หลู่เส่าโหย่วแอบยินดีอยู่ภายในใจ เขายังคงจดจ่ออยู่กับพลังปราณรักษาสถานะของการบ่มเพาะที่ดีที่สุด และคอยดูดซับพลังงานทั้งสองต่อไปพลังในทะเลปราณในตันเถียนและจิตใจก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง
พลังงานที่ดูดซับผ่านเส้นชีพจรได้ไหลไปตามเส้นชีพจรและแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนตามิัหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้หลู่เส่าโหย่วรู้สึกสบายจนบอกไม่ถูก
เวลาผ่านล่วงเลยไปหลู่เส่าโหย่วรู้สึกว่าภายในร่างของเขานั้นเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว
“จะทะลวงระดับแล้ว”หลู่เส่าโหย่วรู้ดีอยู่ในใจ หลังจากผ่านการฝึกฝนทั้งห้าวัน ในที่สุดตัวเขาก็กำลังจะทะลวงระดับสักทีหลู่เส่าโหย่วรู้สถานการณ์ภายในตระกูลดี มีเพียงแต่ต้องกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ถึงจะสามารถค่อยๆ แก้ไขปัญหาทั้งหมดนั้นได้ สมมติว่าในตอนนี้เขามีพลังและกำลังมากมายก็คงไม่มีใครกล้ารังแกเขากับแม่ ไม่ว่าจะในชาตินี้หรือชาติก่อน สิ่งที่สำคัญก็คือความแข็งแกร่งเช่นเดียวกันหากแต่ชาตินี้กับชาติก่อนนั้นนิยามความแข็งแกร่งในมุมมองที่ต่างกัน ในชาติก่อนจะมองความแข็งแกร่งกันที่อำนาจหรือเงินทอง แต่ในชาตินี้ถือว่าผู้ฝึกยุทธ์หรือผู้ฝึกิญญาเป็ความแข็งแกร่งที่แน่นอน
หลู่เส่าโหย่วไม่ได้รู้สึกว่าการทะลวงระดับสาวกภายในห้าวันนั้นเป็เวลาที่รวดเร็วอะไรนักแต่เขาไม่ได้รู้เลยว่า คนธรรมดาใช้เวลาถึงห้าปีก็ยังไม่สามารถทะลวงไปถึงระดับสาวกที่แท้จริงได้ถ้าหากคนที่พยายามทะลวงระดับสาวกหลายครั้งหลายครามาได้ยินความคิดของเขาเข้าล่ะก็ จะต้องโดนโกรธแค้นเป็แน่
ในสายตาของลุงหนาน แม้จะรู้ว่าเป็เพราะหลู่เส่าโหย่วได้ดูดซับแก่นิญญาทั้งสองเข้าไปเขาถึงได้พัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ แต่นี่ก็นับว่าเป็เื่ที่น่าใอยู่ดี
เมื่อเวลาผ่านไป รอบตัวของหลู่เส่าโหย่วก็ได้เกิดการปะทุของพลังลึกลับทั้งสองอย่างช้าๆแห่งหนึ่งอยู่ที่ตันเถียน อีกแห่งอยู่ที่ระหว่างคิ้ว รัศมีแสงจางๆ ได้ล้อมรอบร่างกายของหลู่เส่าโหย่วเอาไว้และจากพลังลึกลับทั้งสองจุดนี้ ก็เกิดเป็โครงร่างภาพหยินหยางอันเลือนรางขึ้นมา
เหมือนกับว่าภาพนั้นจะกระตุ้นอากาศรอบๆตัวของหลู่เส่าโหย่ว ทำให้เกิดกระแสลมขึ้นมา จากนั้นหลู่เส่าโหย่วก็คล้ายกับตกอยู่ในสภาวะอันลึกลับ
“ฮูฮู..”
ลมปราณลึกลับทั้งสองนั้นได้หยุดอยู่ภายนอกร่างของหลู่เส่าโหย่วชั่วครู่จากนั้นก็กลับคืนสู่ภายในร่างของเขา ขณะเดียวกัน รอบกายหลู่เส่าโหย่วก็เกิดลมปราณล้อมรอบเอาไว้โดยไม่รู้ตัวทำให้ลมหายใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย
ภายในร่างของหลู่เส่าโหย่ว เขาััได้ว่าทะเลลมปราณในตันเถียนกำลังพองตัวภายใต้แรงกดดันทำให้ทะเลลมปราณนั้นใหญ่ขึ้นมาก และในเวลาเดียวกันภายในจิตใจของเขาก็มีพลังงานบางอย่างที่กำลังเพิ่มขึ้นทำให้เขารู้สึกว่าจิตใจของตัวเองสูงส่งและปลอดโปร่ง เป็ความรู้สึกที่ช่างลึกลับยิ่งนัก
“ทะลวงระดับแล้วช่างเหนือความคาดหมาย” ลุงหนานเอ่ยออกมาอย่างประหลาดใจ เพียงแค่ห้าวัน จากคนธรรมดามาถึงระดับนี้ได้พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ
“ฮู่ว..ฮู่ว...” หลังจากหลู่เส่าโหย่วปล่อยอากาศที่ขุ่นมัวออกแล้วเขาก็มองไปยังลุงหนานก่อนจะกล่าวว่า “ลุงหนาน ข้าทะลวงระดับแล้ว”
“ทะลวงก็ทะลวงสิ ดีใจอะไร เส้นทางในภายภาคหน้าของเ้ายังอีกไกล”ลุงหนานหุบยิ้ม และกล่าวกับหลู่เส่าโหย่วอย่างสงบนิ่ง
“ลุงหนานตอนนี้ข้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงแล้วใช่ไหม” หลู่เส่าโหย่วเอ่ยถามหรือว่าลุงหนานจะไม่พอใจที่เขาทะลวงระดับช้ากัน
“ใช่แล้ว และเ้าก็เป็ผู้ฝึกิญญาด้วย”ลุงหนานเอ่ยด้วยเสียงอันแ่เบา
“เป็ผู้ฝึกิญญาด้วย? ไม่ใช่ว่าการเป็ผู้ฝึกิญญานั้นยากมากๆเลยไม่ใช่หรือ” หลู่เส่าโหย่วเอ่ยถามอย่างใ นี่ตัวเขาเป็ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกิญญาเลยหรือ? ช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก ตามความทรงจำในจิตใจของเขา บนโลกนี้ เหมือนจะยังไม่เคยมีใครที่เป็ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกิญญาเลย
“เหอะ! แน่นอนว่ายากยากกว่าที่เ้าคิดมาก เ้าในกาลก่อนนั้น ข้าเคยได้ลองตรวจสอบคุณสมบัติของร่างกายแล้วเดิมที่คุณสมบัติร่างกายเ้าเป็เพียงระดับกลางเท่านั้น หากเ้าไม่โดนคนวางอุบายใส่แล้วอยากจะฝึกยุทธ์ ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แต่ถ้าจะฝึกฝนเป็ผู้ฝึกิญญา เ้าคงทำได้แค่ฝันกลางวัน”ลุงหนานถลึงตาใส่หลู่เส่าโหย่วไปหนึ่งที “เ้าน่ะโชคดีเหยี่ยวเพลิงนภากับค้างคาวเหมันต์เป็สัตว์ิญญา และเป็สัตว์ธาตุไฟกับธาตุน้ำพอดีน้ำกับไฟนั้นยับยั้งซึ่งกันและกัน หยินหยางประสาน บวกกับอุบายที่ถูกจัดวางไว้ในร่างเ้าทำให้มันกลับกลายเป็จุดในหยินหยาง และช่วยเ้าทำลายอุบายลง ขณะเดียวกันก็ทำให้เ้าได้ร่างกายหยินหยางด้วยอีกทั้งเหยี่ยวเพลิงนภากับค้างคาวเหมันต์นั้นก็เป็ถึงสัตว์ิญญาระดับสี่และห้าภายในแก่นิญญาของพวกมันได้กักเก็บไว้ซึ่งพลังแห่งจิติญญาทำให้พลังิญญาของเ้าเพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก บวกกับร่างกายหยินหยางที่ใช้เคล็ดวิชาิญญาหยินหยางทำให้เ้าได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์และิญญาในเวลาเดียวกัน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเ้าก็จะไร้ซึ่งโอกาส”
“อย่างนี้นี่เอง” ดูเหมือนว่า หลังจากผ่านเื่ร้ายแล้วยังไม่ตายจะทำให้เขามีโชคจริงๆ
“เอาล่ะในเมื่อเ้าได้เป็ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และิญญา อีกทั้งทักษะิญญาหยินหยางก็ฝึกสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้นเช่นนั้นก็ถึงเวลาที่ข้าจะต้องบอกข้อดีและข้อเสียของทักษะิญญาหยินหยางแล้ว”
“ทักษะิญญาหยินหยางนี่ยังมีข้อเสียอีกหรือ? ”
“มีข้อดีก็ต้องมีข้อด้อยทักษะิญญาหยินหยางนี้ เป็สิ่งที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ วิชานี้มีสามข้อดีใหญ่ๆ ”ลุงหนานมองหลู่เส่าโหย่วแล้วกล่าว “ข้อดีข้อแรกคือ ทักษะนี้เป็วิชาควบคู่ ถึงทำให้เ้าสามารถเป็ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกิญญาในเวลาเดียวกันได้วิชาควบคู่นี้ จะทำให้เ้าแข็งแกร่งกว่าคนในระดับขั้นเดียวกัน เรียกได้ว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาดในระดับขั้นเดียวกัน เ้านั้นก็ถือว่าไร้เทียมทาน”
“แต่ทักษะิญญาหยินหยางนี้ก็ยังมีข้อด้อยที่ใหญ่ที่สุดคือ...”ลุงหนานกล่าวต่อ
หลู่เส่าโหย่วชะงักก่อนจะกล่าวตัดบทลุงหนาน“ไม่ใช่ว่ามีข้อดีสามข้อหรือ ที่เหลือล่ะ?”
“เ้าพูดหรือข้าพูด?” ลุงหนานถลึงตาใส่หลู่เส่าโหย่วไปหนึ่งที แล้วจึงกล่าวต่อไป“ทักษะิญญาหยินหยางนี้มีข้อด้อยสองข้อ ข้อด้อยที่ใหญ่ที่สุดคือความเร็วในการฝึกตนนั้นเชื่องช้า หากเทียบกับวิชาทั่วไป ก็ช้ากว่านับสิบเท่า หมายความว่าถ้าเ้าฝึกตนตามปกติ หากในเวลาหนึ่งร้อยปีเ้าสามารถก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้นั้นก็ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว”
“อะไรนะ! ข้าต้องใช้เวลาหนึ่งร้อยปีถึงจะฝึกตนถึงระดับปรมาจารย์ได้เลยหรือ...”หลู่เส่าโหย่วที่ก่อนหน้านี้ยังคงฝันไปไกลก็ราวกับโดนน้ำสาดจนตื่นขึ้นมา เขารู้สึกผิดหวังทันที
“รีบอะไรไม่ใช่ว่ายังมีข้อดีอีกสองข้อหรือ? ” ลุงหนานมองหลู่เส่าโหย่วแล้วกล่าวต่อ“ทักษะิญญาหยินหยางนั้นยังมีข้อดีอีกสองข้อ เ้าเคยใช้ไปแล้วข้อหนึ่ง นั่นคือเ้าสามารถกลืนกินแก่นิญญาหรือแก่นอสูรโดยตรงเพื่อทะลวงระดับได้”
ลุงหนานสูดลมหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น“นั่นก็คือ ทักษะิญญาหยินหยางนั้น สามารถกลืนกินพลังจิติญญาของผู้ฝึกิญญาและลมปราณที่แท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์โดยตรงเพื่อใช้ทะลวงระดับได้”
“สามารถกลืนกินพลังจิติญญาของผู้ฝึกิญญาและลมปราณที่แท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์โดยตรงเพื่อใช้ทะลวงระดับได้!?” หลู่เส่าโหย่วใหนักทักษะิญญาหยินหยางนี่มันวิปริตชัดๆ เหมือนพวกปีศาจในหนังจอมยุทธ์อย่างไรอย่างนั้น
หลู่เส่าโหย่วค่อยๆสงบสติและกล่าวถาม “ลุงหนาน ทักษะิญญาหยินหยางนี้เป็วิชามารงั้นหรือ? ”
“วิชามารอะไรกัน มีแต่คนที่แบ่งดีชั่ววิชามีแบ่งดีชั่วที่ไหน ผู้ฝึกยุทธ์กับผู้ฝึกิญญาจะสามารถกลั่นเม็ดยาจากแก่นอสูรและแก่นิญญาที่สัตว์อสูรกับสัตว์ิญญาเหลือไว้เพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้นับว่าดีงั้นหรือ ก็แค่ทักษะิญญาหยินหยางมีระดับสูงกว่า จึงสามารถกลืนกินได้โดยตรงไม่ต้องกลั่นเป็เม็ดยาและยังสามารถกลืนกินพลังจิติญญาและลมปราณจากผู้ฝึกยุทธ์และิญญาโดยตรงได้เลย”
“ถูกแล้ว วิชาที่สามารถฆ่าคนได้ แค่นี้ก็ไม่สามารถแยกแยะดีชั่วได้แล้วหากใจเที่ยงธรรม วิชานั้นก็คือวิชาที่ดี หากมีจิตใจที่ชั่วร้ายไม่ว่าได้วิชาไหนไป วิชานั้นก็คือวิชามาร” หลู่เส่าโหย่วเอ่ย