ตอนที่เจ็ดสิบห้า Permanent is Power
ในเรื่องราว Yes,minister ขอรับท่านเสนาบดี จากแดนอิงกั๋วนั้นให้แนวคิดที่น่าสนใจไว้อย่างหนึ่ง
Permanent is Power
ความถาวรคืออำนาจ
การอยู่ในตำแหน่งอย่างถาวรไม่มีใครโยกย้ายได้มีอำนาจอย่างแท้จริง
สาเหตุที่รัฐมนตรีของแดนไซฮกหรือเม่ยกั๋วต่างๆไม่สามารถจัดการDeep state รัฐซ่อนเร้น
รัฐของราชการที่มีนโยบายเพื่อราชการและที่โมโหมากเมื่อประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหาร
รัฐราชการห่างไกลจากประชาชนโดยสิ้นเชิงเพราะไม่ว่าไอ้โง่ที่เลือกมาทุกสี่ปีจะเปลี่ยนแปลงไปสักกี่คนพวกข้าราชการอย่างพวกเขาก็จะยังคงอยู่
และทำตัวสูงส่งมองตนเองเหนือกว่านักการเมืองที่ได้เลือกตั้งมาว่าโลภโมโทสัน
ทั้งที่นโยบบายต่างๆที่นักการเมืองสั่งไปนั้นจะได้รับการต่อต้านอย่างมากหากไปกระทบกับผลประโยชน์และอำนาจของรัฐราชการพวกนี้
เรียกว่าแนวทางเดียวของการที่นักการเมืองจะรู้สึกว่าตนเอง“ชนะ” ได้เมื่อเข้ามาในสนามการเมืองคอืการโกงกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะการปฏิรูปประเทศยากกว่าการโกงกิน
ข้าราชการขุนนางต่างๆนั้นยอมรับการโกงกินได้ทุกลำดับชั้นไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตามแต่เมื่อพวกเขาเจอคนที่จะปรับปรุงบ้านเมืองให้ดีขึ้นหรือแก้ไขนโยบายที่ผ่านๆมาของพวกเขานั่นล่ะข้าราชการถึงจะได้ต่อต้านสุดชีวิต
อุ้ยเสี่ยวป้อเป็นเจ้านายที่ลูกน้องรักมากเพราะปล่อยให้ลูกน้องโกงกินและไม่เข้ามายุ่มย่ามกับการทำงานของลูกน้อง
ลูกน้องก็พร้อมใจที่จะจ่ายเงินสินบนให้กับอุ้ยเสี่ยวป้อขอเพียงนายท่านอุ้ยของตนเองทำตัวอยู่เฉยๆแบบเดิมนั่งเฉยๆไปรับสินบนเท่านั้นพวกลูกน้องก็พร้อมที่จะทำงานรับใช้แล้ว
ต่อเมื่อมีคนที่จะเปลี่ยนแปลงระบบนั่นล่ะ
พวกเขาจะกลายเป็นคนที่เลวไปโดยปริยาย
และความถาวรของตำแหน่งนำมาซึ่งอำนาจอย่างที่เราเห็นท่านเสนาบดีที่ครองตำแหน่งหลายสิบปีถึงกับสามารถปลดฮ่องเต้ได้ด้วยซ้ำไป
หรือแนวเรื่องราวสามก๊กเกิดขึ้นก็เพราะการที่ให้พวกขุนศึกเกณฑ์ไพร่พลของตนเองได้ทั้งที่มันควรจะเป็น
นโยบายชั่วคราว
Temporary policy
ที่ควรจะมีแค่นโยบายชั่วคราวจนกว่าวิกฤติผ้าเหลืองจะผ่านไปเท่านั้นและจะมีการส่งคืนอำนาจทางทหารและการเมืองสู่ราชสำนักส่วนกลาง
แต่ที่แดนไซฮกมีอีกหนึ่งประโยค
Nothing more permanent than temporarypolicy
ไม่มีอะไรที่ถาวรมากกว่านโยบายชั่วคราว
ราชสำนักปล่อยเสือสู่ป่าแล้วคิดว่าการเอาอำนาจของตนเองกลับมาจะเป็นไปได้หรือ?
กล่าวถึงที่สุดที่กองทัพตั๋งโต๊ะสามารถยาตราเข้าลั่วหยางได้ก็เพราะอำนาจจากส่วนกลางของราชสำนักปล่อยให้เรามีกองทัพของตนเองนั่นเอง
แต่เส้นทางของอำนาจคือเส้นทางของการฉ้อฉลอยู่แล้ว
เมื่อเราอยู่ในตำแหน่งของขุนนางท้องถิ่นเราจะอยากมีอำนาจมากเมื่อเราอยู่ในราชสำนักส่วนกลางเราจึงควรจะลดอำนาจขุนนางท้องถิ่น
นี่จึงเป็นแผนการ
ทู่ มั่ว ตื้น
ของผม
ตราบใดที่ตั๋งโต๊ะครองอำนาจ
ผมจะใส่คนของตนเองลงไปในระบบของราชสำนักฮั่นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และช่วงกวาดล้างกลุ่มของสิบขันทีนี่ล่ะคือช่วงที่เหมาะที่สุดในการโยกย้ายข้าราชบริพารในราชสำนักและแทรกคนของผมเข้าไป
ผมกล่าวต่อกาเซี่ยง
“เมื่อเราคิดดำเนินแผนเชิดชูราชสำนักคืนความสงบสู่แผ่นดิน เราก็ยิ่งต้องสร้างอำนาจของราชสำนักให้น่าเชื่อถือและหลอมกลืนกองทัพและคนของพวกเราให้เข้ากับราชสำนักให้เร็วที่สุดเพื่อให้จิตใจประชาสงบสุข”
หรือถ่วงเวลาให้ตั๋งโต๊ะรอดนานกว่าประวัติศาสตร์สักสองสามปี
ผมคิดว่าอะไรหลายอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างที่เราคาดการณ์ไม่ได้