อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 47 : มหรรณพแห่งกาลเวลา

    แรงกดดันถาโถมเข้าใส่ทั่วทั้งสำนัก " อ้าก " เหล่าศิษย์มากมายต่างทิ้งร่างลงที่พื้นร้องโอดโอยครวญครางด้วยความเจ็บปวด


    " ไอ้ชั่ว " เอี้ยชิงเรียกพลองมังกรออกมาแล้วทะยานร่างขึ้นสูง ส่งพลังไปยังพลองมังกร


    " ครืน " ปรานสังหารพุ่งทะยานเข้าหาเหล่าผู้ชราทั้งสามสิบแปด 


    " อ้าก " ร่างทั้งสามสิบแปดร่วงลงจากฟากฟ้า ดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น 


    " หยุด " เสียงร่ำร้องคร่ำครวญดังระงมทั่วแดนเทพ


    " ไอ้พวกสาระเลวทั้งหลาย กี่ล้านปีมาแล้วที่พวกเจ้าเสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น " นนท์กวาดตามองยังเหล่าผู้ชราที่ยังร้องครวญครางอยู่ที่พื้น


    " หยุดมือ " ร่างชรายี่สิบอักขระร่ำร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง


    " ได้โปรดหยุดมือ " นนท์ยังคงนิ่งเฉย


    " มันผู้ใดที่บังอาจทำให้สภาต้องแปดเปื้อน " ร่างชราผอมโซลอยเข้ามา


    " ครืน " ปรานสังหารจากมหาศาสตราวุธสวรรค์สูงสด พุ่งเข้าหานนท์และเอี้ยชิง


    " ตูม " แรงระเบิดกวัดกวาดทุกอย่างราบพนาสูญ ร่างของเอี้ยชิงปลิวไปไกล นนท์ทะยานร่างตามรั้งร่างของเอี้ยชิงไว้


    " ไอ้แก่ เจ้าเป็นผู้ใดใยขัดขวางข้า " นนท์ลอยตัวเข้าหาร่างชรา


    " หึ พวกเจ้าเป็นเพียงผู้อาศัยใยมิสำนึกบุญคุณของแดนเทพ ที่โลกเบื้องล่างของพวกเจ้ายังอยู่สุขสบายมิใช่เพราะยอดยุทธจากแดนเทพหรอกรึ ที่คอยขจัดปัดเป่าให้ " นนท์แสยะยิ้ม


    " เจ้าก็เล่าแต่เรื่องของวันวาน ทุกวันนี้ แดนเทพของเจ้าได้ทำสิ่งใดให้โลกเบื้องล่างบ้าง " นนท์กวาดตามองยังเหล่าสภา


    " ทุกวันนี้ โลกเบื้องล่างยังคงจ่ายส่วยให้พวกเจ้าได้อยู่อย่างสุขสบาย ทั้งยังต้องคอยส่งทั้งสุราชั้นเลิศ อาหารสวรรค์อันโอชะ แม้นกระทั่งสาวงาม " นนท์แสยะยิ้ม


    " เจ้าควรจะสำนึกบุญคุณของโลกเบื้องล่างจึงจะถูก หลายล้านปีมานี้พวกเจ้าเผาผลาญทรัพยากรของโลกเบืองล่างมากมายนัก " นนท์จับจ้องยังเหล่าสภา


    " ข้าถามเจ้า ครั้งสุดท้ายที่เจ้าออกรบคือเมื่อใด " นนท์เอ่ยถาม


    " . . . " เหล่าสภาต่างนิ่งเงียบ


    " พวกเจ้ายังจำมิได้เลยว่าพวกเจ้านั้นออกรบครั้งสุดท้ายคือเมื่อใด แล้วเหตุใดเจ้าจึงได้มาทวงบุญคุณจากโลกเบื้องล่าง " ชายชราร่างผอมโซตัวสั่นด้วยควาโกรธ


    " แต่ถึงอย่างไร วันวานยังคงเป็นที่ยอดยุทธของแดนเทพ ทำให้ทุกจักรวาลสงบสุข " ชายชราใช้สองมือไพล่หลังเอ่ยด้วยท่าทีที่หยิ่งทะนง


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า " นนท์หัวเราะออกมาอย่างดัง


    " เจ้าช่างมิอายปาก สงครามแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น พวกเจ้าเพียงแอบซ่อนอยู่ในห้วงมิติโดยมิได้ยื่นมือเข้าช่วย พอโลกเบื้องล่างชนะ พวกเจ้ากลับบอกว่าเป็นเพราะพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็บังคับโลกเบื้องล่างให้จ่ายส่วยแก่พวกเจ้า " นนท์แสยะยิ้ม


    " สงครามแต่ละครั้งหากพวกเจ้ายื่นมือเข้าช่วยโดยแท้จริง โลกเบื้องล่างคงมิสูญเสียผู้คนมากมายเฉกเช่นนี้ " นนท์ส่ายหน้า


    " ต่อไป พวกเจ้าอย่าได้เที่ยวบอกผู้ใดว่าที่ทุกจักรวาลสงบสุข เป็นเพราะพวกเจ้า เพราะมันมิใช่ความจริง " ชายชรานิ่งเงียบ


    " ไอ้สาระเลว " ชายชราฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์


    " เปรี้ยง " ฝ่ามือพันจั้งล่องลอยเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว ฝ่ามือพันจั้งพุ่่งทะยานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด 


    นนท์ยกยิ้มออกมาในทันใด " เจ้ามีพลังเพียงแค่นี้รึ " 


    " เปรี้ยง " ฝ่ามือแสนจั้ง ปรากฎขึ้น บดบังท้องนภาจนมืดมิด แรงกดดันแผ่สยบทุกสรรพสิ่งรอบรัศมี ปรานฝ่ามือถั่งโถมสยบฝ่ามือพันจั้งเป็บฝุ่นผง


    " นั่นคือพลังกายของไอ้หนูรึ "


    " นี่เท่ากับว่าพลังกายของพี่นนท์ไร้พ่ายใต็อักขระรึ "


    " ท่านโจวแข็งแกร่งยิ่งนัก " เฒ่าเซี้ยะถึงกับครุ่นคิดในเรื่องทิศทางของตน


    " ครืน " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งลอยลงมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น 


    แม้นว่าเหล่าสภาจะรเบิดพลังกายในร่างเข้าต้านแล้ว แต่ก็มิอาจที่จะฝืนได้


    " อ้าก " เสียงร่ำร้องคร่ำครวญของเหล่าสภาทั้งหลาย ที่ดีดดิ้นอยู่พื้นล่าง 


    " ไอ้ชั่ว " ชายชราร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตั้งแต่เกิดมาจนอายุนับล้านปียังมิเคยพบเจอพลังกายของผู้ใดที่แข็งแกร่งมากมายเช่นนี้


    " อ้าก " ร่างของเหล่าสภาต่างแหลกเหลว ทั้งเลือดและของเหลวสีเหลืองปะปนจนมิอาจแยกออกได้ 


    ร่างของเหล่าสภาแดนเทพนั้นมีสภาพมิต่างจากก้อนเนื้อที่ยังหายใจได้


    " พวกเจ้าทุกคนในแดนเทพจงจำไว้ สำนักอักกะมิเคยคิดร้ายต่อผู้ใด พวกเราอยู่อย่างสงบ แต่หากมีผู้ใดคิดมุ่งร้ายต่อเรา ก็จะเป็นอย่างที่เห็น " เสียงของนนท์กึกก้องทั่วแดนเทพ


    " ท่านเจ้าตระกูล เอาเช่นไรดี " เจ้าตระกูลซาถึงกับตัวสั่น


    " ข้าก็มิรู้ " เจ้าตระกูลซาส่ายหน้าอย่างกับคนบ้า


    สภาพของสำนักเบญจธาตุก็มิต่างกัน ต่างอยู่ในอาการหวาดกลัวต่อฝ่ามือยักษ์แสนจั้ง 


    " จะทำเช่นไรดี " เจ้าสำนักเบญจธาตุร่ำร้องคร่ำครวญในใจ 


    " มิน่ารับงานนั้นเลย " เหล่าผู้อาวุโสต่างพึมพำออกมา


    " เปรี้ยง " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว 


    " ตูม " นนท์วาดมือสร้างโดมเต๋าตรอบแรงระเบิดไว้


    " ครึก ครัก " แรงระเบิดของสองฝ่ามือแสนจั้ง ดิ้นรนอยู่ภายในโดม กู่ก้องร้องคำรามอยากจะออกมาทำลายทุกสรรพสิ่งสิ่งให้ย่อยยับ


    " นับว่าเจ้าเป็นคนหนุ่มที่มากความสามารถยิ่งนัก แต่เจ้าอย่าลืมว่า ที่นี่แดนเทพ เจ้ามิอาจประมือได้ " นนท์จับจ้องยังชายวัยกลางคน 


    " ยี่สิบอักขระ " นนท์พึมพำ


    " หากข้ามิอาจประมือได้ แล้วตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุเหตุใดจึงใช้กำลังเข้าสังหารศิษย์ของข้านับแสน " นนท์กวาดตามองทั่ว


    " ในขณะที่ตระกูลเลวและสำนักเลวนั่นสังหารศิษย์ของข้า ข้ามิเห็นมีสุนัขตัวใดเข้าขวาง " นนท์มองยังเหล่าสภา 


    " พ่อหนุ่ม ยั้งใจไว้ก่อน เรื่องนี้สภาผิดเองที่มิได้หยุดยั้งหายนะในครั้งนั้น แต่ครั้งนี้สภาสามารถหยุดยั้งได้ เจ้าอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองข้า " นนท์ส่ายหน้า


    " เรื่องที่ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุที่สังหารศิษย์ของเจ้านั้น ข้าเองก็เสียใจ " นนท์โบกมือ


    " เจ้าอย่าพูดให้มากความ ว่านตี้เหลียงพูดกับข้าแล้วในเรื่องนี้ หากเจ้ามิหลบ ข้ามิรับรองว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น " นนท์เหวี่ยงหมัดภูผาเข้าใส่ในทันที


    " เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน แดนเทพสั่นไหวทั่วทั้งแดนดิน 


    " ครืน " แรงกดดันถาโถมเข้าหาเหล่าสภาทั้งหลาย


    " อั่ก " ชายวัยกลางคนถึงกับกระอักเลือด ทิ้งร่างลงยังเบื้องล่าง 


    ปรานรูปรอยหมัดใหญ๋ยักษ์นับแสนจั้ง เคลื่อนเข้าหาอย่างรวดเร็ว เหล่าสภาทั้งหลายต่างเหงื่อกาฬหลั่งไหล ความกลัวตายฉายออกมาจากแววตาที่พร่าเลือน


    " ไม่ " เหล่าชายชราร่ำร้องด้วยเสียงอันดัง 


    " นั่นคือโจวนนท์อันดับหนึ่งนอกแดนเทพรึ " 


    " แข็งแกร่งจริงๆ "


    " เพียงมิกี่ปี กลับเป็นอันดับหนึ่งแห่งแดนเทพแล้ว "


    " พวกข้าผิดไปแล้ว ขอให้พวกข้าได้ใช้อำนาจที่พวกข้ามี ตัดสินโทษของตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุเถิด " ชายวัยกลางคนร้องออกมา


    " หึ มันสายไปแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น


    " แว่บ " หมัดภูผาแสนจั้งหายวับไปกับตา นนท์กวาดตามองทั่ว 


    " ผู้ใด " นนท์พึมพำ


    " พ่อหนุ่ม เรื่องก็เลยผ่านไปแล้ว ใยเจ้ายังผูกใจเจ็บอยู่อีก " นนท์มองยังร่างชราดูแล้วน่าเลื่อมใส


    " ยี่สิบเอ็ดอักขระรึ " นนท์ครุ่นคิด


    " ผู้เฒ่า หากกลับกันเป็นศิษย์ท่านที่ถูกสังหารนับแสนเช่นนี้ ข้าอยากรู้เช่นกันว่าท่านยังจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้รึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " นั่นสิ หากกลับกันเป็นข้า ข้าจะรู้สึกเช่นไร " ชายชรายกมือลูบเคราของตน


    " แต่ที่เจ้าทำก็เกินไปที่หมายสังหารเหล่าสภา " นนท์แสยะยิ้ม


    " แล้วเช่นไร หากวันนั้น เหล่าสภาเข้าขัดขวาง เรื่องราววันนี้คงมิเกิดขึ้น " ชายชราพยักหน้า


    " จริงอย่างที่เจ้าว่า สภาเหล่านี้มีอำนาจแต่กลับมิใช้อำนาจของตน หากเป็นเจ้าจะทำเช่นไร " ชายชราเอ่ยถาม


    " หากเป็นข้า ข้าจะถอดพวกมันออกจากสภาแล้วแต่งตั้งสภาใหม่ แล้วส่งพวกมันไปรับโทษที่ใดสักแห่ง " ชายชราพลางพยักหน้า


    " คงทำเช่นนั้นลำบาก " นนท์ส่ายหน้า 


    " ผู้เฒ่า อย่าพูดให้มากความอีกเลย " นนท์โบกมือไล่ชายชรา 


    " พ่อหนุ่ม คิดให้ดี " นนท์แสยะยิ้ม


    " ไอ้แก่ รับมือ " นนท์ใช้ออกด้วยหมัดแปดอัสนี


    " เปรี้ยงๆๆๆๆ ๆ  ๆ   ๆ " สายอัสนีสีม่วงงแปดสายพุ่งทะยานเข้าหาร่างชรา สายอัสนีทั้งแปดเปล่งประกายแปลบปลาบ ฉีกฟ้า ทะลวงนภาจนขาดวิ่น


    ชายชราลอยตัวนิ่งมิไหวติง สายตาจับจ้องยังสายอัสนีแปดเส้นที่พุ่งเข้าหาตน แล้ววาดมือออกไป


    " ตูม " เสียงระเบิดดังกึกก้อง ทั่วแดนเทพ สายอัสนีเส้นเล็กเส้นน้อยฟาดผ่าออกทั่วตามแรงระเบิด


    " พลังของเจ้าเพียงแค่นี้คิดจะประมือกับข้า ช่างมิเจียมตนเสียจริง " ชายชราใช้มือหนึ่งไพล่หลัอีกทือลูบเคราของตน


    " ดี ท่านผู้พิทักษ์ สังหารมันเสียแล้วขับไล่สำนักของมันออกไปจากแดนเทพ "


    " มิต้องขับไล่ สังหารพวกมันทั้งหมดให้สิ้นเว้นไว้เพียงสตรี นำมาบำเรอกามให้พวกเรา "


    " หึ ในที่สุดพวกเจ้าก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว ดี ครานี้จะได้กำจัดให้สิ้นในคราเดียว " นนท์เอ่ยขึ้น


    " พ่อหนุ่ม ข้าจะให้โอกาสเจ้า ถือเสียว่าเป็นการไถ่โทษของสภา ให้เจ้าและศิษย์ของพวกเจ้ากลับไปยังโลกที่เจ้าจากมา ส่วนตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ ข้าจะตัดสินโทษด้วยตัวข้าเอง " นนท์ยกยิ้ม


    " ไอ้แก่ เจ้านี่เล่นละครเก่งนัก สายอัสนีสองสายกำลังแผดเผาอวัยวะภายในของเจ้า เจ้ากลับกดข่มความเจ็บปวด ข้ายอมรับว่าเจ้านั้นความอดทนเป็นเลิศ " นนท์ยกสองมือประสาน


    " ข้าอยากจะดูว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ " นนท์ยกยิ้ม


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า พ่อหนุ่มเจ้าเอาสิ่งใดมาพูด สายอัสนีต่ำต้อยเช่นนั้นจะทำอันใดข้าได้ " ชายชราเยาะเย้ย


    " หากเจ้ามิเป็นไร เชิญ " นนท์ผายมือท้าทายชายชรา


    " ดี หากเจ้าตายไป สำนักของเจ้าก็จะเป็นของข้า สตรีทั้งหลายจะกลายเป็นนางบำเรอของข้า และบุรุษก็จะเป็นทาสคอยรับใช้ข้า " นนท์พยักหน้า


    ชายชราเงื้อฝ่ามือขึ้นหมายว่งฝ่ามือสังหารเข้าใส่นนท์ " พรวด " เลือดเก่าทะลักออกมากมาย ร่างชราร่วงหล่นยังพื้นในทันที


    " ท่านผู้พิทักษ์ " เหล่าสภาต่างเร่งเข้าดูชายชรา


    " ไอ้สาระเลว เจ้าทำอันใด " นนท์เพียงยกยิ้ม 


    " ข้าบอกแล้วว่าไอ้แก่นี่เล่นละครตบตาเก่ง ทั้งความอดทนยังเป็นเลิศ " เหล่าสภาต่างหน้าซีด 


    " เจ้ากับข้า " ชายวัยกลางคนผสานร่างกับยี่สิบอักขระ 


    " วิ้ง " ร่างทองยี่สิบอักขระปรากฎขึ้น กระโจนเข้าหาแล้วฟาดฝ่ามือเข้าใส่ในทันที


    " เปรี้ยง " เสียงระเบิดฉีกห้วงมิติจนขาดวิ่น ฝ่ามือสังหารทะยานเศษเวี้ยวห้วงมิติพุ่งตรงเข้าที่หัวของนนท์หมายสะบั้นหมายสะบั้นให้ตกตาย


    นนท์ยกยิ้มแล้วเหยียดกายถอยหลัง ผสานยี่สิบอักขระ เหวี่ยงหมัดภูผาเข้าต้าน 


    " ครืน " รูปรอยหมัดภูผาอันแข็งแกร่งกระะทุ้งผืนพสุธาแดนเทพจนสั่นไหว ทั้งดินแดนสั่นสะท้านจวนเจียนแตกร้าว


    สองปรานเข้าปทะ " ตูม " แรงระเบิดกวัดกวาดทุกส่ิงราบพนาสูญราวหมื่นลี้ แมกไม้และต้นหญ้าพลันสูญสิ้น


    ร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของร่างทองยี่สิบอักขระลอยไปไกล 


    " ตึง " ขุนเขาใหญ่ทั้งลูกกลับกลายเป็นฝุ่นผง 


    ร่างทองของนนท์มองหมื่นยังเหล่าสภา " เพียงพวกเจ้าเข้าขักขวางในวันนั้น ว้นนี้พวกเจ้าคงมิมีสภาพเช่นนี้ โทษของพวกเจ้าหนักหนามิแพ้กัน "


    " ท่านเจ้าสำนักอักกะ ขอโอกาสให้พวกเราได้ทำถุณไถ่โทษได้รึไม่ " เหล่าสภาต่างเร่งคุกเข่าร้องขออย่างหน้ามิอาย


    " มันจบสิ้นแล้ว " นนท์ในร่างทองเงื้อฝ่ามือหมายสยบเหล่าสภา 


    " หยุดมือ " เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวาลแผ่กระจายทั่วแดนเทพ


    " ผู้ใด " นนท์กวาดตามองรอบ


    " ข้าจิตทัศนะแห่งแดนเทพ จะเป็นผู้สอบสวนในเรื่องนี้เอง ให้สำนักเบญจธาตุ ตระกูลซา เจ้าสำนักอักกะสาขาแดนเทพ จงมายังมหรรณพแห่งกาลเวลา ในอีกสามวัน " สิ้นเสียงของจิตทัศนะแห่งแดนเทพ 


    " พ่อหนุ่ม มหรรณพแห่งกาลเวลานั้นคือ ห้วงแห่งกาลเวลาที่มีแต่ความมืดมิด ที่กาลเวลานั้นไหวเวียนมิมีจบสิ้น "


    " จากศูนย์ไปถึงร้อยแล้ววนกลับมาที่ศูนย์ใหม่ เป็นอยู่เช่นนี้มิรู้จบ นั่นจึงเป็นเหตุให้เกิดวัฏฏะขึ้น และข้าเองก็เกิดขึ้นที่นั่น " 


    " เพราะเนื่องจากวัฏฏะนี่เอง จึงบังเกิดเป็นห้วงเวลาขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วทุกจักรวาล ทุกสิ่งอย่างจึงหวุนเวียนไปตามวัฏฏะ "


    " ที่นั่นยังอุดมไปด้วยพลังงานและสรรพสิ่งมากมายมหาศาล ที่สามารถสร้างจักรวาลน้อยใหญ่ได้อีกเหลือคณานับ "


    " ทั้งมหรรณพแห่งกาลเวลานั้นยังมีจิตเป็นของตนเอง " นนท์พยักหน้า


    " ขอบคุณพระผู้สร้าง " นนท์ส่งเสียงทางจิต


    " ไปกันเถอะ " เหล่าสภาหอบหิ้วร่างของตนกลับไปยังตระกูลและสำนักของตน 


    นนท์กวาดตามองรอบอาณาหมื่นลี้ที่ภินท์พัง วาดมือส่งปรานแห่งชี่วิตเข้าปกคลุมอาณาหั้งหมื่นไว้


    " วิ้ง " แมกไม้ ต้นหญ้าพลันฟื้นตื่นกลับคืนเขียวชะอุ่มดั่งเดิม นนท์สูดหายใจเข้าลึก


    " พวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถามเหล่าศิษย์ 


    " หายดีแล้วขอรับ " นนท์พยักหน้า 


    " พวกเจ้าไปพักเถิด " 


    " ไอ้หนูไปเถิด " นนท์ออกเดินไปยังมหรรณพแห่งกาลเวลา 


    " น่าเจ็บใจยิ่งนัก " เหล่าศิษย์หลักที่ติดตามมา ส่งเสียงแห่งความเจ็บแค้น


    " พวกเจ้ามาแล้วรึ " เหล่าสภาต่างจับตามองยังกลุ่มของนนท์


    " ไอ้ชั่ว ข้าหวังว่าเจ้าจะได้รับความยุติธรรม " ผู้พิทักษ์แห่งแดนเทพเอ่ยขึ้น


    " ไอ้แก่ ข้าก็หวังเช่นนั้น " นนท์แสยะยิ้ม


    " ครืน " จิตทัศนะแห่งแดนเทพส่องแสงมายัง เจ้าตระกูลซา เจ้าสำนักเบญจธาตุ และเจ้าสำนักอักกะสาขาแดนเทพ


    " วิ้ง " ร่างของทั้งสามลอยไปยังห้วงมหรรณพแห่งกาลเวลา


    " เอาล่ะ ครานี้เพียงแค่รอ " นนท์พยักหน้า


    เพียงหนึ่งเค่อร่างของทั้งสามปรากฎอยู่ที่เดิม 


    " ท่านเจ้าสำนักเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถาม 


    " จิตทัศนะส่งจิตเข้าค้นทะเลความรู้ของข้า และไอ้สองคนนั้น " นนท์พยักหน้า


    " ข้ามิสามารถตัดสินในเรื่องนี้ได้ เพราะความทรงจำในทะเลความรู้ของเจ้าตระกูลซาและเจ้าสำนักเบญจธาตุนั้น ได้สูญหายในช่วงเวลาที่ผ่านมา " เสียงที่ดังออกมาจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพ ราวกับกระบี่คมกริบแทงเข้าที่หัวใจของนนท์


    " ไอ้ชั่วพวกนี้ถึงกับเล่นลูกไม้ตบตาจิตทัศนะได้ ช่างเก่งกาจยิ่งนัก " นนท์เอ่ยขึ้น


    " ผู้เฒ่าเซี้ยะ พวกมันใช้สิ่งใดในการลบเลือนความทรงจำ " นนท์เอ่ยถาม


    " ท่านโจว ข้าว่าน่าจะเป็นโอสถปิดฟ้า " นนท์พยักหน้า


    " โอสถปิดฟ้ามีฤทธิ์ลบเลือนความทรงจำราวหนึ่งวัน เหมาะสำหรับการสอบสวนทางจิต " เหล่าสหายต่างพยักหน้าช้าๆ        


    " ไอ้ชั่ว ครานี้เป็นเรื่องที่เจ้าต้องรับโทษ ในการที่เจ้าทำร้ายเหล่าสภา " ผู้พิทักษ์เดินมายังจิตทัศนะเพื่อที่จะฟ้องร้องต่อจิตทัศนะ


    " ไอ้แก่ คิดให้ดี เรื่องที่พวกเจ้าที่เป็นถึงสภา พวกเจ้าได้รับอำนาตจากจิตทัศนะแห่งแดนเพท ในการดูแลความสงบของแดนเทพ แต่พวกเจ้ากลับปล่อยให้ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุนำกำลังเข้าเข่นฆ่าศิษย์ของสำนักข้า เจ้าคิดว่าเจ้ามิมีโทษรึ " นนท์เอ่ยขึ้น


    เหล่าสภาพากันหน้าเสีย เร่งคว้าตัวผู้พิทักษ์ไว้ 


    " ได้ ครานี้ แม้นข้าจะมิสามารถกุดหัวของพวกเจ้าได แต่ต้องมีสักวัน ที่ข้าจะเอาเลือดของพวกเจ้า มาเซ่นสังเวยต่อหลุมศพของศิษย์ข้า " นนท์มองยังสองผู้ชรา ที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ายังคิดว่าเจ้าจะมีโอกาสทำได้รึ " เหล่าสภาต่างหัวเราะเยาะ


    " ข้าว่า ป่านนี้โลกมังกรของพวกเจ้าคงเป็นผุยผงไปแล้วกระมัง " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน


    " เจ้าหมายความว่าเช่นไร " นน?์เอ่ยถาม


    " เจ้าว่าพวกข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆเช่นนี้รึ " นนท์พยักหน้าช้าๆ


    " ดี " นนท์พยักหน้า แล้วผินกายเดินจากมา 


    " ตูม " 

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810