ที่ด้านนอกแท่นตื่นรู้
ทุกคนต่างเห็นเพียงศิลาจารึกโบราณต้นนั้นบังเกิดแสงสีส้มสว่างวาบพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นเมฆา!
ท้องฟ้าเหนือลานพิธีตื่นรู้พลันมืดสลัวลงอย่างกะทันหันราวกับเกิดสุริยุปราคา!
ทั้งที่เป็เวลาเที่ยงวันแท้ๆแต่กลับมืดมิดสนิทราวกับห้วงรัตติกาลจนมองไม่เห็นสิ่งใด
โครงกระดูกขาวโพลนนับล้านล้านตัวปรากฏขึ้นเหนือศีรษะประหนึ่งหมู่เมฆาแห่งวันสิ้นโลกราวกับภาพมายากลางหาวที่ฉายชัดแก่สายตา
ไม่ใช่เพียงลานพิธีตื่นรู้เท่านั้น...
และไม่ใช่เพียงบนท้องฟ้าของเมืองซ่างจิง...
ทว่ากองทัพอันเดดนับล้านๆกลับปรากฏขึ้นเหนือผืนฟ้าทั่วทั้งแคว้นัราวกับฝูงตั๊กแตนบุกทำลายล้าง!
เพียงได้เห็นครั้งแรกก็กดดันจนผู้คนแทบจะหายใจไม่ออก!
เด็กน้อยจำนวนมากที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบๆต่างพากันหวาดกลัวจนร้องไห้จ้า
เมื่อเพ่งพินิจมองให้ดีจะพบว่าท่ามกลางกองทัพอันเดดมหาศาลนั้นนักรบโครงกระดูกอันเดดเป็เพียงพลทหารระดับต่ำสุดเท่านั้น
ยังมีสัตว์อสูรอันเดดขนาดมหึมา!
มือสังหารอันเดดที่ปรากฏกายวูบวาบไร้ร่องรอย!
ขุนพลอันเดดที่ควบอาชาโครงกระดูก!
..........
กระทั่งมีักระดูกอันเดดหลายตนบินโฉบผ่านเหนือศีรษะกองทัพอันเดดไปทุกครั้งที่พวกมันขยับปีกจะหอบเอาลมฝนกลิ่นคาวเืแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า!
ช่างเป็ปรากฏการณ์แห่งการทำลายล้างโลกโดยแท้!
ไม่ใช่เพียงเหล่านักเรียนรุ่นเดียวกันที่พากันเบิกตาค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แม้แต่ผู้ตื่นรู้ที่เป็ผู้ใหญ่ซึ่งเปลี่ยนอาชีพมานานแล้วในวินาทีนี้ต่างก็รู้สึกขนลุกชัน เสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
มีเพียงหลินเจิ้งหนานผู้เป็อธิการบดีที่อยู่บนปะรำพิธีลุกพรวดขึ้นมาพลางพึมพำถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า
“เท่าไร... นิมิตนี้ปกคลุมพื้นที่ไปเท่าไร? ทั้งเมืองซ่างจิงเลยไหม?หรือว่าทั้งมณฑล?”
ในตอนนี้พวกเขาที่อยู่ ณ สถานที่ประกอบพิธีตื่นรู้ยังไม่อาจล่วงรู้ถึงสถานการณ์ในภูมิภาคอื่นได้เลย
ยิ่งไม่รู้เลยว่านิมิตที่เซียวเยี่ยก่อขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่เมืองเดียวหรือมณฑลเดียว...
แต่เป็ครึ่งหนึ่งของดาวเคราะห์ดวงนี้!
ไม่ใช่แค่เมืองซ่างจิงแต่ทั่วทั้งแคว้นั รวมถึงแว่นแคว้นเล็กๆ โดยรอบต่างก็ได้ประจักษ์ถึงนิมิตอันน่าหวาดหวั่นนี้พร้อมกันทั้งหมด!
..........
“ต่อไปขอเชิญรับชมข่าวรายงานฉุกเฉินค่ะ!”
หลิวซือซือผู้ประกาศข่าวภาคเที่ยงแห่งเมืองเสวียนอู่ จู่ๆก็ได้รับคำสั่งจากโปรดิวเซอร์ผ่านทางหูฟัง
ด้วยประสบการณ์การทำงานนานหลายปีเธอจึงไม่มีอาการลนลานแม้แต่น้อยหากแต่เริ่มรายงานข่าวตามเนื้อหาที่โปรดิวเซอร์ถ่ายทอดผ่านหูฟังมาอย่างสุขุมเยือกเย็น
“เหนือท้องฟ้าของแคว้นั พลันปรากฏนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวเมฆดำทะมึนกดต่ำ กองทัพโครงกระดูกอันเดดนับล้านล้าน...”
หลิวซือซือที่เชื่อมั่นในความเป็มืออาชีพของตนเองอ่านถ้อยคำที่น่าใเ่าั้ไปทีละคำอย่างไม่ตระหนก
ทว่าในวินาทีถัดมา...
ทัศนียภาพนอกหน้าต่างห้องส่งบนชั้นสูงสุดของอาคารพลันมืดดับลง!
จากนั้นักระดูกอันเดดตนหนึ่งที่ใหญ่โตจนบดบังแสงตะวันก็บินผ่านหน้าต่างไปดวงตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโลหิตของมันกวาดมองมายังเธออย่างเ็า ดูสมจริงยิ่งนัก
ในวินาทีนั้นเองหลิวซือซือรู้สึกได้ทันทีว่าความตายอยู่ใกล้ตัวเธอเพียงเอื้อมมือ!
กว่าจะดึงสติกลับมาได้ใบหน้าของเธอก็ขาวซีดราวกับกระดาษ แม้แต่เสียงที่พูดออกมาก็ยังสั่นระริก
“ตะ... ตามรายงานสรุปผลการสังเกตการณ์จากพื้นที่ต่างๆ...จุดศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดนิมิตในครั้งนี้ ดูเหมือนจะอยู่ที่เมืองซ่างจิงค่ะ”
ในขณะเดียวกันสำนักข่าวทุกแห่งทั่วประเทศต่างก็เร่งเสนอข่าวประกาศฉุกเฉินนี้เช่นกัน
“ข่าวด่วน เมืองไป๋หู่ขอแทรกรายงานข่าวฉุกเฉิน!เมื่อสักครู่นี้เหนือท้องฟ้าของแคว้นเราถูกเมฆดำและโครงกระดูกนับล้านปกคลุม...”
“รายงานด่วน! ชาวเมืองชิงหลงโปรดอย่าตื่นตระหนกภาพวันสิ้นโลกที่ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของทุกท่านได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นิมิตที่เกิดจากผู้เปลี่ยนอาชีพท่านหนึ่งในประเทศเรา!”
“สรุปข่าวเมืองจูเชวี่ย รายงานด่วน! เมื่อเที่ยงวันนี้ในระหว่างพิธีเปลี่ยนอาชีพของผู้ตื่นรู้รายหนึ่งในเมืองซ่างจิงได้ก่อให้เกิดภาพวันสิ้นโลกที่ะเืเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า!”
“...”
ในขณะนั้นณ เขตทหารลับภายใต้รหัส ‘รังั’
ชายชราผมขาวผู้มีเหรียญตราเกียรติยศเต็มหน้าอกจ้องมองภาพวันสิ้นโลกบนท้องฟ้าด้วยสายตาเฉียบคม
“เหล่าเฉิน ยังดีที่คุณลงมือเร็วสั่งปิดกั้นข่าวสารของนิมิตนี้ได้ทันท่วงทีไม่เช่นนั้นเื่นี้คงแพร่กระจายไปถึงพวกประเทศตะวันตกแล้ว!”
ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าเหล่าเฉินซึ่งยืนอยู่ข้างๆในเวลานี้เหงื่อโชกไปทั้งตัวและหอบหายใจอย่างหนัก
อาชีพของเหล่าเฉินคือปรมาจารย์มายาห้าธาตุเขาคือหนึ่งในขุนพลปกป้องแผ่นดินระดับแนวหน้าของแคว้นัเมื่อครู่เขาเพิ่งจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อควบคุมนิมิตนี้ให้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในขอบเขตของแคว้นัเท่านั้น
ไม่เช่นนั้นนิมิตนี้คงพัดม้วนไปทั่วทั้งโลกเป็แน่!
หากถึงเวลานั้นแล้วข้อมูลถูกฝ่ายศัตรูล่วงรู้เข้าจะกลายเป็เื่ยุ่งยากใหญ่หลวง!
“จอมพลฉิน ตกลงแล้วใครกันที่ก่อให้นิมิตที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ขึ้นมา?”
ชายชราผมขาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
“ผมส่งคนลงไปตรวจสอบแล้ว ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตามทางกองทัพของเราจะต้องปกป้องเขาไว้ให้ได้”
..........
“ท่านอธิการบดีครับ! ทั่วประเทศ... เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งประเทศเลยครับนิมิตของเซียวเยี่ยปกคลุมไปทั่วทั้งแคว้นั!”
หัวหน้าจางถือโทรศัพท์มือถือพลางรายงานข่าวที่กำลังสั่นะเืไปทั่วประเทศให้ท่านอธิการบดีทราบด้วยความร้อนรน
ส่วนในตอนนี้อธิการบดีหลินเจิ้งหนานได้ตกอยู่ในสภาวะตื่นตะลึงสุดขีด พลางพึมพำในลำคอว่า
“มหันตภัยกองทัพอันเดด! นี่มัน... มหันตภัยกองทัพอันเดดชัดๆ!”
ครั้งนี้ไม่ใช่มีเพียงผู้าุโผู้ดูแลการรับสมัครจากสมาคมอินทรีดำเท่านั้นที่ดูออกแต่ผู้ดูแลจากทั้งสี่สมาคมใหญ่ต่างก็มองออกกันหมดแล้ว!
“ภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติที่แผ่ขยายไปทั่วแคว้นันี้ที่แท้คือนิมิตอย่างนั้นเหรอ!”
อาชีพที่สามที่เซียวเยี่ยปลุกขึ้นมานั้นถึงกับก่อให้เกิดนิมิตขึ้นโดยตรง!
นั่นคือสัญลักษณ์พิเศษที่พบได้ในอาชีพที่อยู่เหนือระดับSขึ้นไปเท่านั้น
และที่สำคัญยังเป็นิมิตแห่งวันสิ้นโลกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ขนานนามได้ว่า...มหันตภัยกองทัพอันเดด!
ในประวัติศาสตร์ของแคว้นัมีอาชีพมากมายนับหมื่นที่ถูกปลุกขึ้นมา แม้แต่อาชีพระดับ Sก็เคยมีรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังปรากฏตัวขึ้นไม่น้อย
ส่วนอาชีพล่าสุดที่เคยก่อให้เกิดนิมิตกองทัพอันเดดยาตราทัพปรากฏขึ้นเช่นนี้ก็คืออาชีพระดับ SS ที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรอย่าง...นักเวทอัญเชิญกองทัพอันเดด
รุ่นพี่แห่งแคว้นัท่านนั้นสามารถนำทัพโครงกระดูกนับพันนับหมื่น และสังหารล้างเมืองได้ด้วยตัวคนเดียวเป็ตัวตนที่อำมหิตจนหาที่เปรียบไม่ได้!
“หัวหน้าจาง ถ้าผมจำไม่ผิด นิมิตของนักเวทอัญเชิญกองทัพอันเดดท่านนั้นปกคลุมพื้นที่เพียงแค่เมืองเดียวใช่ไหม?” หลินเจิ้งหนานเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ
หัวหน้าจางพยักหน้าไม่หยุด
ในตอนนั้นนิมิตกองทัพอันเดดของ ‘นักเวทอัญเชิญกองทัพอันเดด’ครอบคลุมเพียงแค่เมืองเดียวจริงๆ
ทว่าในปัจจุบัน...
นิมิตที่เซียวเยี่ยก่อขึ้นกลับปกคลุมไปทั่วทั้งแคว้นั!
นี่หมายความว่าอย่างไร?
มันหมายความว่าอาชีพที่เซียวเยี่ยปลุกขึ้นมานั้นอยู่เหนือกว่านักเวทอัญเชิญกองทัพอันเดดไปไกลลิบ!
มันเหนือล้ำยิ่งกว่าระดับSS!
หรือว่าจะเป็ระดับSSSกันนะ!?
หลินเจิ้งหนานอ้าปากค้างอย่างห้ามไม่ได้พลางกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า
“นี่สิ... ถึงจะเป็มหันตภัยกองทัพอันเดดที่แท้จริง!”