บทที่ 165: ฟื้นตื่น
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรล้ำค่าและกำยานไม้จันทน์เป็นสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของหลิงเซียวให้ตื่นขึ้น
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีตะกั่วถ่วงไว้ ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยทองคำและหยก ผ้าม่านไหมสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง
"ที่นี่... วังหลวงงั้นรึ?"
หลิงเซียวพยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บปวดร้าวระบมก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง เส้นชีพจรทุกเส้นปวดตุบๆ ราวกับจะฉีกขาดซ้ำอีกครั้ง
"อย่าเพิ่งขยับ! ท่านหลับไปเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็มๆ ร่างกายของท่านยังบอบช้ำมาก"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างกาย หลิงเซียวหันไปมองและพบกับองค์หญิงเมฆาครามที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง นางดูซูบผอมลงเล็กน้อยและขอบตามีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกว่านางคงไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน
องค์หญิงรีบเข้ามาประคองเขาอย่างนุ่มนวล และป้อนน้ำทิพย์ฟื้นฟูพลังให้
"ข้า... รอดมาได้สินะ" หลิงเซียวถามเสียงแหบแห้ง
"ใช่... ท่านรอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์" องค์หญิงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "แพทย์หลวงบอกว่าชีพจรของท่านเสียหายหนักมาก หากเป็นคนทั่วไปคงตายหรือกลายเป็นคนพิการไปแล้ว แต่ร่างกายของท่าน... มันฟื้นฟูตัวเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ"
หลิงเซียวหลับตาลงและตรวจสอบสภาพร่างกายภายในด้วยตนเอง
[ สถานะ: บาดเจ็บสาหัส (กำลังฟื้นฟู) ]
[ ผลข้างเคียงของโอสถระเบิดชีพจร: ระดับพลังลดลงชั่วคราวเหลือ ขอบเขตสร้างแก่นแท้ ขั้น 1 ]
[ ระยะเวลาฟื้นฟูโดยประมาณ: 1 เดือน ]
"ระดับลดลง... แต่รากฐานยังอยู่ครบ" หลิงเซียวถอนหายใจโล่งอก แก่นทองคำรูปกระบี่ในตันเถียนเพียงแค่หม่นแสงลงและหยุดหมุนวนชั่วคราวเพื่อพักฟื้น ไม่ได้แตกร้าวหรือเสียหายถาวร
"สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง?" หลิงเซียวถามต่อ
"นิกายกระบี่ครามล่มสลายแล้ว" องค์หญิงกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น "เสด็จพ่อสั่งกวาดล้างศิษย์นิกายที่ขัดขืนจนหมดสิ้น ส่วนพวกที่ยอมจำนนถูกส่งไปใช้แรงงานในเหมืองชายแดน ทรัพย์สินทั้งหมดของนิกายถูกยึดเข้าคลังหลวง... แคว้นเมฆาครามกลับมาสงบสุขอีกครั้ง"
นางมองหลิงเซียวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณอย่างลึกซึ้ง
"และทั้งหมดนี้... เป็นเพราะท่าน ท่านคือวีรบุรุษผู้กอบกู้แคว้นของเรา ท่านหลิงเซียว"
หลิงเซียวมองหน้านาง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายบรรยากาศซึ้งกินใจลงอย่างสิ้นเชิง
"ข้าไม่ใช่วีรบุรุษ... ข้าเป็นพ่อค้า"
เขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แม้จะเจ็บปวดแต่แววตากลับลุกโชนด้วยความโลภที่มีหลักการ
"งานของข้าจบแล้ว... ถึงเวลาจ่ายค่าจ้าง"
"พาข้าไปที่คลังสมบัติของนิกายกระบี่คราม... และคลังสมบัติหลวงตามที่ตกลงไว้"
องค์หญิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ นางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม
"ท่านนี่นะ... เพิ่งจะฟื้นแท้ๆ ก็ห่วงแต่สมบัติ... ได้สิ สัญญาต้องเป็นสัญญา"
"เมื่อท่านเดินไหว... ข้าจะพาท่านไปเลือกทุกอย่างที่ท่านต้องการ"