“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง! โชคดีที่คุณนัตสึอากิมองการณ์ไกลไม่อย่างนั้นพวกเราคงตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้นอามาดะก็มีสีหน้าดูดีขึ้นและลอบถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ
“แต่เอกสารลับนั่นยังอยู่ที่ตัวลู่เซิ่ง มันยังเป็นปัญหาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจึงต้องตาย และยิ่งตายเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”เซี่ยมู่เซินกล่าวเสริม
“จะให้ผมส่งคนไปอีกไหม เพื่อที่จะ...”
อามาดะพูดพลางทำท่าปาดคอดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เย็นเยียบ
“ไม่!”
แต่เซี่ยมู่เซินกลับส่ายหน้าอย่างเด็ดขาดและกล่าวว่า “การลอบสังหารครั้งนี้ล้มเหลวเจ้าเด็กนั่นน่าจะเริ่มระวังตัวแล้ว! อีกอย่างพรสวรรค์การต่อสู้ของเขามีความสามารถอะไรเราก็ยังไม่รู้แน่ชัด หากวู่วามลงมือต่อไปอาจเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น!”
“แล้วจะทำยังไง? หรือจะปล่อยไปแบบนี้?”
อามาดะขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า“ถ้าวันไหนเขาเกิดนึกครึ้มใจเอาเอกสารลับนั่นไปให้คนอื่นดู...”
“ไม่ต้องลนลาน ด้วยความเร็วในการเลื่อนระดับของเจ้าเด็กนั่นอีกไม่นานเขาคงต้องไปเก็บเลเวลที่เขตสงครามทรายโลหิต!”
เซี่ยมู่เซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสียงหนัก“ส่งข่าวกลับไปยังประเทศแม่เมื่อลู่เซิ่งไปถึงเขตสงครามทรายโลหิตแล้ว ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องฝังเจ้าเด็กนั่นไว้ที่นั่นตลอดกาล!”
“ไฮ่!” อามาดะขานรับเสียงดัง
...
เมืองตงหลินภายในอพาร์ตเมนต์คนโสด
“ฟู่ว... ในที่สุดก็ปลอดภัยแล้ว”
เมื่อกลับมาถึงที่พักของตนเองลู่เซิ่งปิดประตูห้องแน่นหนา ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาลงมือฆ่าคน
แต่ในใจเขากลับไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อยและไม่มีความรู้สึกผิดบาปเลยสักนิด
เพราะเย่เฟยเป็นฝ่ายมาฆ่าเขาก่อน
เพื่อปกป้องตัวเองเขาจึงต้องลุกขึ้นตอบโต้ การกระทำนี้ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรมอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดจะบอกเรื่องที่ถูกลอบสังหารนี้ให้คนอื่นรู้
อย่างแรกเย่เฟยตายแล้ว เขาไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะพิสูจน์ได้ว่าเย่เฟยถูกเซี่ยมู่เซินส่งมา
อย่างที่สองเขาไม่สามารถอธิบายได้ว่าพาลาดินที่เลเวล 50 อย่างเขาจัดการกับนักฆ่าเลเวล 100 ได้อย่างไร!
เพื่อความปลอดภัยลู่เซิ่งจึงทำได้เพียงเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจชั่วคราว
แต่เขาก็แอบระวังตัวมากขึ้นและตัดสินใจแล้วว่า ในอนาคตตอนเก็บเลเวลต้องซ่อนพรสวรรค์เสริมพลังหมื่นเท่าไว้เสมอหากไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ จะไม่ใช้เด็ดขาด
เพราะพรสวรรค์เสริมพลังหมื่นเท่าคือไพ่ตายใบสุดท้ายของเขาและเป็นวิธีการรักษาชีวิตเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้เขาพลิกกลับมาเอาชนะได้
เมื่อใดที่พรสวรรค์เสริมพลังหมื่นเท่าอยู่ในช่วงคูลดาวน์ลำพังแค่พลังของเขาเอง ยังห่างไกลจากความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การรบได้
ตัวอย่างเช่นวันนี้หากไม่ใช่เพราะเขานึกครึ้มใจอยากจะใช้พลังของตัวเองสู้กับมอนสเตอร์จนไม่ได้ใช้พรสวรรค์เสริมพลังหมื่นเท่ามาก่อนทำให้ในวินาทีวิกฤตเขาสามารถสังหารเย่เฟยกลับได้สำเร็จ
มิฉะนั้นหากไม่มีพรสวรรค์เสริมพลังหมื่นเท่า คนที่ตายในบึงเหม็นเน่าวันนี้คงไม่ใช่เย่เฟยแต่เป็นเขา ลู่เซิ่ง!
“หลี่เทียนหัว เซี่ยมู่เซิน!!”
ลู่เซิ่งพึมพำชื่อทั้งสองจิตสังหารวาบผ่านดวงตา
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเลยว่าท่านนายกเทศมนตรีเมืองตงหลินผู้ทรงเกียรติจะส่งคนมาลอบสังหารเขา
และสาเหตุของเรื่องก็เพียงแค่การพนันที่ไม่สลักสำคัญอะไรเลย
แต่ในเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ลู่เซิ่งก็ไม่คิดจะเลิกรา เขาจดชื่อทั้งสองคนนี้ลงในบัญชีแค้นที่ต้องชำระในใจและตัดสินใจแล้วว่า จะต้องทำให้ทั้งคู่ชดใช้อย่างสาสม
เขาส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดวุ่นวายทิ้งไป
ลู่เซิ่งไม่จมปลักอยู่กับเรื่องนี้ต่อแต่เปิดช่องเก็บของติดตัวอย่างตื่นเต้นเพื่อตรวจสอบของที่ได้มาจากการต่อสู้ครั้งนี้
แม้เย่เฟยจะไม่ใช่ผู้ใช้อาชีพที่วิเศษวิโสเป็นเพียงนักฆ่าธรรมดาๆ
แต่ในฐานะคนสนิทข้างกายเซี่ยมู่เซินท่านนายกเทศมนตรีเมืองตงหลิน ทรัพย์สินของเจ้านี่กลับมั่งคั่งไม่เบา
เมื่อเปิดช่องเก็บของติดตัวลู่เซิ่งก็เห็นอุปกรณ์ระดับสูงสุดของการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่ง เลเวล 100ซึ่งมีคุณสมบัติที่หรูหรามาก!
นอกจากนี้ยังมีม้วนคัมภีร์โพชั่น และวัสดุระดับสูงอีกมากมาย
แม้ของส่วนใหญ่จะเป็นของสำหรับผู้ใช้อาชีพสายว่องไวซึ่งไม่ตรงกับค่าสถานะของลู่เซิ่งเลย
แต่ต่อให้เอาไปขายที่สมาคมการค้าก็คงมีมูลค่าหลายล้านเหรียญมังกรแล้ว
“รวยแล้ว คราวนี้รวยเละเลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เมื่อเห็นว่าตัวเองได้ลาภลอยก้อนโตมาแบบงงๆลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและหัวเราะออกมาดังๆ ในที่นั้น
ไม่นานนักของมีค่าบนตัวเย่เฟยก็ถูกลู่เซิ่งกวาดไปจนเกลี้ยง
ส่วนพวกเสื้อผ้าเครื่องนอน แก้วน้ำ และของใช้จุกจิกอื่นๆ ลู่เซิ่งไม่สนใจและกะว่าจะหาที่ว่างๆด้านล่างตึกเผาทิ้งไปซะ
ทันใดนั้นท่ามกลางกองของจุกจิกที่เหลืออยู่ของเย่เฟยซองจดหมายที่ห่อหุ้มอย่างมิดชิดก็ดึงดูดความสนใจของลู่เซิ่ง
“เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?”
เขาหยิบซองจดหมายออกมาแกะตราประทับออกแล้วเพ่งมองดู
วินาทีต่อมาอักษรประเทศวอหนูที่เรียงรายกันแน่นขนัดก็ปรากฏแก่สายตา
“เฮ้ย อักษรวอหนูเหรอ?”
แววตาของลู่เซิ่งฉายแววเย็นเยียบเมื่อเห็นตัวอักษรวอหนูที่ดูเหมือนยันต์ผีเขียน แถมยังมีอักษรฮั่น [*] ปนอยู่บ้าง
ตัวอักษรที่แตกต่างจากสไตล์ของประเทศเสินเซี่ยอย่างสิ้นเชิงแบบนี้หากเป็นคนทั่วไปคงอ่านไม่ออกแน่ๆ
แต่ลู่เซิ่งเป็นใคร?
ในฐานะผู้เกิดใหม่ชาติก่อนเขาเคยทุ่มเทศึกษาภาษาวอหนูอยู่พักหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจพล็อตเรื่องอันซับซ้อนของหนังแอ็กชันจากประเทศหมู่เกาะ[*]
ประกอบกับในเนื้อหาจดหมายฉบับนี้ยังมีอักษรฮั่นปนอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นหลังจากผ่านความพยายามในการถอดรหัสอย่างละเอียดและจริงจัง
เพียงไม่กี่นาทีลู่เซิ่งก็แปลเอกสารลับที่ดูเหมือนยันต์ผีเขียนฉบับนี้ออกมาได้สำเร็จ...
ข้อมูลโดยสรุปของเมืองตงหลิน:
[ชื่อ: หลี่เทียนหัว]
[อาชีพลับ: วิถีรบอัสนี]
[ผลการรับสมัคร: สำเร็จ]
[การจัดการหลังจากนี้: สามารถเน้นการเพาะบ่มได้]
[ระดับความเป็นภัย: ไม่มี]
......
[ชื่อ: สวี่นั่ว]
[อาชีพระดับอัจริยะ: นักล่าฝันร้าย]
[ผลการรับสมัคร: ล้มเหลว]
[การจัดการหลังจากนี้: แนะนำให้กำจัด]
[ระดับความเป็นภัย: ปานกลาง]
...
[ชื่อ: ซูรั่วจวิน]
[อาชีพระดับอัจริยะ: นักบวชสัจวาจา]
[ผลการรับสมัคร: ล้มเหลว]
[การจัดการหลังจากนี้: แนะนำให้กำจัด]
[ระดับความเป็นภัย: ปานกลาง]
...
เมื่อเห็นเนื้อหาในจดหมายรูม่านตาของลู่เซิ่งก็หดเกร็งเขารู้สึกถึงเพลิงโทสะที่พุ่งขึ้นถึงหัวจนแทบจะระเบิดออกมาตรงนั้น
เพราะข้อมูลนับสิบรายการที่ระบุไว้ในจดหมายนี้ล้วนแต่เป็นอาชีพระดับอัจริยะและอาชีพลับที่เพิ่งปลุกพลังสำเร็จในเมืองตงหลินปีนี้ทั้งสิ้น
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือด้านหลังข้อมูลของผู้ใช้อาชีพเหล่านี้ ยังระบุรายละเอียดเรื่องที่อยู่ สมาชิกในครอบครัว นิสัย ความชอบ ไปจนถึงความสามารถเฉพาะของพรสวรรค์การต่อสู้เอาไว้อย่างละเอียด
นี่มันเป็นการล้วงลึกข้อมูลพื้นฐานของพวกเขาจนหมดสิ้นเลยไม่ใช่หรือไง
เชิงอรรถ
[*]ตัวอักษรฮั่น (汉字) คือตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นที่ยืมมาจากภาษาจีนหรือที่เรียกว่า คันจิ
[*]หนังแอ็กชันจากประเทศหมู่เกาะ (岛国动作片) เป็นคำสแลงที่คนจีนใช้เรียกหนังAV ญี่ปุ่นในเชิงเหยียดหยาม