แรงกดดันถาโถมเข้าใส่ทั่วทั้งสำนัก " อ้าก " เหล่าศิษย์มากมายต่างทิ้งร่างลงที่พื้นร้องโอดโอยครวญครางด้วยความเจ็บปวด
" ไอ้ชั่ว " เอี้ยชิงเรียกพลองมังกรออกมาแล้วทะยานร่างขึ้นสูง ส่งพลังไปยังพลองมังกร
" ครืน " ปรานสังหารพุ่งทะยานเข้าหาเหล่าผู้ชราทั้งสามสิบแปด
" อ้าก " ร่างทั้งสามสิบแปดร่วงลงจากฟากฟ้า ดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น
" หยุด " เสียงร่ำร้องคร่ำครวญดังระงมทั่วแดนเทพ
" ไอ้พวกสาระเลวทั้งหลาย กี่ล้านปีมาแล้วที่พวกเจ้าเสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น " นนท์กวาดตามองยังเหล่าผู้ชราที่ยังร้องครวญครางอยู่ที่พื้น
" หยุดมือ " ร่างชรายี่สิบอักขระร่ำร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง
" ได้โปรดหยุดมือ " นนท์ยังคงนิ่งเฉย
" มันผู้ใดที่บังอาจทำให้สภาต้องแปดเปื้อน " ร่างชราผอมโซลอยเข้ามา
" ครืน " ปรานสังหารจากมหาศาสตราวุธสวรรค์สูงสด พุ่งเข้าหานนท์และเอี้ยชิง
" ตูม " แรงระเบิดกวัดกวาดทุกอย่างราบพนาสูญ ร่างของเอี้ยชิงปลิวไปไกล นนท์ทะยานร่างตามรั้งร่างของเอี้ยชิงไว้
" ไอ้แก่ เจ้าเป็นผู้ใดใยขัดขวางข้า " นนท์ลอยตัวเข้าหาร่างชรา
" หึ พวกเจ้าเป็นเพียงผู้อาศัยใยมิสำนึกบุญคุณของแดนเทพ ที่โลกเบื้องล่างของพวกเจ้ายังอยู่สุขสบายมิใช่เพราะยอดยุทธจากแดนเทพหรอกรึ ที่คอยขจัดปัดเป่าให้ " นนท์แสยะยิ้ม
" เจ้าก็เล่าแต่เรื่องของวันวาน ทุกวันนี้ แดนเทพของเจ้าได้ทำสิ่งใดให้โลกเบื้องล่างบ้าง " นนท์กวาดตามองยังเหล่าสภา
" ทุกวันนี้ โลกเบื้องล่างยังคงจ่ายส่วยให้พวกเจ้าได้อยู่อย่างสุขสบาย ทั้งยังต้องคอยส่งทั้งสุราชั้นเลิศ อาหารสวรรค์อันโอชะ แม้นกระทั่งสาวงาม " นนท์แสยะยิ้ม
" เจ้าควรจะสำนึกบุญคุณของโลกเบื้องล่างจึงจะถูก หลายล้านปีมานี้พวกเจ้าเผาผลาญทรัพยากรของโลกเบืองล่างมากมายนัก " นนท์จับจ้องยังเหล่าสภา
" ข้าถามเจ้า ครั้งสุดท้ายที่เจ้าออกรบคือเมื่อใด " นนท์เอ่ยถาม
" . . . " เหล่าสภาต่างนิ่งเงียบ
" พวกเจ้ายังจำมิได้เลยว่าพวกเจ้านั้นออกรบครั้งสุดท้ายคือเมื่อใด แล้วเหตุใดเจ้าจึงได้มาทวงบุญคุณจากโลกเบื้องล่าง " ชายชราร่างผอมโซตัวสั่นด้วยควาโกรธ
" แต่ถึงอย่างไร วันวานยังคงเป็นที่ยอดยุทธของแดนเทพ ทำให้ทุกจักรวาลสงบสุข " ชายชราใช้สองมือไพล่หลังเอ่ยด้วยท่าทีที่หยิ่งทะนง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " นนท์หัวเราะออกมาอย่างดัง
" เจ้าช่างมิอายปาก สงครามแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น พวกเจ้าเพียงแอบซ่อนอยู่ในห้วงมิติโดยมิได้ยื่นมือเข้าช่วย พอโลกเบื้องล่างชนะ พวกเจ้ากลับบอกว่าเป็นเพราะพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็บังคับโลกเบื้องล่างให้จ่ายส่วยแก่พวกเจ้า " นนท์แสยะยิ้ม
" สงครามแต่ละครั้งหากพวกเจ้ายื่นมือเข้าช่วยโดยแท้จริง โลกเบื้องล่างคงมิสูญเสียผู้คนมากมายเฉกเช่นนี้ " นนท์ส่ายหน้า
" ต่อไป พวกเจ้าอย่าได้เที่ยวบอกผู้ใดว่าที่ทุกจักรวาลสงบสุข เป็นเพราะพวกเจ้า เพราะมันมิใช่ความจริง " ชายชรานิ่งเงียบ
" ไอ้สาระเลว " ชายชราฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์
" เปรี้ยง " ฝ่ามือพันจั้งล่องลอยเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว ฝ่ามือพันจั้งพุ่่งทะยานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
นนท์ยกยิ้มออกมาในทันใด " เจ้ามีพลังเพียงแค่นี้รึ "
" เปรี้ยง " ฝ่ามือแสนจั้ง ปรากฎขึ้น บดบังท้องนภาจนมืดมิด แรงกดดันแผ่สยบทุกสรรพสิ่งรอบรัศมี ปรานฝ่ามือถั่งโถมสยบฝ่ามือพันจั้งเป็บฝุ่นผง
" นั่นคือพลังกายของไอ้หนูรึ "
" นี่เท่ากับว่าพลังกายของพี่นนท์ไร้พ่ายใต็อักขระรึ "
" ท่านโจวแข็งแกร่งยิ่งนัก " เฒ่าเซี้ยะถึงกับครุ่นคิดในเรื่องทิศทางของตน
" ครืน " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งลอยลงมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น
แม้นว่าเหล่าสภาจะรเบิดพลังกายในร่างเข้าต้านแล้ว แต่ก็มิอาจที่จะฝืนได้
" อ้าก " เสียงร่ำร้องคร่ำครวญของเหล่าสภาทั้งหลาย ที่ดีดดิ้นอยู่พื้นล่าง
" ไอ้ชั่ว " ชายชราร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตั้งแต่เกิดมาจนอายุนับล้านปียังมิเคยพบเจอพลังกายของผู้ใดที่แข็งแกร่งมากมายเช่นนี้
" อ้าก " ร่างของเหล่าสภาต่างแหลกเหลว ทั้งเลือดและของเหลวสีเหลืองปะปนจนมิอาจแยกออกได้
ร่างของเหล่าสภาแดนเทพนั้นมีสภาพมิต่างจากก้อนเนื้อที่ยังหายใจได้
" พวกเจ้าทุกคนในแดนเทพจงจำไว้ สำนักอักกะมิเคยคิดร้ายต่อผู้ใด พวกเราอยู่อย่างสงบ แต่หากมีผู้ใดคิดมุ่งร้ายต่อเรา ก็จะเป็นอย่างที่เห็น " เสียงของนนท์กึกก้องทั่วแดนเทพ
" ท่านเจ้าตระกูล เอาเช่นไรดี " เจ้าตระกูลซาถึงกับตัวสั่น
" ข้าก็มิรู้ " เจ้าตระกูลซาส่ายหน้าอย่างกับคนบ้า
สภาพของสำนักเบญจธาตุก็มิต่างกัน ต่างอยู่ในอาการหวาดกลัวต่อฝ่ามือยักษ์แสนจั้ง
" จะทำเช่นไรดี " เจ้าสำนักเบญจธาตุร่ำร้องคร่ำครวญในใจ
" มิน่ารับงานนั้นเลย " เหล่าผู้อาวุโสต่างพึมพำออกมา
" เปรี้ยง " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
" ตูม " นนท์วาดมือสร้างโดมเต๋าตรอบแรงระเบิดไว้
" ครึก ครัก " แรงระเบิดของสองฝ่ามือแสนจั้ง ดิ้นรนอยู่ภายในโดม กู่ก้องร้องคำรามอยากจะออกมาทำลายทุกสรรพสิ่งสิ่งให้ย่อยยับ
" นับว่าเจ้าเป็นคนหนุ่มที่มากความสามารถยิ่งนัก แต่เจ้าอย่าลืมว่า ที่นี่แดนเทพ เจ้ามิอาจประมือได้ " นนท์จับจ้องยังชายวัยกลางคน
" ยี่สิบอักขระ " นนท์พึมพำ
" หากข้ามิอาจประมือได้ แล้วตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุเหตุใดจึงใช้กำลังเข้าสังหารศิษย์ของข้านับแสน " นนท์กวาดตามองทั่ว
" ในขณะที่ตระกูลเลวและสำนักเลวนั่นสังหารศิษย์ของข้า ข้ามิเห็นมีสุนัขตัวใดเข้าขวาง " นนท์มองยังเหล่าสภา
" พ่อหนุ่ม ยั้งใจไว้ก่อน เรื่องนี้สภาผิดเองที่มิได้หยุดยั้งหายนะในครั้งนั้น แต่ครั้งนี้สภาสามารถหยุดยั้งได้ เจ้าอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองข้า " นนท์ส่ายหน้า
" เรื่องที่ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุที่สังหารศิษย์ของเจ้านั้น ข้าเองก็เสียใจ " นนท์โบกมือ
" เจ้าอย่าพูดให้มากความ ว่านตี้เหลียงพูดกับข้าแล้วในเรื่องนี้ หากเจ้ามิหลบ ข้ามิรับรองว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น " นนท์เหวี่ยงหมัดภูผาเข้าใส่ในทันที
" เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน แดนเทพสั่นไหวทั่วทั้งแดนดิน
" ครืน " แรงกดดันถาโถมเข้าหาเหล่าสภาทั้งหลาย
" อั่ก " ชายวัยกลางคนถึงกับกระอักเลือด ทิ้งร่างลงยังเบื้องล่าง
ปรานรูปรอยหมัดใหญ๋ยักษ์นับแสนจั้ง เคลื่อนเข้าหาอย่างรวดเร็ว เหล่าสภาทั้งหลายต่างเหงื่อกาฬหลั่งไหล ความกลัวตายฉายออกมาจากแววตาที่พร่าเลือน
" ไม่ " เหล่าชายชราร่ำร้องด้วยเสียงอันดัง
" นั่นคือโจวนนท์อันดับหนึ่งนอกแดนเทพรึ "
" แข็งแกร่งจริงๆ "
" เพียงมิกี่ปี กลับเป็นอันดับหนึ่งแห่งแดนเทพแล้ว "
" พวกข้าผิดไปแล้ว ขอให้พวกข้าได้ใช้อำนาจที่พวกข้ามี ตัดสินโทษของตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุเถิด " ชายวัยกลางคนร้องออกมา
" หึ มันสายไปแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น
" แว่บ " หมัดภูผาแสนจั้งหายวับไปกับตา นนท์กวาดตามองทั่ว
" ผู้ใด " นนท์พึมพำ
" พ่อหนุ่ม เรื่องก็เลยผ่านไปแล้ว ใยเจ้ายังผูกใจเจ็บอยู่อีก " นนท์มองยังร่างชราดูแล้วน่าเลื่อมใส
" ยี่สิบเอ็ดอักขระรึ " นนท์ครุ่นคิด
" ผู้เฒ่า หากกลับกันเป็นศิษย์ท่านที่ถูกสังหารนับแสนเช่นนี้ ข้าอยากรู้เช่นกันว่าท่านยังจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้รึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" นั่นสิ หากกลับกันเป็นข้า ข้าจะรู้สึกเช่นไร " ชายชรายกมือลูบเคราของตน
" แต่ที่เจ้าทำก็เกินไปที่หมายสังหารเหล่าสภา " นนท์แสยะยิ้ม
" แล้วเช่นไร หากวันนั้น เหล่าสภาเข้าขัดขวาง เรื่องราววันนี้คงมิเกิดขึ้น " ชายชราพยักหน้า
" จริงอย่างที่เจ้าว่า สภาเหล่านี้มีอำนาจแต่กลับมิใช้อำนาจของตน หากเป็นเจ้าจะทำเช่นไร " ชายชราเอ่ยถาม
" หากเป็นข้า ข้าจะถอดพวกมันออกจากสภาแล้วแต่งตั้งสภาใหม่ แล้วส่งพวกมันไปรับโทษที่ใดสักแห่ง " ชายชราพลางพยักหน้า
" คงทำเช่นนั้นลำบาก " นนท์ส่ายหน้า
" ผู้เฒ่า อย่าพูดให้มากความอีกเลย " นนท์โบกมือไล่ชายชรา
" พ่อหนุ่ม คิดให้ดี " นนท์แสยะยิ้ม
" ไอ้แก่ รับมือ " นนท์ใช้ออกด้วยหมัดแปดอัสนี
" เปรี้ยงๆๆๆๆ ๆ ๆ ๆ " สายอัสนีสีม่วงงแปดสายพุ่งทะยานเข้าหาร่างชรา สายอัสนีทั้งแปดเปล่งประกายแปลบปลาบ ฉีกฟ้า ทะลวงนภาจนขาดวิ่น
ชายชราลอยตัวนิ่งมิไหวติง สายตาจับจ้องยังสายอัสนีแปดเส้นที่พุ่งเข้าหาตน แล้ววาดมือออกไป
" ตูม " เสียงระเบิดดังกึกก้อง ทั่วแดนเทพ สายอัสนีเส้นเล็กเส้นน้อยฟาดผ่าออกทั่วตามแรงระเบิด
" พลังของเจ้าเพียงแค่นี้คิดจะประมือกับข้า ช่างมิเจียมตนเสียจริง " ชายชราใช้มือหนึ่งไพล่หลัอีกทือลูบเคราของตน
" ดี ท่านผู้พิทักษ์ สังหารมันเสียแล้วขับไล่สำนักของมันออกไปจากแดนเทพ "
" มิต้องขับไล่ สังหารพวกมันทั้งหมดให้สิ้นเว้นไว้เพียงสตรี นำมาบำเรอกามให้พวกเรา "
" หึ ในที่สุดพวกเจ้าก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว ดี ครานี้จะได้กำจัดให้สิ้นในคราเดียว " นนท์เอ่ยขึ้น
" พ่อหนุ่ม ข้าจะให้โอกาสเจ้า ถือเสียว่าเป็นการไถ่โทษของสภา ให้เจ้าและศิษย์ของพวกเจ้ากลับไปยังโลกที่เจ้าจากมา ส่วนตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ ข้าจะตัดสินโทษด้วยตัวข้าเอง " นนท์ยกยิ้ม
" ไอ้แก่ เจ้านี่เล่นละครเก่งนัก สายอัสนีสองสายกำลังแผดเผาอวัยวะภายในของเจ้า เจ้ากลับกดข่มความเจ็บปวด ข้ายอมรับว่าเจ้านั้นความอดทนเป็นเลิศ " นนท์ยกสองมือประสาน
" ข้าอยากจะดูว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ " นนท์ยกยิ้ม
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า พ่อหนุ่มเจ้าเอาสิ่งใดมาพูด สายอัสนีต่ำต้อยเช่นนั้นจะทำอันใดข้าได้ " ชายชราเยาะเย้ย
" หากเจ้ามิเป็นไร เชิญ " นนท์ผายมือท้าทายชายชรา
" ดี หากเจ้าตายไป สำนักของเจ้าก็จะเป็นของข้า สตรีทั้งหลายจะกลายเป็นนางบำเรอของข้า และบุรุษก็จะเป็นทาสคอยรับใช้ข้า " นนท์พยักหน้า
ชายชราเงื้อฝ่ามือขึ้นหมายว่งฝ่ามือสังหารเข้าใส่นนท์ " พรวด " เลือดเก่าทะลักออกมากมาย ร่างชราร่วงหล่นยังพื้นในทันที
" ท่านผู้พิทักษ์ " เหล่าสภาต่างเร่งเข้าดูชายชรา
" ไอ้สาระเลว เจ้าทำอันใด " นนท์เพียงยกยิ้ม
" ข้าบอกแล้วว่าไอ้แก่นี่เล่นละครตบตาเก่ง ทั้งความอดทนยังเป็นเลิศ " เหล่าสภาต่างหน้าซีด
" เจ้ากับข้า " ชายวัยกลางคนผสานร่างกับยี่สิบอักขระ
" วิ้ง " ร่างทองยี่สิบอักขระปรากฎขึ้น กระโจนเข้าหาแล้วฟาดฝ่ามือเข้าใส่ในทันที
" เปรี้ยง " เสียงระเบิดฉีกห้วงมิติจนขาดวิ่น ฝ่ามือสังหารทะยานเศษเวี้ยวห้วงมิติพุ่งตรงเข้าที่หัวของนนท์หมายสะบั้นหมายสะบั้นให้ตกตาย
นนท์ยกยิ้มแล้วเหยียดกายถอยหลัง ผสานยี่สิบอักขระ เหวี่ยงหมัดภูผาเข้าต้าน
" ครืน " รูปรอยหมัดภูผาอันแข็งแกร่งกระะทุ้งผืนพสุธาแดนเทพจนสั่นไหว ทั้งดินแดนสั่นสะท้านจวนเจียนแตกร้าว
สองปรานเข้าปทะ " ตูม " แรงระเบิดกวัดกวาดทุกส่ิงราบพนาสูญราวหมื่นลี้ แมกไม้และต้นหญ้าพลันสูญสิ้น
ร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของร่างทองยี่สิบอักขระลอยไปไกล
" ตึง " ขุนเขาใหญ่ทั้งลูกกลับกลายเป็นฝุ่นผง
ร่างทองของนนท์มองหมื่นยังเหล่าสภา " เพียงพวกเจ้าเข้าขักขวางในวันนั้น ว้นนี้พวกเจ้าคงมิมีสภาพเช่นนี้ โทษของพวกเจ้าหนักหนามิแพ้กัน "
" ท่านเจ้าสำนักอักกะ ขอโอกาสให้พวกเราได้ทำถุณไถ่โทษได้รึไม่ " เหล่าสภาต่างเร่งคุกเข่าร้องขออย่างหน้ามิอาย
" มันจบสิ้นแล้ว " นนท์ในร่างทองเงื้อฝ่ามือหมายสยบเหล่าสภา
" หยุดมือ " เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวาลแผ่กระจายทั่วแดนเทพ
" ผู้ใด " นนท์กวาดตามองรอบ
" ข้าจิตทัศนะแห่งแดนเทพ จะเป็นผู้สอบสวนในเรื่องนี้เอง ให้สำนักเบญจธาตุ ตระกูลซา เจ้าสำนักอักกะสาขาแดนเทพ จงมายังมหรรณพแห่งกาลเวลา ในอีกสามวัน " สิ้นเสียงของจิตทัศนะแห่งแดนเทพ
" พ่อหนุ่ม มหรรณพแห่งกาลเวลานั้นคือ ห้วงแห่งกาลเวลาที่มีแต่ความมืดมิด ที่กาลเวลานั้นไหวเวียนมิมีจบสิ้น "
" จากศูนย์ไปถึงร้อยแล้ววนกลับมาที่ศูนย์ใหม่ เป็นอยู่เช่นนี้มิรู้จบ นั่นจึงเป็นเหตุให้เกิดวัฏฏะขึ้น และข้าเองก็เกิดขึ้นที่นั่น "
" เพราะเนื่องจากวัฏฏะนี่เอง จึงบังเกิดเป็นห้วงเวลาขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วทุกจักรวาล ทุกสิ่งอย่างจึงหวุนเวียนไปตามวัฏฏะ "
" ที่นั่นยังอุดมไปด้วยพลังงานและสรรพสิ่งมากมายมหาศาล ที่สามารถสร้างจักรวาลน้อยใหญ่ได้อีกเหลือคณานับ "
" ทั้งมหรรณพแห่งกาลเวลานั้นยังมีจิตเป็นของตนเอง " นนท์พยักหน้า
" ขอบคุณพระผู้สร้าง " นนท์ส่งเสียงทางจิต
" ไปกันเถอะ " เหล่าสภาหอบหิ้วร่างของตนกลับไปยังตระกูลและสำนักของตน
นนท์กวาดตามองรอบอาณาหมื่นลี้ที่ภินท์พัง วาดมือส่งปรานแห่งชี่วิตเข้าปกคลุมอาณาหั้งหมื่นไว้
" วิ้ง " แมกไม้ ต้นหญ้าพลันฟื้นตื่นกลับคืนเขียวชะอุ่มดั่งเดิม นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" พวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถามเหล่าศิษย์
" หายดีแล้วขอรับ " นนท์พยักหน้า
" พวกเจ้าไปพักเถิด "
" ไอ้หนูไปเถิด " นนท์ออกเดินไปยังมหรรณพแห่งกาลเวลา
" น่าเจ็บใจยิ่งนัก " เหล่าศิษย์หลักที่ติดตามมา ส่งเสียงแห่งความเจ็บแค้น
" พวกเจ้ามาแล้วรึ " เหล่าสภาต่างจับตามองยังกลุ่มของนนท์
" ไอ้ชั่ว ข้าหวังว่าเจ้าจะได้รับความยุติธรรม " ผู้พิทักษ์แห่งแดนเทพเอ่ยขึ้น
" ไอ้แก่ ข้าก็หวังเช่นนั้น " นนท์แสยะยิ้ม
" ครืน " จิตทัศนะแห่งแดนเทพส่องแสงมายัง เจ้าตระกูลซา เจ้าสำนักเบญจธาตุ และเจ้าสำนักอักกะสาขาแดนเทพ
" วิ้ง " ร่างของทั้งสามลอยไปยังห้วงมหรรณพแห่งกาลเวลา
" เอาล่ะ ครานี้เพียงแค่รอ " นนท์พยักหน้า
เพียงหนึ่งเค่อร่างของทั้งสามปรากฎอยู่ที่เดิม
" ท่านเจ้าสำนักเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถาม
" จิตทัศนะส่งจิตเข้าค้นทะเลความรู้ของข้า และไอ้สองคนนั้น " นนท์พยักหน้า
" ข้ามิสามารถตัดสินในเรื่องนี้ได้ เพราะความทรงจำในทะเลความรู้ของเจ้าตระกูลซาและเจ้าสำนักเบญจธาตุนั้น ได้สูญหายในช่วงเวลาที่ผ่านมา " เสียงที่ดังออกมาจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพ ราวกับกระบี่คมกริบแทงเข้าที่หัวใจของนนท์
" ไอ้ชั่วพวกนี้ถึงกับเล่นลูกไม้ตบตาจิตทัศนะได้ ช่างเก่งกาจยิ่งนัก " นนท์เอ่ยขึ้น
" ผู้เฒ่าเซี้ยะ พวกมันใช้สิ่งใดในการลบเลือนความทรงจำ " นนท์เอ่ยถาม
" ท่านโจว ข้าว่าน่าจะเป็นโอสถปิดฟ้า " นนท์พยักหน้า
" โอสถปิดฟ้ามีฤทธิ์ลบเลือนความทรงจำราวหนึ่งวัน เหมาะสำหรับการสอบสวนทางจิต " เหล่าสหายต่างพยักหน้าช้าๆ
" ไอ้ชั่ว ครานี้เป็นเรื่องที่เจ้าต้องรับโทษ ในการที่เจ้าทำร้ายเหล่าสภา " ผู้พิทักษ์เดินมายังจิตทัศนะเพื่อที่จะฟ้องร้องต่อจิตทัศนะ
" ไอ้แก่ คิดให้ดี เรื่องที่พวกเจ้าที่เป็นถึงสภา พวกเจ้าได้รับอำนาตจากจิตทัศนะแห่งแดนเพท ในการดูแลความสงบของแดนเทพ แต่พวกเจ้ากลับปล่อยให้ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุนำกำลังเข้าเข่นฆ่าศิษย์ของสำนักข้า เจ้าคิดว่าเจ้ามิมีโทษรึ " นนท์เอ่ยขึ้น
เหล่าสภาพากันหน้าเสีย เร่งคว้าตัวผู้พิทักษ์ไว้
" ได้ ครานี้ แม้นข้าจะมิสามารถกุดหัวของพวกเจ้าได แต่ต้องมีสักวัน ที่ข้าจะเอาเลือดของพวกเจ้า มาเซ่นสังเวยต่อหลุมศพของศิษย์ข้า " นนท์มองยังสองผู้ชรา ที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ายังคิดว่าเจ้าจะมีโอกาสทำได้รึ " เหล่าสภาต่างหัวเราะเยาะ
" ข้าว่า ป่านนี้โลกมังกรของพวกเจ้าคงเป็นผุยผงไปแล้วกระมัง " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" เจ้าหมายความว่าเช่นไร " นน?์เอ่ยถาม
" เจ้าว่าพวกข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆเช่นนี้รึ " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" ดี " นนท์พยักหน้า แล้วผินกายเดินจากมา
" ตูม "