การทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 นั้น แม้แต่ห้องฝึกฝนระดับสูงสุดก็ไม่สามารถรวบรวมพลังปราณได้มากพอเพราะความเร็วในการรวบรวมพลังปราณในห้องฝึกฝนนั้นมีจำกัด และการจะทำลายขีดจำกัด 10ครั้งต้องใช้เวลาในการดูดซับพลังปราณจำนวนมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงสุดไม่สามารถตอบสนองความต้องการเช่นนี้ได้
เย่เทียนนึกถึงตอนที่จ้าวแห่งสัตว์อสูรในโลกของสัตว์อสูรได้สังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะสามารถดึงพลังงานจากเลือดของสัตว์อสูรตนอื่นๆมาเติมเต็มความต้องการของตนเองในระหว่างกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือด
ตอนนี้เย่เทียนกำลังจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่10 ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากที่เขารวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ถูกนำออกมาเตรียมพร้อมไว้ในห้องฝึกฝนรวมไปถึงหินปราณอีกประมาณ 1 ล้านก้อน การเตรียมตัวเช่นนี้จะทำให้เขามั่นใจได้ว่าเขาจะสามารถเติมเต็มพลังปราณที่ใช้ในการเลื่อนระดับได้อย่างเพียงพอมิฉะนั้นหากมีพลังปราณไม่เพียงพอแล้วละก็มันจะส่งผลกระทบตามมาไม่น้อย และย่อมจะส่งผลไปถึงรากฐานการบ่มเพาะของเขา
“เริ่มทะลวงผ่าน!”
เย่เทียนนั่งขัดสมาธิพร้อมทั้งรวบรวมพลังปราณเพื่อทะลวงขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่10 ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบ การทำลายขีดจำกัดของร่างกายจึงไม่ใช่เรื่องยาก
อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
แครกแคร่ก!!!!
เสียงแตกร้าวดังออกมาจากภายในร่างกายของเย่เทียนราวกับว่าโซ่ที่ผูกมัดร่างกายของเย่เทียนไว้ได้ถูกทำลายลง
ตูม!!
พลังลมปราณในห้องฝึกฝนระดับสูงสุดถูกดูดซับจนหมดไปภายใน1 ลมหายใจ ค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงสุดที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องฝึกฝนเริ่มดูดซับพลังปราณจากภายนอกอย่างบ้าคลั่งแต่ความเร็วของมันก็ยังไม่เพียงพอ
“ใช้หินปราณ!”
หินลมปราณจำนวนมากกลายเป็นเศษหินธรรมดาไปในชั่วพริบตาเย่เทียนดูดซับพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย เติมเต็มพลังงานที่เขาเสียไปในกระบวนการทะลวงขีดจำกัดของร่างกายการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่จำเป็นจะต้องใช้พลังปราณมากมายมหาศาล ตอนนี้หินปราณหนึ่งล้านก้อนถูกดูดซับจนหมดแต่กระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ยังไม่สิ้นสุดลง
จากนั้นเย่เทียนก็กลืนกินเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากทันทีหลังจากนั้นไม่นาน เลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากก็ถูกเย่เทียนดูดกลืนจนหมด
“ยังขาดอีกนิด!”
เย่เทียนนำหินปราณออกมาอีกสามแสนก้อนเพื่อเติมเต็มกระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้เย่เทียนสูญเสียทรัพยากรไปมากมาย เนื่องจากโดยปกติแล้วเขาไม่ได้เก็บรวบรวมหินปราณมากนักดังนั้นหินปราณที่เขามีอยู่จึงไม่ได้มีมากมาย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะสูญเสียหินปราณและเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิไปเป็นจำนวนมากแต่หากว่ามันช่วยให้เขาทะลวงผ่านขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 และเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่ได้สำเร็จมันก็นับว่าคุ้มค่า
เย่เทียนใช้เวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงในการบรรลุขอบเขตขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10 จากนั้นเย่เทียนก็ขยับตัวและกำหมัดแน่นทำให้พื้นที่ทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือน
“ตอนนี้เรามีพละกำลังถึง10,000 มังกร ต่างกับเมื่อตอนที่เราทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่9 ในตอนนั้นเรามีพละกำลังเพียงแค่ 900 มังกรเท่านั้นเดิมทีการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 จะมีพลังเพียง 1,000มังกร แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกาย มันจึงทำให้สมรรถภาพทางกายของเราเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า!”เย่เทียนพึมพำ
เขาทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10 และบรรลุการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วพลังทางกายภาพเพียงอย่างเดียวของเขาเหนือกว่าตอนทำลายขีดจำกัดของร่างกาย 9 ครั้งถึง 10 เท่า ดังนั้นหลังจากทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10 ความแข็งแกร่งของเขาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเย่เทียนอยู่ในระดับที่ไม่น่าเชื่อมันไกลเกินกว่าที่ระดับจักรพรรดิทั่วไปจะจินตนาการถึง ด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพ 10,000 มังกร เมื่อใช้พลังปราณ พลังของเขาจะเท่ากับ20,000 มังกร บวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับพระเจ้าที่ช่วยเพิ่มพลังให้แก่เขาอีก300 เท่า ทักษะกรงเล็บและทักษะดาบระดับตำนานขั้นสมบูรณ์เพิ่มพลังขึ้นอีก100 เท่า แต่เขายังมีทักษะดาบระดับเทพที่แม้ว่าเขาจะฝึกฝนมันไปเพียงแค่ขั้นต้นแต่พลังของมันก็เหนือกว่าทักษะดาบระดับตำนานแล้ว ซึ่งมันช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้เขาได้ถึง200 เท่า
เมื่อคำนวณดูแล้ว พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาสูงถึง1.2 พันล้านพลังมังกร!นี่เป็นพลังที่น่ากลัวมาก เขาสามารถทำลายแม่น้ำหรือภูเขาในระยะ 100,000 ลี้ ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หากเป็นโลกในอดีต การโจมตีนี้ของเขาสามารถทำลายโลกได้แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่อ่อนแอก็ยังไม่สามารถรับการโจมตีของเย่เทียนได้
แต่พลังโจมตีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งความเร็วและการป้องกันก็เป็นส่วนที่สำคัญเช่นกัน
“ตอนนี้เราสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10 ได้แล้ว ทั้งพลังโจมตี ความเร็ว รวมไปถึงพลังป้องกันของเรานั้นเหนือกว่าแต่ก่อนมากถ้าพูดถึงพลังต่อสู้แล้ว ตอนนี้พลังของเราน่าจะเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ8 ดารา ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิสงครามทองคำ หรือบางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิสงครามทองคำเสียอีก!”เย่เทียนประเมินตนเองคร่าวๆ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่หยิ่งยโสพอที่จะเพิกเฉยต่อทุกสิ่งยกตัวอย่างเช่นกองกำลังภายนอก พวกเขามียอดฝีมือระดับจักรพรรดิ 9 ดาราอยู่ และบนดาวเคราะห์นี้พวกเขายังมีตัวตนระดับเทพอยู่ด้วยดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งของเย่เทียนในตอนนี้ เขาอาจพูดได้ว่าตัวเองอยู่แนวหน้าของโลกใบนี้แต่ยังไม่ถึงขั้นไร้เทียมทาน
ในขณะเดียวกัน โลกของสัตว์อสูรอีกฟากของรอยแยกมิติ 5 ดาวใกล้ฐานจงไห่ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นอีกครั้งภายในตำหนักมังกร จู่ๆ ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เปล่งแสงออกมา เผ่ามังกรหลายตนเดินออกมาจากอุปกรณ์เคลื่อนย้ายนำโดยมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ตามด้วยมังกรสิบกว่าคนที่อยู่ในร่างของมังกร
โดยปกติแล้วเผ่ามังกรที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้นั้นล้วนแล้วจะต้องเป็นระดับเทพส่วนเผ่ามังกรที่ยังไม่สามารถแปลงร่างได้เป็นเผ่ามังกรในระดับจักรพรรดิ เผ่ามังกรกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยมังกรดำ มังกรแดง และมังกรขาว
หลังจากเผ่ามังกรมาถึง พวกเขาก็บินออกจากตำหนักมังกรและมุ่งหน้าไปยังฐานทัพชั่วคราวของฐานจงไห่ และหยุดลงในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากฐานจงไห่นัก
ทันใดนั้น สมาชิกของเผ่ามังกรระดับเทพคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า“ครั้งนี้พวกเราวางแผนที่จะส่งระดับจักรพรรดิซักตนเข้าไปในโลกของมนุษย์เพื่อสืบหาข้อมูลใครจะเป็นคนอาสา?”
สมาชิกเผ่ามังกรระดับจักรพรรดิสิบกว่าตนมองหน้ากันและในที่สุดก็มีเผ่ามังกรระดับจักรพรรดิตนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า “ท่านหลงอ้าว ข้ายินดีที่จะไป!”
“หลงเฟิง เจ้าเข้าใจเผ่ามนุษย์อยู่บ้างเช่นนั้นการส่งเจ้าไปนับว่าเหมาะสม จำไว้ว่าอย่าได้ประมาทและห้ามเปิดเผยแผนการของเราออกไปอย่างเด็ดขาด”หลงอ้าวกล่าวเตือน
“ขอรับ!” หลงเฟิงตอบรับด้วยความเคารพจากนั้นมันก็กล่าวต่อว่า “ท่านหลงอ้าว ข้าจะแอบเข้าไปได้อย่างไร? ตามที่ท่านบอกมา มนุษย์ได้วางค่ายกลไว้ในรอยแยกของมิติ ข้าเกรงว่าคงจะเป็นเรื่องยากมากที่จะผ่านรอยแยกไปได้โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว”
“ไม่ต้องกังวลข้าจะจับตัวมนุษย์ระดับจักรพรรดิมาสักคน แล้วให้หลงเถิงใช้พรสวรรค์ในการสะกดจิต สะกดจิตอีกฝ่ายจากนั้นก็เปลี่ยนแปลงความทรงจำของมนุษย์ระดับจักรพรรดิ ให้มันคิดว่าเจ้าเป็นสัตว์เลี้ยงของมันด้วยวิธีนี้มนุษย์คนอื่นๆ จะคิดว่าระดับจักรพรรดิมนุษย์ผู้นั้นได้รับสัตว์เลี้ยงเป็นมังกรมาโดยไม่คิดสงสัยในตัวตนของเจ้า”หลงอ้าวกล่าว
“หากท่านหลงเถิงลงมือด้วยตัวเองเช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล!”
หลงเฟิงรู้ว่าพรสวรรค์สะกดจิตของหลงเถิงนั้นน่ากลัวขนาดไหนหลงเถิงเป็นมังกรระดับเทพ และมีพรสวรรค์ในการสะกดจิตระดับสูง หากไม่มีสมบัติที่ใช้ปกป้องจิตวิญญาณแม้แต่ระดับจักรพรรดิก็ไม่สามารถต้านทานพรสวรรค์ในการสะกดจิตของหลงเถิงได้ หากไม่ใช่เพราะโลกมนุษย์มีอำนาจปราบปรามของกฎเกณฑ์ทำให้ระดับเทพไม่สามารถไปยังโลกมนุษย์ได้โดยตรง มิฉะนั้นเผ่ามังกรคงจะส่งตัวตนระดับเทพบุกโลกมนุษย์ไปแล้ว
“ห่างออกไป1.2 ล้านลี้ มีจักรพรรดิมนุษย์คนหนึ่งกำลังล่าสัตว์อสูรอยู่ หลงเถิงคราวนี้เจ้าต้องลงมือแล้ว!” หลงอ้าวมองไปยังเผ่ามังกรในรูปลักษณ์มนุษย์ที่อยู่ข้างๆ
“วางใจเถิดเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้”
หลงเถิงเริ่มเคลื่อนไหวและบินไปยังตำแหน่งที่จักรพรรดิมนุษย์อยู่อย่างรวดเร็ว
ความเร็วของระดับเทพนั้นน่ากลัวมากเขามาถึงจุดหมายภายในพริบตา
จักรพรรดิกู่หรงเพิ่งฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิและกำลังจะเก็บเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทันใดนั้นเขาก็พบร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์แต่เมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายมีเขาสองข้างบนหน้าผาก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“เขามังกร!”
นี่มันเขาของมังกร มนุษย์ที่ไหนจะมีเขากัน!
เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอนถึงจะไม่ใช่มังกรตัวจริง แต่ก็อาจจะเป็นพันธุ์อื่น
นอกจากนี้ความเร็วของอีกฝ่ายก็รวดเร็วอย่างมากมันสามารถมาถึงตัวเขาโดยที่เขาไม่สามารถตอบสนองได้ทัน
ความหวาดกลัวเริ่มปกคลุมจิตใจของเขาทันที!
“หนี!”
จักรพรรดิกู่หรงคิดขึ้นมาในใจ
แต่ทันใดนั้นจิตสำนึกของเขาก็ดับวูบไปเขาตกอยู่ในอำนาจของพรสวรรค์สะกดจิตเรียบร้อยแล้ว!