ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 76 : ยากที่จะเชื่อ

    เสียงขอนไม้ถ่านแตกจากไฟที่ระอุ


    บนกองไฟเสียงเนื้อย่างแตกมันดังซ่า ซ่า ซ่า เบาๆ กลิ่นหอมหวนในแดนหนาว ทำให้เนื้อย่างไฟน่าพิศวาสเสียยิ่งกว่าหญิงสาว


    "ท่านลุงกัวจง กัวเหลียง กัวเหยี่ยนกินเถอะขอรับ" เซี่ยซีหานพูดด้วยรอยยิ้ม


    จริงๆ แม้อีฝานจะไม่ได้บอกให้เซี่ยซีหานหยุดมือ มันก็ตั้งใจจะหยุดมืออยู่แล้ว เซี่ยซีหานไม่ชอบการเข่นฆ่า และมันพร้อมจะให้อภัยคนที่พร้อมจะกลับตัว


    มองลึกเข้าไปในดวงตาของคนแซ่กัวและเหล่าโจรที่ผอมโซอีกหลายคน เซี่ยซีหานรับรู้ว่า พวกเขาไม่ใช่โจรตั้งแต่แรก และเมื่อเซี่ยซีหานได้ให้โอกาสพวกเขาและเปิดใจรับฟังเรื่องราว เซี่ยซีหานก็พบว่า นี่คือปัญหาจากภัยสงคราม อาณาจักรหมีขาวแดนเหนือล่มสลาย ป่าปีศาจไม่มีกำลังคนเข้าไปดูแล


    การปราบสัตว์ปีศาจแต่ละครั้งจำต้องมีนักรบสามดาบผู้มากประสบการณ์ร่วมด้วย แต่ภายหลังการล่มสลายของตระกูลจ้าวผู้ปกครองอาณาจักร เหล่านักรบส่วนใหญ่ออกเดินทางและจากไป พวกเขามีเงินและผู้คนมากมายต้องการพวกเขา


    ต่างกับคนธรรมดา


    พี่น้องแซ่กัว พวกเขาเป็นช่างอัญมณีที่ดี พวกเขาร่ำรวย และรวยมากพอที่จะเป็นผู้วิเศษระดับต่ำ เช่น 'ย่างก้าวแรก' และเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ขอบเขตก่อร่างได้


    แต่พวกเขาไม่สนใจที่จะฝึกฝนตัวเองไปมากกว่านั้น พวกเขาหลงใหลในการสร้างสิ่งที่สวยงามและการเจียระไนอัญมณี ถ้าอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือยังอยู่ พวกเขาอยู่ในกลุ่มผู้มีฐานะดี และมีเงินมากพอที่จะอยู่ในเมืองหลวงของอาณาจักรได้


    แต่ไม่ใช่ในตอนนี้ หลังการล่มสลาย พวกเขาเสียเงินจำนวนมากของพวกเขาให้กับกองกำลังของนักรบสี่ดาบ ที่สัญญาว่าจะพาครอบครัวของพวกเขา ไปยังอาณาจักรแห่งใหม่อย่างปลอดภัย และรับประกันการมีชีวิตที่ดีของทุกคน


    แต่ค่าคุ้มครองการเดินทางนั้นแพงมาก พี่น้องแซ่กัวไม่สามารถจ่ายเงินหนึ่งร้อยบูลนี่ให้กับทุกคนได้ ดังนั้น เขาจึงมอบให้กับเหล่าสตรีและเด็กเดินทางไปก่อน


    ส่วนตัวพวกเขาจะเดินทางตามครอบครัวไปในภายหลัง อย่างไรพวกเขาก็เป็นผู้ชาย แม้จะไม่แข็งแกร่งแต่ก็สามารถเอาตัวรอดในดินแดนที่หนาวเหน็บแห่งนี้ได้


    แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นซ้ำอีก


    อย่างที่ได้พูดไป ไร้จ้าวแห่งอาณาจักร ป่าปีศาจก็ไร้คนดูแล สัตว์ปีศาจออกอาละวาด ผู้ในเมืองมากมายล้มตาย พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ต่อไป


    ในเรื่องนี้ตลอดสองปีเซี่ยซีหานก็ได้รับรู้ แต่ด้วยเพราะป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของพวกเขา ไม่ได้อยู่ติดกับป่าปีศาจ นอกจากนั้นทางป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวยังมีนักรบที่แข็งแกร่ง นั่นจึงไม่ใช่ปัญหา


    ต่างกับส่วนอื่นๆ ของอาณาจักรที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง


    อาณาจักรหมีขาวแดนเหนือ เกิดกลุ่มโจรรวมตัวกันมากมาย


    เพื่อเอาชีวิตรอดพี่น้องแซ่กัวเลือกเขากับกลุ่มโจรที่เรียกตัวเองว่ากองกำลังหมาล่าเนื้อ พวกเขาเป็นผู้ฝึกปราณวิเศษและผู้วิเศษระดับต่ำ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำของกลุ่มโจรพอดี ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าร่วมได้ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้หลายคนเสียใจ


    พวกเขาต้องออกปล้นคนอื่นเพื่อให้ตัวเองมีชีวิต


    พี่น้องแซ่กัวและคนของเขาไม่คิดทำสิ่งที่ใจร้ายแบบนี้ พวกเขาปล้นสำเร็จจริงๆ เพียงครั้ง และใช้ชีวิตโดยการล่าสัตว์ปีศาจเป็นอาหาร


    แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ระดับสูงของกองกำลังบีบบังคับพวกเขา ให้ปล้นของมีค่า ถ้าทำไม่สำเร็จพวกเขาจะถูกฆ่า... ไม่ใช่แค่การถูกขับออกจากกองกำลัง


    ดังนั้น ในกลุ่มของพี่น้องแซ่กัว จึงมีชายกักขฬะที่แสนโชคร้าย ที่ถูกเซี่ยซีหานสังหารไป มันคือผู้ที่มาควบคุมเหล่าพี่น้องแซ่กัวให้ออกปล้น ถ้าทำไม่สำเร็จ พวกมันจะถูกฆ่าแทน


    แต่พวกเขาได้มาเจอเซี่ยซีหาน และได้มารู้ความจริงอันโหดร้าย พวกเขาถูกหลอกลวงโดยนักรบสี่ดาบ


    กัวจงร้องไห้ เขาคือคนที่เสียงหายมากที่สุด ลูกชายและลูกสาว รวมถึงภรรยาของเขาตาย


    ส่วนพี่น้องแซ่กัวอีกสองคน พวกเขาก็เจ็บปวดเช่นกัน แต่ไม่มากเท่ากัวจง ในคณะเดินทางนั้น แม่และพ่อของพวกเขา รวมถึงญาติๆ ผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่ง ต่างเสียชีวิต นี่คือความเจ็บปวดร่วมของพี่น้องตระกูลนี้


    "ข้าจะแก้แค้นพวกมัน" กัวจงแผดเสียง แต่อีฝานก็ได้พูดแทนเซี่ยซีหาน บอกว่าคนไม่ดีเหล่านั้นได้ถูกเซี่ยซีหานสังหารไปแล้ว


    กัวจงร้องไห้มองจ้องเซี่ยซีหานอย่างติดค้าง พี่น้องแซ่กัวคนอื่นๆ ก็เช่นกัน


    เซี่ยซีหานพยายามทำให้บรรยากาศโดยรอบดีขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายเลย เนื้อย่างหอมหวน ไม่อาจจะรักษาแผลที่ใจได้ง่ายๆ


    ...


    สองวันต่อมา เทือกเขาอันคุ้นเคยของเซี่ยซีหาน ที่มีป้อมปราการสีขาวตั้งตระหง่านอยู่


    ในที่สุดเซี่ยซีหานก็กลับมาถึงบ้านของตัวเขา


    "ซีหาาาาาาาาาาาาาาาน" ถางเทียนเจี๋ยบุตรชายนายป้อมถางอี้แผดเสียง พร้อมโบกมือ วันนี้เป็นอีกวันที่เขามายืนที่หน้าป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเพื่อรอเซี่ยซีหาน ในที่สุดเขาก็ได้เห็นน้องชายของตัวเองกลับมา


    แต่ถางเทียนเจี๋ยเขาก็ต้องแปลกใจ เซี่ยซีหานเดินทางไปที่เมืองรากไม้ของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งเพียงตัวคนเดียวพร้อมไอ้หมีขาวตงตง


    แต่ในตอนที่เขากลับมา มันกลับเป็นขบวนยาว ที่มีหมียักษ์และหมาป่าประจัญบานหลายสิบตัวในขบวน นอกจากนั้นรถลากเหล่านั้นก็ดูจะเป็นของดีมีราคาอีกด้วย เซี่ยซีหานไปเอาเงินซื้อมาจากไหน


    ถางเทียนเจี๋ยสับสน ไอ้น้องชายของเขาไปทำอะไรมากันแน่


    เขาจะไปตามหาสมุนไพรเพื่อรักษาอาการท่านลุงเจียแค่นั้นไม่ใช่เหรอ


    "ท่านพี่เทียนเจี๋ย" เซี่ยซีหานแผดเสียงตอบพร้อมโบกมือ และตรงหน้าของเซี่ยซีหานไม่ได้มีแค่ตัวเขา จื้อเยว่เด็กหญิงที่แสนน่ารักก็ยืนโบกมือตรงหน้าเซี่ยซีหานด้วย


    คณะของเซี่ยซีหานมาถึงหน้าป้อม


    "พี่ชายเปิดประตูให้ข้าและพวกเขาเข้าไปที ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังมากมาย"


    ถางเทียนเจี๋ยเกาคางและถอนหายใจ เขามองคนทั้งหลาย จากที่เขาพิจารณา ส่วนใหญ่ของคณะเดินทางของเซี่ยซีหานมีแต่เด็กและผู้หญิง มีชายผอมแห้งอยู่ไม่เกินสิบสองคน คนพวกนี้ไม่น่าใช่ทหารคุ้มกันเสียด้วยซ้ำ


    เจ้าเด็กนี่ไปเจออะไรมานะ ถางเทียนเจี๋ยได้แต่คิด


    ประตูหน้าป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเปิดอ้า คนทั้งหลายมองเห็นบ้านเรือนเล็กๆ ภายในหลายร้อยหลัง ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเดินเข้าไป พวกเขาก็รู้สึกอุ่น และปลอดภัย ที่นี่ดูเป็นระเบียบและมีทหารปกป้อง


    "เจ้าไปเจออะไรมา" ถางเทียนเจี๋ยถามเซี่ยซีหานด้วยรอยยิ้ม พร้อมมองไปที่เด็กหญิงตัวเล็กที่เกาะขาเซี่ยซีหานไม่ยอมปล่อย จนถางเทียนเจี๋ยเกือบคิดไปว่าเซี่ยซีหานแอบไปมีลูกมา แน่นอนสิ่งนี่ย่อมไม่ใช่ หรือว่าเซี่ยซีหานไปแอบมีสัมพันธ์กับแม่ม่ายลูกติด สิ่งนี่ทำให้ถางเทียนเจี๋ยกังวลเล็กๆ


    เซี่ยซีหานเห็นสายตาของพี่ชายถางเทียนเจี๋ย


    เขาลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อย จากนั้นก็เรียกพี่ชายของนาง ให้พาเด็กหญิงตัวน้อยไปที่อื่นก่อน จื้อเยว่ทำแก้มป่อง ไม่รู้ทำไมนางถึงติดเซี่ยซีหานอย่างประหลาด แม้แต่เวลานอนนางยังมานอนกับเซี่ยซีหาน แต่ไม่ไปนอนกับพี่ชายตัวเองอย่างเด็กชายจื้อเพ่ย


    จื้อเพ่ยต้องเดินมาอุ้มน้องสาวที่เกาะขาเซี่ยซีหานไม่ยอมปล่อย


    สุดท้ายก็จำต้องเอาตงตงมาหลอกล่อนาง จื้อเยว่เด็กหญิงจึงจากไป


    "เจ้าพบเจอเรื่องมากมายเลยสินะ" น้ำเสียงของถางเทียนเจี๋ยเต็มไปด้วยความอบอุ่น


    และก็ถึงเวลาที่เซี่ยซีหานจะได้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันแสนระทึกใจของมันเสียที


    ถางเทียนเจี๋ยเดินรับฟัง ตลอดทางเขาจำต้องขมวดคิ้วเป็นระยะระยะ


    สิ่งที่เซี่ยซีหานเล่าทั้งน่าหวาดกลัวและน่าตกตะลึง


    เข้าสามารถเอาชีวิตรอดจากปิ๋งเสิ่งและฆ่ามันได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่ถางเทียนเจี๋ยตกตะลึงเป็นที่สุด นั่นเพราะถางเทียนเจี๋ยรู้ว่า ปิ๋งเสิ่งผู้ถูกขนานนามว่า 'ผู้วิเศษแห่งความหนาวเหน็บ' ที่แข็งแกร่งที่สุด 1 ใน 4 ของอาณาจักร เขาแข็งแกร่งมากขนาดไหนถางเทียนเจี๋ยรู้ดี


    นั่นเพราะเมื่อ 'ผู้วิเศษ' ก้าวสู่การเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงขอบเขตแห่งอาณาจักร ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะถูกเรียกว่า 'บันได 12 ขั้นแห่งการสร้างอาณาจักร'


    ต่างกับผู้วิเศษระดับล่าง หรือผู้วิเศษจอมปลอมทั้งสาม 'ย่างก้าวแรก' 'ผู้ฝึกหัด' และ 'นักวิจัย' ที่มี 5 ขั้นย่อให้ก้าวข้ามก่อนการบรรลุสู่ระดับหรือขีดขั้นใหม่ที่สูงกว่า


    แต่ผู้วิเศษที่แท้จริงนั้นแต่ละอาณาจักรจะมีบันได 12 ขั้น แบ่งเป็นช่วง ช่วงละ 3 ขั้นบันได


    ผู้วิเศษที่ก้าวถึงบันไดชั้นที่ 1 สามารถสู้กับ ผู้วิเศษบันไดชั้นที่ 3 ได้ หากเขามีทักษะ อุบายหรือประสบการณ์ที่มากพอ


    แต่นั้นไม่ใช่กับผู้วิเศษแท้จริงที่ก้าวไปถึงบันไดขั้นที่ 4


    ต่อให้เอาผู้วิเศษ 'บันไดขั้นที่ 3' จำนวนสามถึงห้าคน มาสู้กับผู้วิเศษที่ไปถึง 'บันไดขั้นที่ 4' หนึ่งคน


    ผลลัพธ์ที่จะพบส่วนใหญ่คือ ผู้วิเศษบันไดขั้นที่ 4 นั้น จะเป็นผู้ชนะผู้วิเศษที่อยู่ในระดับบันไดขั้นที่ 3 ห้าคนแทน


    แต่เซี่ยซีหานไม่ได้เป็นผู้วิเศษที่แท้จริง เขายังไม่ได้ก้าวไปถึง 'อาณาจักรแห่งสัมผัส' ยังไม่แม้แต่ก้าวขาไปถึงบันไดแห่งผู้วิเศษที่แท้จริงเสียด้วยซ้ำ


    แต่เซี่ยซีหานกับสามารถสังหารปิ๋งเสิ่ง ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัส ที่ยืนอยู่บนบันไดขั้นที่ 9 ได้...


    และบันไดขั้นที่ 9 นั้น เป็นที่รู้กันว่า ปิ๋งเสิ่งไปถึงจุดนั้นเมื่อราว 10 ปีก่อน ปัจจุบันเขาอาจจะอยู่ในอาณาจักรแห่งสัมผัสในบันไดขั้นที่ 10 เป็นอย่างน้อย แต่เขาถูกเซี่ยซีหานฆ่า สิ่งนี่น่ากลัวเกินไปสำหรับถางเทียนเจี๋ยที่จะเชื่อ

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน