รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 1

    “เกิดอะไรขึ้น...” ชายหนุ่มหน้าใสวัย 23 ปี ชื่ออาร์ท เขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนอันแสนไม่คุ้นตา แขนของเขาในตอนนี้รู้สึกชาเป็นอย่างมาก ด้วยความสงสัยอาร์จึงยกมือขึ้นมา แต่มันเหมือนกับว่าแรงของเขาไม่พอที่จะยกมันขึ้นมา กลิ่นภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ อาร์ทนำมืออีกข้างขึ้นมาขยี้ขี้ตาออก ก่อนจะพบกับความจริงว่า“นาย.. นายเป็นใคร แล้วมาอยู่ห้องฉันได้ยังไง” ใช่แล้ว เขาพบกับหญิงสาวที่ไม่เคยคุ้นหน้ามาก่อน และด้วยคำถามนั้นมันทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก ไม่ต่างอะไรกับหญิงสาวที่นอนอยู่ภายในอ้อมแขนของเขาเลย ทั้งสองสบตากันเล็กน้อยก่อนจะพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่นำพาให้พวกเขามาอยู่ด้วยกันที่ตรงนี้            ย้อนกลับไปเมื่อคืน ณ บาร์แห่งหนึ่งในเมือง ในบาร์แห่งนี้นับว่าเป็นบาร์เล็กๆที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของผู้คน แต่ก็เป็นอีกบาร์แห่งหนึ่งที่คนในท้องที่รู้จักกันดี แล้วยิ่งวันนี้มันเป็นวันที่ขึ้นชื่อว่าวันแห่งความรัก หรือก็คือวันวาเลนไทน์นั่นเอง ผู้คนมากมายต่างก็ออกไปเที่ยวกันยังสถานที่แห่งความรักกับคนรักของใครของมัน แต่ตอนนี้กลับมีลูกค้าหน้าบาร์ถึงสองคน ‘วันนี้ผู้คนต่างออกไปไหนมาไหนในช่วงวันวาเลนไทน์.. ติดตามต่อในช่วงสะเก็ดไฟ ...คู่รักมากมายต่างเดินเที่ยวกันอย่างมีความสุขภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้....’ เสียงบนจอโทรทัศน์ที่บรรยายออกมามันทำให้ทั้งสองคนที่อยู่ในบาร์นั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก พวกเขาทั้งสองวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!!! ปัง!!!“ความรักบ้าบออะไรกัน!!!”x2 เสียงของทั้งสองดังออกมาพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมามองกัน พวกเขาทั้งสองนั่งห่างกันออกไปราวๆสองถึงสามเก้าอี้หน้าบาร์ และในวินาทีที่ทั้งคู่ได้สบตากันและกัน มันก็เหมือนเป็นเรื่องที่พวกเขาสามารถเข้าใจกันได้อย่างไม่มีเหตุผล แต่มันก็ยังไม่ได้ทำให้ทั้งสองสนใจกันมากเท่าไรนัก“ผู้ชายเฮงซวยเอ้ย ... แต่งงานกับคนอื่นอยู่แล้วทำไมถึงยังมีหน้ามาบอกว่าโสด” หญิงสาววัย 22 ปี เธอมีชื่อว่า แอม กล่าวออกมาพร้อมกับมือที่ยกแก้วเหล้าของเธอกระดกเข้าปากจนหมดแก้ว และมันก็ไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่มที่กำลังบ่นออกมาบ้าง“พวกผู้หญิงก็ใจง่ายเหมือนกันนั่นแหละ พอเขาขอกลับมา ก็ทิ้งฉันไปหน้าด้านๆ ..” และด้วยประโยคนั้นมันก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด แอมคิ้วกระตุกออกมา ก่อนจะเริ่มเถียงกลับ “พวกผู้ชายก็เห็นแก่ตัวกันทั้งหมดนั่นแหละ หวังแต่ตัว สุดท้ายก็ไร้ความรับผิดชอบ ไร้ยางอายจริงๆ” แม้ว่าบาร์เทนเดอร์จะคอยห้ามทัพอยู่ห่างๆ แต่พวกเขาก็ตอบโต้กันไปมาอย่างไม่รู้จบ งัดเอาทั้งข้อดีของเพศตัวเองมาเอ่ยกล่าว และทั้งข้อเสียของอีกเพศมาตอบโต้กัน จนในที่สุดก็เกิดสิ่งที่เรียกว่าการดวลเหล้า  ตัดกลับมายังปัจจุบันที่ทั้งสองเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ทั้งหมด เพราะจากการดวลเหล้าจนถึงเวลาร้านปิดแล้ว แต่ทั้งสองยังไม่มีใครล้มลงเลยสักคน มันจึงทำให้พวกเขาท้ากันไปต่อยังโรงแรมใกล้ๆ ซึ่งมันก็คือโรงแรมที่พวกเขาได้ตื่นนอนขึ้นมานั่นเอง พวกเขามองไปยังโต๊ะที่วางขวดเหล้าเอาไว้ มันยังไม่ทันได้แกะหรือเปิดเลยด้วยซ้ำ แอมที่เห็นโต๊ะนั้นมันก็เหมือนเห็นภาพเดจาวูที่ทับซ้อนของเมื่อคืน... หลังจากที่พวกเขาเดินมาถึงยังโรงแรมก็มีปัญหาในการเช็คอินนิดหน่อย เพราะว่าตัวของผู้ชายที่มากับเธอไม่ได้นำบัตรประชาชนมาด้วย แต่ด้วยอารมณ์ที่ไม่อยากจะเถียงต่อ แอมหยิบบัตรประชาชนให้พนักงานไปในทันที ในสภาพที่ยืนยังแทบจะไม่ไหว พวกเขาทั้งสองจึงกอดคอกันราวกับสหายที่ไปร่วมรบกันมา เมื่อเปิดประตูห้องได้ ภาพมันก็เหมือนจะตัดไปเพียงเท่านั้น ตอนนี้แอมรู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก และพยายามนึกให้ออกแต่มันก็นึกไม่ออกอยู่ดี ผิดกับอาร์ทที่นึกภาพหลังจากนั้นออกเป็นอย่างดี  จู่ๆเมื่อเข้าห้องมาหญิงสาวที่มาพร้อมกับเขาก็ร้องไห้ออกมา ก่อนจะเข้ามากอดอาร์ทในทันที อาร์ทที่ไม่รู้จะทำอย่างไร เมาก็เมาแต่เขาก็จะต้องคอยโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยความสงสาร ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า“นี่เธอเป็นไคคค.. ฉันยังไม่รู้จักเลย.. เธอนี่มัน อย่าร้องไห้ได้ไหม เห็นไหมว่าฉันจะร้องไห้ตามอยู่แล้วเนี้ย...อึกๆๆๆๆ...” แล้วในที่สุดชายหนุ่มก็ปล่อยโฮออกมาตามหญิงสาว “ฉันเกลียดวันวาเลนไทน์จริงๆ.. ทำไมต้องมาบอกเลิกกันในวันนี้ด้วย” ชายหนุ่มกล่าวทั้งน้ำตาที่ไหลรินออกมา ในขณะที่หญิงสาวเองก็เอ่ยออกมาด้วยเช่นกัน“วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก.. ใครจะไปเชื่อกัน.. ถ้ามันมีความเชื่ออย่างนั้นจริง ทำไมฉันกับนายถึงไม่สมหวังกันล่ะ... ฉันก็เกลียดวันนี้เหมือนกัน” เสียงที่อุดอู้ของหญิงสาวที่ซบอยู่กลางอกของชายหนุ่ม ก่อนที่ทั้งคู่จะร้องโฮกันอีกยกหนึ่ง เมื่อสติเริ่มกลับมา ทั้งสองก็ถอนตัวออกจากกัน ชายหนุ่ม และหญิงสาวที่เมามองหน้ากันอย่างมีความหมาย ก่อนที่อาร์ทจะกล่าวออกมาว่า“หรือว่าเธอจะคือคนที่วันวาเลนไทน์ส่งมาให้ฉันกัน” ด้วยคำพูดตรงนี้มันทำให้หญิงสาวที่อยู่ในอารมณ์เดียวกันคิดตามอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่เธอก็ตั้งสติได้จึงกล่าวออกมาแย้ง“นายจะบ้าหรือยังไง.. มันจะไปมีของอย่างนั้นได้ยังไงกันเล่า” แต่ชายหนุ่มไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย เขาพยายามพูดความคิดของเขาออกมาให้กับเธอตรงหน้าได้รับฟัง“เธอลองคิดดูซิ.. ใครบ้างจะบ้ามาโดนหักอกในวันวาเลนไทน์เหมือนกันกับพวกเราบ้าง.. หรือบางทีก็อาจจะมีแต่น่าจะน้อยมาก.. แล้วเธอลองคิดดูซิ ร้านบาร์มีตั้งมากมายแต่ทำไมเราสองคนถึงเลือกที่จะไปที่นั่นได้.. แล้วไหนจะถูกอกถูกใจจนมาคุยกันต่อถึงตอนนี้อีก.. ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นพรหมลิขิตที่วันวาเลนไทน์สร้างขึ้นก็ได้” ชายหนุ่มกล่าวออกไปก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมา และหันมากล่าวกับเขา“นายคิดมากไปหรือเปล่า มันก็แค่บังเอิญน่ะ บังเอิญๆ ฮ่าๆ” แอมที่ไม่รู้จะตอบยังไง เธอจึงจะลุกขึ้นเพื่อที่จะเปิดขวดเหล้า และจะได้มีอารมณ์เถียงกับชายคนนี้ต่อ“งั้นเรามาลองคบกันดูไหมล่ะ.. มันอาจจะเป็นความบังเอิญสำหรับเธอ.. แต่มันอาจจะเป็นพรหมลิขิตที่เราได้มาเจอกันสำหรับฉันก็ได้” อาร์ทกล่าวออกมา“ใครมันจะไปคบกับขี้เหล้าอย่างนายกัน หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วน่า มาๆ มาดื่มกันต่อเลยดีกว่า” แอมพยายามที่จะเปิดขวด แต่ในจังหวะนั้นเองชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาจับที่มือของเธอข้างที่ถือขวดเหล้า และพูดขึ้นมาว่า“หรือว่าเธอปอดแหก กลัววันวาเลนไทน์กัน... ถึงไม่กล้าคบกับหนุ่มหล่ออย่างฉัน” อาร์ทกล่าวออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ มันทำให้หญิงสาวที่ยังอยู่ในอาการเมาร้อง ‘เหอะ’ ขึ้นมาก่อนจะพูดออกไปกับชายตรงหน้าว่า“นายว่าใครปอดแหกไม่ทราบ ...ก็ได้.. ต่อไปนี้ นายกับฉันเราคบกัน.. ใครขอเลิกต้องกลืนเข็มพันเล่มเลยนะเว้ย” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยออกมา และแน่นอนว่าชายหนุ่มเองก็ยื่นนิ้วก้อยของเขามาด้วยเช่นกัน“ได้.. ใครบอกเลิกจะต้องคลานเป็นหมา แล้วเดินรอบสวนสาธารณะ...” ก่อนที่พวกเขาจะลงเอยกันอย่างนี้ และอะไรทำให้พวกเขาสปาร์คกัน มันอาจจะเป็นเพราะดวงตา และสัญญาที่มั่นหมาย มันทำให้พวกเขาจูบกันอย่างปลอบประโลมกันทั้งสองฝ่าย ‘สัญญาแห่งรอยจูบ’ เมื่อตั้งสติกันได้แล้ว พวกเขาก็มองไปยังเสื้อผ้าที่ถูกถอดออกมา มันต่างกระจัดกระจายกันไปทั่วทั้งห้องอาร์ทและแอมหันมามองหน้ากัน ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาทั้งคู่ “ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ แต่ฉันจะรับผิดชอบเธอเอง” อาร์ทกล่าวออกมา ฐานะครอบครัวของเขาก็ไม่ได้นับว่าแย่อะไร หรือบางทีมันอาจจะเลี้ยงผู้หญิงคนหนึ่งได้ตลอดชีวิตเลยด้วยซ้ำไป“ช่างมันเถอะ ถือซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน .. ยังไงพวกเราก็แค่คนที่ไม่รู้จักกันอย่างที่นายว่ามาเมื่อคืนนั่นแหละ” ภายในใจของเธอไม่อยากจะนำเรื่องของชายคนนี้เข้าไปเป็นปัญหาให้คิดปวดหัวเพิ่ม เธอลุกขึ้นพร้อมกับเก็บเสื้อผ้า และเดินเข้าไปยังห้องน้ำของห้องในทันที อาร์ทที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เขาคิดไปต่างๆนาๆ เขาไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์อย่างนี้มาก่อนเลย ที่บ้านสอนเขามาเสมอๆว่าถ้าตัดสินใจจะมีอะไรกับใครแล้ว ก็ขอให้เป็นคนสุดท้ายในชีวิต หรืออาจจะเป็นเพราะว่าครอบครัวของเขาเคร่งในคำสอนของศาสนา และคำกล่าวบรรพบุรุษ เขามองไปยังมือถือของตัวเอง ก่อนจะพบว่ามันเป็นวันที่เขาจะต้องไปตามนัด งานเปิดตัวรองประธานคนใหม่ของบริษัท ซึ่งมันก็เป็นเขาเองที่จะต้องไปรับตำแหน่งนั้น “แย่แล้ว!! สายแล้ว ทำยังไงดี..” เขามองไปยังบุคคลที่โทรมาหาเขาหลายสาย น้ำลายเหนียวที่มันก็ต้องกลืนลงคอได้อย่างยากลำบากเขาก็กลืนมันลงไปดังอึก!! ก่อนที่จะกดสไลด์หน้าจอเพื่อโทรกลับ ไม่นานก็มีคนรับสายในเวลาไม่กี่ตู้ดเท่านั้น“แกอยู่ที่ไหน.. ไม่รู้หรือยังไงว่านี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว... อีกครึ่งชั่วโมง ถ้าฉันไม่เจอแก่ที่บริษัท รับรองได้เลย แกจะได้ตำแหน่งประธานบริษัทอย่างแน่นอน” จากประโยคที่ว่ามานั้นมันเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนอื่น แต่มันไม่ใช่สำหรับอาร์ทที่ยังอยากใช้ชีวิตวัยรุ่นให้มากกว่านี้ เขาพึ่งจะอายุ 23 ปีเพียงเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำ ยังมีอีกหลายสถานที่ที่อยากจะไป  การเป็นรองประธานบริษัทที่เขากำลังจะได้รับตำแหน่งนั้นก็นับได้ว่ามีงานที่ยุ่งอยู่พอตัว แต่มันก็มีเวลาพักบ้างในบางครั้ง แต่มันไม่ใช่กับหน้าที่ของประธานบริษัทที่ต้องทั้งรับผิดชอบ และไหนจะยังไม่มีเวลาอีก อาร์ทถอนหายใจออกมาก่อนที่จะตอบรับปลายสายไป และเขาก็รีบกดโทรหาอีกคนในทันที“คุณหนู ทำไมทำอย่างนี้ล่ะครับ... นี่ผมหูชาตั้งแต่เช้าเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณหนูอยู่ที่ไหนครับ ผมจะได้รีบไปรับให้เร็วที่สุด” อาร์ทได้บอกสถานที่ไป และถ้าหากว่าเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นอีก 10 นาทีพ่อบ้านผู้ช่วยก็น่าจะมาถึงแล้วในขณะเดียวกันนั้นเอง หญิงสาวที่เข้าไปแต่งตัวยังห้องน้ำ ข้อความในกลุ่มที่ทำงานก็ดังขึ้นมาในทันที‘แอมเธออยู่ไหน อีก 20 นาทีท่านรองประธานคนใหม่จะมาถึงแล้วนะ’ และเมื่อเธอได้เห็นข้อความนั้นก็ตกใจในทันที เธอลืมไปได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการรับตำแหน่งของท่านรองประธานคนใหม่ของบริษัท เธอได้แต่สบถออกมาอย่างไม่สุภาพกับตัวเอง ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ และหันไปเอ่ยกล่าวกับชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก “เรื่องนี้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ฉันรีบมาก ยังไงก็ขอตัวก่อน” จากนั้นเธอก็เปิดประตูห้องโดยทิ้งให้ชายหนุ่มทำหน้าเอ๋อๆภายในห้องคนเดียว แถมประตูห้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าเธอจะปิดให้เขาอีกด้วย ในสภาพที่ชายหนุ่มกำลังล่อนจ้อนอยู่นั้นเอง ก็มีแขกที่มาใช้บริการภายในโรงแรมเดินผ่านมาพอดี ชายคนนั้นยกนิ้วโป้งขึ้นมา ประมาณว่านายเยี่ยมมากอะไรประมาณนั้น อาร์ทได้แต่ปิดส่วนนั้นของเขา ก่อนที่จะไปหยิบกางเกงที่ใส่มาเมื่อวานบนพื้นมาใส่อย่างลวกๆ ก่อนที่จะไปปิดประตูห้อง ในขณะที่หญิงสาวที่รีบร้อนกระโดดขึ้นรถแท็กซี่ไปยังสถานที่ทำงานให้เร็วที่สุด และถ้าหากเธอไปไม่ทัน นั่นคือหายนะของอาชีพการงานของเธอเลยทีเดียว โดยที่เธอออกไป และลืมแม้กระทั้งเช็คเอาท์ของโรงแรมอีกด้วย