มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 29 ค่ายกลเพลิงเจ็ดสี

    ลูกศรธนูหน้าไม้ ล้วนไม่อาจทำอะไรผิวของมันได้ มีแต่ลูกศรโลหะ ของอาจารย์ไป๋เซียงที่ยิงออกไปทีเดียวสามดอก พุ่งเข้าเจาะดวงตาของมันทั้งสองข้าง

    ทำให้เลือดสีเขียว ไหลออกมาจากดวงตาของมัน 

    มันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธแค้น แต่ทว่ามันยังคงไม่ตาย !

    แม้มันจะมองไม่เห็น แต่มันยังสามารถดมกลิ่น มนุษย์ มันยังโจมตีใส่ เหล่าจอมยุทธ์ที่คิดจะหนีออกไปจากที่นี่ แต่ไม่มีใครกล้าวิ่งผ่านมัน คนที่คิดว่ามันมองไม่เห็นแล้ว ถูกกรงเล็บของมันตะปบไปที่พื้น แล้วกัดกระชากหัวจนขาดกระเด็น ตายไปอย่างอนาจ

    อาจารย์ไป๋เซียง นำลูกศรโลหะออกมาเพิ่ม แต่คราวนี้ชุบยาพิษ แล้วยิงเข้าไปอีก

    ลูกศรโลหะ พุ่งเข้าไปในปากของมัน คราวนี้เจ้าสัตว์ประหลาดถึงกับนอนดิ้นไปมา

    แล้วค่อยๆ หยุดเคลื่อนไหว ทุกๆ คน ค่อยๆ เข้ามาดูศพเจ้าตัวประหลาดนี้

    “ ข้างในมีตัวประหลาดอีกหลายตัว แม้แม่นางจะฆ่ามันได้ แต่หากพวกมันมากันหลายตัว ข้าว่าไม่อาจต้านมันได้แน่ พวกเราตระกูลเมิ่งต้องขอถอนตัวจากที่นี่ดีกว่า เฟยหลง เจ้าก็กลับไปกับข้าด้วย”

    ราเชนยังไม่ออกไป แต่อาจารย์ไป๋เซียงกลับพูดว่า

    “ ไม่ได้ ข้ารับปากฮูหยินหยางเอาไว้ จะเป็นคนดูแลความปลอดภัยของเฟยหลง เขาต้องอยู่กับข้า ไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลเขาเอง” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยออกมาไม่สนใจว่า ราเชนจะคิดอย่างไร

    “ ท่านลุงสามกลับไปก่อน ข้าเอาตัวรอดได้”

    “ ตามใจ แต่ว่าข้างในนอกจากสัตว์ร้ายแล้ว ยังมียอดฝีมืออีกเป็นจำนวนมาก เจ้าต้องระวังตัวด้วยนะ”

    ลุงสามเมิ่งซี รีบพาคนของตระกูลเมิ่งออกไปจากปิรามิดในทันที

    คนที่เข้าไปตอนนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง ศิษย์ของสำนักเมฆาม่วงเหลือเพียง ครึ่งเดียวเช่นกัน แต่อาจาย์ไป๋เซียง ก็ยังคงเดินทางต่อไป จนกระทั่งพบห้องโถงขนาดใหญ่ ด้านในมีการต่อสู้ กันระหว่างสัตว์ประหลาด กับ เหล่าจอมยุทธ์ ราเชนเห็นกลุ่มของอาจารย์ชิงอี้ และ เชียนเชียน เสี่ยวฉี กำลังต่อสู้กับเจ้าสัตว์ประหลาด กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย   และมีสัตว์ประหลาดอีกสองตัวกำลังพุ่งตรงเข้ามาทางอาจารย์ไป๋เซียง กับ อาจารย์หมิงเยว่

    “ หยางเฟยหลง อยู่ข้างหลังข้า”

    อาจารย์ไป๋เซียง ดูเหมือนว่าเป็นห่วงหยางเฟยหลงกว่าคนอื่นๆ ทำเอาอาจารย์หมิงเยว่ ถึงกับแอบสงสัยไม่น้อย แต่ว่า ด้านหน้าในตอนนี้ไม่มีเวลาให้ตัดสินใจ

    อาจารย์ไป๋เซียง พยายามยิงหน้าไม้โลหะของตนออกไป แต่ว่า เจ้าสัตว์ประหลาดกลับเข้ามารวดเร็วเกินไป ลูกศรโลหะยังไม่ทันยิง ก็เข้ามาถึงตัวแล้ว ก่อนที่จะถูกกรงเล็บของมันตะปบ ราเชนก็พุ่งตัวกอดร่างอาจารย์ไป๋เซียง หลบกรงเล็บที่แหลมคมของสัตว์ประหลาดหลบรอดไปอย่างหวุดหวิด

    “ หลบไป” อาจารย์ไป๋เซียงผลักร่างของราเชนให้หลบไป แล้วจะยิงใส่สัตว์ประหลาด แต่ว่าหางของมันตวัดเข้ามาเสียก่อน ฟาดใส่คนทั้งคู่จนกระเด็นกลิ้งไปพร้อมๆกัน ตอนนี้คนในกลุ่มต่างวิ่งหนีกันแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง อาจารย์หมิงเยว่ นำกระบี่ของตนออมา แล้วปล่อยปราณกระบี่ออกไปนับร้อยกระบี่

    มีปราณกระบี่ทิ่มเข้าไปในตาของสัตว์ประหลาดตัวที่เข้ามา มันหัวทิ่มไปกับพื้นร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แล้วก็ใช้หางของมันฟาดไปมา อย่างบ้าคลั่ง ปลายหางไปฟาดเข้ากลางลำตัวของ อาจารย์หมิงเยว่ กระเด็นปลิวไป

    เจ้าสัตว์ประหลาดอีกตัว ก็หันกลับมา คราวนี้มันกระโจนเข้าใส่ราเชนกับ อาจารย์ไป๋เซียง ที่ยกหน้าไม้ของตนเตรียมรออยู่แล้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!

    ลูกศรโลหะอาบยาพิษ พุ่งเข้าปักที่ดวงตาทั้งสองของมัน จนมันร้องดิ้นไปมา อย่างทรมาน สุดท้ายมันสิ้นฤทธิ์คุกเข่าต่อหน้าของอาจารย์ไป๋เซียง กับ ราเชน แต่ทว่า มีอีกตัวที่กำลังบ้าคลั่ง กำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้ ราเชนนำศรโลหะอาบยาพิษมากำเอาไว้ในมือ แล้วเหยียบร่างของ เจ้าสัตว์ประหลาดที่ตาย กระโดดตัวลอยอยู่เหนือหัวของเจ้าสัตว์ประหลาดอีกตัว แล้วแทงเข้ากลางหัวของมัน น่าแปลกศรโลหะสามารถปักเข้าที่กลางหัวของมันได้อย่างง่ายดาย

    เจ้าสัตว์ประหลาดหัวจระเข้ เลยสิ้นใจตายไปในทันที 

    “ เฟยหลง ช่วยเชียนเชียน กับ เสี่ยวฉีด้วย” ต้าเฉิงตอนนี้ถือกระบองยักษ์แต่ไม่กล้าเข้าหาเจ้าสัตว์หัวจระเข้อีกตัว ที่อาจารย์ชิงอี้กับศิษย์กำลังต่อสู้อยู่ แต่ละคนก็ได้รับบาดเจ็บกันไปทั่ว แต่ยัง ไม่อาจฆ่ามันได้ 

    ราเชนได้ยินดังนั้น ถอนลูกศรอาบยาพิษออกมา แล้วกระโจนลงมาจากสัตว์ประหลาด อย่างคล่องแคล่ว พุ่งตัวเข้าไปทางด้านหลังของเจ้าสัตว์ประหลาด ที่กำลังจะ ใช้กรงเล็บตะปบใส่ เชียนเชียน กับ เสี่ยวฉี แต่แล้วราเชนก็ยืนบนหัวของมัน แล้วปักศรอาบยาพิษลไปทันที

    ฉึก !!

    เจ้าสัตว์หัวจระเข้ ถึงกับ สะดุ้งเฮือก แล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พยายามใช้มือปัดราเชนออก แต่สุดท้ายมันกลับหมุนตัวไปกับพื้น ทำให้ราเชนต้องปล่อยลูกศรอาบยาพิษ จนตัวเองกระเด็นตกลงมาที่พื้น เจ้าสัตว์หัวจระเข้ มันยังไม่ตาย

    มันกระโจนเข้าใส่ราเชนอย่างโกรธแค้น

    “ ยังไม่ตายอีกหรือ?” ราเชนเอ่ยอย่างตกใจ

    “ ยาพิษใช้ได้กับเจ้าสัตว์ประหลาดได้แค่ตัวเดียว ที่เหลือไม่พอจะใช้อีกตัว”

    อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยเตือน แล้วรีบยิงสะกัด เพื่อช่วยราเชน แต่ว่า กรงเล็บอันแหลมคมของมันตวัดมาแล้ว ราเชนได้แต่นำมีดนิรนามออกมา แล้วดีดตัวพุ่งเข้าหาเจ้าสัตว์หัวจระเข้ หลบจากกรงเล็บของมันได้ มีดนิรนามก็ปักเข้าที่คอของมัน ราเชนกรีดลงมาเป็นทางยาว ทำให้ตับไตไส้พุงของมันไหลออกมากองกับพื้น

    ร่างของเจ้าสัตว์หัวจระเข้ถึงกับหยุดกึก มองบาดแผลที่ถูกกรีดลงมาไส้ไหล แล้วก็ล้มตึงนอนตายไปอย่างไม่คาดคิด

    “ ขอบใจมากนะ เฟยหลง”

    เชียนเชียนรีบเอ่ยขอบคุณ

    “ พี่เฟยหลง ตรงประตูด้านนั้น คาดว่าน่าจะมีสมบัติอยู่แน่ๆ  เจ้าสำนักบุปผาสวรรค์พาคนของมันเข้าไป แล้วปิดประตูเอาไว้ พวกเราเข้าไปไม่ได้” เสี่ยวฉีเอ่ยอย่างรวดเร็ว

    อาจารย์ไป๋เซียงก็มองไปที่ประตูหินบานใหญ่ แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ คนอื่นๆ ไปไหนหมด”

    “ อาจารย์ถงเหล่า กับ อาจารย์ซ่งหลิง พาลูกศิษย์หลบเข้าประตูไปได้ทัน แต่คงถูกคนของสำนักบุปผาสวรรค์ห้ามเอาไว้ เลยไม่กล้าเปิดประตูให้กับพวกเรา” อาจารย์ชิงอี้เอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง

    อาจารย์ไป๋เซียงมองเข็มทิศจักรวาลที่หมุนแรงขึ้น แล้วชี้ไปทางประตูหิน ส่วนองค์ชายรองก็มองแสงที่ป้ายประจำตัวของตนที่มัน กระพริบถี่ๆ เมื่อยืนอยู่หน้าประตูหินเช่นกัน

    “ หยางเฟยหลง ข้าว่า ด้านในต้องมีหยกลัญจกรแน่ๆ หาทางเข้าไปเร็ว”

    “ นี่ท่านพูดง่ายเสียจริง ทำไมไม่หาทางเข้าไปเองเล่า” ต้าเฉิงเอ่ยแทน ราเชนที่ตอนนี้มองหาวิธีที่จะเปิดประตูหินอยู่

    “ หากข้าทำเองได้ ข้าจะจ้างเจ้าอ้วนนี่ทำไมเล่า”

    ราเชนยกมือขึ้นให้ทุกคนหยุด เพราะอาจารย์ไป๋เซียง กำลังใช้มือสัมผัสกับ ประตูหิน เพื่อหาวิธีเปิด 

    “ ต้าเฉิง เราสองคนไปเก็บอาวุธ ของคนที่ตายกันดีกว่า”

    ราเชนไม่สนใจประตูหิน พาต้าเฉิงไปเก็บอาวุธ แต่ว่าเขากลับเดินมาที่เจ้าสัตว์ประหลาด ทั้งสามตัว แล้วใช้มีดตัดกรงเล็บและ เขี้ยวของพวกมันออกมา แล้วเก็บเอาไว้ ในอนาคตของพวกนี้ต้องมีราคาแน่ๆ โดยเฉพาะหนังที่เป็นเกล็ดของมัน หากนำไปสร้างเสื้อเกราะ อาวุธพวกนี้ไม่อาจระคายผิวเขาได้เลย

    ราเชนใช้เวลาเลาะหนัง กรงเล็บ และ เขี้ยวของสัตว์ประหลาด ใกล้จะเสร็จ อาจารย์ไป๋เซียง ก็ค้นพบวิธีเปิดกลไกประตูหินพอดี

    พอประตูหินเปิด ราเชนก็เสร็จพอดี ทั้งหมดเข้าไปด้านใน พบว่า คนของสำนักบุปผาสวรรค์นั้น เป็นคนขององค์ชายสี่หลี่หมิง เข้ามาควบคุมผู้คนทั้งหมดเอาไว้ แล้วไล่ให้ไปรวมกับ อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ซ่งหลิง และ ศิษย์ของสำนักเมฆาม่วง  ส่วนตรงกลางห้องโถง ถูกยกพื้นให้สูงขึ้น และมีแค่โลงศพสีทองตั้งอยู่ตรงกลาง และมีรูปปั้นมนุษย์หน้าสัตว์สองตัวยืนตระหง่านราวกับองครักษ์พิทักษ์โลงศพ โดย รูปปั้นตัวแรกเป็นมนุษย์ แต่หัวเป็นม้า ถือทวนสีดำ ส่วนอีกรูปปั้นร่างเป็นมนุษย์ แต่หัวของมันเป็นแมว ถือดาบง้าวรูปเดือนเสี้ยว  มีเปลวเพลิงหลากสีพุ่งขึ้นมาจากพื้น มีศิษย์ของสำนักเมฆาม่วงห้าคนกำลังถูกบังคับให้ขึ้นไปบนแท่นที่ตั้งโลงศพ 

    โดยมีคนขององค์ชายสี่หลี่คัง ใช้ทวนคุมเชิงเอาไว้ องค์ชายสี่และองค์ชายเจ็ด จ้าวเหล่ยเทียน เจ้าสำนักหยูจี และ หยวนจง นั่งมองอยู่ พอศิษย์สำนักเมฆาม่วงเหยียบขึ้นไปบนลานที่ตั้งโลงศพ ก็ถูกเพลิงเจ็ดสี เผาผลาญร่างจนมอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้า ไม่อาจก้าวเข้าไปได้ อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ซ่งหลิง กับลูกศิษย์หลายๆ คนต่างกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ

    กลุ่มที่มาทีหลัง ก็พลอยโกรธแค้นตามไปด้วย

    “ โอ้ เสด็จพี่นั่นเอง ในที่สุดท่านก็มาพอดี คราวนี้ข้าคงต้องให้ท่านช่วยแล้ว”

    “ น้องสี่ เจ้า....เจ้าคิดจะทำอะไร?” องค์ชายรองหลี่คังเห็นคนที่ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่านก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ทหารองครักษ์ขององค์ชายสี่ เข้ามาคุมตัวองค์ชายรองหลี่คังเอาไว้ 

    “ ฮ่า ฮ่า ข้างในโลงศพนี้น่าจะมี สิ่งที่พวกเราต้องการ แต่ว่า พวกเราไม่สามารถเข้าไปได้ บางทีอาจต้องใช้เชื้อสายของราชวงศ์หลี่เรา เพื่อเซ่นสังเวยต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ครั้งนี้คงให้เสด็จพี่ต้องเสียสละเพื่อเปิดทางให้กับพวกเราแล้ว ทหารพาองค์ชายรองเข้าไปในค่ายกลเจ็ดสีเดี๋ยวนี้” องค์ชายเจ็ดเอ่ยเสียงอันดัง

    “ ไอ้พวกบ้า ข้าคือพี่รองของพวกเจ้านะเว้ย ปล่อยข้านะ หยางเฟยหลง เจ้าเป็นองครักษ์ของข้า รีบช่วยข้าที” องค์ชายรองตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง ทำให้องค์ชายสี่ถึงกับยกมือให้ทุกคนหยุด แล้วมองมาที่หยางเฟยหลง

    “ ในเมื่อหยางเฟยหลงเป็นองครักษ์ของเสด็จพี่ ก็ให้มันเข้าไปในค่ายกลพร้อมๆ กันเลย”

    ราเชนไม่อาจขัดขืนได้ ถูกพาเข้าไปยืนเคียงข้างกับ องค์ชายรอง ก่อนที่จะถูกผลักขึ้นไป อาจารย์ไป๋เซียงก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ หยุดก่อน ข้ามีวิธีปิดค่ายกลเพลิงเจ็ดสี ให้พวกเขาเข้าไปก็ตายเปล่า”

    “ ที่ท่านพูดมาเป็นความจริง?” องค์ชายสี่หลี่คังเอ่ยอย่างดีใจ

    อาจารย์ไป๋เซียงก้าวเข้ามายืนต่อหน้าทุกๆ คน แล้วก็เดินเข้าไปยืนข้างๆ ราเชนกับองค์ชายรองหลี่คัง แล้วเอ่ยว่า

    “ นี่คือค่ายกลเพลิงเจ็ดสีในตำนาน ถูกสร้างขึ้นด้วยกลไกพิศดาร โดยใช้พลังงานจากแสงอาฑิตย์ที่สะท้อนเข้ามาจากแกนกลางปิรามิด”

    “ หมายความว่า หากไร้แสงอาฑิตย์ ค่ายกลจะปิดลงเองรึ?” องค์ชายเจ็ดเอ่ยอย่างตื่นเต้น แต่อาจารย์ไป๋เซียงกลับส่ายหัว แล้วเอ่ยว่า

    “ ค่ายกลเพลิงเจ็ดสี มีตัวรับพลังงานมาเก็บเอาไว้ที่แท่งผลึก อยู่ตรงเหนือค่ายกล

    แม้จะเป็นกลางคืน พลังงานที่เก็บเอาไว้ในแท่งผลึกพลังงานจะคงยังทำงานต่อเนื่อง ไม่มีวันหมดไปได้”        ทุกๆ คนมองไปที่แท่งผลึกสีขาวที่ลอยอยู่เหนือ ค่ายกลเพลิงเจ็ดสี

    “ แล้วจะท่านจะปิดค่ายกลเพลิงเจ็ดสียังไง พวกเราเคยยิงธนูเพื่อลองทำลายมัน แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นอะไรเลย”องค์ชายเจ็ดเอ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้มที่คิดว่าน่ามองที่สุด  แสดงออกนอกหน้าว่า ชอบความงามของอาจารย์ไป๋เซียงยิ่งนัก

    “ ต้องใช้เลือดหัวใจของบุรุษ ที่เกิดวันสุริยคราส มาราดบนแท่งผลึกด้านบนนั้น”

    “ จะไปหาคนนั้นได้จากที่ใดกัน?” องค์ชายสี่เอ่ยอย่างสงสัย

    อาจารย์ไป๋เซียงค่อยๆเอ่ยขึ้นมาว่า

    “ หยางเฟยหลง เขาเป็นคนที่เกิดวันสุริยะคราสเต็มดวง”

    “ อะไรนะ นี่ท่านรู้เรื่องของข้าได้อย่างไร” ราเชนเองยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ว่าหยางเฟยหลงเกิดวันสุริยะคราสเต็มดวง

    “ ขอโทษด้วยนะ ข้าจำเป็นต้องทำ” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยกับราเชนเบาๆ

    “ ว่าแต่ อาจารย์ไป๋ ท่านช่วยพวกเราขนาดนี้ ที่แท้ท่านมีวัตถุประสงค์สิ่งใดกันแน่”  องค์ชายสี่หลี่คังเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ข้าแค่ต้องการโครงกระดูกของ แม่ทัพผู้นี้กลับไป และ ขอผลกิเลนไฟ 1 ผลเท่านั้น”

    ทุกๆ คน มองไปที่บนที่ตั้งโลงศพ มีโครงกระดูกที่สวมชุดแม่ทัพคุกเข่าต่อโลงหน้าโลงศพ

    “ เขาเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับท่านกันแน่?” องค์ชายสี่เอ่ยอย่างสงสัย

    “ ขออภัย ข้าไม่อาจบอกได้จริงๆ”

    “ ตกลง หากว่าอาจารย์ไป๋ สามารถปิดค่ายกลเพลิงเจ็ดสีได้ ท่านก็นำซากโครงกระดูกแม่ทัพผู้นี้กลับไปได้ พร้อมกับผลกิเลนไฟอีกด้วย” องค์ชายสี่ รับปากทันที

    อาจารย์ไป๋เซียงหันมาหาราเชนด้วยสายตาที่รู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง

    “ บอกข้าหน่อย ท่านบอกอะไรกับท่านแม่ ท่านถึงได้ยอมให้ข้ามากับท่าน?”

    “ ข้าบอกกับท่านป้าว่า ข้าคือคู่หมั้นของเจ้า ที่แม่ทัพหยางได้หมั้นหมายเจ้ากับท่านพ่อของข้าเอาไว้ โดยมีมีดสั้นตระกูลหยางเล่มนี้เป็นของหมั้น”

    อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยจบก็ชักมีดสั้นที่อักษรคำว่าหยาง ติดอยู่ที่ตัวมีด  แล้วแทงเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้าย จุดแกนกลางหัวใจของราเชน

    ฉึก !!  ............