หลังจากไตรภพถีบชายร่างอ้วนจนสลบ เขาได้มองไปที่หญิงสาวซึ่งดูเหมือนเธอจะมีอาการผิดปกติบางอย่างจึงประคองเข้าไปในห้องก่อน ซึ่งห้องมีลักษณะคล้ายกับห้องก่อนหน้าโดยมีตรงกลางเป็นห้องรับแขก แยกออกเป็นห้องย่อย ๆ อีกที
ไตรภพอุ้มหญิงสาววางลงบนเตียงนอนอากัปกิริยาของหญิงสาวดูไม่ธรรมชาติ บิดตัวไปมา สีของลำตัวและใบหน้าแดงแจ๋ ริมฝีปากดูแหบแห้งเหมือนคนไม่ได้กินน้ำมานาน
“นะ น้ำ ขอน้ำ”
ไตรภพเอามือขวาแตะไปที่ใบหน้าของหญิงสาว อุณหภูมิสูงมากความร้อนติดมือของไตรภพ เขาจึงหยิบน้ำในตู้เย็น ให้หญิงสาวดื่มแต่เธอกลับไม่สามารถยกขวดเองได้ ไตรภพได้แต่ป้อนน้ำเธอ
หลังจากป้อนน้ำเสร็จ อาการของหญิงสาวไม่ได้ดีขึ้นไตรภพจับไปที่ชีพจรของหญิงสาว พบความผิดปกติของชีพจรเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ทั้งยังปั่นป่วนอย่างรุนแรง
“อะ อืมมมมมมม”
ฟุบ
ใบหน้าของหญิงสาวโน้มเข้ามาจูบปากของไตรภพ ชายหนุ่มตาเบิกกว้างมองหญิงสาวอย่างตกใจลิ้นที่สอดเข้ามาในปากค่อย ๆลุกล้ำพื้นที่เข้ามาเรื่อย ๆ
“ทะ ทำอะไร”
ไตรภพดันตัวของหญิงสาวออก มองที่ใบหน้าผุดผ่องของเธอที่ดูน่าเย้ายวนอย่างมาก
“ฉันไม่ไหวแล้ว ช่วยฉันที”
ฟุบ
ร่างหญิงสาวโอบกอดไตรภพอีกครั้ง พยายามไซร้ตามลำคอชายหนุ่มไตรภพแตกตื่นตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงหน้า
‘เธอน่าจะโดนวางยา’
นี่เป็นข้อสันนิษฐานเดียวของไตรภพชายหนุ่มพยายามครุ่นคิดถึงวิธีแก้ หากอาการแบบนี้ทางแรกต้องรีบปรุงโอสถ แต่สถานที่แห่งนี้จะไปเอาวัตถุดิบทำตัวยาจากที่ไหนกัน
ทางเลือกที่สองคือทำให้หญิงสาวตรงหน้าสลบ แต่ฤทธิ์ยายังคงอยู่ในกระแสเลือดพิษของตัวยาคงแพร่กระจาย ทำให้หญิงสาวเกิดอันตรายจนถึงขั้นอาจเสียชีวิต
ฟึบ
หญิงสาวถอดเสื้อผ้าลงจนเหลือแต่ชุดชั้นในสีขาวทั้งด้านบนและล่างก่อนจะค่อย ๆ ถอดมันช้า ๆ ใบหน้าคมเข้มของหญิงสาวกระโจนร่างเข้าหาไตรภพอีกครั้ง
“นี่ !!!”
ไตรภพแม้จะเคยเป็นถึงจักรพรรดิเทพแต่ก็ไม่ได้ไร้อารมณ์และความรู้สึกถึงขนาดนั้นร่างกายยังคงเป็นปุถุชนธรรมดามีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลงยิ่งคราวมาเกิดใหม่ในร่างมนุษย์เช่นนี้ จึงเกิดการตอบสนองของร่างกายชายหนุ่มต่อการกระทำของหญิงสาว
สุดท้ายด้วยการรุกล้ำที่รวดเร็วเกินไปของหญิงสาวไตรภพไม่อาจตัดใจทำให้หญิงสาวตรงหน้าสลบลงโดยมีฤทธิ์ยาอยู่ในร่างกายได้ จึงปล่อยให้เลยตามเลยอยู่ในห้องแห่งนี้
“เธอยังบริสุทธิ์ !”
ในขณะที่ไตรภพมีสัมพันธ์ทางกายของหญิงสาวเขารู้ได้ทันทีจากการสัมผัส ในหัวคิดเรื่องต่าง ๆ ด้วยความหนักใจนี่มันไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ แล้ว
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ตัวของหญิงสาวเต็มไปด้วยรอยแดงทั่วร่างกายเธอลืมตาขึ้นมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย เมื่อเห็นมองไปด้านข้างเห็นชายหนุ่มหล่อเหลานอนมองเธออยู่
“นะ นาย นายข่มขืนฉัน”
หญิงสาวคว้าผ้าห่มขึ้นปิดบังร่างกายเปลือยเปล่ามองชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างหวาดกลัว พยายามนึกว่าตัวเองมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ยังไง
“เดี๋ยวก่อน เธอนั่นแหละข่มขืนฉันฉันช่วยเธอจากไออ้วนนั่นแท้ ๆ พอเข้าห้องมาเธอก็ปล้ำฉันเลย”
“บ้า ฉันนี่นะปล้ำนาย ?”
หญิงสาวตาโตมองค้อนไตรภพอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อมองออกไปหน้าห้องเห็นชายร่างอ้วนฉุนอนอยู่บนพื้น สภาพล่อนจ้อนดูอุจาดตา
“นายออกไปนอกห้องเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวดันไตรภพออกจากเตียง ทั้งยังเอ็ดชายหนุ่มทำให้ไตรภพเดินออกจากห้องอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวรีบแต่งตัวทันที
หลังจากแต่งตัวเสร็จหญิงสาวเดินออกมาด้วยชุดเดิมใบหน้าซีดเซียว ผมถูกปัดไปด้านหลังอย่างง่าย ๆ ไม่ให้ผมยุ่งชี้มาที่ด้านหน้า
“นายมองอะไร”
ไตรภพมองหญิงสาวซึ่งกำลังจัดแต่งทรงผมอยู่เขาไม่รู้ว่าต้องรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางกายกันเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
“เรื่องวันนี้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นนายห้ามเอาไปพูด เข้าใจไหม !”
“…”
“เงียบ อยากได้เงิน เอามือเลขบัญชีมา”
ไตรภพไม่ได้ตอบคำถามหญิงสาว เธอทนไมไหวจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าของไตรภพเข้าแอปพลิเคชั่น MobileBanking ก่อนที่จะสแกนหน้าของชายหนุ่มเพื่อเข้าหรัส
“มีแค่ร้อยกว่าบาท !”
หญิงสาวมองยอดเงินในบัญชีไตรภพอย่างหดหู่ พลางสงสารในความจนของชายหนุ่มไตรภพได้แต่ยืนมองยิ้ม ๆ แอปพลิเคชั่นที่มียอดเงินอยู่หลายสิบร้านเป็นของธนาคารสีเขียวแต่ที่เธอเปิดเป็นของอีกธนาคารหนึ่ง
“ฉันโอนเข้าบัญชีให้แล้วห้าหมื่นบาทนายต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ เข้าใจไหม”
หญิงสาวคืนมือถือให้กับชายหนุ่ม รีบเดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้ไตรภพได้แต่มองร่างบางเดินออกไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ระยะเวลาผ่านไปสักพัก ชายหนุ่มได้เดินกลับไปที่ห้องเดิมบรรยากาศในห้องยังคงไร้ผู้คน ชายหนุ่มจึงจิบไวน์ ครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อครู่
“เฮ้ เพื่อน ฉันเสร็จแล้ว”
วัศพลเดินออกมาจากห้อง เห็นไตรภพกำลังจิบไวน์อยู่จึงเดินไปทักทายเพื่อน หยิบไวน์รินใส่แก้ว นั่งลงข้างชายหนุ่ม
“นี่อย่าบอกนะว่านายไม่เรียกเด็ก”
“เปล่า ฉันก็นั่งรอพวกนายไปเรื่อย”
ไตรภพตอบหน้าตาย น้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่แสดงพิรุธจากเหตุการณ์เมื่อครู่ออกมาสักพักทัดดนัยก็ได้เดินออกมาจากห้อง ทักทายเพื่อนทั้งสองคนตามประสา
“อะ นี่ทิป พวกเธอไปได้แล้ว ฉันจะนั่งกินเหล้า”
วัศพลยื่นให้ผู้หญิงทั้งสองคน คนละสองพันบาทพวกเธอรีบโค้งตัวรับ ก่อนที่จะเดินออกนอกห้องไป ในห้องตอนนี้มีเพียงแค่สามหนุ่มเท่านั้น
บรรยากาศอันน่าอึดอัดได้ผ่อนคลายลงแล้วทั้งสามคนดื่มเหล้าสลับกันเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ออกมา โดยส่วนมากไตรภพจะเป็นผู้ฟังเสียมากกว่า
“ไตรภพ นายบอกบ้านนายอยู่แถวมหาวิทยาลัย ตรงไหนนะ”
“ซอยตรงข้ามมหาวิทยาลัยที่ทะลุออกถนนหลวงได้ ฉันพึ่งย้ายมาอยู่หนะ”
วัศพลพยักหน้ารับฟังไตรภพขณะที่ทัดดนัยก็ยิงคำถามใส่ชายหนุ่มเช่นกัน การได้คุย ซักถาม โดยไม่ปิดบังทำให้ทั้งสามคนนั้นมีความสนิทสนมกันมากขึ้น เพราะลักษณะนิสัย ความจริงใจและเคมีค่อนข้างตรงกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
ผู้จัดการคนเดิมเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักร่างกายของมันสั่นด้วยความกลัว ทัดดนัยหยีตามองด้วยความอยากรู้
“มีอะไร ?”
“คะ คือ”
ตึง
“หลบไป ฉันหาพวกมันเอง”
ชายอายุประมาณสี่สิบปี สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีกรมพุงพลุ้ยออกมาจนเสื้อแทบจะปริ ผลักผู้จัดการออก ใบหน้าของมันถมึงทึงมองในห้องราวกับกำลังหาใครอยู่
“แกนั่นเอง”
มันมองไปที่ไตรภพด้วยความแค้นเคืองเดินปรี่เข้ามาหายชายหนุ่ม
“แกมีปัญหาอะไรวะ มายุ่งอะไรกับเพื่อนฉัน”
วัศพลเดินเข้ามาขวางหน้าไตรภพ มองชายร่างอ้วนอย่างหาเรื่องทั้งยังส่งสายตาไปตำหนิผู้จัดการว่าปล่อยให้ชายคนนี้เข้ามาได้อย่างไร
“คือ คุณวัศพลครับ แขกคนนี้บอกว่า คุณผู้ชายคนนี้ถีบเขาจนสลบในห้องVIP02”
สายตาทุกคู่หันมามองไตรภพเป็นเชิงถามไถ่ ชายหนุ่มยักไหล่ไม่ตอบปฏิเสธใด ๆ เหมือนกับเรื่องที่พูดอยู่ตนเองมี่ส่วนเกี่ยวข้อง
“แกมั่วรึเปล่า”
“มั่วพ่อแกสิ ฉันจำหน้ามันได้ดี มันถีบฉันจนสลบพอฉันฟื้นก็ไล่ดูกล้องวงจรปิด เห็นมันเดินเข้ามาในห้องนี้”
ชายร่างอ้วนด่าวัศพลถึงบุพการี มือของมันผลักวัศพลจนร่างของเขาเซไปด้านหลังเล็กน้อยทัดดนัยรีบเดินเข้ามาขวางวัศพลอีกที
พลั่วะ
ทัดดนัยชกไปที่ใบหน้าของชายร่างอ้วนหนึ่งมัด ชายหนุ่มไม่ได้พูดจาอะไรมองชายร่างอ้วนเซไปด้านหลังด้วยสายตาที่พร้อมจะลุยตลอดเวลา
“แกเอามือสกปรกมาผลักเพื่อนฉัน แถมยังด่าพ่อเพื่อนฉันอีกแกคงไม่อยากจะออกไปที่นี่แบบครบ สามสิบสอง ใช่ไหม”
“หนอย แกไอพวกเด็กเมื่อวานซืน รู้ไหม ฉันเป็นใคร”
ชายร่างอ้วนฉุพยุงตัวลุกขึ้นมา มองใบหน้าของทัดดนัยมันไม่เคยถูกใครหยามหมิ่นขนาดนี้มาก่อน ตัวมันคือใครกัน ไอพวกเด็กโสโครกพวกนี้ไม่รู้จักหรือไง
“หมู่นี้เป็นอะไรกันวะไอทัด เจอแต่พวกปัญญาอ่อนไล่ถามคนโน้น คนนี้ คนนั้น รู้ไหมฉันเป็นใคร รู้ไหมฉันลูกใคร”
วัศพลยิ้มเยาะชายร่างอ้วน ตัวมันเองไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ต่อคำขู่ ตลอดเวลาสิบแปดปีกว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
“เดี๋ยวพวกแกคอยดู”
ก๊อก ก๊อก
“นายครับ”
ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่เดินเข้ามาสามคนโค้งตัวเคารพชายร่างอ้วนฉุ พวกมันต่างสวมใส่แว่นตาสีดำทั้งยังมีทรงผมสกินเฮดเหมือนกันหมดอีกต่างหาก
“พวกแกกล้ามากที่กล้าหาเรื่องกับ ‘ท่านวันชัย’ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพวกแกไม่ตายดีแน่”
ชายชุดดำขู่ออกมาผู้จัดการได้แต่ยืนตัวสั่นไม่รู้จะทำยังไงดีกับเหตุการณ์ตรงหน้าการปะทะกันรุนแรงแบบนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่ของจังหวัดแน่นอน ตัวมันเองในฐานะผู้ดูแลร้านต้องรับเคราะห์อย่างช่วยไม่ได้
“อ่อ ได้ยินชื่อแกมานานแล้ว ไอตัวโกงที่ถูกสอบสวนทุจริตขุดคลองอยู่นี่เองอมเงินไปเป็นร้อยล้าน เอาไปเสวยสุขจนแกอ้วนฉุแบบนี้”
วัศพลกล่าวออกมา ทำให้วันชัยและลูกน้องตกตะลึง ไม่รู้ว่าเด็กตรงหน้ารู้ข้อมูลนี้ได้ยังไงทั้ง ๆ ที่มันถูกสอบสวนเป็นการภายใน ไม่มีคนนอกหน่วยงานรู้