ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 6 ทายาทของแวมไพร์

    ชาร์ลในตอนนี้เมื่อมองไปที่เควินสีหน้าดูไม่ได้อย่างที่สุด เขาก็ไม่คิดว่าจะมาพบกับพวกเงาปีศาจที่นี่ เขาก็หลับตาลงไปอย่างจำทนในที่สุดร่างกายเขาก็ไม่อาจทรงตัวไดเขาเองก็ฟุบลงไปกองกับพื้นเช่นกัน
    กระชากวิณญาณ
               ดาบสีเลือดที่ถูกกระตุ้นกระบวนท่าปะทุคลื่นสีแดงมหาศาลที่ตัวดาบ กำลังฟาดลงไปที่เควิน
                "ขอโทษนะอาริเชียข้าคงไม่สามารถที่จะแต่งงานกับเจ้าได้แล้ว"เควินพูดคำพูดสุดท้ายก่อนที่สติจะเลือนลางไปในที่สุด
                 หัวหน้าหน่วยของเงาปีศาจยิ้มเยาะอย่างสะใจอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นไม่สิอีกเพียงยี่สิบเซนติเมตรเจ้านี่ก็จะตายอย่างแท้จริง แค่คิดก็พลันอยากกระโดนโลดเต้นแล้วทั้งยังได้รับรางวัลจากท่านจ้าวปีศาจอีกด้วย แต่ไม่ทันไรการโจมตีที่กำลังจะถึงตัวของเควินก็พลันสลายไปพร้อมกับดาบของมันเองส่วนตัวมันก็ถูกส่งลอยละลิ่วพร้อมกับร่างกายไร้วิณญาณในทันที
                 พวกเงาปีศาจที่เหลือรอดต่างหน้าถอดสีอย่างชัดเจนไม่ทันที่จะได้เปร่งเสียงออกมาพวกมันทั้งหมดทั้งที่อยู่กับเควินและชาร์ลก็ถูกส่งลอยละลิ่วกับร่างไร้วิณญาณทั้งหมดในทันที ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพียงแต่บนท้องฟ้าปรากฎเรือเหาะหงส์สวรรค์ขึ้น
               ……….
               อาริเชียไม่รอให้เรือเหาะร่อนลงไปข้างล่างเธอกระโดดลงมาจากเรือเหาะพุ่งกลายเป็นแสงสีทองอันงดงามไปที่เควินทันที จากนั้นเมื่อร่างกายถึงพื้นดินเธอก็รีบพยุงร่างเควินขึ้นมาส่งกระแสพลังวิณญาณตรวจสอบทันที
                "ดีจังเลยที่ยังมาทัน ดีจังเลย"หยดน้ำใสๆยิ่งมายิ่งไหลรินออกมาจากดวงตาอันงดงามของเธอถ้าหากเธอมาช้าไปกว่านี้เพียงเสี้ยววินาทีเธอต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาลแน่ๆ
              คนอื่นๆเองเมื่อเรือเหาะลงจอดก็รีบพาหมอเข้ามาดูอาการของเควินและชาร์ลทันทีเมื่อปฐมพยาบาลฉุกเฉินเรียบร้อย พวกเขาก็รีบย้ายเควินและชาร์ลออกห่างจากประตูมิติราวยี่สิบกิโลเมตร เมื่อสร้างกระโจมสำหรับคนบาดเจ็บเสร็จแล้วหมอที่อาริเชียเตรียมมาด้วยก็เข้าไปตรวจร่างกายพวกเขาทั้งสองโดยทันที
               "อาการของพวกเขาสาหัสมาก ยิ่งเป็นทางเควินเองดูเหมือนก่อนหน้าจะเข้ารับการโจมตีของพวกเงาปีศาจดูท่าจะใช้พลังจิตวิณญาณไปมากมายเลยทีเดียวคงต้องใช้เวลาพักฟื้นสักสามเดือนน่าจะฟื้นขึ้นมาแน่นอน ดังนั้นเจ้าหญิงอาริเชียโปรดวางใจเถอะ"
              ไม่นานนักกองกำลังที่เตรียมตัวต่อการโจมตีของปีศาจระดับเจ็ดและระดับแปดก็มาถึง คอเรน เรทีน่า ตามมาด้วยลาเวเรียเองก็ทราบถึงการปะทะกันของพวกเควิน
               "ตั้งกำแพงฉุกเฉินขึ้นที่นี่เถอะระยะนี้กำลังเหมาะแก่การขยายอาณาเขตครั้งหน้า" ทุกคนที่ติดตามมาด้วยร่วมมือกันสร้างกำแพงที่สูงราวสิบห้าเมตรภายในหนึ่งวันเสร็จสิ้น
              การบุกของปีศาจระดับเจ็ดและระดับแปดก็ถูกเหล่ายอดฝีมือสกัดทำลายจนหมดทำให้เหล่าปีศาจเจ็บปวดไปถึงขีดสุดเมื่อแผนการของพวกมันถูกมนุษย์ที่แสนต่ำต้อยมองออกตั้งแต่แรก
               ………..
              ช่วงเวลาปัจจุบัน
                ผ่านมามากกว่าสามเดือนหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เควินเองไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติแม้แต่น้อย ขณะที่ชาร์ลนั้นฟื้นขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน อาริเชียเฝ้าเควินแทบไม่ห่างอยู่ทุกวันถ้าไม่ติดว่ามีการบุกของปีศาจและมารอสูรละก็เธอก็คงคิดจะเฝ้าเควินตลอดเวลาแน่ๆ
                “ทำไมเจ้าถึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาอีกละเควิน ถ้าหากเจ้าเป็นอะไรไปละก็ ข้าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร” อาริเชียใช้มือลูบใบหน้าของเควินไปมาก็แสดงสีหน้าที่ดูไม่ได้เป็นอย่างมาก ช่วงนี้ในชีวิตของเธอล้วนแต่ไม่มีสีสันไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ไม่สามารถทำได้อย่างวางใจ ในใจของเธอเป็นกังวลอย่างสุดแสน ถ้าหากเขาไม่ฟื้นขึ้นมาละแล้วเธอจะทำเช่นไร ในขณะที่เธอกำลังโศกเศร้าเสียใจลาเวเรียก็เดินเข้ามาภายในห้องมันถึงเวลาที่เธอผลัดเปลี่ยนคนเฝ้าเควินแล้ว
               “องค์หญิง ได้เวลาแล้วข้าจะเฝ้าเขาต่อจากท่านเอง ถ้าท่านไม่พักผ่อนเสียบ้างหากเควินฟื้นขึ้นมาเขาก็คงไม่สบายใจแน่ถ้าหากเห็นท่านที่อยู่ในช่วงที่ดูไม่ได้ขนาดนี้” ลาเวเรียเองก็นึกสงสารอาริเชีย หลายวันมานี้เธอพักผ่อนไม่เพียงพอสักทีถ้าหากเสร็จงานที่เธอรับผิดชอบนี้อาริเชียก็จะรีบตรงดิ่งมาที่ห้องนี้ทันที
               “แต่….แต่ว่า”
               “ไม่มีแต่แล้วข้าขอพูดในฐานะของพี่สาวเควินหน่อยก็แล้วกัน ยิ่งเจ้ามาทำตัวไร้สาระเรื่อยเปื่อยไปวันๆเอาแต่คิดที่จะมาเฝ้าเขาแทบทุกวันจนงานในตอนนี้ไม่คืบหน้าเลยสักงานเดียว เจ้าคิดจริงๆเหรอว่าเขาเองจะตื่นมาแล้วบอกว่าเจ้าทำได้ดีแล้วนะ ไม่หรอกนั่นแค่เป็นสิ่งที่เจ้าคิดกังวลมากเกินไป ข้ามั่นใจได้ในอีกไม่กี่วันเขาจะต้องฟื้นมาแน่ๆเพราะฉนั้นเจ้าต้องทำในสิ่งเป็นปัจจุบันให้ดีที่สุดไม่ต้องไปคิดกังวลจนตอนนี้ไม่ทำอะไรคืบหน้าสักอย่าง” เลเวเรียเมื่อเห็นอาริเชียเป็นกังวลมากขนาดนี้ เธอก็ไม่สามารถที่จะทนดูอาริเชียใช้ชีวิตดังคนที่สูญเสียของสำคัญไปแบบนี้ ใช่แล้วชีวิตมันต้องก้าวไปข้างหน้าเสมอ “แต่ถ้าหากเขาไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆละก็เจ้าไม่ต้องห่วงข้าจะเป็นคนส่งเจ้าไปอยู่กับเขาเอง”
                อาริเชียพยักหน้านำผ้าเช็ดหน้าของเธอขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มที่งดงามของเธอมาเนินนาน ดวงตาที่เศร้าสร้อยไร้ความสดใสในตอนนี้กลับมาเปร่งประกายแล้วพร้อมกับความเข็มแข็งที่เพิ่มเข้ามาในจิตใจที่อ่อนแอของเธอเสริมให้อาริเชียแข็งแกร่งพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้ คำพูดของลาเวเรียได้ปลุกตัวตนที่อ่อนแอให้สูญสลายไปแทนที่ตัวตนที่เข้มแข็งของเธอแล้ว จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตราบใดที่เควินยังหายใจอยู่แม้จะไม่อาจฟื้นมาได้อีกตลอดกาลเธอก็จะรอ หากแต่เขาหมดลมหายใจพลังชีวิตสูญสิ้นเมื่อไหร่เธอก็พร้อมที่จะปลิดชีวิตของตนเองเพื่อเป็นเพื่อนร่วมทางของเควินทันที
               …………
                          นี่มันคืออะไรอีกละ
              กรอบสี่เหลี่ยม ขนาดเท่ากับกรอบสี่เหลี่ยมที่เป็น "แถบสถานะ" ในครั้งแรกก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งแต่ในครั้งนี้หลังจากที่เขายอมรับการเปลี่ยนอาชีพเสร็จแล้วกรอบสี่เหลี่ยมที่มาใหม่นั้นก็กลายเป็นภาษาที่เขาคุ้นเคยอย่างถึงที่สุด มันคือภาษาของจักรวรรดิรุ่งอรุณ
               "ไม่ต้องตกใจไปลูกแม่ ในตอนนี้ร่างกายของเจ้าได้รับการสืบทอดพลังแวมไพร์ของแม่แล้ว จากนี้ไปชื่อของเจ้าที่ยืนอยู่ต่อหน้าข้าจะมีชื่อว่า รอน แวไซ"
              "พลังของแวมไพร์?"
              "หึ หึ ลองเช็คที่ "แถบสถานะ" ลองดูสิแล้วเจ้าก็จะรู้โดยความสามารถของเจ้าเองพลังนี้คือพลังของเจ้า"
               แถบสถานะเลเวล : 1  ขั้น : กำเนิดจิตวิณญาณขั้นที่หนึ่งชื่อ : เควิน คาร์เวีย (ได้รับการจุติใหม่) ชื่อประจำตัวแวมไพร์ : รอน แวไซอายุ : 15 ปีอาชีพ : ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (ได้รับการสืบทอด)เผ่าพันธุ์ : แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ คลาส เทพราชันจักรพรรดิ (ได้รับการสืบทอด)ฉายา : วีรบุรุษสีแดงพลังชีวิต : 25,000พลังเวทย์ : 88,888กำลัง : 77ว่องไว : 102สติปัญญา : 450โชค : 144เสน่ห์ : 80ค่าสถานะพิเศษจิตวิณญาณ : 100การโจมตีครั้งแรกจะสร้างความเสียหาย 200%
    พลังโจมตี : 4,500พลังโจมตีจิตวิณญาณ : 3,000พลังป้องกัน : 7,000พลังป้องกันจิตวิณญาณ : 5,000อัตราคริติคอล : 15%       -ค่าความเสียหายคริติคอล : 150%ธาตุไฟ : 0ธาตุน้ำ : 0ธาตุลม : 0ธาตุดิน : 0ธาตุแสง : 100ธาตุมืด : 200
    ทักษะดวงตาแห่งสายเลือดแท้ เลเวล 1ก้าวพริบตา เลเวล 1ความเข้าใจภาษา เลเวล 1เวทมนต์ เลเวล 1วิชาดาบเวทย์ เลเวล 1วิชามีดสั้นคู่ เลเวล 5การเติบโตสองเท่า เลเวล -การเรียนรู้สิ่งใหม่ เลเวล สูงสุด
       "สิ่งนี้คือส่วนหนึ่งของพลังแวมไพร์มันมีชื่อเรียกว่า "แถบสถานะ" หากไม่มีสายเลือดของข้าจะไม่สามารถเรียกใช้งานหรือปิดมันลงไปได้ เมื่อเจ้าจะเรียกใช้งานแค่คิดภายความคิดว่า "แถบสถานะ" กรอบสี่เหลี่ยมที่เห็นก็จะขึ้นมาทันทีในนั่นจะระบุรายละเอียดของพลังเจ้าทั้งหมดและพลังทุกชนิดเอาไว้และวิธีแก้ และที่สำคัญมีสิ่งหนึ่งที่เผ่าพันธุ์ของพวกเราถูกเรียกว่าจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวก็เพราะมีสิ่งที่เรียกว่า เลเวลยังไงละ สิ่งมันจะอธิบายไว้ให้เจ้าอยู่แล้วไปศึกษามันเถอะ"
               เควินถึงกับแตกตื่นถ้าสิ่งนี้พลังนี้เป็นสิ่งที่ผู้มีศักดิ์เป็นแม่ของเขาอธิบายมา มันจะเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

          "และที่สำคัญที่สุดเมื่อเจ้าเจอบุคคลที่สามารถเชื่อใจได้จงประทับตราวิณญาณด้วยชื่อ รอน แวไซ ของเจ้าลงไปพวกเขาจะกลายเป็นบริวารโลหิตพิทักษ์ทันที และเมื่อเจ้ามีคนรักก็เช่นกันเจ้าต้องประทับรอยจูบลงไปพร้อมตราวิณญาณเช่นกันพวกเธอเองก็จะกลายเป็นจักรพรรดินีของเจ้าสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับความรักมีให้กันเมื่อค่าความรักของหญิงคนใดที่เจ้าได้ประทับตราวิณญาณลงไปมากที่สุดก็จะกลายเป็นจักรพรรดินีแห่งแวมไพร์หากค่าความรักอยู่ในระดับที่น้อยพวกเธอก็จะถูกลดหลั่งลงไปตามตำแหน่งราชินีแวมไพร์"
       "เจ้ายังไม่ต้องถามว่าข้าเป็นใครแต่เจ้าเรียกข้าว่าแม่ก็พอเพราะเจ้าได้ถือกำเนิดใหม่มาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าแล้วเพราะฉนั้น เจ้าคือลูกในสายเลือดของข้า"
                ถึงจะฟังดูแปลกประหลาดไปบ้างที่ว่าทำไมเธอถึงกล้าบอกว่าเควินกลายเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอไปแล้วเพราะเขาเองก็รู้สึกได้ผ่านจิตวิณญาณของเขาเองว่า ไม่ว่าจะเป็นเลือดทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายได้เปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นไปแล้วนอกเสียจากจิตวิณญาณของเขายังคงเหลือเศษเสี้ยวของตระกูลคาร์เดียเหลือเอาไว้แต่ก็เริ่มจากหายไปแล้วเพราะได้หลอมรวมกันทีละนิดละน้อย ว่ากันตามความเข้าใจเขาเองก็เป็นลูกหลานของคาร์เดียแต่ก็เป็นลูกชายแท้ๆของเธอเช่นเดียวกัน
                  “เอาละ ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้า ครั้งต่อไปข้าจะมาหาเจ้าเองไม่นานหรอกข้าเองก็อยากพบหน้าเจ้าเต็มทนแล้วเหมือนกัน สามวันหลังจากนี้เจ้าก็จะฟื้นขึ้นเอง ไว้เจอกันอีกครั้ง”
                   “เดี๋ยวก่อนสิ”
                  เควินก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา มาเร็วไปเร็วจริงๆนะ “เฮ้อ อยู่ๆก็ได้แม่ใหม่ซะงั้น เหลือเวลาอีกตั้งสามวันมาตรวจสอบเจ้า “แถบสถานะ” สักหน่อยก็ดีนะ” 
                  พูดเสร็จเควินก็ใช้นิ้วมือแตะไปที่กรอบสี่เหลี่ยมของ “แถบสถานะ” 

    นิยายแนะนำ