ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 13 ฆ่าไม่เว้น
ทหารแต่ละเมืองนำประกาศที่เพิ่งได้รับจากเบื้องบนมาติดที่ป้ายประกาศประจำเมือง หนึ่งเป็เื่การกวาดล้างบุคคลจากต่างแดนอย่างเข้มงวดหากผู้ใดมีเบาะแสขอให้แจ้งทางการโดยด่วน สองเป็เื่เพิ่มภาษีที่ดินทำกินเพื่อนำมาใช้เป็งบทางการทหาร ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็อย่างมาก
"พวกท่านจะทำแบบนี้กับชาวบ้านตาดำๆได้ยังไง เดิมภาษีที่เก็บก็แทบจะทำให้เราอดตายกันอยู่แล้ว"
"ใช่ๆ เหตุใดไม่เอาภาษีมาช่วยพวกเราบ้าง"
ชาวบ้านที่ได้ยินประกาศนี้ต่างก็โวยวาย เพราะชาวบ้านส่วนมากเป็ครอบครัวใหญ่มีหลายชีวิตที่ต้องเลี้ยงดู การเสียภาษีถือเป็หน้าที่ของพวกเขาก็จริง แต่การเสียภาษีจนไม่มีอันจะกินเช่นนี้พวกเขาจะยินยอมไม่ได้เด็ดขาด ชาวบ้านที่เป็ชายหนุ่มร่างกายกำยำพยายามลุกฮือกันขึ้นไปฉีกป้ายประกาศนั้นทิ้ง แต่เสียงหนึ่งที่ดังขึ้น ทำให้พวกชาวบ้านหยุดการเคลื่อนไหวทันที
ฉัวะ~
ดาบอันคมกริบถูกสะบัดตัดคอชายหนุ่มที่อยู่หน้าสุด เืสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วทิศ เสียงกรีดร้องดังขึ้น บุรุษผู้บั่นศีรษะชายคนนั้นคือแม่ทัพกู้ แม่ทัพคนใหม่ที่ได้รับตำแหน่งหลังจากแม่ทัพซูเสียชีวิต เขาเป็คนโเี้อำมหิต ไม่รู้จักคำว่าปรานี เป็ชายผู้มีศักดิ์เป็อาของฮ่องเต้ ดังนั้นฮ่องเต้จึงไว้ใจและแต่งตั้งให้เขาเป็แม่ทัพประจำเมือง ขณะที่เขาผ่านมาเห็นเหตุการณ์ชุลมุนกลางเมือง เขาก็ยกดาบขึ้นบั่นคอชายคนหน้าสุดอย่างไม่ลังเล และดูเหมือนว่าการกระทำของเขาได้ผลชะงัด ชาวบ้านที่ส่งเสียงโวยวายเงียบเสียงลงทันทีก่อนจะถอยหนี
"ใครที่ยังกล้าเป็ปรปักษ์กับราชสำนักอีก ก้าวเข้ามา"
เสียงกึกก้องอันทรงพลังเอ่ยขึ้น ชาวบ้านต่างหลบตาลง มีใครบ้างไม่รู้จักบุรุษหนุ่มฉายาเพชฌฆาตผู้นี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าแสดงตัวเป็ผู้กล้า แม้แต่ญาติคนที่ตายต่างก็หลบหนีออกไปเพราะกลัวลูกหลง
ทหารคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบบอกบางอย่างกับแม่ทัพกู้ เมื่อเห็นว่าเหล่าชาวบ้านสงบลงแล้วแม่ทัพกู้ก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไป มีคนแจ้งว่าพบผู้มาจากต่างแดนไม่ไกลจากตลาดในเมือง เขาที่รับหน้าที่ปราบปรามเหล่าผู้มาจากต่างแดนจึงต้องรีบไปต่อ
หลายวันมานี้ฮ่องเต้ทรงฝันร้ายติดต่อกัน ทำให้เกิดกังวลใจเื่คนจากต่างแดนมากขึ้น ดังนั้นฮ่องเต้จึงมอบหมายให้เขาเป็ผู้รับผิดชอบเื่นี้แทนรองแม่ทัพคนเก่า หากเจอใครที่ต้องสงสัยให้กำจัดทิ้งได้ทันที แม้การกระทำในคราวนี้จะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้าน แต่กลับสร้างความพึงพอใจให้แก่ฮ่องเต้เป็อย่างมาก
เมื่อแม่ทัพกู้เดินมาถึงจุดหมาย เสียงบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
"ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยมิใช่ผู้มาจากต่างนะเ้าคะ ข้าน้อยมีครอบ..."
ฉัวะ~
แม่ทัพกู้ลงดาบโดยไม่ลังเลอีกครั้ง เพราะคำสั่งที่ได้รับมาคือกำจัดผู้มาจากต่างแดนและผู้ต้องสงสัยทั้งหมด หากใครบอกว่าคนๆหนึ่งต้องสงสัยถือว่ามันผู้นั้นต้องตายทันที เขารับผ้าจากนายทหารคนหนึ่งมาถือไว้ ก่อนจะยกดาบขึ้นเช็ดคราบเืที่เปรอะเปื้อนอยู่ออก และเอ่ยขึ้นว่า
"หากผู้ใดพบเห็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็คนจากต่างแดนให้สังหารไม่ต้องละเว้น ใครฆ่าได้มากที่สุด ข้าจะมีรางวัลให้"
"ขอรับ"
ทหารตอบรับอย่างแข็งขันก่อนจะออกไปตามล่าผู้มาจากต่างแดนเพื่อมารับความดีความชอบ บุรุษในพุ่มหญ้าที่แอบฟังอยู่รีบพุ่งตัวกลับไปยังที่กบดานเพื่อบอกข่าวนี้ให้พรรคพวกรู้ทันที สงสัยอาจต้องเร่งเวลาลงมือมาให้เร็วขึ้นแล้วกระมัง
--------------
ทางด้านซูฉี
หลังแยกทางกับบุรุษแปลกหน้าซูฉีก็เดินทางต่อไปจนถึงเมืองแห่งหนึ่ง เมืองแห่งนี้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่
"แม่นางรับซาลาเปาร้อนๆสักลูกไหมขอรับ"
"ก๋วยเตี๋ยวหลอดร้อนๆจ้า"
นี่เป็ครั้งแรกั้แ่เข้าเกมที่ซูฉีได้พบที่ที่มีผู้คนอยู่มากมายขนาดนี้ จุดเริ่มต้นของนางอยู่ในเมืองร้าง ทำให้นางไม่แทบไม่ได้เจอผู้คน ไม่ได้เจอเมืองแบบจีนโบราณที่ใครๆต่างบอกกันว่าสวยงาม น่าเข้ามาัั ที่ผ่านมาซูฉีได้แต่สงสัยคำเล่าลือจากเหล่าผู้เล่นที่นางไม่เคยเข้าใจ แต่ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนถึงยกให้เกมวังัเป็อันดับหนึ่ง
ภาพเมือง และวิถีชีวิตที่สะท้อนกลิ่นอายยุคจีนโบราณเบื้องหน้า ทำให้ซูฉีตื่นตะลึง เหตุใดนางถึงไม่ได้มีจุดกำเนิดที่เมืองแบบนี้ล่ะ ซูฉีได้แต่คิดในใจ นางลืมไปแล้วว่าเป็ตัวนางเองที่ขอเกิดในเมืองเงียบๆไม่มีผู้คนพลุกพล่าน
เมื่อซูฉีและเฟยหลงมองไปที่อาหารสองข้างทางก็อดน้ำลายไหลขึ้นมาไม่ได้ แต่พวกเขาไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียว จะให้ซื้อของกินมาได้อย่างไร ซูฉีมองซ้ายมองขวา พบป้ายประกาศรับสมัครงาน นางไม่รอช้าตรงเข้าไปถามหน้าประตูห้องทันที
"แม่นางจะมาสมัครจัดสวนด้วยตัวคนเดียวเนี่ยนะ?"
"ใช่แล้วพี่ชาย เห็นแบบนี้ ข้าแข็งแรงมากเลยนะ"
บ่าวเฝ้าประตูได้แต่เกาหัวทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางรอตรงนี้ก่อน ข้าจะไปตามท่านพ่อบ้านมา"
จวนนี้เป็จวนขุนนางคนหนึ่งในเมืองที่เพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ พวกเขาติดประกาศหาคนมาจัดสวนในจวน แต่ผ่านมาเป็สัปดาห์แล้วยังไม่มีใครมาสมัคร อาจเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่างานจัดสวนเป็งานหนักเงินน้อย ต้องใช้คนหลายคนช่วยกันทำ ยิ่งคนช่วยเยอะส่วนแบ่งก็ยิ่งน้อย ทั้งหากทำไม่ถูกใจอาจไม่ได้รับเงิน ทำให้ไม่มีใครสนใจงานนี้ แต่ซูฉีผู้มีทักษะด้านการขุดดินดีเยี่ยม ย่อมไม่เหมือนกับคนพวกนั้น นางใช้เวลาขุดดินหนึ่งหมู่เพียงไม่กี่นาที ดังนั้นการจัดสวนไม่ใช่เื่ยากสำหรับนาง
เวลาผ่านไปไม่นาน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งได้เดินออกมาจากจวน เขาจ้องมองไปทางซูฉีอย่างแปลกใจก่อนจะถามขึ้นว่า
"แม่นางคือคนที่มาสมัครจัดสวนงั้นหรือ?"
"เ้าค่ะ เป็ข้าเอง"
"ไหนล่ะผู้ช่วยของเ้า?"
"มีข้าน้อยคนเดียว เอ่อ จะว่าไป เ้านี่คือผู้ช่วยของข้าน้อยเ้าค่ะ"
ซูฉีกล่าวตอบพร้อมผายมือไปทางเฟยหลง เฟยหลงที่ได้ยินก็ตอบรับคำของนางด้วยการยืดตัวขึ้นแล้วเอามือทุบอกตัวเองทีหนึ่ง แต่บังเอิญเขาออกแรงเยอะเกินไปทำให้สำลักออกมา พ่อบ้านมองหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ด้วยสีหน้าแปลกประหลาดทีหนึ่ง ก่อนจะตอบรับให้ทั้งสองเข้ามาจัดสวน แต่มีข้อแม้ว่า
"ข้ารับเ้าเข้ามาทำสวนก็ได้แต่มีข้อแม้ หนึ่งคือหากภายในห้าวันไม่เสร็จเ้าจะได้รับค่าแรงเพียงครึ่งเดียวของคนงานปกติ และสองถึงแม้เ้าจะจัดสวนออกมาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากออกมาไม่เป็ที่น่าพึงพอใจ เ้าก็จะได้รับค่าแรงเพียงครึ่งเดียวเช่นเดิม หากเ้ารับงานนี้ต้องทำให้มันออกมาดีที่สุด เ้ายืนยันจะรับงานนี้หรือไม่"
ซูฉีหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบไปว่า
"ตกลงเ้าค่ะ"
หลังรับภารกิจจัดสวนมา ซูฉีขอเวลาเตรียมตัวพักหนึ่ง พ่อบ้านก็พยักหน้าตอบรับ เขาว่าแล้วว่านางไม่มีทางทำงานเพียงคนเดียวได้หรอก ดังนั้นนางต้องไปหาคนมาช่วยเป็แน่
ตอนนี้มีต้นไม้อยู่ในสวนเป็จำนวนมาก แต่เพราะเป็จวนที่ไม่มีคนอาศัยอยู่เป็เวลานาน ทำให้ต้นไม้ค่อนข้างรก มีต้นไม้และวัชพืชมากมายขึ้นอยู่ไม่เป็ที่เป็ทาง การปลูกต้นไม้ไม่ใช่เื่ยาก ที่ยากคือการขุดต้นไม้และดินเ่าั้ขึ้นมาเพื่อนำต้นไม้ไปเรียงให้เป็ระเบียบต่างหากล่ะ
เหล่าสาวใช้และบ่าวรับใช้ต่างสงสัยในความสามารถของสตรีผู้นี้ ขึ้นชื่อว่าจวนขุนนางย่อมมีพื้นที่ภายในไม่น้อย การจะจัดสวนครั้งหนึ่งต้องใช้ชายฉกรรจ์ช่วยกันอย่างน้อยห้าหกคนถึงจะเสร็จภายในห้าวัน แต่นี่กลับเป็เพียงสตรีตัวเล็กๆคนหนึ่งที่บอกว่าจะทำให้เสร็จภายในห้าวัน บางคนก็คิดว่าเป็เื่น่าแปลกใจ บางคนก็รู้สึกว่าเป็เื่ตลก
หลังซูฉีนั่งพักกินหัวเผือกในกระเป๋าเสร็จก็เตรียมเริ่มงานทันที พ่อบ้านที่ยังไม่ทันไปไหนก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"นี่เ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วงั้นหรือ?"
"เ้าค่ะ ข้าพร้อมเริ่มงานแล้ว"
"...!!!"
นางจะทำคนเดียวจริงๆหรือนี่