขนาดมหึมาออกไปเพื่อปะทะกับกรงจักรที่หมุนอยู่


            “เปรี๊ยง!”


            การปะทะกันของกรงเล็บกับกรงจักรที่ถูกสร้างจากพลังจิตนั้นสร้างเสียงระเบิดดังสนั่น แรงปะทะนั้นรุนแรงจนพื้นที่รอบๆสั่นสะเทือน


            เกล็ดบนกรงเล็บของทันย่าถูกกระแทกด้วยพลังจิต แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเบฮีมอท เขากลับไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว


            “โฮกกกกกกกกกกกกก!”


            ทันย่าใช้พลังทั้งหมดที่มีในกรงเล็บของเขา ก่อนจะฟาดมันเข้าไปที่กรงจักรอันแรก พลังของเขารุนแรงมากจนทำให้กรงจักรถูกทำลายกลายเป็นเศษซากชิ้นส่วน พังกระจายออกไปในอากาศ


            แบคโฮเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น การโจมตีที่ผสานกับพลังจิตอย่างสมบูรณ์แบบของเขากลับถูกทำลายลงได้ด้วยพละกำลังของทันย่าเพียงลำพัง


            “ไม่คิดว่าท่านจะสามารถทำลายมันได้!”


            “ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินท่านไว้ต่ำเกินไป!”


            แบคโฮพึมพำ แต่ตัวของชายชราเองก็ไม่ยอมลดละ ตัวของเขาควบคุมกรงจักรอีกอันให้หมุนและพุ่งเข้าโจมตีทันย่าอีกครั้ง คราวนี้ความเร็วและพลังที่ใส่เข้าไปในกรงจักรเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม


            ทันย่าไม่แสดงท่าทีลังเล เขาพุ่งกรงเล็บอีกข้างหนึ่งเข้าไป ฟาดเข้ากับกรงจักรอีกครั้ง


            “เปรี๊ยง!”


            เสียงดังสะเทือนก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่กรงจักรถูกทำลายเป็นเศษซากเหมือนกับอันแรก


            แต่เหมือนผลกระทบที่เกิดขึ้นภายในร่างกายจะหนักหนาสาหัสมากกว่าที่คิด ถึงยังไงตอนนี้เขาก็มีระดับเพียงแค่ 2 ดาว ต่อให้ร่างกายจะแข็งแกร่ง ทว่ามันก็ไม่อาจต้านทานได้ทั้งหมด


            “อึก? พลังของพวกมันทั้งสาม!”


            ในตอนนั้นทันย่าก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่รุนแรง แล้วถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน


            [หึหึ งั้นก็สั่งสอนพวกมันหน่อยละกันศิษย์รัก เปิดใช้เทคนิคที่แท้จริงซะ]


            [แต่อย่าเพิ่งสังหารละ เพราะพวกมันยังมีประโยชน์สำหรับเราอีกมาก!]


            เมื่อทันย่ารับรู้ถึงพลังอันมหาศาลจากคู่ต่อสู้ทั้งสามที่รุมเร้าเข้ามา เขาก็หายใจเข้าลึกๆหนึ่งครั้ง ก่อนที่ความเงียบสงัดจะปกคลุมรอบตัว


            “โฮกกกกกกกกกกกกก!”


            ทันใดนั้น เสียงคำรามดั่งเทพอสูรก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับประกายสีทองสว่างเจิดจ้าที่ได้ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา ราวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องทะลุทะลวงผ่านความมืด ร่างกายของทันย่าเปล่งประกายราวกับมีสายฟ้าไหลเวียนอยู่ทั่วทั้งร่าง


            และนี่คือพลังของเทคนิคลับระดับสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรกลืนกินดวงดาว—ร่างกายเทพเผาผลาญ


            เทคนิคการต่อสู้ลับนี้เป็นหนึ่งในความลับที่เผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาวครอบครองมาหลายยุคหลายสมัย เป็นกระบวนการเร่งการเผาผลาญยีนส์พันธุกรรมในร่างกายทั้งหมด เพื่อปลดปล่อยขีดจำกัดพลังของตนให้สูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว


            เมื่อเปิดใช้งาน ร่างกายจะถูกเคลือบด้วยประกายแสงสีทองที่เปรียบดั่งสายฟ้า เพิ่มพละกำลังและความรวดเร็วให้ทะลุผ่านขีดจำกัดแห่งพันธุกรรม


            ทันย่าในร่างเบฮีมอทที่อยู่ในระดับ 2 ดาวนั้นมีพลังที่เทียบเท่ากับนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 7 ดาวได้


            แต่เมื่อเขาเปิดใช้เทคนิคลับระดับสูงสุดอย่างร่างกายเทพเผาผลาญนี้ พลังของเขาพุ่งทะยานไปไกลยิ่งกว่าเดิม เขี้ยวของเขาส่องแสงเจิดจ้า ปีกใหญ่ของเขากระพือสร้างแรงลมหมุนวนอย่างรุนแรง กรงเล็บที่แหลมคมเปล่งประกาย ราวกับคมดาบสายฟ้าที่สามารถตัดผ่านดวงดาวได้


            “นี่มันอะไร—?!!”


            เมื่อเห็นประกายแสงสีทองที่พุ่งออกมาทั่วทั้งร่างกายของทันย่า ทั้งสามที่เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งต่อไปต่างต้องชะงักไปชั่วครู่


            พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่เกินกว่าที่เคยเผชิญหน้า ความรู้สึกอันตรายที่แผ่กระจายออกมาจากทันย่าในตอนนี้ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่า การต่อสู้ครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นเพียงการประลองฝีมือธรรมดาอีกต่อไป เพราะท่านเบฮีมอทหรือทันย่านั้นจะเอาจริงอย่างถึงขีดสุดแล้ว



            ...

            ลุยยยยยยยย


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน