คนเป็พ่อตาสว่างวาบแต่ก็หนักใจอีก เคยแต่รับราชการ หากลาออกแล้วจะเอาอะไรรายได้ที่ไหนเลี้ยงดูครอบครัว
ไป๋เฟิ่งหวงรับรู้ความหนักใจของผู้เป็หัวหน้าครอบครัวก็รีบบอกว่า“หากให้ท่านพี่เอาเงินไปทำการค้าคงพอมีทาง แต่ห้ามทำการใหญ่โตเด่นเกินไปก็เป็ภัยอีก”
“แล้วจะทำการค้าอะไรล่ะ?”ไป๋จงถามไปงั้นๆไม่เชื่อถือคำพูดน้องสาวที่พูดจาแก่แดดเกินตัว
“เริ่มจากขายของในห้องเก็บของนั้นให้หมดของไม่ใช้เก็บเอาไว้ก็รังแต่จะเสียประโยชน์สู้เปลี่ยนเป็เงินทองมาเก็บไว้น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่านะ”ไป๋เฟิ่งหวงแนะแนวทางเพราะหากไม่ลงมือช่วยเหลือครอบครัวนี้น่ากลัวว่าโอกาสที่์ประทานให้นางคงจบลงใต้คมดาบบนลานปะาแน่
ไป๋จื่อฮัวเข้าใจความคิดของลูกสาวเป็อย่างดีหลบหลีกภัยที่กำลังจะมาถึงตัวก่อนเข้าตำราพิชัยาทั้งหมดแต่ว่าเฟิ่งหวงไม่เคยอ่านตำราพวกนั้นเลยสักครั้ง คำยากๆเข้าใจได้ยากพวกนั้นนางยังเรียนไม่เคยอ่านเลยด้วยซ้ำหรือว่านี่คือทางรอดที่์ประทานมาให้ตระกูลไป๋กระมัง หากเป็เช่นนั้นจริงเขาก็ควรจะวัดดวงลองเชื่อลูกสาวสักครั้ง
“จงเอ๋อร์พรุ่งนี้เ้าจงเข้าวังไปลาป่วยแทนพ่อที แล้วอีก 7 วันเ้าค่อยนำหนังสือลาออกไปถวายต่อฮ่องเต้”ไป๋จื่อฮัวบอกลูกชายอย่างตัดสินใจเด็ดขาด
“ท่านพ่อ!” ไป๋จงใ “ท่านคิดดีแล้วหรือ?”
“ข้าคิดดีแล้วข้าคิดไว้ก่อนแล้วด้วยั้แ่ได้ยินว่าฮองเฮาเป็ฏแต่ยังคิดไม่ตกเื่หลังจากลาออกแล้วจะทำมาค้าขายอะไรดีแล้วเฟิ่งหวงก็มาช่วยแนะทางออกให้ข้าพอดี” ไป๋จื่อฮัวยิ้มให้ลูกสาวจิตใจปลอดโปร่งโล่งขึ้นเยอะ “ขอบใจมากเฟิ่งหวง” เขาตบไหล่ลูกสาวเบาๆ
“เอาล่ะไปกินข้าวกันดีกว่าป่านนี้แม่เ้าคงจัดสำรับกับข้าวเสร็จแล้วล่ะ มาพ่ออุ้ม”เขาพูดแล้วก็ทำท่าจะอุ้มลูกสาวขึ้นมา
“ไม่ต้องอุ้มข้าเดินไปเองได้” ไป๋เฟิ่งหวงรีบบอกหน้าแดงแล้วก็รีบวิ่งไปที่เรือนใหญ่
“เฟิ่งหวงอย่าวิ่งซิ เดี๋ยวอาการเ้าก็กำเริบอีกหรอก” ไป๋จงรีบวิ่งตามไป
ไป๋เฟิ่งหวงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดไป๋เฟิ่งหวงตัวจริงจึงร่างกายอ่อนแอนักก็ประคบประหงมดั่งไข่ในหินกันเช่นนี้เอง เด็กน้อยจึงไม่เคยออกแรงเลยแล้วจะไปแข็งแรงได้ไงล่ะ เฮ้อ...
ไป๋จื่อฮัวได้แต่มองตามลูกๆไปลูกสาวไม่ยอมให้อุ้มเหมือนกาลก่อน นางคงโตเป็สาวแล้วซินะอีกหน่อยเขาคงต้องปั้นหน้าเป็พ่อหน้าโหดแล้วกระมังจะได้กำหราบพวกไอ้หนุ่มเหยาะแหยะที่จะมาเกาะแกะลูกสาวของเขาในอนาคตแล้วล่ะ
วันรุ่งขึ้น ไป๋จงก็เข้าวังไปลาป่วยแทนพ่อ
“ขุนนางไป๋ป่วยงั้นรึ?ให้หมอหลวงไปดูซักหน่อยดีกว่า” ฮ่องเต้ตรัสแล้วก็มีพระบัญชาทันที “หมอหลวง”
“พะย่ะค่ะฝ่าา”หมอหลวงก้าวออกไปรับพระบัญชา
“เ้าจงไปรักษาขุนนางไป๋สักหน่อยหากเป็อะไรไปแผ่นดินจะสูญสิ้นคนดีๆมากความสามารถอย่างขุนนางไป๋ได้”ฮ่องเต้บัญชาอย่างเป็ห่วงเป็ใย
“ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงใส่พระทัยบิดากระหม่อมพระเ้าข้าขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปีพระเ้าข้า” ไป๋จงหมอบคารวะติดพื้น
ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์“เื่เล็กๆน้อยๆอย่าได้ใส่ใจ เ้าก็ลุกขึ้นเถอะข้าอนุญาตให้เ้าลางานไปดูแลพ่อจนกว่าจะหายป่วยก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยฝ่าาพระเ้าข้าเกล้ากระหม่อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนักพระเ้าข้า” ไป๋จงก้มคารวะผงกๆ
ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ไล่“ไปๆ รีบกลับจวนไปดูแลพ่อเ้าเถอะ เอ้า ใครมีเื่อะไรอีกก็ว่ามา?”
ไป๋จงค่อยๆลุกขึ้นถอยออกจากท้องพระโรงอันโอ่อ่าทิ้งเสียงกราบทูลรายงานไว้เื้ั
หมอหลวงคารวะฮ่องเต้แล้วก็ตามไป๋จงไป“ท่านไป๋ รอข้าด้วย”
ไป๋จงหยุดฝีเท้าหันไปมองหมอหลวง
“ว่าแต่อาการขุนนางไป๋มีอาการเช่นไรบ้างข้าจะได้เตรียมยาถูก” หมอหลวงเดินตามไปทันก็รีบถาม
“ก็ปวดหัว ตัวร้อนเป็ไข้นิดหน่อย แต่ว่าท่านพ่อข้าก็อายุมากแล้วอาการก็เลยเป็หนักจนไม่อาจลุกออกจากเตียงได้น่ะ”ไป๋จงพูดอย่างคล่องปากสมกับที่เตรียมการมาอย่างดีั้แ่เมื่อวาน
“อ่อถ้าเช่นนั้นเราก็ไปกันได้เลยถ้าหากมีอาการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็ค่อยให้ท่านตามไปรับยาที่สำนักหมอหลวงล่ะกัน”หมอหลวงพูดแล้วก็เดินลิ่วๆไปขึ้นรถม้าหน้าประตูวัง
ณ จวนขุนนางไป๋ฯ
ไป๋จื่อฮัวนอนซมอยู่บนเตียงมีฮูหยินคอยดูแลอยู่ใกล้ๆกับหมอจากโรงหมอที่คุ้นเคยกันดีคอยดูแลอยู่
ไป๋จงเดินนำหมอหลวงไปหาท่านพ่อ
“คารวะท่านหมอหลวงรบกวนท่านแล้ว” ไป๋จื่อฮัวรีบทักทาย ขยับตัวจะลุกออกจากเตียง
“ไม่ต้องลุกๆไม่ต้องมากพิธีหรอกท่านไป๋ คนกันเองแท้ๆ” หมอหลวงรีบบอก
“เสียมารยาทแล้ว”ไป๋จื่อฮัวคารวะอีกรอบ
“คารวะท่านหมอหลวง”ฮูหยินไป๋รีบลุกขึ้นยืนโค้งคารวะ
หมอจากโรงหมอจึงรีบคารวะตาม“คารวะท่านหมอหลวง”
หมอหลวงขยับเข้าไปตรวจอาการ
ฮูหยินรีบถอยไปให้หมอหลวงได้ทำการตรวจสามีสะดวกๆ
“อือเป็ไข้เปลี่ยนฤดูเท่านั้น เอาล่ะข้าจะจัดยาให้ท่านกินซัก 7 วันคงหายขาด”หมอหลวงบอกแล้วก็จับท่อนแขนตรวจดู “ว่าแต่ผื่นแดงๆพวกนี้ท่านไปโดนอะไรมารึ?”
“ข้าก็ไม่ทราบเมื่อวานยังไม่เห็นมี พอเช้ามาก็เป็ดังเช่นที่ท่านเห็นนี่แหละ” ไป๋จื่อฮัวตอบ
หมอหลวงเลิกแขนเสื้อตรวจดู“อืม...เหมือนถูกหญ้าคันสักอย่างหรือตัวบุ้งขนงั้นแหละ ท่านรู้สึกคันไหม?”
“ไม่คัน”ไป๋จื่อฮัวส่ายหน้า
“งั้นข้าจะเพิ่มยาทาไว้ให้ท่านทาอีกอย่างล่ะกัน”หมอหลวงตอบแล้วก็ปล่อยมือจากคนไข้ เขาลุกขึ้นยืนคารวะขุนนางไป๋ซึ่งมีตำแหน่งเท่ากับตัวเอง“ข้าขอลา”
“ขอบคุณท่านมากที่อุตส่าห์มาช่วยรักษาถึงที่บ้านข้าเช่นนี้รบกวนท่านจริงๆ” ไป๋จื่อฮัวคารวะตอบ
“ต้องขอบพระทัยฮ่องเต้ถึงจะถูกข้าเพียงทำตามรับสั่งเท่านั้น” หมอหลวงบอก
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้ว”ไป๋จื่อฮัวคารวะไปทางวังหลวง
หมอหลวงมองแล้วก็หมุนตัวเดินออกไป
ฮูหยินกับหมอจากโรงหมอรีบคารวะส่ง
ไป๋จงรีบตามไปส่งแขก
ขณะกำลังจะก้าวผ่านประตูห้องหมอหลวงก็หันไปพูดว่า “อ่อ ไหนๆข้าก็มาถึงนี่แล้วแวะตรวจอาการคุณหนูไป๋ด้วยเลยดีกว่า”
ไป๋จื่อฮัวรีบคารวะ“รบกวนท่านอีกแล้ว ขอบคุณที่มีน้ำใจ ขอบคุณท่านหมอหลวง”แล้วเขาก็หันไปพูดกับภรรยาว่า “ฮูหยินไปตามลูกมาพบท่านหมอหลวงที่นี่ที”
“เ้าค่ะท่านพี่”ฮูหยินพยักหน้ารับแล้วก็เดินไป
“เชิญท่านหมอหลวงนั่งจิบชาก่อนเถอะ”ไป๋จื่อฮัวผายมือเชิญ
“ไม่ต้องหรอกข้าไปพบนางเองดีกว่า รบกวนท่านไป๋นำทางด้วย” หมอหลวงบอกพลางส่งสายตาให้ขุนนางหนุ่ม
“อ่อ ได้ขอรับ”ไป๋จงรีบเดินนำทางไป
หมอหลวงเดินตามไปด้วยท่าทีเนิบนาบไม่รีบไม่ร้อน
ณ ศาลากลางสวน ระหว่างเรือนใหญ่กับเรือนคุณหนูไป๋
ไป๋เฟิ่งหวงกำลังนั่งมองกระดานหมากข้างหน้าข้างๆมีตำราเดินหมากวางอยู่ นางนั่งตัวตรงยกถ้วยชาขึ้นจิบท่วงท่าอ่อนช้อยสง่างาม
เซี่ยวซินเช็ดถูศาลาอยู่ใกล้ๆ
“อ่อนางอยู่นี่พอดีเลย” ไป๋จงรีบหันไปบอกคนที่เดินตามหลังมา
หมอหลวงมองตามแล้วก็เห็นเด็กหญิงที่กำลังเริ่มเข้าสู่วัยสาวนั่งอยู่คนเดียวในศาลาพลัน! เขาก็เห็นภาพๆหนึ่งทับซ้อนร่างนั้นเป็สตรีสูงศักดิ์ผู้เป็ใหญ่แห่งวังหลังที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดีสตรีที่เขาได้แต่แอบหลงรักแต่ไม่อาจแตะต้องได้เพราะนางมีชะตาที่ยิ่งใหญ่ไม่อาจจะเป็เพียงฮูหยินของหมอหลวงที่เริ่มเข้ารับราชการได้เลยชะตานางยิ่งใหญ่ได้เป็ถึงฮองเฮา แต่น่าเสียดายที่ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยข้อหาโง่เง่านั่นแต่จะทำอะไรได้ล่ะในเมื่อนางหมดประโยชน์สำหรับคนผู้นั้นแล้วนี่อยู่ต่อไปก็รังแต่จะเป็ตัวเกะกะ เขาพยายามจะช่วยนางแต่ก็ไม่อาจจะช่วยเหลือได้ทำได้แต่ปรุงยาพิษที่ออกฤทธิ์เฉียบพลันหวังส่งนางไปปรโลกอย่างไม่ต้องทรมาน
หากเขาล่วงรู้สักนิดว่าชะตานางจะจบลงเช่นนั้นในตอนนั้นที่ยังเป็เพียงหมอฝึกหัดเขาคงทุ่มเทพลังกายและใจทั้งหมดที่มีเพื่อรั้งนางให้เป็ฮูหยินของเขาเสียดีกว่าหากเป็เช่นนั้นวันนี้เขาคงยังได้สนทนากับนางทุกวันคืนนั่งจิบชาชมจันทร์คุยกันเื่บทกวี ไม่ต้องแอบเฝ้ามองนางซึ่งนอนสงบอยู่ในสุสานหลวงเช่นนี้หรอก...หลิวหลิวหากข้าย้อนกาลเวลาได้วันนี้เ้าคงยังมีชีวิตอยู่ซินะ
“ท่านหมอหลวงๆ”
เสียงเรียกทำให้เขาหลุดจากภวังค์“หือ”
“เชิญขอรับ”ไป๋จงผายมือเชิญ
หมอหลวงก้าวไปที่ศาลา
ไป๋เฟิ่งหวงเห็นคนก้าวเข้ามาตามด้วยพี่ชายก็ลุกขึ้นคารวะอย่างอ่อนช้อย“คารวะท่านหมอหลวง”
“คุณหนูยังจำข้าได้เป็เกียรติยิ่งนัก”หมอหลวงยิ้มให้เด็กสาว
ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มตอบ
เซี่ยวซินรีบคารวะแขกที่มาพร้อมคุณชายทันที
หมอหลวงมองกระดานหมากที่มีหมากสีดำและขาววางเรียงอยู่ไม่กี่เม็ดเหมือนจะเคยเห็นหมากแบบนี้ที่ไหนน้า? เอ...
“เล่นคนเดียวจะไปสนุกอะไรต้องมีคนเล่นด้วยซิถึงจะสนุก จริงไหมคุณหนู?”เขาชวนคุยตามประสาผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กน้อย แล้วสายตาก็เหลือบไปมองตำราเดินหมากที่อยู่ข้างๆกันนางคงกำลังหัดเดินหมาก
“ข้าก็อยากมีคนเดินหมากด้วยแต่ข้าเพิ่งเริ่มจึงยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี” ไป๋เฟิ่งหวงออกตัว
“งั้นข้าจะเดินหมากกับคุณหนูซักตาก็แล้วกัน”หมอหลวงบอกแล้วก็หย่อนตัวลงนั่งตรงข้าม ซึ่งเป็หมากสีดำ“ว่าแต่คุณหนูอยากจะเดินต่อหรือว่าเริ่มใหม่ดีล่ะ?”
“ข้าอยากเดินต่อ”ไป๋เฟิ่งหวงบอกแล้วก็หันไปสั่งบ่าวว่า “เซี่ยวซิน ขอชา”
“เ้าค่ะคุณหนู”เซี่ยวซินรีบเดินไปล้างมือแล้วกลับมารินชาให้คุณชายและแขก
ไป๋จงขยับไปนั่งข้างน้อง
ไป๋เฟิ่งหวงนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้วก็ผายมือเชิญ“เชิญท่านหมอเดิน”
หมอหลวงมองหมากบนกระดานแล้วก็หยิบหมากสีดำวางลงบนกระดาน
ไป๋เฟิ่งหวงหยิบหมากสีขาววางลงไป
ไป๋จงมองอย่างขัดอกขัดใจวางแบบนี้แพ้ั้แ่แรกแล้วล่ะเฟิ่งหวงเอ้ย
หมอหลวงวางหมากดัก
ไป๋เฟิ่งหวงวางหมากลงไป
“เฟิ่งหวงเ้าแพ้แน่คิดก่อนวางซิ” ไป๋จงกระซิบบอกอย่างขัดอกขัดใจ
“ข้าไม่แพ้หรอก”ไป๋เฟิ่งหวงบอกพี่ชายอย่างมั่นใจ
หมอหลวงยิ้มให้สองพี่น้องแล้วก็วางหมากลงไป
ทั้งสองวางหมากสลับกันลงไปเรื่อยๆจนเม็ดหมากเริ่มเต็มกระดาน
ไป๋จงได้แต่มองอย่างขัดอกขัดใจแต่ก็ไม่อาจจะแนะนำอะไรได้เพราะน้องสาวไม่ยอมฟังความคิดเห็นของเขาเห็นอยู่เต็มตาว่าแพ้แน่ๆ ยังจะทำคุยอีกนะเฟิ่งหวงเอ้ยเฟิ่งหวง แต่ถึงเ้าแพ้ก็ไม่เสียหน้าเท่าไหร่หรอกเพราะเ้าเพิ่งหัดเดินหมากจะไปสู้ผู้ใหญ่อย่างท่านหมอหลวงได้อย่างไรล่ะ
หมอหลวงวางหมากลงไปอีกตัว
ไป๋เฟิ่งหวงวางหมากลงไปแล้วก็เก็บหมากสีดำขึ้นหมดทั้งกระดาน
หมอหลวงกับไป๋จงได้แต่มองตาค้าง
“เฮ้ย!” ไป๋จงอ้าปากค้าง เห็นอยู่ชัดๆว่าท่านหมอหลวงต้องชนะแน่ๆแต่เพียงแค่เฟิ่งหวงวางหมากลงไปอีกเม็ดกลับกินเรียบทั้งกระดานชนะไปอย่างม้ามืดเฉยเลย
“คุณหนูเก่งมากไม่เคยมีใครทำให้ข้าแพ้มานานแล้ว” หมอหลวงพูดแล้วก็ยิ้มให้เด็กสาว
“ข้าก็แค่บังเอิญชนะเท่านั้น”ไป๋เฟิ่งหวงตอบน้ำเสียงราบเรียบไร้แววหยิ่งผยองหรือถ่อมตัว นางหยิบเม็ดหมากสีขาวค่อยๆเก็บลงโถแล้วก็หยุดมือ
หมอหลวงมองหมากสีขาวบนกระดานอีกครั้งพลัน!เขาก็เงยหน้าขึ้นจ้องเด็กสาวเหมือนนางเป็สิ่งประหลาดอัศจรรย์พันลึกที่สุดบนแผ่นดินนี้หมากสีขาวเรียงต่อกันเป็สัญลักษณ์ที่มีแต่หมอหลวงเท่านั้นที่รู้จัก “หลิวหลิว...”เขาพึมพำเสียงแ่เบาคล้ายละเมอ มือเลื่อนไปกำของบางสิ่งที่คล้องคอเอาไว้
ไม่เคยมีใครเห็นสิ่งนี้แน่ๆเพราะเขาถักเชือกรัดพันมันเอาไว้ั้แ่วันที่นางแต่งเข้าตำหนักอ๋องหลงถังนับจากวันนั้นก็ผ่านมาเนิ่นนานหลายสิบปีแล้วอีกทั้งคนที่รู้จักก็มีเพียงเขากับนางเท่านั้นมันเป็สัญลักษณ์ที่รู้กันระหว่างเขาและนาง สัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญาระหว่างเพื่อนรัก
ไป๋เฟิ่งหวงมองใบหน้าหมอหลวงอย่างสงบขยับริมฝีปากไร้เสียงอ่านได้ว่า...สัญญานั้นข้าขอทวงในวันนี้
หมอหลวงอ่านริมฝีปากนั้นแล้วก็ยิ่งตะลึงพรึงเพริดเข้าไปอีก
ไป๋จงเห็นท่าทางหมอหลวงแปลกๆไปก็ส่งเสียงเรียก“ท่านหมอหลวง ท่านหมอหลวงขอรับ ท่านหมอหลวง” เขายื่นมือไปจับแขน “ท่านหมอหลวง”
หมอหลวงสะดุ้งเฮือก“หา!”
“ท่านเป็อะไรรึเปล่า?อยู่ๆก็ใจลอยแบบนี้น่ะขอรับ” ไป๋จงถาม
หมอหลวงหันไปมองหน้าชายหนุ่มแล้วก็มองเด็กสาวเขาก้มลงมองกระดานหมากอีกครั้งแล้วก็เงยหน้ามองเด็กสาว
“ท่านหมอหลวงคงติดธุระกะทันหันล่ะมั้ง?”ไป๋เฟิ่งหวงพูดน้ำเสียงราบเรียบแล้วก็เก็บหมากบนกระดานลงโถ
“ใช่ๆ ข้ามีธุระต้องรีบไปเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะคุณหนู ท่านไป๋” หมอหลวงพยักหน้ารับแล้วก็รีบเดินไป
ไป๋จงรีบตามไปส่งแขกถึงรถม้าอย่างงงๆว่าเหตุใดท่านหมอหลวงถึงได้มีท่าทางร้อนรนขนาดนั้น
ไป๋เฟิ่งหวงมองกระดานหมากแล้วก็ยิ้มบางๆนางคงไม่ได้ทำให้สหายรักใจนเกินไปหรอกมั้งแต่จะทำไงได้ล่ะนาง้าใช้อำนาจที่เขามีอยู่นี่น่า “กู่เล่อ เ้าต้องช่วยข้า”นางพึมพำเบาๆแล้วก็สั่งบ่าวว่า “เก็บของไปไว้ที่ห้อง แล้วไม่ต้องตามข้ามาล่ะข้าจะไปเดินเล่นสักหน่อย”
“แต่ว่าคุณหนูรอข้าก่อนเ้าค่ะ ถ้าเกิดคุณหนูอาการกำเริบขึ้นมาข้าจะได้ช่วยแบกท่านกลับห้องได้นะเ้าคะ”เซี่ยวซินแย้งอย่างเป็ห่วง
“ไม่ต้องทำตามที่ข้าสั่งก็พอ” ไป๋เฟิ่งหวงสั่งน้ำเสียงราบเรียบ
เซี่ยวซินก็รีบทำตามคำสั่งทันทีคล้ายๆรู้สึกว่าหากขัดคำสั่งอาจโดนเชือดเนื้อเลาะกระดูกเอาได้
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ