บทที่128: มัลคอล์ม
ยามอรุณรุ่งสาดแสงสีทองอาบไล้ขุนเขาทางตะวันตกเฮรัคมุดตัวออกจากเต็นท์พลางสูดอากาศที่เจือกลิ่นไอดินและน้ำค้างเย็นฉ่ำเข้าปอดจนเต็มรักเขาโยนฟืนแห้งลงสู่กองไฟที่มอดดับพร้อมกระตุ้นอนุภาคธาตุไฟให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งเพื่ออุ่นหม้อโจ๊กสำหรับมื้อเช้า
ในขณะที่เฟร็ดเพิ่งตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียตามประสาคนที่ไม่ได้เคร่งครัดในวินัยการทำสมาธิเท่าเฮรัคสิ่งที่เขาโปรดปรานคือการพักผ่อนมากกว่าการฝึกฝนเอาเป็นเอาตายหลังจากตื่นได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงเฝ้ารอโจ๊กที่กำลังเคี่ยวจนได้ที่
ทว่าในจังหวะที่หม้อเริ่มเดือดปุดส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่นั้นเองสัญชาตญาณของเฮรัคพลันร้องเตือนอย่างรุนแรงจนเหงื่อเย็นผุดซึมทั่วหน้าผาก
บรรยากาศที่เคยสงบเงียบพลันบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออกเฮรัคสัมผัสได้ถึงมัจจุราชที่กำลังโจนทะยานลงมาจากฟากฟ้า
เขาไม่รอช้าเอื้อมมือไปคว้าไหล่เฟร็ดแล้วออกแรง ผลักร่างอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไปพ้นรัศมีทำลายล้างอย่างสุดกำลังพร้อมตวาดก้อง
“เฟร็ด หนีไป! แจ้งแบตตี้เดี๋ยวนี้!”
ยังไม่ทันที่เฟร็ดจะหายตกตะลึงเฮรัคก็รีบเค้นพลังทั้งหมดออกมา
“ป้องกันสัมบูรณ์!”
ม่านพลังหลากสีแผ่ออกมาคุ้มครองร่างในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่มือโลหิตสีแดงฉานขนาดมหึมาบดขยี้ลงมาจากนภากาศแรงกดดันมหาศาลปะทะเข้ากับโล่ของเฮรัคจนแตกกระจายดุจเศษแก้ว
ร่างของเขาถูกแรงปะทะซัดจนกระเด็นไปไกลพร้อมกับกระอักเลือดสีสดคำโตออกมา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่รุนแรงเจียนตายเฮรัคกัดฟันขยี้ลูกแก้ววารีกระซิบเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือถึงแบตตี้ทันที
ทว่าการส่งสัญญาณด้วยลูกแก้วในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ทำได้เพียงระบุตัวตนและแจ้งเหตุร้ายเท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุพิกัดที่แม่นยำได้ความหวังเดียวที่เหลืออยู่คือเฟร็ด
เขาต้องภาวนาให้เพื่อนร่วมทางหนีไปให้พ้นและนำทางแบตตี้กลับมายังตำแหน่งนี้ให้ถูกต้องก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
“วิเคราะห์การปะทะ:ความรุนแรงสูง... ยืนยันเป้าหมาย: พ่อมดทางการระดับ 1... โอกาสรอดชีวิตในสภาวะปกติร้อยละ5” เชนหลาน รายงานเสียงเย็นชาผ่าน ชิปพันธุกรรม
เฮรัคพยุงร่างที่สั่นสะท้านขึ้นมาพลางร่ายเวทเสริมพลังทุกบทที่เขามีทันที ในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นมีเพียงพ่อมดทางการเท่านั้นที่ทำลาย ป้องกันสัมบูรณ์ ของเขาได้ในการโจมตีเดียว
“ยังรอดได้อีกรึ? ข้ากะจะตบเจ้าให้ตายก่อนแล้วค่อยดึงวิญญาณออกมาตรวจสอบเสียหน่อย”
ชายในชุดคลุมดำขี่อาชาแห่งรัตติกาลลอยเด่นอยู่เหนือพงไพรกล่าวออกมาใบหน้าที่มีกระนั้นยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรแต่แววตากลับเย็นเยียบ
“มัลคอล์ม...” เฮรัคหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมา
มัลคอล์มคือพ่อมดที่สังหารบารอนบัคในอดีตวันนั้นเขาเป็นเพียงมดปลวกในสายตาของมันและในวันนี้เขาก็ยังคงรู้สึกถึงความต่างชั้นที่ห่างไกลมหาศาล
“รู้จักข้าหรือดี...เจ้าคงสงสัยว่าทำไมข้าถึงมาที่นี่...การตายของลูน น้องชายของข้ามีเจ้าปรากฏอยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำที่ข้าอัญเชิญกลับมาได้”มัลคอล์มกล่าวพลางจ้องมองเฮรัคอย่างสนใจ
“เฮรัค เมอร์ลิน ศิษย์ของแลร์รีแห่งแสงป่าจันทร์...ช่างเป็นโอกาสดีที่เจ้าออกมาลาดตระเวนที่นี่ข้าจะได้เอาวิญญาณเจ้าไปไต่สวนได้โดยสะดวก”
เฮรัคขมวดคิ้วลูนคือพวกศิษย์พ่อมดจากกระท่อมเขียว เขาถูกสิ่งมีชีวิตลึกลับสังหารและกลายมาเป็นฉนวนเหตุของสงคราม เฮรัคไม่คิดเลยว่าเรื่องพวกนั้นจะวนกลับมาหาเขาเช่นนี้
“ลูนถูกชิวาราสังหารไม่เกี่ยวข้องกับข้า!” เฮรัคตะโกนตอบ พยายามถ่วงเวลาให้แบตตี้มาถึง
มัลคอล์มหัวเราะเบาๆ
“ข้าเชื่อในสิ่งที่เห็นจากวิญญาณเท่านั้น...โล่ของเจ้าประหลาดนัก ไม่ใช่เวทระดับ 1 แต่กลับทนมือโลหิตของข้าได้ครู่หนึ่งเจ้าจะเป็นตัวอย่างทดลองที่ยอดเยี่ยมกว่าเจ้าเฟการ์ ที่ข้าปล่อยให้หลุดมือไปเสียอีก!”
มัลคอล์มเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง สะบัดมือเรียกมือโลหิตขึ้นมาอีกครั้ง
เฮรัคใจหายวาบ หากเขาถูกจับความลับเรื่องเชนหลานและความทรงจำต่างโลกของเขาอาจจะถูกเปิดเผยและชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายย่อมรออยู่
เขารวบรวม พลังเวทมนต์ ที่เหลืออยู่ร่าย พรแห่งเอลฟ์สายลมผสานกับการเคลื่อนไหวชั่วพริบตาของคาถา ประกายแสง เพื่อหลบการโจมตี ทันใดนั้น ร่างของเขาบิดเบี้ยวและหายไปปรากฏตัวห่างออกไปหลายเมตรในป่าทึบ
“รายงานพลังงาน: พลังเวทมนต์คงเหลือ 11%... แผนผังสำรองคงเหลือ 74%... คำนวณการใช้ประกายแสง: ใช้ได้อีกเพียง 3 ครั้งก่อนพลังงานวิกฤต”เชนหลานรายงานอย่างรวดเร็ว
มัลคอล์มเลิกคิ้วขึ้นอย่างตื่นเต้น “ประกายแสงงั้นรึเวทมนต์ซับซ้อนทีเดียว เจ้ามีลูกเล่นมากกว่าที่ข้าคิดจริงๆมาดูซิว่ามดอย่างเจ้าจะดิ้นรนไปได้นานแค่ไหน!”
มือโลหิตสีแดงฉานก่อตัวขึ้นอีกครั้งคราวนี้มันใหญ่โตและรวดเร็วกว่าเดิมเฮรัคต้องเดิมพันด้วยทุกอย่างที่มีเพื่อหนีจากเงื้อมมือของมัจจุราชรายนี้ให้ได้