บรรยากาศที่ป้ายรถเมล์ในคืนนี้หนักอึ้งและเงียบงันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนความเงียบที่เคยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยกลับกลายเป็กำแพงล่องหนที่กั้นกลางระหว่างคนสองคนหลินเหว่ยนั่งนิ่งอยู่บนม้านั่งตัวเดิม แววตาของเขาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดความผิดหวังจากการรอคอยเก้อท่ามกลางแสงแดดจ้าที่สวนสนุกยังคงตามมาหลอกหลอนเขาพยายามทบทวนทุกวินาทีที่ยืนอยู่หน้าชิงช้า์เพื่อหาคำตอบว่าเขาพลาดอะไรไปแต่ยิ่งคิด หัวใจของเขาก็ยิ่งวูบไหวด้วยความไม่เข้าใจ
00:00 น.
ร่างในชุดโค้ทสีครีมปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมืดซูเหยียนเดินช้ากว่าทุกวัน ฝีเท้าของเธอไม่มีความสดใสเหมือนคืนก่อน ๆเมื่อก้าวเข้ามาในรัศมีแสงไฟสีส้ม หลินเหว่ยเห็นชัดเจนว่าใบหน้าของเธอซีดเซียวขอบตาบวมช้ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอหยุดยืนตรงหน้าเขาด้วยความสั่นเทาที่ไม่ได้มาจากความหนาวเพียงอย่างเดียว
“ทำไมคุณถึงทำแบบนี้คะ หลินเหว่ย...”เธอถามด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่สั่นเครือคล้ายจะขาดใจ
“คุณรู้ไหมว่าการรอคอยโดยไม่มีจุดหมายมันทรมานแค่ไหน”
หลินเหว่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเธอหัวใจของเขาเจ็บแปลบทันทีที่เห็นความตัดพ้อในแววตาคู่สวยนั้น
“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ ซูเหยียน...ผมไปรอคุณอยู่ที่นั่นั้แ่ยังไม่เที่ยงผมยืนอยู่ตรงหน้าชิงช้า์จนสวนสนุกปิดลงต่อหน้าต่อตาผมมองหาผู้หญิงในชุดโค้ทสีครีมจนจำใบหน้าทุกคนที่เดินผ่านไปมาได้หมดแต่ทำไมผมถึงไม่เจอคุณเลยแม้แต่วินาทีเดียว”
“ฉันก็อยู่ที่นั่นค่ะ!”ซูเหยียนพูดขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลพรากอาบแก้ม
“ฉันยืนรออยู่ตรงเสาต้นเดิมที่เรานัดกันไว้ฉันมองหาผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนแบบที่คุณบอก ฉันรอจนใจหาย...ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าถ้าคุณตั้งใจจะไปหาฉันจริงๆ ทำไมเราถึงมองไม่เห็นกันเลยหรือว่าจริงๆ แล้วคุณแค่ล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน”
“ผมไม่เคยล้อเล่นกับความรู้สึกของคุณ!”หลินเหว่ยลุกขึ้นยืนทันที เขาก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าวด้วยความอัดอั้น
“ผมตื่นเต้นจนกินข้าวไม่ลงผมเตรียมคำพูดมามากมายเพื่อจะบอกคุณใต้แสงแดดนั่นผมจำได้แม้กระทั่งกลิ่นข้าวโพดคั่วจำได้ว่ามีเด็กทำลูกโป่งหลุดมือลอยผ่านหน้าไปตอนเที่ยงสิบนาที...ผมอยู่ที่นั่นจริงๆ นะครับซูเหยียน ผมไม่ได้โกหกคุณเลยสักคำ”
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างทั้งคู่แววตาของซูเหยียนสั่นระริกคล้ายกำลังต่อสู้กับความเชื่อในใจตัวเองเธออยากจะเชื่อเขา แต่ความว่างเปล่าที่เธอพบที่สวนสนุกมันช่างรุนแรงเหลือเกินเธอจ้องมองเขาเนิ่นนานราวกับพยายามจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า
00:12 น.
เสียงเครื่องยนต์รถเมล์สายประจำคำรามมาแต่ไกลแสงไฟหน้าสาดส่องเข้ามาเป็สัญญาณเตือนว่าเวลาใกล้หมดลงซูเหยียนเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทเธอหยิบเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนที่อยู่เอาไว้อย่างรีบร้อนออกมา
“ฉันไม่อยากให้เื่ของเราจบลงแบบนี้...”เธอพูดเสียงรัวเร็วพร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้เขา
“นี่คือที่อยู่บ้านของฉันค่ะ ถ้าสิ่งที่คุณพูดมาคือความจริงและถ้าคุณอยากจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นจริงๆ ว่าคุณไม่ได้โกหก...”
รถเมล์จอดสนิทพร้อมเสียงเบรกที่ดังสนั่นซูเหยียนยัดกระดาษใส่มือหลินเหว่ยแววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังครั้งสุดท้ายที่ปนเปไปกับความหวาดกลัว
“พรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรง... ไปรับฉันที่บ้านนะคะไปรับฉันในโลกกลางวันที่มีแสงแดดจริงๆ ถ้าคุณไปถึง... ฉันจะเชื่อทุกอย่างที่คุณพูด”
พูดจบเธอก็รีบหันหลังแล้ววิ่งขึ้นรถเมล์ไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองหลินเหว่ยยืนนิ่งค้าง นิ้วมือของเขากำกระดาษใบเล็กนั้นไว้แน่นจนมันยับย่นเขามองตามท้ายรถเมล์ที่ค่อยๆ เลื่อนตัวหายลับไปในเงามืดของถนนที่เงียบสงัด
เขาก้มลงมองตัวเลขและชื่อถนนในกระดาษพรุ่งนี้คือบทพิสูจน์เพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่เขาจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดที่สวนสนุกเกิดขึ้นซ้ำสอง และเขาจะแสดงให้เธอเห็นว่า...โลกที่มีแสงแดดของเขากับเธอ สามารถเป็ผืนเดียวกันได้จริงๆ
00:15 น.
คุยกับนักเขียน:
ความตึงเครียดในคืนนี้จบลงด้วยความหวังสุดท้ายที่ซูเหยียนทิ้งไว้ให้ครับ!ที่อยู่บ้านในกระดาษใบเล็กๆนั้นคือตั๋วใบสุดท้ายที่จะพิสูจน์ความจริงใจของหลินเหว่ย เพื่อนๆคิดว่าพรุ่งนี้เที่ยงตรง หลินเหว่ยจะไปถึงบ้านของเธอและได้พบกันจริงๆ ไหม? หรือความลับของสิบห้านาทีนี้จะซ่อนอะไรที่น่าใไว้มากกว่าเดิม?ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!