ตอนที่ 43 เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มิดีก็ต้องเอาคืน
ทันใดนั้นเองหลินหานที่เพิ่งจะออกมาจากไร่ข้าวโพดก็ได้เข้ามาบังหลินหร่วนเอาไว้
หลินเถี่ยเกินมิสนใจว่าหลินหานจะเป็นเพียงเด็กอายุเก้าปีเขาออกหมัดอย่างมิลังเล
นัยน์ตาของหลินหร่วนเป็นประกายเย็นวาบ นางรีบดึงหลินหานออกมาแล้วยื่นมือออกไปรับกำปั้นของหลินเถี่ยเกินเอาไว้
สองกำปั้นปะทะกันจนเกิดเสียงดัง
“โอ๊ย มือข้า... ! ”
หลินเถี่ยเกินนั่งลงไปกุมมือที่เจ็บอยู่บนพื้น
เมื่อนางจางเห็นดังนั้นจึงตื่นตกใจจนต้องร้องตะโกนออกมา“ท่าน...ท่านเป็นเยี่ยงไรบ้าง ? ท่านพี่! ”
เมื่อเห็นหลินเถี่ยเกินเอาแต่กรีดร้อง นางจางจึงรีบร้อนดิ้นให้หลุดทว่ามือของหลินหร่วนเป็นดั่งคีมคีบเหล็ก นางกำข้อมือของนางจางเอาไว้แน่น ทำให้นางมิอาจดิ้นให้หลุดได้
ภรรยาของหลินเหล่าวายจึงรีบออกหน้าเข้ามาไกล่เกลี่ย“อาหร่วน เจ้ารีบปล่อยป้าชุ่ยฮวาเสียเถิด ยังมีงานที่ไร่รออยู่อย่าให้เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ทำให้เจ้าเสียเวลาเลย”
นางกลัวว่าหลินหร่วนจะซวยไปมากกว่านี้เจ้าหลินเถี่ยเกินผู้นี้ก็เอาแต่เข้าข้างคนผิด นางจางก็จิตใจสกปรกมากเช่นกัน หากหลินหร่วนมีปัญหากับพวกเขาเกรงว่าวันนี้อาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
ทว่าหลินหร่วนมิอยากจะปล่อยไปง่าย ๆ ดังนั้นนางจึงหันศีรษะไปมองป้าโจวแล้วเอ่ยว่า
“ป้าโจว ข้ารบกวนให้พี่ต้าหลางไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาที่นี่สักหน่อยเถิด”
ป้าโจวเหมือนจะมิเห็นด้วยอยู่เล็กน้อย “อาหร่วนนี่...เจ้าพอแค่นี้ดีกว่าหรือไม่ ? ”
เรื่องเล็ก ๆ เพียงเท่านี้กลับต้องเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมามันจะน่าเกลียดไปหน่อยหรือไม่
ทว่าหลินหร่วนยืนยันเสียงแข็ง
ป้าโจวมิมีทางเลือกอื่น นางทำได้เพียงหันไปตะโกนเรียกคนที่อยู่ในไร่
ในมิช้าโจวต้าหลางก็ออกมาจากไร่ข้าวโพด แล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน
นางจางที่เห็นว่าหลินหร่วนกำลังจะเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาจริงๆ จึงร้อนรนขึ้นมาทันใด “นางเด็กเหลือขอ ยังมิรีบปล่อยข้าอีก หัวหน้าหมู่บ้านจะมาแล้วนะเจ้ามองข้าเพื่ออันใด โอ๊ย...มือข้า เจ้ารีบปล่อยประเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย ! ”
หลินหร่วนหัวเราะเสียงเย็น “หากปากของเจ้ายังพ่นคำสกปรกออกมาอีกข้าจะหักข้อมือของเจ้าทิ้งเสีย หากเจ้ามิเชื่อก็ลองดู ! ”
หัวหน้าหมู่เร่งรีบเดินเข้ามา เมื่อนางจางเห็นดังนั้นจึงส่งเสียงร้องโหยหวนทันใด
“โอ๊ย... หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านมาได้สักที ท่านรีบช่วยพวกเราสองผัวเมียเร็วเข้านางเด็กเหลือขอหลินหร่วนมันจะ โอ๊ย...มือข้า ! ”
หลินเถี่ยเกินเจ็บจนเหงื่อไหลอาบใบหน้า เขากำมือเอาไว้แน่นพร้อมกับเอ่ยว่า“หัวหน้าหมู่บ้าน เจ้าเห็นแล้วหรือยัง ? หลินหร่วนกำลังจะฆ่าคน มันกำลังจะฆ่าคนอ๊าก ! ”
“เหอะ ๆ หากข้าจะฆ่าคน เจ้าสองคนผัวเมียคงได้เดินอยู่ในประตูผีแล้ว! ”
หลินหร่วนปล่อยมือออกพร้อมกับผลักนางจางออกไป
นางจางเดินโซซัดโซเซ ศีรษะพุ่งลงไปในไร่ข้าวโพดจนต้นข้าวโพดเสียหายไปหลายต้น
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าหลินหร่วนกล้าลงมือต่อหน้าตนจึงอดที่จะเผยสีหน้าบิดเบี้ยวออกมามิได้
“หลินหร่วน นี่เจ้ากำลังทำอันใด ? อย่างไรเสียเถี่ยเกินกับนางจางก็นับว่าเป็นอากับอาสะใภ้ของเจ้าการที่เจ้าทำเช่นนี้ เจ้ายังจะเห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่อยู่หรือไม่ ? ”
หลินหร่วนวางตะกร้าที่อยู่บนหลังลง แล้วรีบตอกกลับไปในทันใด
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าหลินหร่วนเติบใหญ่มาในหมู่บ้านตระกูลหลินจนอายุปูนนี้พวกท่านเห็นว่าข้ามิเคารพผู้หลักผู้ใหญ่หรือไม่ ? วันนี้เป็นหลินเถี่ยเกินกับภรรยาที่เข้ามาหาเรื่องข้าประการแรก นางจางกล่าวหาข้าปากเปล่าว่าข้าเป็นขโมยต่อมาหลินเถี่ยเกินยังต้องการทุบตีข้ากับอาหันอีก หากข้ามิโต้กลับ เช่นนั้นข้าต้องยินยอมถูกทุบตีเยี่ยงนั้นหรือ? ต่อหน้าท่านลุงป้าน้าอาที่เห็นเหตุการณ์ถูกหรือผิด ท่านหัวหน้าหมู่บ้านสามารถสอบถามให้ชัดแจ้งได้”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น จึงหันไปมองชาวบ้านคนอื่นๆ
ชาวบ้านที่มองดูเหตุการณ์พร้อมใจกันพยักหน้า เพื่อพิสูจน์ว่าหลินหร่วนนั้นมิได้โกหก
ทันใดหน้า หัวหน้าหมู่บ้านก็เปลี่ยนสีหน้าและไปดุสองผัวเมียหลินเถี่ยเกิน “เถี่ยเกิน พวกเจ้าก็อายุอานามสามสิบปีเข้าไปแล้วทั้งยังเป็นผู้อาวุโสกว่า ยังจะมาหาเรื่องเด็กสองคนนี้อีก มันมากเกินไปเสียจริง ! ”
นางจางรีบร้อนเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจ “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านข้ามิได้ใส่ร้ายหลินหร่วนสักหน่อย ตัวนางเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ท่านดูนั่นสิ...นั่นคือที่ดินของตระกูลหลินข้าวโพดในไร่ พวกมันโตมิถึงหนึ่งฝ่ามือเลยด้วยซ้ำ แล้วท่านดูข้าวโพดในตะกร้าของหลินหร่วนเถิดดังนั้นมันจะเป็นข้าวโพดที่ปลูกในไร่ของนางได้เยี่ยงไร ? ”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินดังนั้น จึงเปรียบเทียบข้าวโพดในตะกร้ากับข้าวโพดในไร่ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันใด
ดังนั้นป้าโจวจึงรีบร้อนเอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านข้าเห็นกับตาว่าอาหร่วนเป็นคนหักข้าวโพดเหล่านี้จากไร่ของนาง”
หลินหานที่ถูกหลินหร่วนดึงไปข้างหลังจึงก้าวออกมาข้างหน้า“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าวโพดเหล่านี้เป็นข้าวโพดที่ปลูกในไร่ของพวกเราจริง ๆ ”
นางจางกระทืบเท้าด้วยความมิพอใจแล้วพล่ามออกมาว่า“ที่ดินของพวกเจ้าเป็นเยี่ยงไร ใช่ว่าคนในหมู่บ้านจะมิรู้สักหน่อยมันแย่ยิ่งกว่าที่ดินระดับล่างถึงสองส่วนด้วยซ้ำ ดังนั้นจะสามารถปลูกข้าวโพดที่อุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้ออกมาได้เยี่ยงไรเจ้าคิดว่าพวกเราเป็นคนโง่เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หัวหน้าหมู่บ้านก็คิดถึงจุดนี้ด้วยเช่นกันเขาตระหนักถึงสภาพดินของตระกูลหลินได้เป็นอย่างดี
ป้าโจวอยากจะช่วยอธิบาย ทว่าหลินหร่วนกลับส่งยิ้มไปให้นางจากนั้นก็หมุนตัวไปหยิบเคียวขึ้นมาฟันต้นข้าวโพดด้านหน้าทิ้ง เผยให้เห็นต้นข้าวโพดที่ดูอุดมสมบูรณ์ด้านใน
“ทุกท่านดูเอาเองเถิด ดูว่าพวกข้าโกหกหรือไม่”
ชาวบ้านต่างก็โน้มกายไปดูความจริง พวกเขาต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
“มันอยู่ในไร่ของพวกเขาจริง ๆ ด้วย”
“นี่ช่างแปลกเสียจริง พวกเจ้าดูเถิด ข้าวโพดต้นนั้นสูงเท่ากับต้นข้างนอกทว่าเหตุใดมันถึงดูแข็งแรงยิ่งนักเล่า ? ” หัวหน้าหมู่บ้านก็มองดูด้วยสายตาสงสัยจากนั้นก็หันไปมองหลินหร่วนแล้วเอ่ยถามว่า “ข้าวโพดเหล่านี้เติบโตมาได้เยี่ยงไร ?” หลินหร่วนตอบเหมือนที่เคยตอบไปเมื่อครู่ คือผลักทุกอย่างไปที่หลินจง
หัวหน้าหมู่บ้านคิดคำนวณอยู่ในใจ เขาวางแผนจะกลับไปถามหลินจง
หลินเถี่ยเกินกับนางจางเห็นว่าสถานการณ์ดูมิค่อยดีแล้วจึงแอบย่องออกไป ทันใดนั้นป้าโจวก็ตะโกนออกมาว่า “พวกเจ้าจะไปที่ใด ? ”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น จึงหันหน้ากลับไปมอง
เมื่อเห็นว่าตนลอบออกไปมิสำเร็จ นางจางจึงเอ่ยอย่างมิสบอารมณ์ว่า“จะไปที่ใดได้อีก ข้าก็จะไปเก็บข้าวโพดเยี่ยงไรเล่า อันใดกัน พวกเจ้ายังมิจบอีกหรือ? ”
ป้าสะใภ้โจวหัวเราะเย้ยหยัน “พอเจ้ากล่าวหาผู้อื่นมิเป็นผลก็คิดจะวิ่งหนีเลยหรือ? มันมิง่ายไปหน่อยหรือ ? รีบขอโทษมาเสีย ! ”
หัวหน้าหมู่บ้านก็ปั้นหน้าเย็นชาเช่นกัน “ใช่ รีบขอโทษมาเสีย!พวกเจ้าสองคนผัวเมียช่างทำตัวน่ารังเกียจเสียจริง ร่วมกันรังแกเด็กน้อยสองคน ช่างขายหน้าจริงๆ !รีบขอโทษมาเสีย มิเช่นนั้นเรื่องในวันนี้ ข้ามิอาจปล่อยผ่านไปได้เช่นกัน ! ”
นางจางทำหน้ามิพอใจ “เหตุใดข้าต้องขอโทษด้วยเล่ามิใช่ว่าแค่เข้าใจผิดหรอกหรือ ? บัดนี้เมื่อข้ารู้ชัดแล้วก็จบแล้วมิใช่หรือ ? อีกอย่างหลินหร่วนก็ลงมือกับพวกข้าด้วยเหมือนกันนี่! ”
ป้าโจวโกรธจนควันออกหู “การที่นางลงมือกับเจ้ามันก็สมควรแล้วพวกเจ้าคิดว่าอาหร่วนเป็นเด็กแล้วจะปากกล้าพ่นเรื่องไร้สาระใส่ศีรษะพวกเขาเยี่ยงไรก็ได้เลยหรือ? หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น พวกเขาคงฆ่าพวกเจ้าไปแล้ว! ”
หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้ารับ คิดว่าเฝิงกุ้ยจือเอ่ยได้มีเหตุผลหากมิใช่เพราะสองผัวเมียคู่นี้หาเรื่องก่อน หากมิใช่ว่าพวกเขากำลังหาเรื่องคนอ่อนแอเหตุการณ์คงจะวุ่นวายกว่านี้เป็นแน่
หลินเถี่ยเกินเห็นว่าดูท่ามิดีแล้ว ดังนั้นเขาจึงกุมมือของตนเองแล้วร้องกระจองงอแงออกมามิหยุด
นางจางเหลือบตามอง จากนั้นก็รีบนั่งลงไปกองกับพื้นพลางร้องโหยหวนออกมาทันใด“ท่านพี่ นิ้วของท่านคงมิได้เจ็บจนถึงขั้นกระดูกหักหรอกใช่หรือไม่ ? จะทำเยี่ยงไรดี ! ที่บ้านยากจนมิมีแม้กระทั่งเตาไฟ แล้วท่านก็ยังมาเจ็บมืออีกพวกเราจะอยู่ต่อไปเยี่ยงไร ! หัวหน้าหมู่บ้านท่านช่วยดูหน่อยเถิดว่ามือของท่านพี่หักหรือไม่ ? ”
หัวหน้าหมู่บ้านสำรวจมือของหลินเถี่ยเกินอย่างถี่ถ้วนทันใดนั้นก็อดที่จะขมวดคิ้วมิได้ มิว่าจะมองเยี่ยงไรก็มิเห็นว่ามีอันใดผิดปกติ คงมิได้กระดูกหักจริงๆ หรอกใช่หรือไม่ ?
นางจางยังคงแหกปากตะโกนอย่างสุดเสียง “พวกข้ายังมีงานในไร่อีกมากมายที่ต้องทำที่บ้านมีเด็กมากมายถึงเพียงนั้น แล้วพวกเราจะรอดไปได้เยี่ยงไรกัน ! ”
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่านางโวยวายราวกับคนบ้าจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า“นางจางมีอันใดก็ค่อย ๆ เอ่ยเถิด เจ้าจะร้องแรกแหกกระเชอไปเพื่ออันใดกัน ? ”