แรกของอรุณรุ่งสาดส่องผ่านหน้าต่างผ้าไหมบางเบาเข้าสู่ห้องนอนหรูหราโอ่อ่าในจวนชินอ๋องฮวาเสี่ยวซีขยับกายเบาๆ ในอ้อมกอดอุ่นของฮ่องเต้ที่นอนอยู่ข้างๆ เพื่อ"ดูแล" เธอตามสถานการณ์ที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นสามีของเธอ
นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายที่ยามหลับใหลดูอ่อนโยนกว่ายามทรงงานก่อนจะยิ้มร่าเริงและจูบซับแผงพระอุระแกร่งเบาๆ
"ท่านพี่...ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ? เมื่อคืนท่านดูแลหม่อมฉันอย่างดีเลยหม่อมฉันอบอุ่นใจที่สุด" เสียงหวานใสเจือแววออดอ้อนทำให้ฮ่องเต้ที่แทบไม่ได้นอนเพราะความสับสนอลหม่านของตนเองต้องฝืนยิ้มและลูบผมฮวาเสี่ยวซีอย่างอ่อนโยน
"เจ้าสบายดีก็พอแล้ว"พระองค์กระแอมเล็กน้อย พลางพยายามขยับตัวออกจากอ้อมกอดรัดแน่นของนางอย่างแนบเนียน
ทันใดนั้นเองเสียงเล็กๆ
"แอ้ๆ" ก็ดังขึ้นข้างเตียง ฮวาเสี่ยวซีหันไปมอง เห็น เจ้าอ้วนน้อย วัยสิบเดือนสิบเอ็ดเดือนกำลังคลานต้วมเตี้ยมเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มสดใส ร่างเล็กๆ สวมชุดหมีสีอ่อนสะอาดตาใบหน้ากลมป้อม ดวงตาแป๋วแหว๋วเป็นประกาย
"เจ้าอ้วนน้อย!มาหาแม่มา!" นางร้องเรียกด้วยความรักใคร่ อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมาหอมฟอดใหญ่ซุกไซ้ใบหน้ากับแก้มนิ่มๆ อย่างเอ็นดูและผูกพัน แม้จะจำไม่ได้ว่าเขาเป็นลูกแท้ๆของตนเอง แต่ความผูกพันจากการเลี้ยงดูมาก็ทำให้เธอรักและเอ็นดูเขาสุดหัวใจ
ฮ่องเต้มองภาพนั้นด้วยความอ่อนโยนปนหนักใจลูกของเสด็จอาแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเป็น "ลูกติด"ของฮ่องเต้ในความเข้าใจของฮวาเสี่ยวซี พระองค์ถอนหายใจแผ่วเบาเหลือบมองไปยังมุมห้องที่เงียบสงบ ราวกับกำลังบอกตัวเองว่า"นี่แหละคือชีวิตใหม่ของข้าสินะ"
สายวันใหม่ฮวาเสี่ยวซีในชุดลำลองที่ดูสบายเกินไปสำหรับวังหลวง แต่ก็ไม่แปลกในจวนเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมฮ่องเต้และเจ้าอ้วนน้อยนางเดินตัวปลิวอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเจ้าของจวน ยิ้มร่าอย่างสดใสนั่งลงบนตักของฮ่องเต้ทันทีอย่างไม่ถือตัวต่อหน้าบ่าวไพร่ที่ยืนเรียงรายรับใช้นางเริ่มกินข้าวไปพลาง ส่ายก้นน้อยๆไปมาอย่างสบายอารมณ์จนฮ่องเต้ที่ถูกนั่งทับสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มและรับรู้ถึงปฏิกิริยาของพระองค์ที่ยากจะควบคุมเขาแอบกระแอม พลางพยายามขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายสถานการณ์ที่เริ่มจะล่อแหลม
"นี่ท่านพี่...อาหารที่นี่จืดชืดเหลือเกิน ไม่เหมือนอาหารที่ท่านอา หลี่เคยทำให้กินเลยเจ้าค่ะ"ฮวาเสี่ยวซีบ่นอุบอิบ พลางป้อนข้าวต้มให้เจ้าอ้วนน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ
"แต่เจ้าอ้วนน้อยชอบนะเจ้าคะท่านพี่ทำกับข้าวอร่อยที่สุด!" นางเอ่ยชมฮ่องเต้ ทำให้พระองค์ได้แต่ยิ้มแห้งๆพยักหน้าตอบรับไปตามน้ำ เสียง
"แอ้ ๆ"เล็กๆ ของเจ้าอ้วนน้อยดังขึ้นอย่างเห็นด้วย พลางเอื้อมมือเล็กๆไปจับหนวดของอี้หานเฟิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างคุ้นเคย อี้หานเฟิงยิ้มเจื่อนๆหัวใจปวดหนึบ
เขานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับจิ้นอ๋องตามข้อตกลงและเพื่อสังเกตการณ์แต่อยู่ห่างจากฮ่องเต้และฮวาเสี่ยวซีพอสมควร
ฮวาเสี่ยวซีเหลือบมองชายสองคนตรงหน้าอย่างสงสัย
"เอ๊ะ...พวกท่านยังไม่กลับไปอีกหรือ? ท่านพี่ให้พวกเขาอยู่กับเราด้วยหรือเจ้าคะ?" นางถามฮ่องเต้เสียงดังอย่างไม่เกรงใจ
"ท่านอาคนนี้หน้าตาน่าสงสารจังเลยท่านพี่... ให้เขาไปทำงานหนักๆ จะได้มีแรง!"
นางชี้ไปที่อี้หานเฟิงอย่างไม่อ้อมค้อมอี้หานเฟิงหน้าชาไปชั่วขณะ ส่วนจิ้นอ๋องได้แต่แอบถอนหายใจกลั้นหัวเราะ
"ส่วนท่านผู้นี้...ท่านดูเหมือนจะเป็นคนดีนะ แต่ข้าจำไม่ได้จริงๆ ว่าเคยเจอที่ไหน"อี้เฟยหลงเดินเข้ามาใกล้เล็กน้อย พลางตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ข้า... สหายเก่าของท่านพี่เหวินมาเยี่ยมเจ้าและพี่เหวินไงเสี่ยวซี"ฮ่องเต้รีบเสริม
"ใช่แล้วเสี่ยวซี นี่คือเฟยหลงเป็นเหมือนน้องชายข้าเป็นสหายที่ข้าไว้วางใจให้มาช่วยดูแลเจ้าที่จวนนี้"
ฮวาเสี่ยวซีพยักหน้าหงึกๆ"อ๋อ... สหายเก่าของท่านพี่นี่เอง"
นางหันไปมองการกระทำของเจ้าอ้วนน้อยกับอี้หานเฟิงด้วยความงุนงงแต่ก็ยังคงไม่ปะติดปะต่อความทรงจำ
ฮวาเสี่ยวซีลากฮ่องเต้ไปเดินเล่นในสวนลับของจวนชินอ๋องอย่างสดใสราวกับคู่รักใหม่ๆโดยมีเจ้าอ้วนน้อยอยู่ในอ้อมแขนของฮ่องเต้ตลอดเวลา นางหัวเราะคิกคักชวนฮ่องเต้เล่นอะไรแผลงๆ ที่ฮ่องเต้ไม่เคยแม้แต่จะคิดจะทำในชีวิตไม่ว่าจะเป็นปีนต้นไม้สูงใหญ่เพื่อเด็ดผลไม้กินสดๆอย่างไม่เกรงใจชุดแพรพรรณราคาแพงของพระองค์หรือเล่นซ่อนหากันตามพุ่มไม้ใหญ่จนชุดฮ่องเต้เกี่ยวขาดเป็นริ้วๆแต่ฮวาเสี่ยวซีกลับหัวเราะชอบใจ พลางชี้นิ้วใส่ชุดที่ขาดของฮ่องเต้
"ท่านพี่ดูสิเจ้าคะ!เหมือนพวกชาวบ้านเลย!" นางยังไม่หยุดแค่นั้นบางครั้งก็แอบเด็ดดอกไม้มาเสียบผมพระองค์ หรือเอาใบหญ้ามาแปะที่หนวดอย่างซุกซน พฤติกรรมแก่นแก้วที่ไม่สนใจขนบเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้ที่ปกติสุขุมเรียบร้อยต้องปรับตัวอย่างมากและแอบปวดหัวไปกับความป่วนของนางแต่ก็ยอมทำตามอย่างเต็มใจเพื่อไม่ให้นางเสียใจ พระองค์ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบายอมให้นางทำทุกอย่างที่ต้องการ
เพื่อแลกกับรอยยิ้มสดใสของนางชินอ๋องอี้หานเฟิงและจิ้นอ๋องอี้เฟยหลงต้องแอบมองภาพบาดตาที่เห็น"ภรรยา" และ "รักแรก"ของตนเองอยู่กับฮ่องเต้อย่างสนิทสนมและมีความสุขยิ่งนักพวกเขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ภาพที่ฮ่องเต้กอดและหัวเราะกับฮวาเสี่ยวซีราวกับสามีภรรยาจริงๆ นั้นบาดลึกในหัวใจของชายทั้งสองจิ้นอ๋องรู้สึกเจ็บแปลบที่เห็นคนที่รักอย่างบริสุทธิ์ใจอยู่กับชายอื่นส่วนอี้หานเฟิงนั้นเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดกรีด เพราะนั่นคือ
"ครอบครัว" ที่แท้จริงของเขาที่เขาสร้างขึ้นมากับฮวาเสี่ยวซี
ชินอ๋องพยายามกระตุ้นความทรงจำของนางเอกเขาแกล้งเดินผ่านมาพร้อมกับชุดที่ดูเรียบง่ายกว่าชุดอ๋องและพยายามส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความทรงจำให้ฮวาเสี่ยวซีเจ้าอ้วนน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของฮ่องเต้ส่งเสียง
"แอ้ๆ" และยื่นมือเล็กๆ ไปหาอี้หานเฟิงอย่างคุ้นเคยทำให้ฮวาเสี่ยวซีหันไปมองอี้หานเฟิงด้วยแววตาครุ่นคิด แววตาของเธอแสดงความสับสน
"ท่านอา...ดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ... หรือว่าท่านพี่เคยเล่าเรื่องของท่านอาให้ฟังแล้ว?" เธอบอกฮ่องเต้ฮ่องเต้ได้แต่ยิ้มอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร
อี้เฟยหลงได้แต่ยืนนิ่งมองการกระทำของคนทั้งคู่ที่ชิดใกล้กันเหมือนคู่รักฮวาเสี่ยวซีเกาะเกี่ยวอี้จงเหวินไม่ห่างแล้วก็หันไปจูบแก้มฮ่องเต้อย่างเปิดเผยในสวนต่อหน้าต่อตาชินอ๋องกับจิ้นอ๋องยังคงยืนอยู่ไม่ไกลคนทั้งคู่
"ท่านพี่เอาใจหม่อมฉันที่สุดเลยเจ้าค่ะ"ฮ่องเต้ถึงกับแข็งค้างไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดว่านางจะกล้าแสดงออกขนาดนี้
พระองค์ต้องพยายามควบคุมปฏิกิริยาของตัวเองอย่างหนักแม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ความรักที่แท้จริง แต่นางเอกก็ไร้เดียงสาและเย้ายวนมากในยามนี้ภาพนั้นทำให้ชินอ๋องและจิ้นอ๋องได้แต่กัดฟันแน่นกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บปวดที่ต้องทนเห็นคนรักของตนเองอยู่ในอ้อมกอดของผู้อื่น
หลังเหตุการณ์วุ่นวายในสวนฮวาเสี่ยวซีก็ตรงดิ่งมายังห้องรับรองพิเศษที่ฮ่องเต้อี้จงเหวินกำลังทรงงานอยู่ด้านในนางเชื่อว่ามีเพียง "สามี"ของนางเท่านั้นที่จะทำให้นางปลอดภัยจากคนแปลกหน้าสองคนที่ตามหลอกหลอนนางก้าวเข้าสู่ห้องรับรอง ก่อนจะปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว
"ท่านพี่!พวกคนเหล่านั้นจะมาจับตัวหม่อมฉัน!" นางโผเข้ากอดฮ่องเต้แน่นซบหน้ากับแผ่นอกกว้างอย่างหาที่พึ่ง อี้จงเหวินถอนหายใจเฮือกใหญ่พยายามปลอบโยนพลางลูบหลังนางอย่างแผ่วเบา "ใจเย็นก่อนเสี่ยวซีไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าหรอก"
แต่ฮวาเสี่ยวซีกลับเงยหน้าขึ้นดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาที่คลออยู่ "ท่านพี่ต้องปกป้องหม่อมฉันนะเจ้าคะ!หม่อมฉันกลัวเหลือเกิน... กลัวว่าพวกเขาจะมาแย่งท่านพี่ไปจากหม่อมฉัน"นางเอื้อมมือไปจับใบหน้าคมคายของฮ่องเต้ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้
บรรยากาศในห้องพลันร้อนระอุขึ้นมาฮ่องเต้แข็งค้างไปทั้งตัว พระองค์ทราบดีถึงความหมายของการกระทำของนางเอกในตอนนี้และความรู้สึกที่ซับซ้อนในพระทัยก็ตีรวนไปหมด "เสี่ยวซี... เจ้า..."
"ท่านพี่ไม่รักหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ?"ฮวาเสี่ยวซีถามเสียงสั่น พลางจูบซับลงไปบนริมพระโอษฐ์ของฮ่องเต้ดวงตาของนางยังคงความไร้เดียงสาปนความเจ็บปวด ฮ่องเต้หลับตาลงอย่างยากลำบากในยามนี้ พระองค์รู้ว่านี่ไม่ใช่การล้อเล่นอีกต่อไปความต้องการที่แท้จริงของนางเอกกำลังแสดงออกมาอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น
พระองค์สัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มจากพิษราคะที่จิ้นอ๋องเคยได้รับซึ่งนางเอกอาจจะยังคงมีติดตัวอยู่เล็กน้อยหรืออาจเป็นเพราะการสัมผัสกับนางเอกทำให้พิษของใครบางคนกำเริบขึ้นมาจริงๆและสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ...พระองค์เองก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองเช่นกัน
พระหัตถ์ของฮ่องเต้เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของนางเอกอย่างอ่อนโยนความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในพระทัยนั้น ทั้งห่วงใย เอ็นดูและ...บางสิ่งบางอย่างที่พระองค์ไม่อาจปฏิเสธได้
ชินอ๋องอี้หานเฟิงและจิ้นอ๋องอี้เฟยหลงกลับมาที่ห้องรับรองด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและเหนื่อยล้าพวกเขาได้รับข่าวจากขันทีว่าฮวาเสี่ยวซี "ลี้ภัย"ไปอยู่กับฮ่องเต้ในห้องรับรองพิเศษ และมีการกระทำที่ "ล้ำเส้น" ไปมากอี้หานเฟิงกระสับกระส่าย
เขาลุกขึ้นเดินไปมาอย่างอดทนไม่ไหว"เฟยหลง! ข้าจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว นางต้องจำข้าได้! นางมีลูกกับข้านะ!"
จิ้นอ๋องถอนหายใจเฮือกใหญ่"ท่านอาใจเย็นก่อน... นางกำลังเจ็บปวด การบีบคั้นมีแต่จะทำให้แย่ลง"
ทันใดนั้นประตูเปิดออก ฮ่องเต้อี้จงเหวินเสด็จเข้ามาในห้องใบหน้าของพระองค์ซีดเซียวเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความหนักใจยิ่งกว่าเดิม
"เสด็จอา หลงเออร์...เข้าใจแล้วใช่หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงเห็นด้วยกับข้อตกลงของพวกท่าน"ฮ่องเต้ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน
"นางสับสนจนถึงขีดสุดนางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางทำคืออะไรแต่นางแสดงออกถึงความรักและความผูกพันที่นางมีต่อพวกเจ้าทุกคน..."ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้นมองสองอ๋อง
"ข้าเองก็เริ่มรู้สึกว่า...ไม่สามารถปฏิเสธนางได้อีกต่อไป"
อี้หานเฟิงและจิ้นอ๋องต่างตกตะลึงกับคำพูดของฮ่องเต้พวกเขาทั้งสามอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างที่สุด ความรู้สึกรัก หึงหวงความรู้สึกผิด และความต้องการปกป้องนางเอกตีรวนอยู่ในอก
อี้หานเฟิงเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ"เช่นนั้นแล้ว... ฝ่าบาทจะร่วมมือกับเราอย่างไร?"
ฮ่องเต้มองหน้าเสด็จอาและน้องชายอย่างจริงจัง
"เราจะต้องหาทางทำให้นางกลับมาจดจำความจริงได้ทั้งหมดแต่จะต้องระมัดระวังเป็นที่สุด... จะต้องใช้ความรักและความเข้าใจไม่ใช่การบังคับ" พระองค์หยุดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวคำที่ทำให้สองอ๋องต้องตกใจ
"และในระหว่างที่นางยังสับสน...พวกเรา... จะต้อง ร่วมมือกันดูแลนาง ในฐานะ 'สามี' ของนาง... ในทุกๆ ความเข้าใจผิดของนาง"
จิ้นอ๋องอ้าปากค้างเล็กน้อย"หมายความว่า... ฝ่าบาทจะยอมให้นางเรียกว่า 'ท่านอาหลี่จิ้นอ๋อง' และจะยอมรับความใกล้ชิดของนาง...แม้ว่านางจะเข้าใจผิดว่าท่านคือสามีของนางก็ตามงั้นหรือ?"
ฮ่องเต้พยักหน้าช้าๆ"ใช่... ตราบใดที่นั่นคือสิ่งที่ทำให้นางมีความสุขและไม่ทำให้จิตใจนางต้องบอบช้ำอีก... พวกเรา... ทั้งสามคน... จะต้องเป็น 'สามี' ที่ถูกต้องของนางในแบบที่นางต้องการ... จนกว่านางจะกลับมาเป็นปกติ"ใน
ความเงียบงันที่ปกคลุมห้อง บุรุษทั้งสามต่างมองหน้ากันและกันความตึงเครียดไม่ได้หายไปไหนแต่มันถูกแทนที่
ด้วยการยอมรับและมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าในเส้นทางความสัมพันธ์ที่ซับซับซ้อนนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียวที่พวกเขารักแม้จะต้องปวดหัวกับความป่วนไร้ขีดจำกัดของเธอไปตลอดทางก็ตาม