บทที่ 5
หลังจากที่ความวุ่นวายสิ้นสุดลง ชายร่างใหญ่ก็จากเรือนหลังน้อยที่ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทิ้งห็หลินเฝ้ามองมารดาที่กำลังถูกรักษาจากท่านหมอประจำจวน โดยที่เ้าตัวกำลังโล่งใจอย่างถึงที่สุดเพราะนางเองก็ไม่คิดว่าเื่ราวจะลงเอยได้ดีขนาดนี้
‘ยังดีที่นิสัยของแม่ทัพใหญ่เป็ไปตามในนิยายที่เพิ่งอ่านไป ไม่งั้นละแย่แน่ๆ’ เด็กหญิงตัวน้อยที่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วนึกขึ้นมาด้วยความโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง เพราะไม่อย่างนั้นหากนางไปทำอย่างนี้กับคนอื่นๆ แล้วละก็มีหวังนางได้ตายไปจริงๆ แน่
แต่ก็นั่นแหละ ถึงนางจะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ได้ดีนัก แต่ที่แน่ๆ เื่ที่นางได้คุยกับชายชรานั้นอย่างน้อยที่สุดก็คงเป็เื่จริง ไม่ว่าจะเป็ความทรงจำและลักษณะนิสัยของตัวละครหลังๆ ที่นางจำได้ยังคงเหมือนเดิม
และที่ดีที่สุดก็คืออย่างน้อยแม้ว่าจะตื่นมาใน่เวลาที่เกิดขึ้นหลังจากนิยายเื่นั้นจบไปแล้ว แต่เธอก็ยังสามารถมีชีวิตในโลกนี้และยังมีมารดาที่รักและห่วงยัยเท่านั้นก็พอแล้ว
‘ดีนะที่อย่างน้อยบัฟของตาแก่นั้นเป็เื่จริงและไม่ปล่อยให้เราตายไปทั้งๆ แบบนี้...’
หลินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวใจตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะสิ่งที่ตัวเองต้องพบเจอมาทั้งชีวิต หรือเพราะอ่านนิยายเพิ่งจบมาหมาดๆ ทำให้อินกับตัวละครตัวนี้มากเป็พิเศษ โดยเฉพาะคู่ของแม่ทัพใหญ่กับหญิงงามผู้ลึกลับที่นางค่อนข้างจะ ‘พายเรือ’ ลำนี้เป็พิเศษ
ทำให้พอมาเจอตัวละครที่ตัวเองรักต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้มันก็เลยอดไม่ได้...
‘แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือเราจะเอาอย่างไรต่อไปดี เพราะในตอนนี้เราแทบจะไม่รู้อะไรสักอย่างเลย...’
ใช่แล้ว...
หลินในตอนนี้แม้จะโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมมากนัก เพราะเื่ราวในวันนี้ก็คงถูกพูดกันปากต่อปากไปเรื่อยๆ และนางคงไม่กลับไปเป็ที่รักของบ้านแน่ๆ ครั้นจะออกไปยังภายนอกก็มีน้องที่ยังเล็กและมารดาที่รักในตัวบิดาเสียยิ่งกว่าอะไร
ที่สำคัญไปกว่านั้นต่อให้นางและมารดาอยากที่จะออกไปจากบ้านนี้ก็ไม่รู้ว่าบิดาจะยินยอมไหม และหลังจากนั้นนากกับมารดาและน้องจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างประเดประดังเข้ามาจนเด็กน้อยหลงลืมไปแล้วว่าตอนนี้นางอยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุเพียงแค่สิบสองปีเท่านั้น...
“เฮ้อ...ช่างเถอะคิดไปก็เท่านั้น”
เด็กน้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะปลงตกออกมา ตอนนี้นางคงจะทำอะไรมากไม่ได้ สิ่งที่นางทำได้ก็คือพยายามที่จะใช้ชีวิตต่อไปให้ตัวเองมีความสุขที่สุดได้ก็คงจะพอแล้ว นอกเหนือไปกว่านั้นก็ให้โชคชะตานำพาไป เพราะตัวนางในตอนนี้คงทำได้แค่นี้จริงๆ
“คุณหนู...ทำไมไม่นอนพักเล่าเ้าคะ!”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของโลกยุคโบราณ ที่ไม่ได้มีเสียงอะไรมากมายหากไม่ใช่เขตชุมชนและงานเทศกาล ต่างจากโลกปัจจุบันที่ทุกๆ ที่ที่มีผู้คนอยู่ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เด็กหญิงจึงสะดุ้งน้อยๆ แล้วมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง
“ป้าเฉียง? มีอะไรหรืแล้วน้องเล็กเป็อย่างไรบ้าง”
เมื่อความทรงจำของเ้าของร่างมาซ้อนทับหลินก็จำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็ใคร หัวใจดวงน้อยๆ ก็อดไม่ได้ที่จะไปถามถึงน้องน้อยของเ้าของร่าง ด้วยความรู้สึกห่วงใยและรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก
“ตอนนี้คุณหนูเล็กไข้ลดแล้วเ้าค่ะ ่เย็นๆ คงจะกลับมามีแรงซนได้อย่างแน่นอน แต่ว่าคุณหนู...”
“ข้าไม่เป็ไรจริงๆ ป้าคอยดูท่านแม่เถอะ ส่วนข้าแค่โดนเฉี่ยวๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้เจ็บมากแล้วด้วย”
“เ้าค่ะ แล้วคุณหนูจะรับสำหรับเที่ยงเลยไหมเ้าคะ?”
“ครัวของเราเหลือของไม่มากแล้ว ่นี้ท่านแม่คง้าของบำรุงอีกเยอะ ป้าไปเตรียมข้าวต้มกับน้ำแกงให้ท่านแม่เถอะ ข้ายังไม่หิว”
“เื่นั้นคุณหนูไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ ก่อนที่นายท่านจะจากไปเพิ่งจะสั่งให้คนไปเตรียมเสบียงและเบี้ยหวัดที่เราถูกเบียดบังไป คิดว่าอีกไม่นานทุกอย่างคงกลับมาเป็ปกติ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลงมาเล็กน้อย เพราะนางเองก็เพิ่งจะได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นที่เรือนหลัก...
ทำให้นางก็อดที่จะใไม่ได้ เพราะแม้ว่าก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่จะโตเกินไวเพราะต้องพยายามดูแลน้องเพื่อแบ่งเบาภาระแม่ที่พยายามปักผ้าเพื่อที่จะหารายได้เสริม และหลายๆ ครั้งก็ต้องไปสู้รบตบมือกับเรือนอื่นๆ เพื่อปกป้องเด็กน้อยแสนซน แต่ถึงอย่างนั้นวันนี้ก็เป็ครั้งแรกที่นางและคนอื่นๆ ได้เห็นคุณหนูใหญ่ในด้านที่แข็งกร้าวแบบนี้
แต่แบบนี้มันอาจจะดีแล้วก็เป็ได้
......................
มาแล้วจ้า
กำลังใจน้อยจางง
ช่วยกันเม้นช่วยกันแชร์หน่อยน้า
ถ้ายอดวิวถึง300 เดี๋ยวคืนนี้แถมให้อีกตอนเลยเอ้า*-*
ก่อนสามทุ่มนะ
ถ้าไม่เจอกันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงครับ