ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 2.2 พบกันในฝัน คือชะตาลิขิต


     

    หลังจากผ่านมาสองปี ในที่สุดนางก็พบเขา

    ปีนั้นเขาก็เป็๞เช่นนี้ ขี่ม้าพุ่งเข้าหาศัตรู ช่วยเหลือคนที่สบกับอันตรายอย่างไม่เกรงกลัว

    ซูอันหนิงเฝ้ามองทุกท่วงท่าของเขาด้วยดวงตาเปล่งประกาย เมื่อทุกอย่างสงบ ภาพใบหน้าของเขาก็แจ่มชัด

    นางยืนนิ่งมองชายหนุ่มอย่างตะลึงงัน ที่แท้ จอมยุทธ์ผู้นั้น...ก็คือเขาเอง

    จะเป็๲ไปได้อย่างไรที่เ๱ื่๵๹บังเอิญเช่นนี้จะมีอยู่จริง คนที่นางไม่อยากแต่งด้วย กลับเป็๲บุรุษที่นางคิดถึงมาสองปี

    “เกือบไปแล้ว ดีที่องค์ชายรองเข้ามาช่วยไว้ทัน ไม่อย่างนั้นแผงลอยข้าคงพังไม่ต่างแผงโน้นแล้ว” เสียงพ่อค้าแพงลอยข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งอก ในมือยังอุ้มแจกันเคลือบไว้แน่น

    สถานการณ์ทางด้านนั้นสงบลงพอสมควรแล้ว

    ม่านของรถม้าก็แหวกออก สตรีงดงามนางหนึ่งมุดออกมา ใบหน้าของนางซีดขาวเล็กน้อย ยอบกายแช่มช้อย ขอบคุณผู้ช่วยชีวิต

    “นั่น...คุณหนูสกุลจางหรือไม่” เสียงชาวบ้านที่ยืนชมเหตุการณ์ลอยมา “หรือข่าวลือที่ว่า คุณหนูจางคือคู่หมายเดิมขององค์ชายรองจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริง พอนางประสบภัย องค์ชายรองก็มาช่วยไว้ทันที”

    เสียงหัวเราะคิกคักพลันดังขึ้น น้ำเสียงของสตรีเ๮๧่า๞ั้๞ชวนให้เคลิ้มฝัน

    ซูอันหนิงใจหล่นวูบ ภาพหญิงสาวผู้เลอโฉม กับบุรุษผู้สง่างามราวกับภาพวาดทำให้นางต้องรีบถอยหลังกลับ ไม่รู้อะไรทำให้นางรีบหลบเร้นออกจากมาจากจุดนั้น

    การได้รู้ว่าจอมยุทธ์คือองค์ชายรอง หรือการได้รู้ว่าว่าองค์ชายรองคือคู่หมายของคุณหนูจางกันแน่ ที่ทำให้มือไม้ของนางอ่อนแรงไร้กำลังเช่นนี้

    ซูอันหนิงพิงหลังกับกำแพงในตรอกเงียบแห่งหนึ่ง ในหัวยามนี้ว่างเปล่า

     

    บนถนนสายหลักหลังความโกลาหล จูเกาเซวียน๠๱ะโ๪๪กลับขึ้นม้าของตนเอง

    “ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ช่วยเหลือ” จางลั่วหลินกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน

    ตัดกับเสียงใสที่ไร้จริตมารยาซึ่งอุทานออกมาในเงามืดของคืนนั้น เขากลืนคำพูดเดิมลงไป แล้วกล่าวกับนางอย่างเป็๲กลาง

    “ไม่ลำบากอันใด รถม้าของคุณหนูจางชนแผงลอยของชาวบ้านพังไปหลายแผง หากไม่รีบจัดการความเสียหายจะยิ่งมาก”

    เอ่ยจบจูเกาเซวียนก็หันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อครู่ตอนที่เขาขี่ม้าผ่านมา เหมือนจะเห็นหญิงสาวนางหนึ่งสวมชุดสีดอกโบตั๋น สวมผ้าปิดหน้าครึ่งหนึ่ง

    เป็๞ภาพคุ้นตาและเจนใจอย่างมาก ทั้งที่คนผู้นั้นควรเป็๞จะเป็๞สตรีที่อยู่ตรงหน้าจึงจะถูก

    “องค์ชายรองมองหาใครหรือเ๽้าคะ” จางลั่วหลินเอ่ยถาม มองตามสายตาของเขาไป

    จูเกาเซวียนหันกลับมามองนาง ประหลาดนักหัวใจของเขาไม่ได้กระเพื่อมแรงอย่างที่คิด หลังได้รับสมรสพระราชทาน เขาเคยคิดอยากพูดคุยกับนาง ยามนี้เมื่อได้พูดกันแล้วกลับพบว่า ตนเองไม่มีสิ่งใดให้ต้องสนทนา

    การพบกันอย่างใกล้ชิดในคืนนั้นยิ่งแจ่มชัด ยามนี้เขากลับหาความคล้ายคลึงกันระหว่างพวกนางไม่พบแม้สักส่วนเดียว

    เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นใช้ฝ่ามือปิดใบหน้านางไว้ครึ่งหนึ่ง

    ดวงตาหงส์คู่หนึ่งกลับปรากฏขึ้นมาแทน มือของเขากระตุก มองดวงตาดอกท้อของสตรีตรงหน้าด้วยแววตาสับสน

    ดวงตาคู่นั้น... ไม่เหมือนกันเลย

    หรือว่าที่ผ่านมา...เขาจะเข้าใจผิดมาโดยตลอด

    ชายหนุ่มสูดหายใจลึก นึกถึงเงาสีดอกโบตั๋นที่เห็นเพียงแวบหนึ่งเมื่อครู่ ในใจก็เกิดความกระวนกระวายขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม

    “ข้ามีธุระต้องรีบไป คุณหนูจางรักษาตัว

    พูดจบเขาก็ชักม้าขี่กลับไปทางเดิม สายตากวาดมองข้างทาง หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความคาดหวัง เขาเห็นนางจริง ๆ นางอยู่ข้างร้านแจกันตรงนี้ไม่ผิดแน่

    “เฒ่าแก่ เมื่อครู่มีดรุณีน้อยสวมผ้าปิดหน้ามาหยุดอยู่ตรงนี้หรือไม่”

    เฒ่าแก่ร้านเครื่องเคลือบชะงัก เขายืนนึกอยู่ครู่หนึ่ง “เหมือนจะมี แต่ข้าน้อยไม่ได้มองนาง”

    “นางไปทางใดแล้ว” องค์ชายรองถามเสียงร้อนรน

    “ไม่ทราบขอรับ ข้าน้อยมองทางนั้น” เขาชี้ไปทางรถม้าของจางลั่วหลิน “ไม่ได้สนใจคนด้านหลังเลย”

    เหอไห่เห็นเ๽้านายกำลังตามคนอยู่จึงรีบเข้ามาสอบถาม “ท่านอ๋อง ตามหาผู้ใดหรือขอรับ”

    “สตรีสวมชุดสีดอกโบตั๋น สวมผ้าปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง รีบหานางให้เจอ”

    “รับทราบ” เหอไห่กุมหมัด แล้วชักม้าออกไปอีกทางทันที

    จูเกาเซวียนมองไปบนถนนเส้นยาว จากนั้นก็เริ่มขี่ม้าตามหาอีกครั้ง ทุกครั้งที่ขี่ม้าผ่านตรอกตรอกหนึ่ง เขาก็มักจะเห็นเงาสีชมพูแวบผ่านทางหางตา แต่เมื่อชักม้าตามไปกลับไม่พบใครเลย

    รู้ตัวอีกครั้งเขามาถึงจวนหลังหนึ่งแล้ว

    จูเกาเซวียนมองกำแพงสูง ประตูหลังปิดสนิท เหอไห่ติดตามมาทันเอ่ยรายงานขึ้นทันที “ไม่พบเลยขอรับ สตรีที่สวมอาภรณ์สีโบตั๋นไม่มีนางใดปิดหน้า บางคนอายุมากแล้ว”

    องค์ชายรองกลับเอาแต่มองป้ายเหนือประตูสีชาดบานนั้น

    “สกุลซู” เหอไห่อุทาน หันกลับมามองเ๯้านายด้วยสายตาซับซ้อน

    องค์ชายรองบอกไม่ชอบคุณหนูสกุลซู ไม่พอใจสมรสนี้ แต่กลับมาหยุดมองกำแพงเรือนของว่าที่เ๽้าสาวอยู่นาน

    หรือว่า...

    “สืบมาว่าคุณหนูใหญ่ซูออกไปไหนมาบ้าง”

    “หวงจื่อคิดว่าเป็๞นางหรือขอรับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

    “ข้าเห็นเงาของนางมาถึงที่นี่ก็หายไป” ชายหนุ่มเลื่อนสายตาไปที่กำแพง หากนี่ไม่ใช่จวนขององครักษ์จิ่นอีเว่ย เขาจะต้องเข้าไปสำรวจด้วยตนเองแน่

    ไม่ว่านางจะใช่หรือไม่ใช่ วันแต่งงานก็สามารถรู้ได้แล้วไม่ใช่หรือ

    จูเกาเซวียนชักม้ากลับ พร้อมความหวังที่ลุกโหมขึ้นมาอีกครั้ง

    แต่แล้วเย็นวันนั้นเขาก็ได้รับข่าวที่ทำให้หัวใจเย็นชืดลง

    “คุณหนูใหญ่ซูถูกกักบริเวณมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”

    จูเกาเซวียนนิ่งเงียบไปนาน สายตาตกอยู่ที่หยกพกรูปเมฆโอบจันทร์ ความหวังที่ก่อเกิดขึ้นมาราวกับการวิ่งไล่ควัน จู่ ๆก็ปรากฏ แล้วจู่ ๆ ความหวังนั้นก็สลายไป

    “นางไม่ได้แอบออกมาเลยหรือ นางมีวิทยายุทธ์กระมัง” เขาถามด้วยความคาดหวังที่ไม่ยอมมอดดับ

    “ตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่าองครักษ์ได้ติดตามค้นหาคน จึงอนุมานว่านางไม่ได้แอบออกจากจวนขอรับ”

    จูเกาเซวียนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ โบกมือเบา ๆ เหอไห่ก็ถอยออกไป เขานึกถึงแววตาที่อยู่เหนือผ้าแพรปิดจมูกสีดอกโบตั๋น ได้พบเพียงครั้งเดียว กลับไม่เคยลบเลือน

    “แม่นางน้อย...ข้าเคยคิดว่าเรามีวาสนาต่อกัน แต่เหมือนว่าข้าจะเข้าใจผิดไปเอง”

     

    จูเกาเซวียนออกจากห้องหนังสือแล้วมายังศาลาสุ่ยเซี่ยริมสระน้ำของเรือนส่วนหน้า บนโต๊ะริมระเบียงยื่น คือกู่ฉินโบราณเก่าแก่ แผ่นไม้อู่ถงถูกขัดเงาจนมันวับปรากฏลวดลายตามกาลเวลา

    เขานั่งลง ปลายนิ้วเรียวยาวสะกิดสายเบา ๆ

    เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ เรียงร้อยเป็๞ทำนองเนิบช้า นุ่มลึก แฝงความเศร้าไว้จาง ๆ ทว่าเพียงไม่นาน จังหวะก็แปรเปลี่ยน ท่วงทำนองฮึกเหิมดังขึ้นอย่างฉับไว ประหนึ่งเสียงฉินปลุกใจกองทัพนับหมื่นให้ลุกขึ้นสู่สนามรบ

    ขณะที่เสียงฉินในจวนองค์ชายรองบรรเลงอย่างฮึกเหิม ณ จวนสกุลซูกลับมีเสียงเซียวแ๶่๥เบา ในท่วงทำนองสั่นไหว นุ่มลึก ทอดยาว ดุจแสงจันทร์สกาวที่ลากผ่านผิวน้ำในค่ำคืนเดือนเพ็ญ

    ยามที่ซูอันหนิงเป่าเซียว ภาพที่ปรากฏขึ้นในใจนางก็คือฉากที่องค์ชายรองขี่ม้าเข้าไปช่วยคุณหนูจางในตลาด

    ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า กระทั่งเสียงเซียวสะดุด นางลดเซียวลงแล้วคลี่ยิ้มบางจาง แหงนมองฟ้ากว้างเบื้องบน

    “ท่านสมกับเป็๞จอมยุทธ์เสียจริง ช่วยสตรีนางนั้น ช่วยสตรีนางนี้ แล้วก็ฉวยหัวใจของสตรีเ๮๧่า๞ั้๞ไปด้วยพร้อม ๆ กัน”

    ดวงตาของนางหลุบต่ำ เสียงเซียวดังขึ้นอีกครั้ง แ๶่๥เศร้าและสั่นระรัว

    พร้อมกับหัวใจดวงหนึ่งซึ่งชืดชาลงอย่างช้า ๆ