จุนเปย์กระโดดตามลงมาซัดโป้งหนึ่งหมัด ใส่เบ้าหน้ายักษตัวสีฟ้าจนยุบเสียงดังสนั่นเปิดทางให้ลูกทีมอีกสามคนลงมือ
พวกเขาประสานงานกันอย่างลื่นไหลบุกตีได้อย่างมืออาชีพจากทุกทิศทาง รับประกันความเฉียบขาดโดยไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูตอบโต้
จุนเปย์รัวหมัดชุดสามสี่กระบวนท่า ปิดฉากด้วยการปั้นคลื่นปราณเป็นลูกกลมๆ เขวี้ยงอัดใส่ร่างของมันลอยเคว้งลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง
“โถ่~ ลูกพี่!วัตถุดิบจากยักษ์นั่นมูลค่าเอาเรื่องเลยนะครับ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ”
“แกลองใช้หัวสักนิดแหงนหน้ามองไปด้านบนนั่นแล้วบอกฉันหน่อยว่าพวกเราจะเอาเวลาที่ไหนมาชำแหละร่างของมันกันห๊ะเจ้าเบื้อก!?”
จุนเปย์ที่กำลังยืนอย่างสง่าผ่าเผยหันมาจิ๊ปากเบา ๆ ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“เอ่อ...จริงด้วย แฮร่ ๆ”
“จริง ๆ เล๊ย...ทำไมฉันถึงมีแต่ลูกทีมประเภทนี้ฟะเนี่ย”
คนเป็นลูกพี่ส่ายหน้ากุมขมับพึมพำ
“เรื่องนั้นน่ะมีแต่ต้องทำใจแล้วล่ะค่ะจะมีฝีมือหรือไร้ฝีมือ กับนิสัยดีหรือนิสัยแย่น่ะมันคนละเรื่องกันถ้าเทียบกับลูกน้องนิสัยดีแต่ฝีมือแย่ มีลูกน้องนิสัยแย่ ๆ แต่ฝีมือดีมันจะดีกว่าไม่ใช่เหรอคะคุณจุนเปย์”
ลูกทีมสาวอีกคนกล่าวหยอกล้อ พลางแลบลิ้นขยิบตาใส่อย่างน่ารัก
“มันก็ใช่อยู่หรอกแต่ก่อนอื่น... อย่ามัวทำเป็นเล่นไป บอกทีมที่อยู่เมืองชั้นบนให้เตรียมพร้อมไว้หากข้อมูลที่ทีมของประธานส่งมาไม่ผิดพลาดเราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนที่เจ้านั่นจะมาถึง”
“รับทราบ!”
จุนเปย์สั่งงานลูกทีมอีกเล็กน้อยก่อนจะหันมาหากลุ่มคนที่ตนช่วยไว้ตอนแรกพวกเขาก็ประจำตำแหน่งอยู่ที่เมืองชั้นบนเพื่อเตรียมกำลังให้พร้อมรับศึกแต่เมื่อได้เห็นผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งกำลังแย่ทำให้เขาจำต้องละทิ้งตำแหน่งของตนเพื่อลงมาช่วยคนพวกนี้อย่างอดไม่ได้
“เฮ้! พวกนายตรงนั้นน่ะ อย่ามัวแต่ยืนบื้อ รีบข้ามสะพานนี่ไปซะก่อนที่มันจะคงสภาพไว้ไม่อยู่”
“ขอบคุณที่ช่วยไว้นะครับคุณจุนเปย์”
จุนเปย์เห็นชายภายใต้หน้ากากสีทองอร่ามครึ่งหน้าทำเหมือนรู้จักตนก็ย่นคิ้วด้วยความสงสัยจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นคนดังอยู่พอตัวก็ไม่น่าใช่
“หืมนายเป็นใครทำไมรู้จักชื่อฉัน?”
ตอนแรกก็ไม่แน่ใจเพราะอีกฝ่ายสวมหน้ากากปิดบังช่วงปากแต่เมื่อเพ่งสายตามองไปอีกครั้งก็พบว่าเป็นคนคุ้นเคยนี่เอง
“เดี๋ยวนะนายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันฟะ?”
“เรื่องมันยาวน่ะครับแต่เจ้านั่นที่คุณจุนเปย์พูดถึงคือราชาสินะครับ?”
จุนเปย์ปิดความประหลาดใจไว้ไม่มิดแต่ก็พับเก็บความสงสัยไว้ ก่อนเริ่มถ่ายทอดสถานการณ์คร่าว ๆ ให้เรย์รับรู้
ขณะยืนสนทนากันนั้น พวกเขาก็ไม่ได้หย่อนยานลดการป้องกันจุนเปย์คว้าหมับเข้าที่คอของคาแมซอธซ์ตัวหนึ่งก่อนจะหักคอของมันทิ้งแล้วเหวี่ยงออกไปด้านนอก
“ใช่ตอนนี้ทีมของสมาพันธ์กำลังล่อมันมาสู้ตัดสินที่นี่กลุ่มของฉันก็เลยถูกส่งมาล่วงหน้าเพื่อเคลียร์พลเรือนออกจากพื้นที่”
พลเรือนที่จุนเปย์หมายถึงคือกลุ่มผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่ถูกหลาย ๆ หน่วยงานช่วยไว้ ตอนนี้กำลังรวมตัวกันอยู่ที่เขตเมืองของฐานวงแหวนด้านบน
ยูกิมิพยักหน้าขอบคุณให้จุนเปย์หนึ่งทีอย่างรู้กันดูเหมือนพวกเขาจะเป็นคนคุ้นเคยกันดีในแวดวงกิลด์ฮันเตอร์
ในช่วงเวลาเดียวกันบริเวณรอบวงแหวนเขตเมืองด้านบนหน่วยหลักของกองทหารเคลื่อนที่ไวที่ 107และฮันเตอร์ยอดฝีมือจากหลายกิลด์ได้มารวมตัวกัน
เสียงของการต่อสู้ดังสนั่นกึกก้องจนได้ยินเสียงแว่ว ๆ ลอยมาถึงกลุ่มของเรย์ที่อยู่เมืองด้านล่างได้
จากนั้นกลุ่มของเรย์และจุนเปย์วิ่งฝ่าพวกมอนสเตอร์เข้าไปหลบในตัวเมืองซึ่งมีทั้งอาคารที่ยังดูสมบูรณ์และบางส่วนที่เป็นซากปรักหักพังทุกที่ล้วนแต่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวกันไปมา พุ่มไม้หนา ๆซ้อนตัวเป็นชั้น ๆ มีแต่ต้องมองผ่านรอยแยกระว่างพุ่มไม้ขึ้นไปถึงจะมองเห็นใต้ฐานวงแหวนของเมืองชั้นบน

พวกเขาเลือกใช้ชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางพอสำหรับจุคนจำนวนหลายร้อยคนได้อย่างสบาย ไม่รู้สึกถึงวี่แววของทั้งคนและสิ่งที่ไม่ใช่คน
เรย์กับกาโต้ทำหน้าที่เดินตรวจสอบความปลอดภัยในโถงหลักและบริเวณโดยรอบก่อนจะตามมาสมทบกับกลุ่มของจุนเปย์และพลเรือนซึ่งหลบอยู่ชั้นใต้ดินของอาคาร
“ลูกพี่คุณฟรานเชสก้าติดต่อมาว่า เธอส่งทีมคุ้มกันส่วนหนึ่งไปดูแลเส้นทางหลบหนีให้แล้วที่เหลือก็แค่ส่งพวกเขาขึ้นไปที่นั่นครับ”
จุนเปย์พยักหน้ารับก่อนจะหันไปกล่าวกับทุกคนที่กระจายกันอยู่ตามมุม ในขณะที่ลูกทีมของเขากำลังช่วยกันเขียนอักขระบางอย่างบนพื้นสำหรับสูตรพิธีซึ่งมีลักษณะเหมือนวงแหวนขนาดใหญ่หลายวงซ้อนกันอย่างลายตา
“เอาล่ะทุกคนช่วยลดเสียงและฟังทางนี้หน่อยครับ— จากนี้ไปเราจะส่งพวกคุณทุกคนให้กับทีมช่วยเหลือที่รอรับอยู่ด้านบนโดยการใช้วิธีวาร์ป อาจมีผลข้างเคียงเป็นอาการเวียนหัวคลื่นไส้จากอาการเมาอีเธอร์บ้างเพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจไปหากเกิดอาการแบบที่ว่าหลังจากนี้”
เรย์ที่มองสูตรพีธีบนพื้นพอจะรู้ข้อมูลบ้างว่าเวทมนตร์ที่ช่วยในการวาร์ปส่งคนจำนวนหลายคนพร้อมกันจำเป็นต้องมีผู้ร่ายมนตร์ที่จุด A และ B เพื่อเขียนสูตรดำเนินพิธีจากทั้งสองฝั่ง
“ฟู่วว~จัดเตรียมวงแหวนเสร็จสิ้นแล้วค่ะ ให้ฉันส่งพวกเขาไปเลยไหม”
“อืมเริ่มกันเลยเถอะส่งผู้หญิงกับเด็กไปก่อนตามลำดับอย่าให้ตกหล่นล่ะไอริฉันจะไปสมทบกับพวกที่ป้องกันอยู่ด้านนอก ฝากดูแลทางนี้ให้เสร็จที”
ไอริผงกหัวหงึกหงักรับคำด้วยความกระตือรือร้น
“ค่า ๆ รับทราบ—เอาล่ะทุกคน จากนี้ฉันจะเป็นผู้รับช่วงต่อกรุณาช่วยทำตามที่ฉันบอกเพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยด้วยนะคะโดยฉันสามารถส่งพวกคุณไปได้ทีละห้าคนต่อรอบเพราะฉะนั้นรบกวนช่วยเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบด้วย”
ณ ค่ายอพยพชั่วคราวกลางเขตเมืองของฐานวงแหวนชั้นบนของต้นไม้ยักษ์โบราณ
“แจ้งเตือนภัยฉุกเฉินขอประกาศให้ทุกคนรีบอพยพโดยด่วน พลเรือนทุกคนกรุณาเดินตามเจ้าหน้าที่ไปยังสถานที่ที่แจ้งประกาศซ้ำ— กรุณาเคลื่อนไหวอย่างสงบไม่รีบร้อนนะครับ”
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งป่าวประกาศเสียงดังจนได้ยินโดยทั่วกันผ่านปากเปล่าแต่พลเรือนที่เดินผ่านไปมาก็คิดว่าคงเป็นความสามารถอะไรสักอย่างเพราะเสียงมนุษย์ปกติคงไม่มีทางดังก้องกังวานเท่านี้ได้
กองทหารราบเคลื่อนที่เร็ว 107กับกลุ่มฮันเตอร์กำลังเข้าปะทะกับเหล่ายักษ์และฝูงคาเมซอธซ์จำนวนมาก
“หัวหน้าคะกลุ่มของจุนเปย์เริ่มส่งพลเรือนมาทางนี้แล้วค่ะ”
ฟราสเชสก้าขยับแว่นรายงานสายตาจดจ่ออยู่กับภาพโฮโลแกรมที่แสดงพื้นที่ทั่วบริเวณต้นไม้ทั้งหมดแบบสามมิติออกมาจากอุปกรณ์พิเศษบนข้อมือและเธอยังต้องคอยส่งคำสั่งประสานงานกับกลุ่มอื่น ๆ แบบเรียลไทม์
“อืมทันทีที่รับผู้ประสบภัยคนสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยเธอรีบพาผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องถอนกำลังออกจากที่นี่ทันทีฉันกับท่านประธานจะจัดการที่เหลือเอง”
“รับทราบ”
‘คุโจอากิฮิโระ’ ขยับก้าวออกไปข้างหน้านิ้วมือทั้งสิบของเขาสวมทับด้วยแหวนลงอาคมนิ้วละวงกระแสอีเธอร์ในบรรยากาศผันผวนราวกับพายุกำลังพัดพา ประกายสายฟ้าลั่นเปรี๊ยะ ๆ
แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายเปล่งแสงประกายมันตอบสนองต่อคำสั่งเรียกใช้สูตรพิธีโดยที่อากิฮิโระไม่ต้องร่าย
สายฟ้าก่อรูปร่างกลายเป็นหอกขึ้นมาเจ็ดแท่ง
มีเวทมนตร์ทั้งสิบบทสลักลงบนแหวนบทละหนึ่งวง
รวมทั้งเวทมนตร์นี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระดับพลังทำลายหรือเวลาแสดงผลต่อเนื่องอีกด้วยค่าพวกนั้นถูกกำหนดตายตัวในสูตรดำเนินการและสลักลงบนแหวนแต่ละวงเพียงแค่เลือกจุดแสดงผลที่เหมาะสม แทบจะไม่ต้องคิดคำนวณค่าตัวแปรเวลาใช้งานจริงก็เพียงแค่เรียกใช้ออกมาได้เรื่อย ๆ จนกว่ามาโซจะหมด
เพราะไม่จำเป็นต้องเสียสมาธิแบ่งประสาทไปใช้ด้านควบคุมทำให้ทุ่มเทประสิทธิภาพของขอบเขตประมวลผลในจิตใต้สำนึกไปกับการร่ายเวทมนตร์ได้อย่างเต็มที่จะร่ายต่อเนื่องหรือมัลติแคสท์ก็ได้ทั้งนั้น
สูตรเวทมนตร์ไม่มีส่วนเกินอันเปล่าประโยชน์เลยร่ายออกมาอย่างเที่ยงตรงแม่นยำ ใช้มาโซทั้งหมดไปกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ
นับเป็นอาร์ติแฟกต์ระดับสูงที่ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถครอบครองได้
อากิฮิโระเพียงแค่สะบัดมือหอกสายฟ้าทั้งเจ็ดก็พุ่งทะยานขึ้นไป เสียงแหวกอากาศฟ้าว กวาดล้างศัตรูที่บินได้ราวกับว่าหอกพวกนี้มีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง
เหล่าคาแมซอธซ์แตกฮือได้เห็นพวกของมันตัวอื่น ๆ ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกทันทีเมื่อถูกหอกสายฟ้าพุ่งผ่าร่างความเร็วของหอกสายฟ้าไม่ใช่อยากจะหนีก็หนีได้คาแมซอธซ์ต่างร่วงระนาวเหมือนข้าวสาลีที่ถูกเก็บเกี่ยว
อากิฮิโระละความสนใจศัตรูบนอากาศแปลงตัวเองเป็นสายฟ้าแล้วพุ่งใส่ยักษ์สีฟ้าตนหนึ่งขณะโจมตีใส่กองทหารซึ่งกำลังปักหลักสู้หลังแนวป้องกัน
อากิฮิโระพุ่งผ่าร่างของมันด้วยความเร็วเหนือเสียง
ร่างยักษ์สีฟ้าไหม้เกรียมหงายหลังล้มตึงด้วยการโจมตีเดียวพวกแมงมุมจำนวนมากที่ถาโถมเข้ามาก็ถูกทำลายไปแล้วกว่าครึ่งส่วนที่ตกค้างถูกฮันเตอร์คนอื่น ๆ ไล่กวดไล่ทุบไม่มีอะไรน่าเกรงขามภายใต้ฝีมือการควบคุมสนามรบของอากิฮิโระ มีแต่จะตายกันไวขึ้น
ไกลจากจุดปะทะบนหอคอยสูงแห่งหนึ่งมีเสียงผิวปากดังขึ้นโดยไร้วี่แววศัตรูและมองเห็นสมรภูมิเบื้องล่าง
“หัวหน้าทุกคนประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ว่าแต่พวกเรายังจำเป็นอยู่จริง ๆหรือเปล่าครับเนี่ย”
ทหารนายหนึ่งกล่าวรายงานกับผู้บังคับบัญชาหน่วยรู้สึกเหมือนตนเองกำลังบกพร่องในหน้าที่ขณะใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตการณ์จากบนหอคอยหิน มีกลิ่นดินปืนเข้มข้นแสบฉุน
เพียงแค่บุตรแห่งฟ้าร้องนั่นลงมือก็สามารถจัดการพวกมอนสเตอร์ที่กำลังโถมบุกเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
“ช่างเหอะน่า”
เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน หน่วยพลแม่นปืนของพวกเขาได้รับคำสั่งด่วนให้เดินทางมาที่เขตพื้นที่นี้เพื่อรับผิดชอบภารกิจคุ้มกันทีมขนย้ายพลเรือน สมาชิกของหน่วยมีประมาณสามสิบคนต่างแยกย้ายอยู่ตามมุมสูงคอยควบคุมกระแสของสนามรบ
“ก็แหมไม่รู้สึกไร้ประโยชน์บ้างเหรอครับพวกเรามันแค่ไม้ประดับชัด ๆ”
“เจ๋งสุดเลยต่างหากมีหน่วยไหนสบายแบบนี้บ้างล่ะ ได้ผู้ทรงคุณวุฒิระดับนั้นคอยกรุยทางไม่ต้องไปเสี่ยงตายแบบหน่วยอื่น ๆ”
คนเป็นหัวหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายไม่มีอารมณ์คึกคักเจือปน
“เอ่อ...มันก็จริงของหัวหน้า”
“ที่สำคัญกว่าคือเจ้ามอนสเตอร์พวกนี้มันแค่น้ำจิ้มการต่อสู้ที่แท้จริงมันเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก”
“หัวหน้าครับ!”
“ทีนี้อะไรอีกล่ะ?”
“ดูข้างบนนั่นสิครับ”
ผู้บังคับบัญชามองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายชี้อย่างตกตะลึง
ไม่ต้องให้รอนานและแล้วอาหารจานหลักที่รอคอยก็มาถึง