เสียงะเิกัมปนาทจากการพลีชีพของเ้าเมืองสายฟ้ายังคงก้องกังวานสะท้อนไปมาในหุบเขาประดุจเสียงพิโรธของทวยเทพ
ฝุ่นควันสีทองที่ผสมปนเปกับไอระเหยของลาวาสายฟ้าหนาทึบจนบดบังทัศนวิสัยเกือบทั้งหมดร่างของหลินหยวนที่ถูกแรงกระแทกเหวี่ยงมากระแทกกับบานประตูโลหะทมิฬั์ค่อยๆร่วงหล่นลงสู่พื้นหินที่แตกร้าว
เขากระอักเืออกมาเป็ก้อนลิ่มสีคล้ำหน้าอกซีกซ้ายที่ถูกแรงะเิอัดเข้าใส่อย่างจังปรากฏรอยไหม้เกรียมเป็วงกว้างความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วโสตประสาทจนเขาแทบจะประคองสติไว้ไม่อยู่
[สถานะโฮสต์:าเ็สาหัสระดับวิกฤต (ความเสียหายสะสม 88%)]
[การแจ้งเตือน:เส้นชีพจรหลักแตกสลายเพิ่ม 5 จุด, อายุขัยคงเหลือ 10ปี 9 เดือน]
[ระบบเนตรวิวัฒนาการ:ทำการกระตุ้นกระแสไฟฟ้าเพื่อคงสติโฮสต์... โปรดรีบหาแหล่งพลังงานฟื้นฟูโดยด่วน!]
"อึก... ยัง...ยังตายไม่ได้..." หลินหยวนเค้นเสียงรอดไรฟันเขาใช้ดาบอัสนีพิโรธแดงยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากปลายดาบครูดไปกับพื้นหินเกิดเสียงสยดสยอง
เขากวาดสายตาที่พร่าเลือนมองไปรอบบริเวณจุดที่เคยเป็ที่ยืนของเ้าเมืองสายฟ้าบัดนี้เหลือเพียงหลุมยุบขนาดใหญ่และเศษซากชุดคลุมสีทองที่ขาดวิ่น
ท่ามกลางกองเถ้าถ่านนั้นมีแสงสีเหลืองอำพันหม่นๆ กะพริบอยู่ริบหรี่ มันคือเศษเสี้ยวของ 'เนตรัเทียม' ที่แตกกระจายทว่ายังหลงเหลือปราณธาตุทองที่เข้มข้น
หลินหยวนฝืนสังขารก้าวเดินไปหาซากนั้นทีละก้าวทุกหยดเืที่ไหลรินจากร่างกายของเขาถูกดูดซับเข้าสู่พื้นดินที่แห้งผากประดุจการสังเวย
เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบเศษผลึกเนตรัขึ้นมาทันทีที่ัั พลังงานอัสนีสีทองที่หลงเหลืออยู่ก็พยายามจะดีดตัวออกและทำลายมือของเขา
ทว่าเนตรเร้นเงาสีม่วงที่ดวงตาซ้ายพลันส่องสว่างวูบพลังความว่างเปล่าแผ่ซ่านออกมาสยบความพยศของพลังงานนั้นในทันที
"แม้แต่เ้าของของเ้ายังถูกข้าปลิดชีพ...เศษเสี้ยวแค่นี้จะทำอะไรข้าได้!" หลินหยวนคำรามก่อนจะบดเศษผลึกนั้นจนกลายเป็ผงแล้วสูดซับพลังงานธาตุทองเข้าสู่ร่างกายโดยตรงเพื่อระงับอาการาเ็ที่ปอด
ในขณะเดียวกันประตูโลหะทมิฬั์ที่เื้ัซึ่งเคยปิดสนิทมานับหมื่นปีบัดนี้รอยแตกจากการะเิและเืของหลินหยวนที่ฉาบอยู่บนลวดลายอักขระโบราณกลับกลายเป็กุญแจที่ถูกต้อง
กลไกฟันเฟืองขนาดั์ใต้ดินเริ่มขยับตัวเสียงโลหะหนักอึ้งเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว
ประตูค่อยๆแง้มออกเผยให้เห็นความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่งภายในสุสานมหาเทพกลิ่นอายของกาลเวลาและพลังงานสายฟ้าที่เย็นเยียบขั้วหัวใจโชยออกมาปะทะใบหน้าของเขา
หลินหยวนหันกลับไปมองหุบเขาที่เขาก้าวผ่านมาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหน้าเข้าสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า
ดวงตาซีกขวาสีแดงชาดพุ่งพล่านด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่งกว่าเดิมเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่รออยู่ข้างในคือรางวัลหรือกับดักที่ร้ายแรงกว่าเก่า ทว่าเพื่อ 'วิวัฒนาการ' และ 'อายุขัย'เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวเข้าไปในดินแดนที่แม้แต่์ยังหวาดเกรง!
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูมหาเทพหลินหยวนรู้สึกราวกับว่าเขาได้หลุดพ้นออกมาจากกฎเกณฑ์ของโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงเสียงพายุสายฟ้าที่เคยคำรามกึกก้องด้านนอกพลันเงียบสงัด
แทนที่ด้วยความเงียบเชียบที่บาดลึกถึงกระดูกกลิ่นอายของความเก่าแก่และฝุ่นละอองแห่งกาลเวลาลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่เย็นจัดทัศนวิสัยภายในวิหารทึบมัวทว่ากลับถูกเติมเต็มด้วยแสงสีม่วงและแดงจากดวงตาของเขาเอง
เบื้องหน้าของเขาคือโถงทางเดินขนาดั์ที่สร้างจากศิลาทมิฬขัดมันผนังทั้งสองข้างถูกสลักไว้ด้วยรูปปั้นของเหล่านักรบและัในท่วงท่าที่ดูสมจริงจนน่าขนลุก
ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินหยวนต้องหยุดชะงักคือ'พื้นที่' เบื้องหน้าซึ่งเต็มไปด้วยอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่ลอยเด่นอยู่เหนือพื้นผิวราวกับมีชีวิตพวกมันหมุนวนและถักทอเข้าด้วยกันจนเกิดเป็ข่ายใยพลังงานที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ
[วิเคราะห์สถานะ:ตรวจพบ 'ค่ายกลิญญาร้อยเอ็ด']
[คำอธิบาย:ค่ายกลป้องกันระดับาที่ใช้ 'จิติญญา' เป็เชื้อเพลิง — หากก้าวพลาดเพียงองศาเดียวจิติญญาจะถูกกักขังและฉีกกระชากจนแตกสลาย]
[การประมวลผล:เนตรวิวัฒนาการกำลังทำ 'แผนที่เส้นทางปลอดภัย'(Progress: 15%)]
"ค่ายกลที่ใช้จิติญญางั้นรึ..."หลินหยวนพึมพำพลางกระชับด้ามดาบในมือแน่นขึ้นแสงสีแดงจากเนตรอัสนีซีกขวากวาดมองผ่านอักขระเ่าั้
เขาพบว่าอักขระแต่ละตัวไม่ได้อยู่นิ่งแต่มันกะพริบตามจังหวะชีพจรของ 'พลังงานอัสนี'ที่ไหลเวียนอยู่ใต้พื้นวิหาร
ทันใดนั้นเสียงกระซิบพร่าเลือนดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องหน้ามันเป็เสียงที่ซ้อนทับกันนับร้อยนับพันดุจเสียงของดวงิญญาที่ถูกจองจำมานานแสนนาน
"ผู้ใดที่กล้าล่วงเกินสุสานแห่งเทพ...จงทิ้งิญญาของเ้าไว้ที่นี่..."
หลินหยวนเค่นยิ้มเยือกเย็นแววตาซีกซ้ายสีม่วงส่องสว่างวาบ
"ข้าไม่มีิญญาเหลือพอให้พวกเ้าจองจำหรอก...เพราะิญญาของข้า มันแหลกสลายไปั้แ่วันที่พวกเ้าเรียกข้าว่าสวะแล้ว!"
เขาตัดสินใจก้าวเท้าขวาลงบนอักขระตัวหนึ่งที่ดูหม่นแสงที่สุดทันทีที่ฝ่าเท้าััพื้น วงแหวนพลังงานสีม่วงดำจากวิชาสลายิญญาก็ะเิออกรอบตัวเขา
มันทำหน้าที่เป็เกราะกำบังที่คอย'กลืนกิน' แรงสะท้อนจากค่ายกลหลินหยวนก้าวเดินต่อไปด้วยท่วงท่าที่ดูประหลาดประดุจนักเต้นรำท่ามกลางสนามเพาะที่เต็มไปด้วยะเิ
ทุกย่างก้าวคือการชิงไหวชิงพริบระหว่างสัญชาตญาณของเขากับปัญญาของนักสร้างค่ายกลโบราณ
เหงื่อเย็นกาฬไหลซึมตามแผ่นหลังาแจากศึกก่อนหน้าเริ่มทวีความเ็ปเนื่องจากเขาต้องแบ่งพลังไปที่ดวงตาทั้งสองข้างอย่างมหาศาลทว่ายิ่งเขาเดินลึกเข้าไป
อักขระเ่าั้กลับเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าสุสานแห่งนี้กำลังตระหนักได้ว่า... ผู้ที่กำลังบุกรุกเข้ามาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็ 'ปีศาจ' ที่มีพลังในการย่อยสลายกฎเกณฑ์ทั้งมวล!
บรรยากาศที่เคยเงียบสงัดภายในค่ายกลิญญาพลันเปลี่ยนเป็เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจเมื่อหลินหยวนก้าวเข้าสู่ใจกลางโถงทางเดิน อักขระโบราณที่เคยหมุนวนรอบกายกลับหยุดชะงักและหลอมรวมกันกลายเป็กลุ่มก้อนไอสีหมอกทมิฬ
ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็ร่างมหึมาของนักรบในชุดเกราะผุพังที่มีเพียงโครงกระดูกสีขาวหม่นอยู่ภายในดวงตาของมันไร้ซึ่งลูกั์ตาทว่ากลับมีไฟิญญาสีม่วงลุกโชนอยู่ภายในเบ้าตาทั้งสองข้าง
ในมือของมันกุมขวานั์ที่อาบไปด้วยสายฟ้าสีดำสนิทซึ่งแผ่กลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นกว่าเ้าเมืองสายฟ้าหลายเท่าตัว
[เนตรวิวัฒนาการแจ้งเตือน:ตรวจพบ 'จอมอสุรากระดูกขาว' — ผู้พิทักษ์ดวงจิตด่านแรก]
[ระดับความอันตราย:ขอบเขตข้ามิญญาขั้นสูงสุด (กึ่งก้าวสู่ขอบเขตจุติ)]
[จุดอ่อน: รอยต่อของกระดูกสันหลังข้อที่4 ซึ่งเป็ที่เก็บรักษาแก่นิญญาสังเคราะห์]
"ผู้บุกรุก...จงมอบชีวิตของเ้า... มาเป็เชื้อเพลิงให้แก่นิรันดร์..."เสียงของมันแหบพร่าประดุจเสียงกระดูกที่บดขยี้กัน
อสุรากระดูกขาวไม่รอช้ามันเหวี่ยงขวานั์ฟาดลงมาดุจขุนเขาถล่ม สายฟ้าสีดำพุ่งทะยานออกมาจากคมขวานฉีกกระชากมิติรอบด้านจนเกิดเสียงหวีดหวิว
หลินหยวนรีดเค้นพลังจากเนตรอัสนีสีชาดจนดวงตาเริ่มมีเืไหลซึมเขาใช้ 'ท่าร่างอัสนีทมิฬ—ก้าวพริบตา' เบี่ยงตัวหลบคมขวานในระยะเผาขนแรงกดดันจากอาวุธหนักทำให้พื้นศิลาทมิฬแตกกระจายเป็หลุมลึกนับสิบเมตร
หลินหยวนรู้ดีว่าร่างกายของเขาในยามนี้ไม่สามารถยืดเยื้อการต่อสู้ได้นานเขาต้องจบศึกนี้ให้ไวที่สุดด้วยกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาพุ่งร่างเข้าไปใต้คมขวานของศัตรูดาบอัสนีพิโรธแดงในมือสั่นระริกพร้อมกับปลดปล่อยไอสังหารสีม่วงดำจากวิชาสลายิญญาออกมาห่อหุ้มใบดาบจนดูหนาแน่นดุจน้ำหมึก
"ในเมื่อเ้าเป็เพียงกระดูกที่ไร้ิญญา...ข้าก็จะช่วยสลายเศษเสี้ยวที่เหลือของเ้าให้เอง!"
หลินหยวนเหยียบลงบนหัวเข่าของอสุราั์แล้วสปริงตัวขึ้นสู่กลางอากาศดวงตาซีกซ้ายส่องสว่างวาบเพื่อล็อกเป้าหมายที่รอยต่อกระดูกสันหลังตามที่เนตรวิวัฒนาการชี้เป้า
เขาตวัดดาบออกไปเป็เส้นตรงที่เรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยสัจธรรมแห่งการดับสูญพลังความว่างเปล่าเข้มข้นถูกบีบอัดลงที่ปลายดาบเพียงจุดเดียว
เคร้ง!
เสียงปะทะกันระหว่างเหล็กกล้าและกระดูกโบราณดังสนั่นหวั่นไหวดาบของหลินหยวนทะลวงผ่านไอสายฟ้าสีดำเข้าไปถึงแก่นกลางของศัตรูพลังสลายิญญาเริ่มกัดกินไฟิญญาสีม่วงของอสุรากระดูกขาวจากภายในร่างมหึมาของมันเริ่มสั่นเทาและมีรอยปริร้าวสีม่วงลามไปทั่วร่างประดุจใยแมงมุม
ทว่าในจังหวะนั้นเองอสุรากระดูกขาวกลับคำรามกึกก้อง มันใช้มือกระดูกที่ว่างอยู่คว้าหมับเข้าที่ลำตัวของหลินหยวน
พร้อมกับปลดปล่อยสายฟ้าสีดำนับหมื่นเส้นเข้าะเิใส่ร่างของเขาในระยะประชิด!หลินหยวนกระอักเืออกมาคำโตสติของเขาเกือบดับวูบลงในทันทีที่ัักับสายฟ้ามรณะนั้น!
ความเ็ปจากการถูกสายฟ้าสีดำนับหมื่นเส้นวิ่งพล่านผ่านร่างกายทำให้ทัศนวิสัยของหลินหยวนกลายเป็สีขาวโพลนไปชั่วขณะเส้นชีพจรที่เคยบอบช้ำอยู่แล้วเริ่มปริแตกจนเืสดๆ ไหลทะลักออกจากรูขุมขน
ทว่าในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้เพียงเส้นยาแดงผ่าแปดนั้นเอง'เนตรวิวัฒนาการ' ในส่วนลึกของจิติญญาพลันส่องสว่างขึ้นอย่างรุนแรงประดุจดวงตะวันะเิกลางจักรวาล
[เปิดใช้งาน:สภาวะวิวัฒนาการฉุกเฉิน — ข้ามขีดจำกัดิญญาชั่วคราว]
[การดำเนินการ:ผสานพลังธาตุพฤกษาจากแก่นชีวิตเอลฟ์ เข้ากับพลังความว่างเปล่าเพื่อสร้าง 'ข่ายมนตรากลืนกิน']
"คิดจะเอาชีวิตข้า...เ้ายังเร็วไปหมื่นปี!"หลินหยวนคำรามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็ทุ้มลึกและทรงอำนาจอย่างประหลาด
ร่างกายของเขาที่เคยถูกบีบอัดด้วยมือกระดูกั์พลันแผ่ซ่านด้วยออร่าสีเขียวมรกตที่พันธนาการด้วยโซ่ตรวนสีม่วงดำพลังพฤกษาทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวเซลล์ที่กำลังจะแตกสลาย
ในขณะที่พลังความว่างเปล่าเริ่มกัดกินมือกระดูกของอสุราจนเกิดเสียงดังฉ่า! ราวกับกรดรุนแรงที่ราดลงบนหิมะหลินหยวนบิดตัวหลุดจากการเกาะกุมพร้อมกับตวัดดาบอัสนีพิโรธแดงฟาดฟันเข้าใส่กลางกะโหลกของมันด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า
เพล้ง!
กะโหลกหนาของจอมอสุรากระดูกขาวแตกกระจายเป็เสี่ยงๆไฟิญญาสีม่วงที่ซ่อนอยู่ภายในพุ่งกระจัดกระจายออกมาหลินหยวนไม่ได้ปล่อยให้มันสูญเปล่า เขาเปิดเนตรเร้นเงาซีกซ้ายจนสุดขีดสร้างหลุมดำขนาดเล็กขึ้นที่ฝ่ามือเพื่อกระชากเอาไฟิญญาทั้งหมดเข้ามาสู่ร่างกายของตนโดยตรง
[แจ้งเตือน:ดูดซับแก่นิญญาจอมอสุราสำเร็จ!]
[ผลลัพธ์:ซ่อมแซมรากฐานปราณ 15%, เพิ่มอายุขัยชั่วคราว 2ปี, ได้รับทักษะ 'เกราะกระดูกอัสนีทมิฬ']
ร่างมหึมาของอสุรากระดูกขาวสลายกลายเป็ธุลีพัดปลิวหายไปในความมืดมิดของสุสาน
หลินหยวนร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างอ่อนแรงดาบในมือปักลงบนพื้นหินเพื่อประคองไม่ให้ล้มลงเขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับเอาพลังงานใหม่ที่กำลังหมุนเวียนอยู่ภายใน
แม้ความตายจะยังคงตามหลอกหลอนแต่อย่างน้อยในตอนนี้ เขาก็ได้รับ 'ลมหายใจ'ต่อไปอีกนิด
เขามองไปที่ทางเดินเบื้องหน้าซึ่งมืดสนิทและลึกลับยิ่งกว่าเดิมประตูชั้นที่หนึ่งพังทลายลงแล้วทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากส่วนลึกของสุสานมหาเทพกลับบอกเขาว่า...สิ่งที่เขาเพิ่งเอาชนะไปนั้น เป็เพียงแค่ 'สุนัขเฝ้าบ้าน'ตัวหนึ่งเท่านั้นเอง
*****************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร