เพี๊ยะ!
“เดินให้เร็วกว่านี้ไอ้พวกสวะ!”แส้หนามฟาดลงมาที่แผ่นหลัง บังเกิดบาดแผลเหวอะหวะเลือดสาดกระเซ็นออกมาเต็มแผ่นหลัง
ทาสชราที่อยู่ในชุดที่ทำมาจากเศษผ้าทรุดตัวลงด้วยสีหน้าไร้เลือดฝาด มือทั้งสองข้างที่กำลังยกหินที่มีน้ำหนักเท่ากับตัวเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ทว่าผู้คุมทาสกลับไม่มีวี่แววว่าจะเห็นใจ กลับกันเขาระดมฟาดแส้หนามในมืออย่างต่อเนื่องพลางตะคอกเสียงก้องว่า
“ลุกขึ้น! ลุกขึ้น! ลุกขึ้น! ลุกขึ้น! เจ้าตัวขี้เกียจ! ใครสั่งให้เจ้าหยุดเดินกัน!”
ทาสชราถูกโบยด้วยแส้หนามนับสิบครั้ง
แผลจากแส้หนามปริแตกขยายใหญ่ขึ้นจนเผยให้เห็นกระดูก
ท้ายที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว หินก้อนใหญ่ที่ถูกยกขึ้นเหนือศีรษะก็หล่นลงมาเนื่องจากมือทั้งสองข้างนั้นไร้เรี่ยวแรงที่จะยกมันขึ้นอีกต่อไป
ตุบ!
หินก้อนใหญ่กระแทกเข้าเต็มศีรษะทาสชรา ดวงตาของเขาเหลือกขาว ก่อนที่สติของเขาจะดับไปตลอดกาล
“ลุกขึ้น!ลุกขึ้น! หือ! ตายแล้วงั้นหรือ”ผู้คุมทาสส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“เฮ้ยเจ้านะ!”ผู้คุมทาสหวดแส้ที่ชุ่มไปด้วยเลือดเข้าใส่ทาสอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ
ทาสผู้โชคร้ายครางขึ้นเบาๆ ก่อนจะกัดฟันข่มความเจ็บปวดไว้ไม่แสดงอาการออกมา
“ยกศพไอ้แก่นี่ไปทิ้งไกลๆซะแล้วกลับมาทำงานต่อ”
ทาสผู้โชคร้ายก้มลงยกขาของศพทาสชราขึ้นและลากออกไปไม่ให้ขวางทาง
เลือดจากแผ่นหลังของศพไหลชโลมไปทั่วเกิดเป็นรอยลากยาวดูน่าสยดสยอง
ถึงจะมีคนตายเกิดขึ้นแต่ทาสที่เหลืออีกกว่าหลายแสนคนก็ก้มหน้าทำงานต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เทือกเขาสูงเสียดฟ้ายาวเหยียดร่วมหลายพันกิโลเมตร
มันคือกำแพงตามธรรมชาติที่ยากจะข้ามผ่าน
แต่กำแพงที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมานี้มีช่องแคบเล็กๆแห่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนประตูอยู่
และที่ช่องแคบแห่งนี้ก็คือตำแหน่งที่ทาสนับแสนกำลังทำงานอยู่
พวกเขากำลังนำหินที่ขุดมาจากเหมืองหินที่อยู่ใกล้ๆมาสร้างป้อมปราการที่ช่องแคบเพื่อเตรียมรับมือกับศัตรู
เสียงตวาดของผู้คุมทาสดังขึ้นไม่ขาดสาย พร้อมกับจำนวนทาสที่ตายจากแส้หนามทรามากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครห้ามผู้คุมทาสเหล่านี้สำหรับการกระทำที่โหมเหี้ยม
ต่อให้ทาสตายไป 1 คน แต่ก็ยังเหลืออีกนับแสนและมันจะมีมากขึ้นอีกในอนาคต
บางทีสำหรับพวกเขา ทาสคงมีค่าน้อยกว่าอาหารมื้อหนึ่งที่เขากินด้วยซ้ำ ป้อมปราการหินถูกก่อสร้างขึ้นอย่างหยาบๆ รูปแบบของมันเป็นแบบใช้แล้วทิ้งเท่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องสร้างให้ดิบดีอะไรนัก ที่มุมสูงบนเทือกเขามีสายตานับสิบคู่กำลังจับจ้องลงมามองดูการทำงานของเหล่าทาส ด้วยหมอกบนที่สูงทำให้มองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ไม่ชัดเจนนัก
แต่จากคลื่นพลังอันหนักหน่วงที่แผ่ออกมาบ่งบอกว่าพวกเขาเป็นนักรบกลายพันธุ์ทั้งหมด!
นักรบกลายพันธุ์เหล่านี้พากันยืนอยู่บนชะง่อนผาที่ยื่นออกมา และที่ชะง่อนผาที่อยู่สูงที่สุดคือเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินลึกลับ เขายืนกอดอกมองไปด้านล่างเงียบๆ ก่อนที่เขาจะเปิดปากขึ้นมา “พวกทาสทำงานช้าเกินไป ลงไปบอกผู้คุมทาสให้เร่งมือขึ้นอีก และบอกพวกทาสว่าถ้าป้อมปราการไม่เสร็จภายใน 3 วันพวกมันจะต้องตายทั้งหมด”นักรบกลายพันธุ์เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบสนิท “ขอรับ!”นักรบกลายพันธุ์ที่อยู่ด้านล่างคนหนึ่งก้มศีรษะลงด้วยความนอบน้อม ก่อนจะลงไปทำตามที่ได้รับคำสั่ง นักรบกลายพันธุ์ดวงตาสีน้ำเงินหันไปมองนักรบกลายพันธุ์อีกคนที่อยู่ด้านใต้ จากนั้นจึงเอ่ยถามว่า “กองทัพศัตรูจะเดินทางมาถึงเมื่อไหร่?” “สายลับของเรารายงานว่าจะมาถึงในอีกประมาณ 10 วันขอรับท่านเมดิส แต่ว่า...” “แต่อะไร?” “สายลับที่รับหน้าที่จับตาดูกลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินขาดการติดต่อไปได้ 3 วันแล้ว คาดว่าคงจะไม่มีลมหายใจอยู่อีกแล้วขอรับ แล้วก็ทำให้พวกเราไม่ทราบถึงสถานะปัจจุบันของกลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินด้วยขอรับ” นักรบกลายพันธุ์ดวงตาสีน้ำเงินขมวดคิ้วแน่น เขาไม่พอใจอย่างชัดเจน “เจ้าสายลับนั่น...ไร้ประโยชน์สิ้นดี! ถึงมันจะตายไปแล้วแต่ข้าก็จะลงโทษมัน จับครอบครัวที่เหลืออยู่ของมันทั้งหมดไปเป็นทาสซะ!” นักรบกลายพันธุ์รอบๆได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดเผือด แต่แอบเก็บซ่อนอาการไว้ สายลับที่ว่าเป็นถึงนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 เหมือนกับพวกเขา แต่นักรบกลายพันธุ์ดวงตาสีน้ำเงินผู้นี้กลับสั่งลงโทษอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่แยแสแม้แต่น้อย
ความเด็ดขาดนี้ส่งผลให้นักรบกลายพันธุ์ทุกคนที่ได้ยินมีความตึงเครียดขึ้นในใจ และได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าต้องสู้สุดชีวิต แม้จะต้องตายก็จะต้องมีผลงานบางอย่างให้ได้ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเขาที่อยู่ด้านหลังก็คงไม่พ้นถูกขับไล่ไปเป็นทาส
สายตาของนักรบกลายพันธุ์ที่มองไปที่ทาสที่กำลังทำงานอยู่อ่อนลงเล็กน้อย พวกเขาเริ่มรู้สึกว่าที่แท้ทาสชั้นต่ำกับนักรบกลายพันธุ์อย่างพวกเขาอาจจะมีค่าไม่ต่างกันนักในสายตานักรบกลายพันธุ์ดวงตาสีน้ำเงิน
นักรบกลายพันธุ์ดวงตาสีน้ำเงินหรือเมดิสพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆคราหนึ่ง ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาอย่างไม่ตั้งใจกลับไม่ต่างจากลมแรงที่พัดหมอกรอบด้านให้แผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง ทำให้แสงตะวันที่เจิดจ้าได้ส่องผ่านรูโหว่บนทะเลหมอกไปด้านล่างไปได้ชั่วขณะหนึ่ง
นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1รอบๆแอบตัวสั่นเล็กๆกับภาพตรงหน้า
นี่คือพลังของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ซึ่งคือจุดสูงสุดบนโลกนี้!
เมดิสปรายตามองนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 รอบๆที่แอบสั่นกลัว ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง
“นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 ที่เหลือจะมาถึงเมื่อไหร่?”เมดิสเอ่ยถามอีกครั้ง
“พวกข้าได้ส่งคำสั่งไปให้พวกเขาเหล่านั้นแล้ว แต่เนื่องจากพวกเขากำลังยุ่งอยู่กับสงครามในที่ต่างๆทำให้ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยขอรับ แต่คำสั่งระบุไว้ชัดเจนว่าพวกเขาจะต้องมาถึงภายในระยะเวลาอีก4วันหลังจากนี้ขอรับ”
“ดี! เช่นนั้นถ้าใครมาช้ากว่าที่กำหนดข้าจะเป็นคนฆ่าพวกมันด้วยมือของข้าเอง!”เมดิสกล่าวเสียงเรียบทำเอานักรบกลายพันธุ์รอบด้านพากันสะพรึงอีกรอบ
พวกเขาสำนึกแล้วว่าตนช่างโชคร้ายจริงๆที่ได้ผู้บังคับบัญชาที่โหดเหี้ยมอย่างเมดิสมาคอยกำกับดูแล
“ส่วนเรื่องกลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงิน จงส่งสายลับคนใหม่ไปตามสืบเรื่องของพวกมันซะ และข้าหวังว่าจะได้เรื่อง...”เมดิสที่กำลังเปิดปากพูดอยู่นั้นก็หยุดชะงักเพราะหางตาของเขาเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้าเสียก่อน
ร่างในชุดคลุมสีขาวจำนวนหลายสิบร่างยืนอยู่ที่ชะง่อนผาของอีกฝั่ง
พวกเขายืนนิ่งจ้องมองมาที่เมดิสอย่างท้าทาย จากท่าทีของพวกเขาราวกับว่ามายืนที่ตรงนี้มานานแล้วแต่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ชุดคลุมสีขาวของพวกเขาแทบจะกลืนไปกับกลุ่มหมอกที่ลอยเอื่อยอยู่
เมดิสสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเป่าออกมาทางปาก
ฟู่!
หมอกรอบด้านสลายไปอย่างน่าอัศจรรย์ แสงตะวันที่เจิดจ้าส่องประกายสะท้อนกับสัญลักษณ์จันทราสีเงินวิบวับชวนแสบตา
เมดิสเหยียดยิ้มออกมา หัวเราะฮิฮะอย่างถูกใจ ดวงตาทอกระกายกระหายการต่อสู้อย่างแรงกล้า
แต่คนของเขาไม่ได้มีอารมณ์ร่วมด้วย พวกเขากำลังหวาดกลัวจนขาอ่อน
ฝั่งเขามีนักรบกลายพันธุ์แค่ 10 กว่าคนเท่านั้น มันน้อยกว่าอีกฝั่งหลายเท่าตัว!
“หึหึ! ดูเหมือนว่าไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาพวกเจ้าแล้วสินะ”เมดิสไม่ได้สนใจความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาแม้แต่น้อย
ฝ่ามือหนาถูกผลักออกไปเบาๆ
แต่การกระทำนี้กลับทำให้กลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินที่อยู่ด้านข้างตึงเครียดขึ้น
“พวกเจ้าถอยออกไปก่อน รีบไปจัดการพวกที่เหลือให้เร็วที่สุด”ร่างในชุดคลุมสีขาวที่อยู่หน้าสุดเอ่ยขึ้นอย่างนิ่งสงบ พร้อมกับโบกมือขึ้นตอบโต้อีกฝ่าย
เปรี้ยงงงงง!
เกิดเสียงปะทะกันดังสนั่นหู ที่กลางอากาศระหว่างผาทั้งสองฝั่งเกิดการปะทุของพลังขึ้นอย่างลึกลับ
อำนาจของพลังนั้นฉีกกระชากทุกสิ่งรอบด้านทำเอานักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 ต้องพากันถอยฉากหนีตายจ้าละหวั่น
ครืนนนน....
หินก้อนใหญ่หลายสิบชิ้นหลุดล่วงออกจากหน้าผาทั้งสองด้าน กลิ้งลงไปด้านล่างด้วยความเร็วไม่กี่วินาทีก่อนถึงพื้น
ตูมๆๆๆๆๆ!
อ๊ากกกกก! ช่วยด้วย!
ทาสหลายพันชีวิตถูกก้อนหินเหล่านั้นบดขยี้กลายเป็นเศษเนื้อติดอยู่บนพื้น ในขณะที่ทาสอีกหลายหมื่นคนกำลังวิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อหลบก้อนหินที่กลิ้งลงมา
สถานการณ์ตกอยู่ในห้วงโกลาหลในทันที!
เหล่าทาสทิ้งหินที่แบกอยู่อย่างไม่ลังเล พวกเขาพากันวิ่งแยกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อหนีออกไปจากช่องแคบแห่งนี้
เมดิสแค่นเสียงเขาสะบัดแขนทั้งสองข้างกางออก
ปัง!
หน้าผาทั้งสองด้านเกิดรอยบากเสมือนถูกตัด ก่อนที่ชิ้นส่วนด้านบนของหน้าผาจะเลื่อนไถลตกลงมาปิดทางช่องแคบแห่งนี้ไว้ดับความหวังของทาสทั้งหมดในทันที!
เมดิสกวาดตาไปมองร่างในชุดคลุมสีขาวที่อยู่ด้านตรงข้าม
“เอาละ! เรามาฆ่ากันให้สะใจกันเถอะ!”สิ้นคำทั้งสองก็พุ่งทะยานเข้าใส่กันอย่างดุเดือด โดยมีสายตาสิ้นหวังของเหล่าทาสเป็นสักขีพยานการต่อสู้ในครั้งนี้
และในเวลานั้นเองในที่ห่างไกลนับสิบกิโลเมตรจากช่องแคบแห่งนี้ ท่ามกลางป่าทึบหนาก็บังเกิดประตูวาร์ปขึ้นพร้อมกับ 3 ชีวิตที่ก้าวเดินออกมา!