บทที่ 25ปราณโลหิตเส้นแรก
จ้าวหูถอนหายใจยาวก่อนจะล้วงไข่ต้มหนึ่งฟองกับมันเทศเผาอุ่นๆ สามหัวออกจากอกเสื้อส่งให้ลู่เฟิง
เด็กหนุ่มยื่นมือรับไว้โดยไม่ปฏิเสธความอุ่นจากของกินในมือบอกให้รู้ว่าพวกมันเพิ่งถูกยกออกจากหม้อได้ไม่นาน
"พวกเดรัจฉานนั่นฉีกแหจับปลาของเจ้าจนเละเทะหมด..."
จ้าวหูทอดถอนใจอีกหน
"ถ้าหลายวันนี้ไม่มีอะไรตกถึงท้องก็ไปกินข้าวที่บ้านข้าก่อน แล้วช่วยข้าสานตะกร้าไปพลางๆข้าจะลองถามคนรู้จักดูว่าพอจะหาแหราคาถูกให้เจ้าได้บ้างไหม"
"ท่านอาจ้าวไม่เป็นไรขอรับ"
ลู่เฟิงลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ
"ตอนนี้ข้าได้งานทำเบ็ดเตล็ดอยู่ที่พรรคเจ็ดดาราพอมีรายได้ประทังชีวิต ไม่ถึงกับอดตายหรอกขอรับ"
"อะไรนะ!พรรคเจ็ดดารา!"
จ้าวหูหน้าถอดสีด้วยความตกใจ
"เจ้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นได้อย่างไร?พวกพรรคพวกแก๊งน่ะ..."
ในเมืองฟงหมิงแก๊งอิทธิพลต่างเข่นฆ่าแย่งชิงอาณาเขตกันไม่เว้นแต่ละวันทุกเดือนมีคนกลายเป็นศพมากมาย
ชาวบ้านยากจนต่อให้ต้องขายลูกเป็นทาสก็ยังดีกว่าส่งเข้าพรรคยุทธ์ อย่างน้อยเป็นทาสก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้แต่การเข้าพรรค หากก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวนั้นหมายถึงความตาย
จ้าวหูคิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปเพียงครึ่งเดือนลู่เฟิงจะเลือกเส้นทางสายนี้
ทว่าเมื่อลองคิดดูดีๆหากเด็กหนุ่มไม่มีพรรคเจ็ดดาราคอยคุ้มหัวในสภาพโดดเดี่ยวเช่นนี้เขาจะรอดพ้นจากพวกหลิวต้าได้อย่างไร?
"แค่ทำงานเบ็ดเตล็ดใช่ไหม?"
เมื่อดึงสติกลับมาได้จ้าวหูจึงค่อยโล่งใจลงบ้าง งานเบ็ดเตล็ดแม้จะเหนื่อยยากแต่ก็ยังปลอดภัยกว่าการต้องออกไปกวัดแกว่งอาวุธตีรันฟันแทง
ลู่เฟิงเอ่ยปลอบใจอีกสองสามประโยคก่อนจะส่งจ้าวหูและภรรยากลับเรือน
เด็กหนุ่มกลับเข้าห้องกินไข่ต้ม และมันเทศจนอิ่ม พลางทบทวนถึงการสังหารคนเมื่อครู่
อาจเพราะพลังฝีมือที่เพิ่มพูนขึ้นการลงมือฆ่าพวกหลิวต้าในคืนนี้จึงไม่ได้ทำให้เขาตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อยจิตวิญญาณของเขายังคงนิ่งสงบ ดุจกระแสน้ำลึกที่ซ่อนความเด็ดขาดเอาไว้ภายใน
ลู่เฟิงรู้ดีว่าเนื้อแท้ของตนไม่ใช่คนอ่อนแอหากมีใครคิดมาคุกคามชีวิต เขาพร้อมจะสะบัดขวานฟันสวนกลับไปโดยไม่ลังเล
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อสลัดความฟุ้งซ่านก่อนจะเพ่งมองไปยังแผงระบบประหลาดตรงหน้า
[พลังวิญญาณ:31.9]
ดวงตาของลู่เฟิงเบิกกว้างขึ้นทันที
'ตัวเลขนี้ไม่ถูกต้อง!'
ก่อนที่เขาจะกลับมาจากพรรคเจ็ดดาราพลังวิญญาณเพิ่งจะอยู่ที่ 24.7 เท่านั้น
หลังจากฝึกฝนการอ่านเขียนจนความจำดีเยี่ยมเขาไม่มีทางจำพลาดแน่ เหตุใดเพียงแค่คืนเดียว พลังวิญญาณจึงพุ่งพรวดขึ้นมาเป็น31.9 ได้?
ภาพใบหน้าอันสิ้นหวังของพวกหลิวต้าก่อนตายผุดขึ้นมาในหัวประกายตาของลู่เฟิงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
ตอนแรกเขาเข้าใจว่าระบบจะดูดซับพลังวิญญาณจากอาหารและสมุนไพรชั้นดีเท่านั้น แต่ตอนนี้คำตอบกระจ่างชัดแล้ว
'การฆ่าคน... สามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้!'
พลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นมาถึง7.2 แต้มส่งความรู้สึกเย้ายวนเข้ามากระสิบข้างหูราวกับจะล่อลวงให้เขาออกไปเข่นฆ่าผู้คนเพื่อชิงพลังมาอีก
ลู่เฟิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะสะกดอารมณ์ดิบเถื่อนนั้นลงไป
เขาก้าวเดินออกไปยืนใต้ชายคาลานบ้านแยกเท้ากว้างเท่าหัวไหล่ สองมือยกขึ้น ตั้งท่าเปิดของหมัดสิบสองรูปแบบเพื่อขับเคลื่อนปราณโลหิตทันที
กระดูกทั่วร่างขยับเคลื่อนไหวสอดรับกับจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างเป็นระบบ
ลู่เฟิงร่ายรำกระบวนท่ามังกรท่าพยัคฆ์ และท่าม้าอย่างช้าๆชักนำกระแสปราณโลหิตที่เคยกระจัดกระจายให้ไหลเวียนมารวมกันดุจเส้นไหมก่อนจะบีบรัดเค้นแน่นจนกลายเป็นเกลียวเชือกอันทรงพลัง
บ่มเพาะ และขัดเกลามันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในร่างกาย
ยิ่งกระแสปราณกล้าแข็งขึ้นเท่าใดมันก็ยิ่งพยศ และควบคุมยากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับงูเล็กที่กำลังเติบโตเป็นงูหลาม
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเด็กหนุ่มท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บทรวงอกกระเพื่อมไหวรุนแรงราวกับหีบลมในเตาหลอม
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามจนถึงดึกสงัด
ร่างของลู่เฟิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรงพลังสายหนึ่งระเบิดออกจากร่างพัดกวาดเกล็ดหิมะใต้ชายคาจนปลิวว่อน
"ปราณโลหิตเส้นแรก...สำเร็จแล้ว!"
ลู่เฟิงลืมตาขึ้นด้วยความยินดีเขาก้าวไปในลานบ้าน หยิบท่อนไม้หนาขึ้นมาถือไว้ด้วยมือซ้ายก่อนจะซัดหมัดขวาเข้าใส่เต็มแรง
เสียงระเบิดทึบดังขึ้นกลางดึกท่อนไม้แหลกเป็นเศษฟืนปลิวว่อนรอบทิศทาง เพียงแค่ควบแน่นปราณโลหิตเส้นแรกได้สำเร็จพลังทำลายล้างของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวแล้ว!
เด็กหนุ่มฝึกฝนหมัดสิบสองรูปแบบท่ามกลางพายุหิมะต่อไปอีกสี่รอบรวดเดียวจนร่างกายเริ่มล้า จึงกลับเข้าห้องพัก
[ทักษะ:หมัดสิบสองรูปแบบ (ขั้นเชี่ยวชาญ) ความคืบหน้า: 37/800]
คืนนี้เขาฝึกไปทั้งหมดห้ารอบยิ่งปราณโลหิตสมบูรณ์ ร่างกายก็ยิ่งฟื้นตัวไว ความเหนื่อยล้าลดน้อยลงกว่าวันแรกๆมาก หากยังรักษาความเร็วเช่นนี้ไว้ได้ การทะลวงเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์ก็คงอยู่ไม่ไกล
เช้าวันต่อมา
ลู่เฟิงลุกออกจากที่นอนตั้งใจจะฝึกหมัดสิบสองรูปแบบอีกสักสองรอบทว่านอกรั้วบ้านกลับมีเสียงฝีเท้า และเสียงเคาะประตูที่พังเป็นรูดังสนั่น
"ลู่เฟิงอยู่หรือไม่?ออกมาเดี๋ยวนี้!"
หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบ
'เกิดเรื่องอะไรขึ้น?'
ปกติแล้วเมืองชั้นนอกของฟงหมิงวุ่นวายป่าเถื่อนมากการตีกันตายบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ทางการแทบจะไม่เหลียวแล
วันก่อนบุตรชายตระกูลหลิวโดนตีตายมือปราบยังแค่มาเดินดูรอบๆ แล้วก็กลับไป แล้วเหตุใดพอพวกหลิวต้าตายศาลาว่าการถึงได้ส่งคนมาถึงหน้าบ้านเขาเร็วขนาดนี้?
หรือเพราะคืนเดียวตายสี่ศพเรื่องจึงใหญ่โตเกินไป?
ลู่เฟิงปรับสีหน้าให้สงบราบเรียบเดินไปเปิดประตูต้อนรับ จ้าวหูยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดโดยมีมือปราบสองนายยืนถมึงทึงขนาบข้าง
"ข้าคือลู่เฟิงไม่ทราบว่านายท่านทั้งสองมีธุระอันใดกับข้าหรือขอรับ?"