"หากเราสามารถทำให้เด็กอายุ 10 ขวบที่มีกายาปราณ เริ่มฝึกการเตรียมสภาพร่างกายในแรงค์ E ได้เหมือนกันกับท่านผู้อาวุโสจู"
"เราก็จะสามารถลดฐานอายุและระยะเวลาในการสร้างนักรบพลังปราณในรุ่นต่อไปลงได้ถึง 5 ปี โดยไม่ต้องรอให้ผู้ที่มีกายาปราณมีอายุครบ 15 ปีเสียก่อนขอรับ"
"ดีจริงๆขอรับ..ดีจริงๆ.." พี่พฤกษาอี้ระล่ำระลักออกมาด้วยความดีใจ
"อ้อ..ครับ แล้ววิธีการฝึกเตรียมสภาพร่างกายของผมกับของนักรบพลังปราณแรงค์ E ที่ฝึกกันอยู่ มันต่างกันตรงไหนบ้างครับ" จูหงเฟยถามออกไปด้วยความอยากรู้
พี่พฤกษาอี้จึงตอบออกมาว่า "จากที่ท่านผู้อาวุโสจูอธิบายเรื่องการฝึกเตรียมสภาพร่างกายในแรงค์ E ที่ได้รับมาจากท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิตินั้น"
"ในห้วข้อด้านพละกำลัง,ด้านความเร็วและด้านความอึด ทางนักรบพลังปราณแรงค์ E ก็ได้ฝึกเหมือนๆกันขอรับ"
"แต่หัวข้อที่นักรบพลังปราณ Rank E ไม่เคยได้ฝึกเลยก็คือหัวข้อด้านการป้องกันและด้านการรักษาตัวเองขอรับ"
"อย่าว่าแต่พวกนักรบพลังปราณแรงค์ E เลยขอรับ ที่ไม่เคยได้ฝึก แม้แต่พวกข้าน้อยทั้ง 20 คน ตอนที่เริ่มฝึกปราณยุทธ์อยู่บนโลกวิถีปราณใหม่ๆ พวกข้าน้อยรวมถึงผู้ฝึกปราณยุทธ์ทั่วๆไปในขั้นกายาพื้นฐาน ก็ไม่เคยได้ฝึกหัวข้อด้านการป้องกันและด้านการรักษาตัวเองด้วยวิธีทำให้ร่างกายบอบช้ำแล้วรักษามาก่อนเลยขอรับ"
"เหล่าผู้ฝึกปราณยุทธ์ทั่วๆไปในโลกวิถีปราณจะเริ่มฝึกหัวข้อด้านการป้องกันและการรักษาตัวเองก็ต่อเมื่อยกระดับแรงค์ขึ้นเป็นแรงค์ D [ ขั้นกายารวมปราณ ] แล้วขอรับ"
"เพราะผู้ฝึกปราณยุทธ์ทั่วๆไปจะใช้พลังปราณที่สะสมเอาไว้ในร่างกายของแรงค์ D ทำการสร้างเป็นเกราะออร่าพลังปราณขึ้นมาปกคลุมร่างกายและเมื่อได้รับบาดเจ็บก็จะใช้พลังปราณที่สะสมเอาไว้ในร่างกายทำการรักษาตัวเองขอรับ"
"แต่วิธีการของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติกลับฝึกหัวข้อด้านการป้องกันและด้านการรักษาตั้งแต่ที่อยู่ในแรงค์ E [ ขั้นกายาพื้นฐาน ] นี่คงจะเป็นการฝึกหัวข้อด้านการป้องกันและด้านการรักษาตัวเองของร่างกายในรูปแบบลับเฉพาะจากสำนักของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเป็นแน่ขอรับ" พี่พฤกษาอี้กล่าวอย่างยืดยาว
"เอาเถอะครับ..พี่พฤกษาอี้กับเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ก็เอาวิธีทำให้บอบช้ำแล้วรักษานี่ไปให้นักรบพลังปราณแรงค์ E ในรุ่นนี้กับรุ่นต่อๆไปได้ฝึกกันเถอะครับ"
"ขนาดเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจเเห่งมิติจักรวาลลุงเฉินยังไม่หวงเลย ดังนั้นเรื่องการฝึกด้านการป้องกันและด้านการรักษาตัวเองด้วยวิธีทำให้บอบช้ำแล้วรักษานี่มันก็แค่เรื่องจิ๊บๆ..ครับ"
พอจูหงเฟยพูดอนุญาตให้นำวิธีทำให้บอบช้ำแล้วรักษาไปใช้ฝึกให้กับนักรบพลังปราณได้ พี่พฤกษาอี้ก็ไม่รอช้า เขารีบลากแขนจูหงเฟยวิ่งจู๊ดออกจากห้องเรียนเลคเชอร์ แล้วตรงไปที่ลิฟท์เพื่อที่จะขึ้นไปที่ห้องบัญชาการของศูนย์ฝึกฯบนชั้นที่ 21 ในทันที
เมื่อมาถึงห้องบัญชาการของศูนย์ฝึกฯแล้ว พี่พฤกษาอี้ก็ระดมทีมงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฝึกฯเพื่อช่วยเหลือจูหงเฟยในการสร้างตำราการฝึกเตรียมสภาพร่างกายแรงค์ E แบบที่จูหงเฟยเคยฝึกมาในทันที
จูหงเฟยจึงเปิดฟังก์ชั่นบันทึกช่วยจำของระบบเทพยุทธ์ขึ้นมาในจิตสำนึก แล้วอธิบายให้กับทีมงานเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฝึกฯได้บันทึกข้อมูลทั้งหมดเอาไว้อย่างละเอียด
คือ..ตำราการฝึกเตรียมสภาพร่างกายแรงค์ E เล่มนี้จะออกมาเหมือนกับที่จูหงเฟยเคยฝึกมาเป๊ะๆ ยกเว้นก็แต่เรื่องการถูกซ็อตด้วยไฟฟ้า
ทุกภารกิจที่จูหงเฟยได้รับมาจากระบบเทพยุทธ์เพื่อที่จะเลื่อน % ในแต่ละหัวข้อ ตลอดจนภารกิจในรูปแบบต่างๆของแรงค์ E ที่จูหงเฟยใช้ทำให้ร่างกายบอบซ้ำแล้วรักษาก็จะถูกเจ้าหน้าที่เรียบเรียงและบันทึกเอาไว้อย่างดีที่สุด
และแล้วตำราฝึกเตรียมสภาพร่างกายของแรงค์ E ก็สำเร็จลงด้วยดี
ทีมงานจึงนำตำราต้นฉบับมาให้จูหงเหยตั้งชื่อ ซึ่งจูหงเฟยก็ตั้งชื่อไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างหน้าด้านๆว่า *ตำราพื้นฐานมหากายายุทธ์จูหงเฟย*
ตอนนี้ถึงช่วงเวลาเย็นแล้ว จูหงเฟยจึงเดินทางกลับไปที่บ้านหลังใหม่ของเขา โดยมีพี่พฤกษาอี้ตัวอ้วนๆหน้าใสๆตาหยีๆ ซึ่งชอบสวมเสื้อฮาวายสีสันสดใสกับกางเกงขาสั้นสีขาวและสวมรองเท้าคอนเวิร์สหุ้มข้อรุ่นออลสตาร์สีขาว นั่งประกบมาบนรถลีมูซีนหุ้มเกราะสุดหรูหรา พร้อมด้วยขบวนรถคุ้มกันและหน่วยอารักษ์ขา ประหนึ่งว่าจูหงเฟยนั้นเป็นผู้นำของประเทศมหาอำนาจก็มิปาน
ซึ่งจูหงเฟยก็รู้อยู่แล้วว่าพี่พฤกษาอี้ต้องมาเป็นบอดี้การ์ดให้กับเขาและต้องอยู่กับเขาตลอดเวลา แม้แต่ในบ้านหลังใหม่ของครอบครัวจูหงเฟยก็ยังมีห้องนอนของพี่พฤกษาอี้อยู่ด้วย เรียกได้ว่าพี่พฤกษาอี้จะต้องตามติดชีวิตของจูหงเฟยไปตลอด 24 ชั่วโมง ตามคำสั่งของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไค
ในขณะที่จูหงเฟยกำลังนั่งรถกลับไปที่บ้านหลังใหม่ของเขา จูหงเฟยก็ได้แต่คิดในใจว่า *ตำราพื้นฐานมหากายายุทธ์จูหงเฟย* จะต้องโด่งดังไปทั่วทั้งโลกเหมือนกับตำราวิชามหาเวทย์ดูดดาว,ตำราวิชาดัชนีเอกสุริยัน,ตำราวิชาพลังคางคก หรือตำราวิชา 18 ฝ่ามือพิชิตมังกรแบบในนิยายเป็นแน่
จูหงเฟยเอาแต่ภาคภูมิใจ เอาแต่ดีอกดีใจ เอาแต่กระหยิ่มยิ้มย่อง ทั้งๆที่จูหงเฟยก็อบปี้ตำราทั้งเล่มมาจากระบบเทพยุทธ์ แต่จูหงเฟยก็ไม่สนใจ เมื่อตำราพื้นฐานมหากายายุทธ์จูหงเฟยได้รับการเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกแล้ว จูหงเฟยก็จะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งโลกในทันที
จูหงเฟยนั่งคิด นั่งหลับตาพริ้มพร้อมทั้งมีรอยยิ้มน้อยๆออกมาอย่างคาดหวัง
จูหงเฟยคิดถูก..ในอนาคตอีกไม่กี่วันนับจากนี้ จูหงเฟยจะกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งโลกจริงๆ ทุกคนบนโลกไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีกายาปราณ หรือผู้ที่ไม่มีกายาปราณจะรู้จักและกล่าวถึงจูหงเฟยไปอีกนานแสนนาน
จูหงเฟยลืมไปแล้วว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน เขาต้องทรมานกับภารกิจของระบบเทพยุทธ์มาอย่างหนักหนาสาหัสขนาดไหน โดยเฉพาะในหัวข้อการป้องกัน ซึ่งต้องฝึกด้วยวิธีทำให้ทุกส่วนของร่างกายบอบช้ำแล้วรักษาอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
นั่นก็คือรวมถึงตรงอวัยวะสงวนกลางลำตัวส่วนล่างของผู้คนทุกเพศทุกวัยที่มีกายาปราณด้วย
จูหงเฟยเคยก่นด่าระบบเทพยุทธ์เอาไว้มากมายในตอนที่เขาเริ่มต้นฝึกใหม่ๆ อาทิเช่น "ไอ้ระบบเผด็จการ..!! ไอ้ระบบซาดิสม์..!! ไอ้ระบบเฮงซวย..!! ไอ้ระบบรังแกเด็ก..!! ไอ้ระบบบ้าอำนาจ..!! ไอ้ระบบเล็บขบ..!! ไอ้ระบบตดเหม็น..!! ไอ้ระบบใส้เลื่อน..!! ไอ้ระบบหอยทาก..!! ไอ้ระบบเห็ดหูหนู..!! ไอ้ระบบทุเรียนเน่า..!! ไอ้ระบบรองเท้าเเตะ..!! ไอ้ระบบไม้แขวนเสื้อ..!! ไอ้ระบบกางเกงใน..!! ไอ้ระบบ.. .. .. .. 9ฯ9.."
ตอนนั้นจูหงเฟยก่นด่าระบบเทพยุทธ์ออกมาเป็นชุดอย่างยาวนานกว่า 5 นาทีในทุกๆวัน
และสิ่งนี้ก็กำลังจะเกิดขึ้นกับจูหงเฟยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อตำราพื้นฐานมหากายายุทธ์จูหงเฟยถูกเผยแพร่ออกไปทั่วทั้งโลก
จูหงเฟยจะกลายเป็นคนที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่างแน่นอน
เพราะผู้คนกว่า 3,150 ล้านคนที่มีกายาปราณจะต้องออกมาด่าจูหงเฟย แบบที่จูหงเฟยเคยด่าระบบเทพยุทธ์มาแล้วในอดีต
จูหงเฟยจะกลายเป็นคนที่โด่งดังในระดับโลกจริงๆ โด่งดังชนิดที่ว่า *โลกแทบแตก* ฮ่าๆๆ..