นับตั้งแต่ที่ผู้เข้าแข่งขันชุดสุดท้ายถูกส่งลงสู่สังเวียนนี่คงนับว่าเป็นสนามที่เกิดการปะทะกันเร็วที่สุดเสียงระเบิดที่ดังขึ้นสองครั้งไล่เลี่ยกันส่งผลให้บนจอภาพฉายเหตุการณ์ทั้งสองให้ผู้ชมได้ดูกันชัดๆเหตุการณ์แรกเป็นผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งกำลังถูกล้อมโดยกองทหารหุ่นไม้ส่วนอีกเหตุการณ์คือไครอสที่เป็นผู้เริ่มเปิดฉากโจมตีใส่กองทหารเหล่านี้ก่อน โดยการโจมตีของไครอสส่งผลให้หุ่นทหารไม้ทั้งกลุ่มเหลือเพียงแค่ซากกระจัดกระจายทั่วบริเวณหุ่นทหารโลหะที่เหลือรอดเพียงตัวเดียวแผ่ออร่าพลังของมันออกมา พร้อมกับตั้งท่าชี้ดาบและพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม
กึก!
พุ่งมายังไม่ถึงครึ่งทางจู่ๆทหารโลหะก็หยุดกลางอากาศเหมือนถูกแรงบางอย่างตรึงรั้งไว้ไครอสกางมือออกไปข้างหน้าพร้อมกับยิ้มเยาะคู่ต่อสู้
คึ้งงงงงง!!!
เขาผลักมือไปข้างหน้าเจ้าหุ่นทหารโลหะพลันกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร แต่มันก็ยังหมุนพลิกทรงตัวไม่ให้ล้มได้
“ใช้แม่เหล็กผลักหุ่นกระป๋องเล่นมันสนุกตรงไหนกัน?”
ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเขายืนอยู่บนหลังคาดูไครอสถล่มกองหุ่นทหารตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
“ไม่นึกว่าจะมีคนที่อยากแจกแต้มจนตัวสั่นอยู่แถวนี้ด้วย”
“เหอะ! รีบๆจัดการไอ้ตัวเกะกะนั่นก่อนเถอะหลังจากนั้นเดี๋ยวข้าจะเป็นคู่มือให้เอง”
เดรกชี้ไปยังหุ่นทหารโลหะที่พุ่งเข้ามาใส่ไครอสด้วยเร็วสูงปลายดาบของมันเสียบทะลวงตรงมายังหน้าอกของชายหนุ่มตรงตำแหน่งหัวใจอย่างแม่นยำ
เคร้ง!
ปลายดาบที่ปะทะเข้ากับร่างมนุษย์ผู้หนึ่งพลันเหมือนแทงใส่แท่งเหล็กกล้าก้อนใหญ่ดาบนั้นถึงกับถูกกระแทกดีดกลับพร้อมหุ่นทหารโลหะที่พุ่งตัวถอยหลังหมายจะไปตั้งหลักหากแต่ร่างของมันพลันถูกดึงกลับเข้าหาชายหนุ่มอย่างควบคุมไม่ได้ไครอสใช้แรงดึงดูดโลหะดูดมันเข้ามาพร้อมกับง้างกำปั้นสุดแขน
เป๊งงงงงงงงงงงง!!!!!
หมัดของไครอสตะบันเข้าเต็มหน้าของหุ่นทหารโลหะจนหัวมันบุบและขาดกระเด็นออกไป
“ก็พอใช้อุ่นเครื่องได้อยู่”
ไครอสเอ่ยขึ้นพลางโยกคอไปมาเพื่อยืดเส้นยืดสาย
“เหอะๆ”
เดร็คหัวเราะอย่างแผ่วเบาก่อนที่ร่างกายของเขาจะขยายขึ้นผิวหนังแปรเปลี่ยนคล้ายเกราะสีแดงฉานร่างผสานกับจระเข้บึงโลหิตปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง การปะทะกันของทั้งสองเริ่มขึ้นเสียงของมันดังกึกก้องทั่วทั้งบริเวณ กล่าวถึงผู้เข้าแข่งขันในสนามเมืองคนกลุ่มนี้ค่อนข้างที่จะได้รับประสบการณ์พิเศษต่างจากผู้เข้าแข่งขันสนามอื่น นั่นคือพวกเขาเป็นผู้เข้าแข่งขันกลุ่มสุดท้ายย่อมแสดงว่าผู้เข้าแข่งขันทุกคนเห็นการแข่งขันมาแล้วครบทุกสนามประสบการณ์ในส่วนนี้จึงมีผลต่อการตัดสินใจค่อนข้างมาก จะเห็นได้ว่าผู้เข้าแข่งขันสนามเมืองมักหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่ไม่จำเป็นและหลีกเลี่ยงการปะทะกันอย่างรุนแรงเพราะนอกจากจะเป็นจุดสนใจให้ผู้เข้าแข่งขันรายอื่นมารอซุ่มโจมตีแล้วมันยังดึงดูดเหล่าหุ่นทหารให้กรูเข้ามาอีกด้วย แม้พวกมันจะไม่แข็งแกร่งมากนักเมื่อเทียบกับผู้เข้าแข่งขันที่สามารถผ่านเข้ามาในรอบนี้ได้หากแต่พวกมันมาเป็นกลุ่ม แทบไม่มีใครอยากสู้ให้เปลืองพลัง การจะสลัดให้หลุดได้นับว่าเหนื่อยเอาการโดยเฉพาะหุ่นทหารโลหะที่เป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกมัน เทียบกันแล้วเจ้านี่แข็งแกร่งใกล้เคียงกับผู้เข้าแข่งขันด้วยกันแม้จะสู้กันเดี่ยวๆก็นับว่าตึงมือเลยทีเดียว
“เจ้านักบวชนั่นทำอะไรของมัน?”
ผู้เข้าแข่งขันสองคนที่มาด้วยกันหันไปถามเพื่อนของตนขณะที่กำลังซุ่มอยู่มุมตึกเมื่อครู่พวกเขาได้แต้มจากการลอบโจมตีและเพิ่งสลัดกลุ่มหุ่นทหารมาได้ ทั้งคู่กำลังมองหาเหยื่อรายใหม่และไปเจอกับนักบวชหัวโล้นคนหนึ่งเข้าพอดีแต่ลักษณะท่าทางที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าพลันทำให้ผู้พบเห็นมึนงงอยู่เล็กน้อย นั่นคือนักบวชคนนี้กำลังใช้ไม้สอยผลแอปเปิลอยู่! ซึ่งการกระทำนี้มันไม่น่าจะใช่วิสัยของผู้เข้าแข่งขันปกติใครมันจะมีอารมณ์มาหาอะไรกินตอนนี้? ถึงจะเห็นว่าแอปเปิลผลสวยน่ากินจริงด้วยความสามารถของผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้ แค่ต่อยเพียงครั้งเดียวต้นแอปเปิลก็โค่นลงมาแล้วมิใช่หรือ?
“รึว่าหมอนี่มันไม่อยากให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นรู้ตัว?”
“มีเหตุผลๆแต่มันชะตาขาดแล้ว หึหึ”
“ข้าว่าเจ้านั่นมันดูคุ้นๆเหมือนรู้จักจากที่ไหนนะ ระวังตัวด้วย”
“รู้แล้วน่า”
ทั้งสองแยกกันคนละทางหมายจะโจมตีแบบกระนาบข้าง
ผลักกกกก!
นักบวชยกแขนขึ้นมาป้องกันลูกถีบที่พุ่งจู่โจมเข้ามาจากด้านข้างแต่เสี้ยววินาทีนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าเจ้านี่เป็นเพียงนกต่อ เพราะด้านหลังพลันปรากฏผู้เข้าแข่งขันอีกคนง้างกระบองหวดใส่เต็มแรงร่างของนักบวชปลิวไปดุจลูกบอลมนุษย์กระแทกตัวอาคารสี่ชั้นพังถล่มและฝังเขาลงไปด้วย
แปะ!
ชายหนุ่มทั้งสองเดินมาแปะมือกันด้วยรอยยิ้มแผนของพวกเขาสำเร็จไปด้วยดี แม้ใบหน้าของพวกเขาจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจแต่นอกสนามจุดที่ตระกูลของสองนั่งอยู่กลับมีบรรยากาศตรงกันข้ามหัวหน้าตระกูลนั่งกุมขมับ ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำบูดเบี้ยวด้วยความโกรธปนผิดหวัง
“ไอ้พวกสมองทึบ! ข้าอุตส่าห์ไปหาข้อมูลแล้วเขียนให้ พวกมันไม่อ่านกันเลยสินะ!”
ชายวัยกลางคนสบถพร้อมกับถอนหายใจสีหน้าของเขาจากความปีติที่มีคนในตระกูลถึงสองคนผ่านรอบแรกมาได้ ตอนนี้กลับมืดมนและสิ้นหวังนั่นเพราะคู่ต่อสู้ที่สองคนนี้ไปตอแยด้วยเป็นถึงศิษย์เอกของวัดแชงกีล่าไม่เพียงเท่านั้น จากข้อมูลระบุว่านักบวชรูปนี้มีระดับอยู่ที่คลาส 7 และในบรรดาผู้เข้าแข่งขันด้วยกันระดับพลังของเขาติดอยู่ในอันดับต้นๆเลยทีเดียว! แม้จะยังไม่เผยความสามารถออกมามากนักแค่บอกว่าวัดแชงกีล่า สถานที่บ่มเพราะผู้ฝึกพลังระดับเดียวกันกับค่ายเจ็ดดาว ส่งนักบวชรูปนี้เข้าแข่งขันเพียงแค่คนเดียว! เท่านี้ก็พอจะการันตีความสามารถได้แล้วว่าต้องไม่ธรรมดา
ครืนนนนนนน!!!
เสียงสั่นสะเทือนดังมาจากซากกองปรักหักพังเศษผนังขนาดใหญ่ถูกยกขึ้นและผลักออกไปโดยมือคนที่อยู่ใต้ซากนั้น นักบวชหนุ่มจ้องมองผลแอปเปิลในมือที่แหลกเละด้วยสีหน้าโศกเศร้าปนหงุดหงิดจากนั้นเขาก็ใช้มือปัดฝุ่นอย่างเซ็งๆ ทั่วร่างของเขานอกจากเปื้อนฝุ่นแล้วไม่ปรากฏบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บเลแม้แต่น้อย
“แม่งเอ้ย! จีวรเปื้อนหมด ไม่สิ..ไม่..ข้าไม่ควรพูดแบบนี้เลย”
นักบวชสบถออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงหลับตาและพยายามสะกดอารมณ์โกรธไว้ แต่เมื่อจ้องไปที่ชายหนุ่มสองคนตรงหน้าอารมณ์โกรธของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
“พวกโยมพร้อมเดินทางไปปรโลกรึยัง?แต่ตอนนี้อาตมาไม่มีอารมณ์สวดส่งให้หรอกนะ”
ฟูววววววว!
เปลวเพลิงสีแดงสดใสลุกโชนขึ้นก่อนจะหดลงเป็นออร่าห่อหุ้มร่างของนักบวชหนุ่มเอาไว้อุณหภูมิทั่วทั้งบริเวณสูงขึ้นฉับพลันจนผู้ที่อยู่ในรัศมีรู้สึกร้อนผ่าวแสบผิว
“ออร่าแบบนี้มัน..”
ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ไอลีนเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจเธอจับจ้องไปที่ต้นกำเนิดพลังของชายหนุ่มก่อนจะอุทานออกมา
“นั่นมันกำไลจักรพรรดิเทพอัคคี..อาวุธคู่กายของเทพสงครามรุ่นก่อน!”