The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    II บทที่101 ตำแหน่ง

            บทที่101 ตำแหน่ง


            เทวาจ้องมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าตอนนี้ทุกคนเข้าไปยังมิติฝึกฝนแล้ว เขาก็แค่รอให้พวกเขากลับออกมา เขามอบแก่นสำคัญในการฝึกพลังภายใน(ถ่ายทอดด้วยตัวเทวาเอง)และยังถ่ายทอดวิชาลมปราณภูติอุดรให้ครบทุกคนด้วย(คาเรนกับปกป้องเป็นวิชานี้แล้ว)พวกเขายังกินผลไม้ลี้ลับไปแล้วด้วยดังนั้นพวกเมื่อพวกเขาออกมาจากมิติฝึกฝนพวกเขาก็จะเหมือนกับชุบตัวกลายเป็นคนใหม่ได้อย่างสิ้นเชิง

            เทวากำลังคิดถึงเรื่องหลังจากนั้นเขาต้องการที่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อก่อสร้างสำนักเทพอสูร เทวาค่อนข้างชอบเมืองB5แห่งนี้ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะไปหาสถานที่อื่นเขากวาดมองแผนที่จากแหวนหยางของเขา แผนที่จากแหวนนั้นละเอียดกว่าแผนที่จากเมืองนี้เองเสียอีก

            นั่นเพราะว่าแผนที่จากแหวนเป้ฯแผนที่แบบเรียลไทม์มันมีการอัพเดตตลอดเวลามันทำให้เขาสามารถมองเห็นเส้นทางที่อาจจะถูกตัดขาดหรือมีการสร้างเส้นทางใหม่ แผนที่ของเขายังพิเศษกว่าของทุกคนเพราะเขาสามารถมองเห็นผู้คนสัตว์ สิ่งของ เหมือนกับว่าเขามีดาวเทียมเอาไว้ส่งพื้นโลกติดตัวก็ว่าได้

            น่าเสียดายก็ตรงที่ว่าแผนที่ของแหวนหยินหยางนั้นจะมีรัศมีแค่สิบกิโลเมตรจากตัวผู้ใช้งานเท่านั้นแต่ก็ยังมีช่องโหว่อยู่ก็คือหากให้ผู้ครอบครองแหวนหยินกระจายออกไปทั่วทิศเทวาก็สามารถมองแผนที่จากแหวนวงอื่นแล้วนำมาประกอบกันกับแหวนของเขาจนกลายเป็นแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้

            ประโยชน์ของแหวนยอดเยี่ยมอย่างมาก

            ที่ผ่านมาเทวาอยากจะใช้งานแหวนนี้แต่มันติดเงื่อนไขที่ว่าแหวนหยางจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ครอบครองแหวนหยินเท่านั้นในตอนแรกเทวาคิดจะให้คาเรนถือแหวนหยินเพื่อจะใช้งานแหวนหยางแต่คิดไปคิดมาเขาก็เห็นว่ายังไม่จำเป็นมากนักแลกหากตั้งกฎของแหวนไปแล้วก็จะแก้ไขไม่ได้อีกดังนั้นเขาจึงยังไม่ใช้แหวนนี้นั่นเอง

            เทวากวาดสายตาดูแผนที่เพื่อหาที่ตั้งของสำนักเทพอสูร

            ทันใดสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับที่แห่งหนึ่งเข้า

            “ยอดเยี่ยมที่นี่แหละใช่เลย ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นมันก็ยังคงว่างเปล่าไม่มีใครครอบครองแม้จะมีการเกลี่ยพื้นดินแล้วแต่ก็ไม่มีใครสนใจชื้อ ดีล่ะตกลงเป็นที่นี่แหละเรื่องนี้ต้องให้ลุกแกช่วย ลุงแกเป็นถึงพลเอกมีอำนาจล้นฟ้าและน่าจะได้ส่วนลดด้วย”เทวากล่าวกับตนเองอย่างดีใจ

            สถานที่ที่เขาต้องการนั้นก็คือพื้นที่เก่าของตระกูลยางามิที่เขาลบหายไปจากเมืองB5นั่นเอง

            หลังจากเหตุการณ์ที่เขาบุกถล่มตระกูลยางามิพื้นที่ตรงนั้นก็ยังว่างเปล่าอยู่ที่ดินของตระกูลยางามินั้นกว้างอย่างมากจนอาจจะเรียกว่ากินพื้นที่2ใน5ส่วนของเขตเหนือของเหมืองB5เลยทีเดียวดังนั้นนี่จึงเหมาะสมอย่างมากกับการก่อตั้งอาคารสำนักเทพอสูร

            เมื่อเทวาได้สถานที่ที่ต้องการแล้วเขาก็พอใจอย่างมากจึงคิดว่าภารกิจส่วนที่สองของภารกิจต่อเนื่องของระบบนั้นจะต้องราบรื่นดี

            ในเวลานั้นเองเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏผู้คน12คนปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าทั้ง12คนนี้แผ่พลังที่ร้ายกาจออกมา

            ทุกคนที่ออกมาจากมิติฝึกฝนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นกับพลังของตนเองพลังภายในของพวกเขาแต่ละคนนั้นทะลวงจุดชีพจรไปได้หลายขั้นหากไม่นับคาเรนปกป้องกับวิคตอเรียคือผู้ที่ทะลวงจุดชีพจรได้มากที่สุดโดยทั้งสองทะลวงจุดชีพจรไปได้แล้วถึงเจ็ดจุด

            ปกป้องถือว่าเข้าใจได้เพราะว่าเขาเรียนรู้มานานแล้วแต่วิคตอเรียถือว่าเป็นบุคคลที่น่ากลัวอย่างแท้จริงเธอสามารถมาถึงขั้นนี้ได้อย่างรวดเร็วจนตามปกป้องได้ทันถือว่าเธอเป็นคนที่น่าทึ่งคนหนึ่ง ส่วนคนอื่นก็ทะลวงจุดชีพจรได้ตั้งแต่4-6ด้วยพลังภายในมันจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งอย่างมาก

            หากไม่นับคาเรนแล้วคนอื่นต่างก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก

            ปกติแล้วพวกเขาจะมีพลังระดับC+แต่ตอนนี้เพียงแค่พริบตาที่หายไปพวกเขาต่างก็เลื่อนมาอยู่ในระดับB+แล้ว มันเป็นการก้าวข้างกำแพงของระดับที่มากอย่างไม่น่าเชื่อ พลังของพวกเขาสามารถเทียบเท่ากับระดับพันเอกของกองทัพได้เลยแต่หากเทียบกับพันเอกที่ระดับสูงจริงๆอย่างมอแกนก็ยังถือว่าเป็นรองอยู่หลายส่วน

            (มอแกนคือพันเอกที่แข็งแกร่งที่สุดของเขต12และยังเป็นอาจารย์ต่อสู้ของโรงเรียนทหารที่2เขายังเป็นเพื่อนกับซีโร่และยังเป็นเสาหลักของโรงเรียนอีกด้วย แนะนำเผื่อนักอ่านลืมเพราะว่าไรท์ไม่ได้เขียนถึงตัวละครตัวนี้มากนักแต่ก็แทรกมาบ่อยอยู่นะเออ-ไรท์)

            ในจำนวนนั้นผู้ที่แผ่พลังแข็งแกร่งเกินกว่าใครก็คือวิคตอเรียเธอแผ่พลังของระดับAออกมาได้แล้วเทียบเท่ากับระดับพันเอกอย่างเต็มภาคภูมิหากให้ต่อสู้กับมอแกนก็เกรงว่ากินกันไม่ลง การรู้แจ้งที่เธอได้รับนั้นก็คือทะลุทะลวงด้วยอาวุธมีคมของเธอเมื่อรวมกับการรู้แจ้งนี้เธอจะมีพลังทะลุทะลวงทำลายล้างที่น่ากลัวและมันจะน่ากลัวมากขึ้นเมื่อใช้หอกเพราะอาวุธหอกคือการโจมตีแบบทิ่มแทงเป็นหลัก

            รองลงมาก็คืออายาเนะซายูริ ทัส เหมยและปกป้อง พลังของพวกเขาเป็นรองวิคตอเรียขั้นหนึ่งแต่ก็ไม่ห่างกันมากนักและรองลงมาจากนั้นก็คือยามิ เอ็ดเวิร์ด เลโอเนล ซีวอนและข้างฟ่าง

            อายาเนะได้รับการรู้แจ้งที่เข้ากับพลังของตนเองสุดๆคือการมอมวิญญาณเมื่อมันรวมกับพลังเสียงบงการสวรรค์ของเธอมันก็คือพลังของพลังของเธอเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหย่างน้อยก็ห้าเท่า

            ซายูริได้รับการรู้แจ้งความเร็วแขนการรู้แจ้งนี้ก็เข้ากับพลังของเธอเช่นเดียวกัน ปกติแล้วซายูริก็เชี่ยวชาญการฟันเร็วอยู่แล้วเมื่อได้รับความสามารถนี้มาเธอก็จะแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว

            ทัสได้รับการรู้แจ้งการโจมตีด้วยหมัดพลังสายเลือดต้องสาปของเขาทำให้เขาสามารถรับพลังโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามมาเป็นพลังของตนเองได้เมื่อรวมกับการโจมตีด้วยหมัดเขาสามารถสะท้อนพลังที่มาจากฝ่ายตรงข้ามกลับไปได้อีกหลายเท่าตัว

            เหมยได้รับการรู้แจ้งที่ยอดเยี่ยมมากก็คืออักขระเทพพลังการรู้แจ้งที่เธอได้รับคือการรู้แจ้งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคนทั้งหมดเลยก็ว่าได้พลังของอักขระเทพนั้นยอดเยี่ยมอย่างมากจนแม้แต่เทวาก็ได้แต่อิจฉาอยู่ลึกวึ่งพลังของมันจะมากขนาดไหนก็ต้องรอดูกันต่อไป

            ปกป้องได้รับการรู้แจ้งความคิดคู่ขนานนั่นก็คือเขาสามารถคิดสองอย่างพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกันประดุจว่าเขาเป็นคนสองคนความสามารถที่เขาได้รับจากการรู้แจ้งถือว่าดีรองลงมาจากเหมยและในบางครั้งพลังของเขาก็อาจจะเหนือกว่าเหมยก็ได้

            ยามิได้รับการรู้แจ้งการใช้พลังการรู้แจ้งนี้มันทำให้เธอเข้าใจหลักการการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพผลพลอยได้คือเธอสามารถใช้พลังของตนเองได้นานขึ้นหลายขั้นอาจไม่ใช่การรู้แจ้งที่ยอดเยี่ยมแต่มันก็ทำให้ปัญหาการใช้พลังได้แปบเดียวของเธอถูกแก้ไข

            เอ็ดเวิร์ดเลโอเนลและซีวอนกลับได้รับการรู้แจ้งเดียวกันราวกับว่าสวรรค์บรรจงสร้างให้กับพวกเขานั่นก็คือการรู้แจ้งการประสานการโจมตีพลังของเอ็ดเวิร์ดคือพลังสั่นไหวที่เทวาเคยอยากได้(ตอนนี้แม้จะยังอยากได้เพราะมันเป็นพลังของหนวดขาวในเรื่องวันพีชแต่เพราะพลังมันอ่อนแอเกินไปเขาจึงไม่ได้สนใจอีกถ้าเอ็ดเวิร์ดสามารถพัฒนาเป็นระดับSRก็ค่อยว่ากัน)

            เลโอเนลมีพลังเทพหยินหยางคือพลังในการดูดและผลักมันเป็นพลังที่คล้ายคลึงกับเพนหกวิถีในเรื่องนารูโตะแต่ไม่รุนแรงเท่าแต่ก็พลิกแพลงได้มากกว่า

            ส่วนพลังของซีวอนคือการควบคุมเงาของตนเองมันเป็นพลังที่ค่อนข้างด้อยกว่าของทั้งสองคนแต่มันก็แข็งแกร่งในแบบของมันเองเพราะมันซีวอนสามารถควบคุมเงาให้ทำท่าแปลกประหลาดและเงานั้นก็จะส่งผลให้ร่างจริงทำท่าแปลกประหลาดได้

            การรู้แจ้งประสานพลังของทั้งสองก็ต้องรอดูอีกทีว่ามันจะแข็งแกร่งแค่ไหน

            เทวามาคิดเล่นๆว่ามันจะด้อยกว่าการซิงโครระหว่างเขากับคาเรนเท่าไหร่กัน

            คนสุดท้ายคือข้างฟ่างพลังของข้าวฟ่างนั้นก็คือการสร้างน้ำ น้ำของเธอบริสุทธิ์สูงมากจนสามารถดื่มกินได้อย่างปลอดภัยหากมีเธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดน้ำตายพลังของเธอไม่แข็งแกร่งนักในการต่อสู้แต่พลังของเธอก็ถือว่าสำคัญเพราะมนุษย์นั้นขาดน้ำไม่ได้นั่นเอง

            พลังรู้แจ้งของข้าวฟ่างคือการควบคุมของเหลวพลังของเธอก็ถือว่าตรงกับสถานการณ์ของเธอเองเพราะว่าเธอทำได้แค่สร้างน้ำออกมาเท่านั้นควบคุมได้แค่เล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงเป็นแค่คนอ่อนแอในโรงเรียนทหารที่1แต่เมื่อได้รับพลังการรู้แจ้งการควบคุมของเหลวพลังของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

             “ยอดเยี่ยมทุกคน เอาล่ะอย่าเพิ่งตื่นเต้นไปจากนี้ฉันจะขอแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญในสำนักเทพอสูรก่อนฉันคือเจ้าสำนักเทพอสูรเรื่องนี้ทุกคนคงไม่คัดค้านอยู่แล้ว ต่อไปคือ...”เทวาร่ายยาว

            โดยสรุปแล้วก็คือดังนี้

            เจ้าสำนักเทวา

            รองเจ้าสำนักคาเรน

            ผู้อาวุโสสำนักซีโร่

            ผู้คุ้มกฎวิคตอเรีย

            หัวหน้าฝ่ายปกครองเหมย

            หัวหน้ากองทัพเทพอายาเนะ,ซายูริ,ข้าวฟ่าง,ยามิ

            หัวหน้ากองทัพอสูรเอ็ดเวิร์ด,เลโอเนล,ซีวอน

            ภารโรง(ผู้พิทักษ์)ปกป้อง

            เทวาเกริ่นเรื่องนี้กับซีโร่มาก่อนแล้วเรื่องการสร้างสำนักเทพอสูรและเขาก็จะให้ตาลุงซีโร่มาเป็นผู้อาวุโสในสำนักเทพอสูรซีโร่ก็เห็ฯว่าน่าสนใจดีเขาจึงยอมรับตำแหน่งนี้โดยไม่คิดมาก เทวายังคิดจะเชิญสองผู้เฒ่าอย่างอิชชินและยาสึฮิโระมาเข้าร่วมด้วยแต่ก็ยังเป็นเพียงแค่การคาดคิดเอาไว้เท่านั้น

            โดยตำแหน่งผู้อาวุโสนั้นจะไม่มีอำนาจในสำนักเท่าไหร่และไม่ต้องรับฟังคำสั่งของใครอีกด้วยแค่ตั้งขึ้นมาเมื่อความเท่เท่านั้น

            รองเจ้าสำนักคือคาเรนแน่นอนว่าเธอมีอำจาจทุกอย่างของเขา(ถึงบางครั้งจะเหนือกว่าเขาเพราะเธอคือแฟนของเขานั่นเอง)

            ผู้คุ้มกฎคือผู้ที่มีอำนาจในการลงโทษผู้ที่ผิดกฎของสำนักเธอมีอำนาจที่สามารถลงโทษได้ทุกระดับชั้นยกเว้นเจ้าสำนักและรองเจ้าสำนัก การเลือกวิคตอเรียมาเป็นผู้คุ้มกฎถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งเพราะเธอก็เคร่งในกฎระเบียบอย่างมากและยังมีฝีมือที่สูงมากอีกด้วย

            ฝ่ายปกครองก็คือเหมยเธอจะควบคุมภายในทั้งหมดของสำนักไม่ว่าจะเรื่องการเงิน บุคลากรหรืองบประมาณฯลฯเหมยมีพลังของคลังหนังสือดังนั้นเธอสามารถจดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ได้หน้าทีนี้จึงเหมาะสมมากกับเธอ

            กองทัพเทพและกองทัพอสูรคือสองกองทัพของสำนักเทพอสูรมันจะเป็นทั้งหอกและโล่ของสำนักเทพอสูร

            และหน้าที่สุดท้ายคือภารโรงเทวาที่ตั้งขำๆมานั้นทำให้ปกป้องหน้าเบ้เพราะไม่คิดว่าเทวาจะตั้งตำแหน่งนี้ให้กับเขาจริงๆแต่แท้จริงแล้วภารโรงคือตำแหน่งผู้พิทักษ์ของสำนัก หน้าที่ผู้พิทักษ์ก็คือการปกป้องสำนักและบางครั้งอำนาจของเขาก็ยังซ้ำซ้อนกับของวิคตอเรียในบางส่วนอีกด้วย

            เรียกว่าอำนาจของปกป้องในสำนักไม่ใช่น้อยๆเลย

            ไม่มีผู้ใดทราบเลยว่าการก่อตั้งสำนักเทพอสูรจากห้องเล็กๆนี้จะทำให้โลกในภายภาคหน้าสั่นสะเทือนเพียงใด

            เมื่อเทวาแต่งตั้งตำแหน่งของทุกคนเสร็จสิ้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น

             


    .......................................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน