Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 37 สมมุติฐานเสี่ยงดวง

    อันตรายแน่ ๆ เพราะดูเหมือนลูกคลื่นที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามานั้น จะมีขนาดใหญ่โตกว่าเดิมนับเท่าตัว !หยางรุ่นชิงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เร่งโคจรพลังขึ้นมาอีกแล้วฟาดลงไปอีกครั้งอย่างรุนแรง ฟูมมม!!! แน่นอนว่าหากทำอย่างเช่นเดิมก็ย่อมได้ผลลัพธ์เช่นเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือความโกรธแค้นของสิ่งที่อยู่ใต้น้ำนั้นยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในนาทีที่วิกฤตเร่งด่วนเช่นนี้ ผู้เป็นบัณฑิตยิ่งสมควรต้องสงบเยือกเย็นให้มากยิ่งขึ้น หยางไคจึงตั้งสติแล้วเริ่มสอบถามชายชราเจ้าของเรือแพว่า“สาเหตุที่พวกท่านไม่ยอมลงทะเลสาบกันตอนกลางคืน เป็นเจ้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่ ?” แต่ดูเหมือนชายชราที่เอาแต่จ้วงไม้พายจนสุดกำลังจะแทบไม่ได้ยินเสียงได้ฟัง เพราะร่างกายที่ใช้กำลังจนถึงขีดสุด ย่อมถูกลดประสิทธิภาพการทำการของอวัยวะรับเสียง จนดูคล้ายกับมีลมพัดผ่านออกมาจากใบหูก็ไม่ปานหยางไคจึงเอื้อมมือไปจับที่ไม้พายในมือของตาแก่เอาไว้ แล้วถามคำเดิมซ้ำ ๆ จนได้รับคำยืนยันเช่นนั้นจริง จึงตัดสินใจใช้ไม้พายเปลี่ยนหัวเรือที่กำลังมุ่งตรงสู่ร่องน้ำตื้นที่อยู่ในระยะไกล ๆ  ไปยังใจกลางของทะเลสาบที่น้ำลึกยิ่งกว่าทางซ้ายมือ ? พี่ใหญ่หวงเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ จึงตะโกนถามไปว่า“อาจู เหตุใดเจ้าจึงเปลี่ยนหัวเรือโดยพลการเช่นนั้นเล่า ?” หยางไคจึงร้องตอบว่า“ระยะทางจากนี่ไปยังร่องน้ำตื้นนั้นอยู่ไกลนัก ข้าพเจ้าคำนวณเช่นไรก็ไปไม่ทันท่วงที จึงมีแต่ต้องวางเดิมพันกับสมมุติฐานที่มีอยู่ ณ ขณะนี้เท่านั้น” สมมุติฐานอันใด ?แต่อย่างน้อยก็ดีกว่ารอคอยความตายความตายที่อยู่ตรงหน้ามิใช่หรอกหรือ ? หยางรุ่นชิงคิดได้เช่นนั้นก็รวบรวมพลังลมปราณมังกรไฟที่เหลืออยู่ แล้วฟาดไม้ถ่อลงไปอย่างเต็มกำลัง ตูมมมมม!! เรือแพนั้นถูกส่งไปยังกลางทะเลสาบอย่างที่ตั้งใจ และดูเหมือนคลื่นน้ำนั้นจะถอยกลับไป แล้วไม่ปรากฏให้พวกเขาเห็นอีกเลย… “รอดแล้ว!! พวกเรารอดแล้ว”ชายชราดีใจอย่างที่สุดเมื่อมีโอกาสได้แก่ตายกับเขาบ้าง จึงขอบอกขอบใจหยางไคเป็นการใหญ่ แต่หยางไคยังไม่รู้สึกผ่อนคลายสักเท่าใดนัก จึงรีบเอ่ยขึ้นมาว่า“พวกเราเร่งพายเรือไปสู่บริเวณตื้นของทะเลสาบก่อนเถิด เพราะหากมีก้อนเมฆมาบังแสงตะวันเอาไว้ ย่อมอันตรายในทันทีแล้ว” ครั้นเร่งฝีพายไปถึงร่องน้ำตื้นแล้ว จึงอธิบายให้ทุกคนฟังว่า“ข้าพเจ้าได้ตั้งสมมุติฐานว่า สาเหตุซึ่งอสุรกายตัวนั้นออกไล่ล่าผู้คนในเวลากลางคืนก็ด้วยไม่มีแสงแดด และในยามเช้าเช่นนี้แสงแดดยังไม่แรง ทั้งยังมีร่มไม้รายรอบทะเลสาบ มันจึงสามารถออกมาหากินได้ใต้ร่มเงาไม้ได้บ้าง แต่สำหรับกลางทะเลสาบนั้น ข้าพเจ้าเห็นแสงแดดส่องแรงกล้านักจึงลองเสี่ยงดู ซึ่งก็ได้ผลตามสมมุติฐานนั้นแล” ปริศนาทุกอย่างกระจ่างแล้ว!!หากทราบเช่นนี้แล้ว แต่ละปีคงไม่มีคนเรือต้องสังเวยชีวิตนับร้อย ๆ ศพเป็นแน่แท้ หยางรุ่นชิงได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้นก็รู้สึกแจ่มแจ้งในอารมณ์ ทั้งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวอาจารย์น้อยของตนเป็นอันมาก ซึ่งในฐานะจอมยุทธอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหยางจึงประกาศขึ้นไปอีกว่า“แม้นข้าพเจ้ามิอาจสังหารมันได้ในครั้งนี้ แต่สักวันต้องทำได้ และแม้นข้าทำคนเดียวไม่ได้ก็ยังมีพี่น้องอีก 6 คน ..ไม่สิ 7 คน รวมทั้งปรมาจารย์ของหอรบสงครามแห่งตระกูลหยางของเราอีกด้วย!!!” หยางไคได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกฮึกเหิมเป็นกำลัง จนอยากจะแจวเรือกลับไปต่อสู้อสูรตัวนั้นดูสักตั้ง จนพี่ใหญ่หวงต้องรีบดีดนิ้วมือเพื่อเรียกสติ ตนจึงทราบอย่างชัดเจนแล้วว่าพี่ใหญ่หวงได้เลือกฝึกฝนทักษะที่ใช้ในการเพิ่มขวัญกำลังใจของเหล่าทหารในการศึกสงครามระดับสูงอีกด้วย จึงคิดขึ้นในใจว่า ‘หวาดเสียวยิ่งนัก หากเราถูกสะกดจิตง่ายดายถึงเพียงนี้ มิต้องเข้าไปแลกชีวิตในสงครามของผู้อื่นเสียแล้วอย่างนั้นหรือ ?’ คิดได้เช่นนั้นก็เห็นความสำคัญของทักษะและกระบวนท่าต่าง ๆ ที่พี่ใหญ่หวงใช้ออกไปตลอดจนถึงที่นี่ ครั้นนำไปเทียบกับวรยุทธของตน จึงคิดได้ว่าแม้แนวทางการฝึกฝนของเขานั้น ไม่อาจจะเหมือนผู้ใดในแผ่นดินเลยก็ตาม แต่ถ้ามีโอกาสรับทราบจุดเด่นและจุดด้อยของสรรพวิชาเหล่านี้เสียก่อน เขาย่อมสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางบ่มเพาะในอนาคตของตน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบในสักวัน เด็กหนุ่มจึงเริ่มวางแผนการบ่มเพาะตนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแพถึงท่าเทียบเรือ ต่างคนก็จูงม้าขึ้นฝั่งไปเพื่อจะเร่งออกเดินทางไปเมืองจี่หนาน ก่อนที่ประตูเมืองจะปิดลงเมื่อถึงยามโหย่ว (酉 : 17:00 น.) แม้ม้าทั้งสองตัวจะพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ตั้งแต่เมื่อคืน แต่กระนั้นหยางไคก็ยังมิอาจวางใจได้ จึงกัดฟันหยิบเอามะเขือเทศออกมาถึง 4 ผล แบ่งให้ม้าทั้ง 2 ตัว เท่า ๆ กัน โดยตั้งใจจะออกเดินวิ่งตั้งแต่ยามอู่ (午 : 11:00 น.) รวดเดียว ถึงยามเซิน (申: 16:59 น.) ทั้ง 4 ชีวิตจึงใช้เวลาไม่ถึง 1 เค่อ (刻:15 นาที) เพื่อแวะดื่มน้ำและกินอาหารแต่เพียงเบา ๆ ระหว่างทางเท่านั้น ก็ได้บรรลุถึงประตูเมืองจี่หนานก่อนเวลาปิดราวครึ่งชั่วยาม จากนั้นหาที่พักจนเป็นที่พอใจแล้วย่อมเป็นเวลาดื่มกินของพวกเขา แต่หยางไคกลับแจ้งไปว่า“ข้าพเจ้าจะขอไปร้านแลกเงินสักครู่เดียวก่อนขอรับ” หยางรุ่นชิงได้ฟังก็นึกสงสัยจึงถามไปว่า“อาจู เจ้าเองก็เพิ่งแลกเงินเป็นธนบัตรไปมิใช่หรือ แล้วเหตุใดมีธุระอันใดที่นั่นกันอีกเล่า ?” ด้วยมารยาทแล้วพี่ใหญ่หวงไม่ควรถามเรื่องสถานะการเงินกับหยางไค แต่เขาไม่ต้องการดื่มกินเพียงลำพังที่นี่มากกว่า ฝ่ายเด็กหนุ่มก็จนใจ จึงตอบไปว่า“ข้าพเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนเป็นทองคำสัก 2 ตำลึงทอง” หยางรุ่นชิงได้ฟังก็ตบมือลงที่ตักของตัวเอง พร้อมอุทานว่า“โธ่เอ๋ย! ก็นึกว่าเรื่องอันใด” จากนั้นกล่าวอีกว่า“เหตุใดต้องเสียทั้งเวลาทั้งเสียค่าคำเนียมในการแลกเปลี่ยนเล่า ?” แล้วจึงหยิบเอาก้อนทองคำส่งให้ 2 ตำลึงฝ่ายหยางไคเห็นเช่นนั้นก็ดีใจจึงหยิบธนบัตรให้ 20 ก้วนส่งให้ จากนั้นจึงดื่มกินให้สำราญ แล้วคิดขึ้นว่า ‘คืนนี้เราจะต้องพัฒนาพื้นที่ พร้อมทักษะที่วางแผนเอาไว้ให้จงได้!!’

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน