S Family Love Story

    Sol xx Mifa 23

    Sol xx Mifa 23


    ช่วงเย็นของคืนก่อนกลับ หลังจากกินข้าวเย็นเราต่างมารวมกันที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน มีการแสดงของทีมผู้ปกครองอีกครั้งและครั้งนี้เป็นการแสดงแบบพื้นเมืองมีการรำบายสีอะไรสักอย่างที่ฉันเองก็ไม่มั่นใจว่าเขาเรียกว่าพิธีอะไรแต่ที่สงสัยทำไมถึงทำกันตอนกลางคืน ปกติพิธีจำพวกบายสีฉันมักจะเห็นทำกันตอนกลางวันเสียมากกว่า แต่ถึงแม้จะสงสัยแต่ฉันก็ไม่ได้เอ่ถยามใครออกไปเก็บความข้องใจสงสัยไว้กับตัวเองตลอดการดำเนินการพิธี

    พี่ซีนกับพี่ไนท์กลับไปแล้วตั้งแต่เย็น ๆ เหลือเพียงดาวเหนือที่จะค้างด้วยกันในคืนนี้ หลังจากพิธีเสร็จเราก็นั่งเล่นกันอยู่รอบกองไฟ บ้างก็ดื่มบ้างก็ร้องเพลง เป็นค่ายที่ฟรีสไตล์มากจริง ๆ จะว่าไปเหลือแค่คืนนี้คืนสุดท้ายแล้วสินะที่จะต้องค้างคืนกันที่นี่ ระหว่างนั่งคิดอะไรไปเพลิน ๆ สายตาก็เหลือบมองเห็นคนบางคนยืนอยู่ข้างเสาอาคารเรียน เด็กคนนั้นสวมชุดนักเรียนตัดผมหน้าม้าผมสั้นเท่าติ่งหู กำลังยืนจ้องมายังพวกเรา น่าแปลกจัง ทำไมถึงไม่เดินเข้ามาร่วมวงกับเด็ก ๆ คนอื่นล่ะ

    “โทรหาพี่เงินหรือยัง?” ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาบดบังระดับสายตาพร้อมกับถามเสียงเบา การกระทำของซอลทำให้ฉันเริ่มมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นก่อนหน้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแบบเดียวกับฉัน

    “ยังเลย แต่ส่งข้อความไปแล้วล่ะ”

    “พี่ว่าไงบ้าง” ซอลถามต่อ

    “บอกแค่ว่ายังหาครอบครัวเขาไม่เจอ ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนกัน เหมือนจะย้ายที่อยู่”

    “มีชื่อ หรือนามสกุลพวกเขาไหมจะได้ช่วยหาอีกแรง”

    “อยู่กับพี่เงินหมดเลยเราก็ไม่ได้ถามอะไรมาก”

    “ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับไปแล้วจะช่วยหา”

    “ซอล...”

    “ครับ?”

    “ที่บอกว่าจะไปช่วยรุ่นพี่ถ่ายรูป ไปวันไหนเหรอ?” ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนมีรุ่นพี่ของเขาเคยพูดว่าจะให้เขาไปช่วยงานอะไรสักอย่าง แต่ก็ลืมไปไม่ได้ถามเขาเกี่ยวกับรุ่นพี่คนนั้นเลยสักครั้ง

    “อาทิตย์หน้าไง จำไม่ได้ใช่ไหม? บอกไปแล้วนี่นา” ซอลยืนมือมาบีบแก้มด้วยความมันเขี้ยว แววตาซน ๆ ของเขาทำให้ฉันรู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อย

    “ขอโทษ เราจำไม่ได้จริง ๆ ”

    “ไม่เป็นไร ไปด้วยกันนะ”

    “เรายังไม่รับปากได้ไหม เรากลัวว่าจะไม่ว่าง” ไม่กล้ารับปากเขาเลยจริง ๆ เหมือนความรู้สึกมันบอกว่าอย่าเพิ่งรับปากซอล มันเป็นความรู้สึกหน่วง ๆ อย่างบอกไม่ถูก เจ็บอยู่ลึก ๆ ด้วยไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไรกันแน่ อีกอย่างความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดคือความห่างไกล ห่างไกลจนเจ็บปวด

    ความรู้สึกพวกนี้มันคืออะไรกันแน่...

    “จะไปไหนฟา?” ริคเอ่ยถามเมื่อฉันขยับลุกขึ้นยืน หลังจากที่นั่งเล่นกันอยู่สักพักใหญ่ เพื่อน ๆ บางคนก็แยกไปนอนพักบางคนก็นั่งเล่นกันต่อ ฉันและเพื่อนจัดอยู่ในกลุ่มหลังคือนั่งเล่นกันต่อ แต่พอนั่งไปสักพักฉันก็อยากจะไปเข้าห้องน้ำ ซอลก็หายไปไหนไม่รู้เหมือนกัน เขาบอกแค่ว่าขอออกไปคุยโทรศัพท์กับพี่ชายเมื่อสิบนาทีก่อนเห็นจะได้

    “ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวกลับมา”

    “รอด้วยเดี๋ยวไปเป็นเพื่อน” สรอาสาด้วยความเป็นห่วง

    “แต่ว่า...”

    “มันมืดแล้ว ให้เพื่อนไปด้วยนี่แหละ ปะ เดี๋ยวไปด้วยกัน” เข็มเองก็อาสาพาไปด้วย ตอนนี้กลายเป็นเราสามคนเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยกัน จากสนามฟุตบอลที่เรานั่งกันอยู่เดินไปยังห้องน้ำก็ไกลอยู่เล็กน้อย เพราะโซนห้องน้ำจะถูกจัดไว้ที่ด้านหลังอาคาร ถ้าจะไปต้องเดินผ่านตัวอาคารเรียนไปด้วย ระหว่างที่เดินก็ได้ยินเสียงกระแอมไอเบา ๆ เป็นระยะ ไม่รู้ว่าดังมาจากทิศทางไหนกันแน่ แต่ฉันก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน ทำเหมือนไม่รู้ว่ามีอะไรบางอย่างพยายามพุ่งเข้าหาจากทางด้านหลัง

    “กลับไปรอบนี้คงต้องไปทำบุญกันบ้างแล้วล่ะ” สรเอ่ยเบา ๆ เมื่อเราเดินเข้าใกล้ตัวอาคารเรียน จู่ ๆ กิ่งไม้ไม่รู้มาจากที่ไหนก็หล่นลงมาตรงหน้าเราทั้งสาม เท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักค้างไปทั้งสามคนอย่างพร้อมเพรียง

    “ไปต่อเถอะ” ฉันบอกเพื่อนเสียงเบา ทั้งสองพยักหน้ารับไม่ได้พูดอะไรอีก เมื่อเดินไปอีกสองก้าว เราก็เดินมาหยุดอยู่ใต้ถุนอาคาร ด้วยความที่อาคารเป็นแบบยกสูงเหนือพื้นประมาณสองถึงสามเมตรทำให้ใต้อาคารเปิดโล่ง แสงไฟก็เปิดทั้งในตัวอาคารและนอกอาคาร แต่ไม่ได้ทำให้ภาพตรงหน้าเราดูน่ากลัวน้องลงเลยสักนิด เมื่อช่องว่างระหว่างอาคารกับพื้นดิน เหมือนมีคนกำลังนั่งกอดเขาอยู่หลายคน แววตาตื่นกลัวและโกรธแค้นถูกส่งมายังเราทั้งสามคนไม่หยุด เพื่อนอาจจะไม่เห็นแต่สำหรับฉันเห็นแบบนี้แล้วมันไม่ไหวจริง ๆ

    เมื่อเห็นท่าทางไม่ค่อยดีจึงรีบชวนเพื่อนทั้งสองเดินไปยังห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่กำลังทำธุระอยู่นั้นเสียงเปิดประตูห้องน้ำห้องข้างๆ ที่เพื่อนเข้าไปก่อนหน้านี้ดังขึ้น ทำให้รู้ว่าเพื่อนคงออกไปรอข้างนอก ส่วนตัวฉันที่ทำธุระเพิ่งเสร็จก็เปิดประตูออกมาแต่นอกประตูนั้นดูเงียบจนน่าแปลกใจ มันเงียบมากขนาดที่ได้ยินเสียงลมพัดหวีดหวิว เสียงลมนั้นฟังดูคล้ายเสียงหวีดหัวเราะอย่างพอใจ เสียงร้องเพลงที่สนามฟุตบอลที่ได้ยินมาตั้งแต่ตอนเดินมาเข้าห้องน้ำตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงเลย เดินออกมาข้างนอกส่วนที่เป็นห้องน้ำก็ไม่เจอเพื่อนเลยสักคน แต่ฉันได้ยินเสียงเพื่อนออกมาแล้วจริง ๆ นะ

    อยากจะลองเดินกลับทางเดินแต่ก็ไม่กล้า ทุกอย่างรอบตัวตอนนี้มันล้วนดูแปลกไปหมด

    “หนูมีฟา ถ้ายังอยู่ตรงนี้ อยู่นิ่ง ๆ ไม่ต้องไปไหน อยู่ตรงนั้น” เสียงหนึ่งเอ่ยดังขึ้นมาเป็นเสียงคุณตาแก่ ๆ เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรแอมไอเป็นระยะ แต่ฉันมองไม่เห็นคนพูดแม้จะพยายามหันมองรอบข้างแล้วก็ตาม รอบ ๆ ข้างดูน่าปวดหัวไปหมด ดวงตาที่มองเห็นราวกับมีอะไรบางอย่างวิ่งผ่านไปมาเร็วๆ จนน่าปวดหัวทั้งยังมีเสียงหัวเราะนั่นอีก ฉันควรจะทำยังไงดี ฉันรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนต้องสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ความรู้สึกของฉันตอนนี้ก็บอกให้ตัวเองทำตามเสียงคุณตาแก่ ๆ ที่เอ่ยบอกก่อนหน้าอย่างเคร่งครัด ยืนอยู่ตรงนี้นิ่ง ๆ ไม่เดินไปไหน

    ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันตอนนี้มันเรียกว่าอะไร แต่เสียงฝีเท้าที่เดินกันขวักไขว่อยู่รอบตัวฉันทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจแรงรัวอย่างที่ไม่เคยเป็น เหมือนมีกลุ่มคนหลายสิบคนกำลังเดินวนไปมารอบตัวแต่ไม่ว่าจะตั้งสติมากแค่ไหนก็ยังไม่สามารถมองเป็นกลุ่มคนเหล่านั้นได้ กระทั่งได้ยินเสียงบทสวดอะไรสักอย่างฉันจึงเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าชัดขึ้นแต่ก็ยังไม่เห็นคนเลยสักคน

    ‘ฮิ๊ ฮิ๊ ฮิ๊ สนุกจังเลย’ เสียงผู้หญิงเล็ก ๆ แหลม ๆ หัวเราะอย่างพอใจ เสียงเธอคนนั้นบาดหูมากจนต้องยกมือขึ้นปิดหูไว้ เสียงบทสวดดังสลับกับเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฉันถอยหลังไปยืนจนชิดเสาที่ถูกตั้งเป็นที่ยึดผนังกั้นห้องน้ำ ฉันกลัวและต้องการที่พึ่งมากที่สุดในตอนนี้

    ‘หนูลูก มายืนข้างแม่เดินมายืนตรงนี้ เดี๋ยวเขาจะมาเจอหนูเอง’ น้ำเสียงหวานกังวานดังขึ้นข้างหูเบา ๆ ไอเย็นโอบฉันไว้ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวเหมือนเสียงหัวเราะก่อนหน้านี้กลับกันน้ำเสียงที่เพิ่งได้ยินทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกเช่นเดียวกัน รอบข้างฉันตอนนี้เป็นสถานที่โรงเรียนอย่างตอนกลางวันนี่แหละเพียงแต่ตอนนี้มันแปลกไปเพราะไม่เห็นคนเลยสักคน

    ‘ให้หนูระลึกถึงพ่อหนุ่มคนนั้น คนที่จะช่วยหนูได้ ตอนนี้เขากำลังเดินหาหนูนะลูก แม่ทำได้แค่ส่งสัญญาณให้เขามาเจอหนูตรงนี้’ เสียงนั้นเอ่ยบอกเมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้เสาอาคารเรียน

    หมายถึงใคร? คนที่กำลังตามหาฉันอยู่ เพื่อน ๆ เหรอ?

    ‘มีหนึ่งเดียวที่จะเจอหนู”

    ซอลเหรอ?

    คิดได้ดังนั้นฉันจึงหลับตาหลงเบา ๆ ตั้งใจอธิฐานจิตพึงระลึกถึงซอล แม้จะพยายามตั้งสมาธิมากแค่ไหนแต่เสียงหวีดหัวเราะอย่างสนุกนั่นก็ทำให้สติหลุดไปบ้างแต่ไม่นานก็ดึงสติตัวเองกลับมาได้

    “ฟา! มีฟา! อยู่ไหน? มีฟา!” เสียงร้องตะโกนชื่อฉันดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ภาพที่เห็นตอนนี้เป็นซอลที่เดินเข้ามาใกล้ แต่เสียงตะโกนนั้นกำลังเรียกชื่อฉัน ฉันมองเห็นเขาแล้ว เห็นเขาแล้วจริง ๆ ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว

    “มีฟา!” ซอลเดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำไมเขายังทำเหมือนมองไม่เป็นฉันเลยล่ะ ฉันอยู่นี่ไง อยู่ตรงหน้าเขานี่ไง

    “ซอล! เราอยู่นี่ซอล ฮึก ได้ยินเราไหม เราอยู่นี่ ฮื่อ! ซอล ซอลเห็นเราไหม” ความหวาดกลัวเกาะกินไปทั้งหัวใจ อยากจะขยับเข้าไปใกล้เขาแต่ก็ขยับไปไม่ได้

    “ซอล...”

    “มีฟา!! อยู่ที่นี่ใช่ไหม? ฟา”

    “อยู่นี่ ฟาอยู่นี่ซอล ฮื่อ ฟาอยู่นี่” หยาดน้ำตายังคงไหลลงมาต่อเนื่องด้วยความกลัว ซอลที่ทำท่าเหมือนเดินตามอะไรบางอย่างมาหยุดยืนตรงหน้าฉันเราห่างกันไม่ถึงยี่สิบเซนติเมตรแต่ทำไม ทำไมเขายังมองไม่เห็นฉัน ซอล ฟาอยู่นี่ไง เห็นฟาไหม?

    “กลิ่นหยุดอยู่ตรงนี้ครับ”

    “ตรงอื่นไม่ได้กลิ่นแล้วครับ”

    “ผมต้องทำยังไง?” ซอลเหมือนคุยกับใครสักคนด้วยท่าทีแสนจะจริงจัง

    แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมกับสติที่เลือนหายไปราวกับเรื่องราวก่อนหน้าเป็นเพียงความฝัน ฝันร้ายที่ทำให้ฉันหวาดกลัว ขอร้อง ขอให้ฉันตื่นจากฝันร้ายนี้ที


    =====

    หายไปนานเลย ลืมกันไปหรือยังคะ ช่วงนี้เราไม่ค่อยว่างเลย สต็อกก็มีน้อยนิดอยากเขียนให้ไ้เยอะกว่านี้ก่อนแล้วค่อยอัพ แต่จะพยายามนะคะ 

    ตอนนี้ใช้พลังงานเยอะมาในการเขียน เพราะไม่เคยเจอหรือเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ถ้าไม่ลื่นไหลยังไงแจ้งได้นะคะ เราจะพยายามปรับปรุงค่ะ 

    ขอบคุณทุกคนที่ยังรอกันจนถึงวันนี้ 

    Love you 

    คล้ายกับเรื่องS Family Love Story ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247