การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 151 ความต่างชั้นของพลัง

    บทที่ 151 ความต่างชั้นของพลัง
    ชิวเหวินเจี้ยนไม่เคยเจอคู่ต่อสู้เช่นนี้มาก่อน ชั่วพริบตา….แค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ร่างของซูหยินที่อยู่ห่างออกไปปรากฏขึ้นต่อหน้าชิวเหวินเจี้ยนในทันที ร่างเล็กของจอมมารลำดับที่สองยกยิ้มให้กับชายหนุ่มยามเมื่อใบหน้าห่างกันไม่เท่าไหร่
    เขาว่องไวเกินกว่าลูกศรของอาวุธระดับคำสาปด้วยซ้ำไป
    ชิวเหวินเจี้ยนตกตะลึงตอนที่มือของจอมมารลำดับที่สองคว้าเข้าที่ลูกศรสีทอง เด็กหนุ่มออกแรงบีบมัน ลูกศรเวทย์นั้นแหลกสลาย ละอองสีสวยตกกระจายลงสู่พื้น ซูหยินยืนอยู่ตรงนั้น ทำให้ชิวเหวินเจี้ยนได้เห็นเขาอย่างใกล้ชิด ผมสีดำที่ชี้ฟู และรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ เขี้ยวเล็กๆ รวมทั้งตาสีดงฉานนั้นทำให้เขาดูเยาว์วัย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพี่ของซูหยางและซูเฟิงเลย
    ซูฉินเฟยกัดฟันกรอด เพียงแค่ลูกศรพุ่งออกไป ซูหยินก็หายตัว เขาปรากฏอีกครั้งหน้าชิวเหวินเจี้ยน จ้องมองซูฉินเฟยอย่างไม่พอใจนัก
    "เจ้า..." ชิวเหวินเจี้ยนเปรย เขากัดฟันยามเมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมนั้น ระดับพลังที่แผ่ออกมานั้นเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน… ชิวเหวินเจี้ยนรู้เลยว่าชายคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่น่าต่อกรด้วยเลย ไม่ใช่ในตอนที่เขาอยู่ร่างมนุษย์เช่นนี้ ซูหยินไม่ได้ขยับถอยห่างจากเขา ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เข้าใกล้
    "ขอโทษที่น้องชายของข้าเสียมารยาท" ซูหยินค้อมหัว ชิวเหวินเจี้ยนประหลาดใจเหตุใดจอมมารลำดับที่สองถึงต้องทำความเคารพเขา...แล้วชายหนุ่มก็คิดขึ้นได้ ทุกอย่างที่เป็นไปรอบกายเขานั้นเป็นเหมือนเรื่องสนุก และสงครามครั้งนี้ก็เป็นเหมือนละครเวทีที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงเท่านั้น
    ชิวเหวินเจี้ยนอยากรู้ถึงระดับพลังของอีกฝ่าย ไม่รอช้าชายหนุ่มใช้ดาบเทพมารแทงออกไปด้านหน้า ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้มันจะไม่พลาดเป้าไปอย่างแน่นอน ชิวเหวินเจี้ยนเห็นซูหยินยิ้ม เขาไม่ได้หวาดกลัว เห็นแล้วว่าดาบนั้นทรงพลัง แสงสีส้มที่ไหลวนอยู่ในเหล็กประกายเจิดจ้า แต่ยังไม่ทันที่จะได้ลิ้มรสเลือดของจอมมารลำดับที่สอง ซูหยินก็กระโจนหายลับไป…
    "ไว..." ชิวเหวินเจี้ยนรำพึง พริบตาเดียวซูหยินก็กลับไปอยู่ที่เก่าเคียงข้างน้องชายของเขาแล้ว แต่ใช่ว่าชิวเหวินเจี้ยนจะไร้น้ำยา ยามที่อีกฝ่ายหายไปเทพมารเองก็รอท่าอยู่ก่อนแล้ว ร่างอวตารสีแดงฉานปรากฎขึ้นบนฟากฟ้า กู่ร้องคำรามก่อนจะสะบัดขวานไฟที่เจิดจ้าในความมืดนั้นลงที่ซูหยินและซูฉินเฟย
    ซูหยินส่ายหัวเนือยๆ เขาผลักน้องชายของตนให้พ้นทาง ส่วนตัวเองนั้นยืนอยู่ที่เดิมก่อนรอบกายของเขาจะเกิดม่านพลังสีม่วงเหมือนกับของซูหยาง เขาเป็นจอมมารที่ใช้เวทย์ได้ นั่นเป็นสิ่งที่ชิวเหวินเจี้ยนได้รู้จากการตัดสินใจโจมตีในครั้งนี้ เทพมารกระแทกคมขวานลงบนม่านพลังนั้น มันไม่ได้ปริแตกทว่าสั่นสะเทือนจนทหารโดยรอบกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง
    "มันทำร้ายท่านซูหยิน!" ทหารเผ่ามารตะโกนลั่น
    "สังหารมัน!"
    "สังหารชิวเหวินเจี้ยน!!!"
    สิ้นเสียงของเหล่าผู้โกรธแค้น ทหารนับร้อยก็วิ่งกรูออกมาจากค่ายพักแรม ทหารสวมเกราะเหล่านั้นมีดาบอยู่ในมือ ชิวเหวินเจี้ยนเห็นพวกเขาอยู่เบื้องหน้า ตะโกนก่นด่าอย่างโกรแค้น ชายหนุ่มไม่คิดเรียกพวกพ้อง เขารู้สึกได้ว่าพลังของทหารเหล่านั้นต่ำต้อย เพียงการโจมตีของเทพมารก็หยุดยั้งพวกมันได้แล้ว
    'เจ้านี่พลังไม่ธรรมดา' เทพมารส่งกระแสจิตกลับมา ชิวเหวินเจี้ยนมองเลยกองทัพขนาดย่อมนั้นออกไป เห็นเทพมารกำลังทุบทำลายม่านพลังนั้น เทพมารมีพลังมาก เป็นถึงปีศาจอสูรที่ทุกเผ่าต่างร่วมกันผนึกไว้ เพียงแค่ออกแรงมากกว่าเดิมสักหน่อยม่านพลังนั้นก็แตกสลาย ละอองแสงสีขาวกระจัดกระจายไปทั่ว
    แต่ใบหน้าของซูหยินยังคงเปื้อนรอยยิ้ม…
    ทุกครั้งที่ม่านพลังแหลกสลายเขาก็สร้างมันขึ้นมาใหม่ เด็กหนุ่มไม่ได้ควักอาวุธมาตอบโต้ ทว่ากลับเดินมาข้างหน้า ม่านพลังนั้นเลื่อนตามเขามาด้วย คุ้มภัยไม่ให้จอมมารลำดับที่สองได้รับบาดเจ็บ เทพมารยังคงโจมตีแต่เมื่อรู้ว่าไร้ผลและเปล่าประโยชน์ ปีศาจร่างยักษ์ก็ย้อนกลับมาหาชิวเหวินเจี้ยน ใช้ขวานที่ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงนั้นกวาดเหล่าทหารเผ่ามารให้พ้นทาง ปกป้องชายคนนั้นอย่างสุดกำลัง
    'กลับเข้าไปด้านใน' เทพมารร้องบอก เหล่าทหารบางคนไม่หวาดกลัว พวกมันใช้ดาบฟาดฟันกับเทพมารทว่าไร้ผล
    "ไม่ ข้าอยากรู้ว่าคนที่ข้าจะต้องต่อสู้ด้วยนั่นแข็งแกร่งเพียงใด" ชิวเหวินเจี้ยนเอื้อนเอ่ย ไม่มีทหารคนไหนมาถึงตัวเขาได้สักคน แต่จำนวนนั้นมีมากเกินไป แม้ว่าเทพมารจะสังหารได้ คนก็เติมเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนซูหยินเองออกมาเบื้องหน้าคนของเขา
    ทหารน้อยใหญ่วิ่งสุดฝีเท้าแต่ไม่มีใครผ่านจอมมารลำดับที่สองมาได้
    "ข้าบอกแล้วไง" ซูหยินยกยิ้ม เขากำลูกเต๋าสีขาวไว้ในมือก่อนจะวาดมือออกข้างลำตัว เกิดแสงประกายขึ้นวูบหนึ่งจากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังกัมปนาทไปทั่วม
    ตู้มมม!!!
    ควันสีขาวลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า แรงระเบิดและเสียงตามมาทีหลัง ชิวเหวินเจี้ยนก้มหน้าลงเพราะเศษฝุ่นกระเด็นมาถึงตัวเขาด้วยความเร็วสูง ชายหนุ่มร่ายเวทย์ไม่ทันหรอก...เขาไม่ใช่คนมีระดับพลังสูงอะไรขนาดนั้น เสียอย่างไรร่างกายของเขาก็เป็นเพียงมนุษย์ขั้นเมฆา
    'ร่างกายของเจ้า....' เทพมารสบถหยาบคาย ปีศาจรีบรุดเข้าไปหาทว่าช้ากว่าแรงระเบิดนั้นมาก หากเป็นมนุษย์ธรรมดาร่างคงฉีกเป็นชิ้นๆ แต่ชิวเหวินเจี้ยนได้รับพลังมา เกล็ดสีดำขลับงอกขึ้นตามร่างกายของเขา ปกป้องผิวกายอย่างทันท่วงที
    หลังจากควันหายไปหมด การระเบิดราวกับถูกโจมตีด้วยอาวุธรุนแรงที่สุดเท่าที่จะหาได้สงบลง ชิวเหวินเจี้ยนก็ลืมตาขึ้น เขาหันไปมองกำแพงเมือง และนั่นเองก็ทำให้เขาได้รู้ว่าจอมมารลำดับที่สองกับสามนั้นระดับห่างกันอย่างน่าตกใจ
    กำแพงเมืองที่สร้างจากหินแข็งแรงพังทลายลงสู่พื้นจากการวาดมือเพียงครั้งเดียวของเด็กหนุ่มคนนั้น ชิวเหวินเจี้ยนจ้องมองไปเบื้องหน้า เพ่งสายตาเพื่อมองสถานการณ์และเหมือนพลังของมังกรมายาลวงจะแสดงฤทธิ์
    นัยน์ตาของมังกร(ระดับวิชาปฐพี)
    ดวงตาของชายหนุ่มพลันหรี่เล็กและส่องแสง เป็นเหมือนกับดวงตานี้เป็นของมังกรสีดำ เป็นของมีค่าที่เผ่ามังกรมอบให้ เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไปแม้จะมืดมิด ชายหนุ่มอ้าปากเล็กน้อยก่อนจะพยายามควบคุมอาการตกใจ
    ซูหยินสังหารลูกน้องของตนเองจนหมดสิ้น...ทุกคนที่พยายามรุกล้ำเข้ามาหาชิวเหวินเจี้ยนถูกบั่นคอ เลือดสีแดงอาบไล้ทุ่งหญ้าแห่งนั้นให้กลายเป็นทะเลโลหิต
    "อย่าเข้าใจผิดไปเทพมาร" ชิวเหวินเจี้ยนบอกกับร่างสูงใหญ่ข้างกาย "เจ้านั่นแค่เล่นตามกฎที่ตนสร้างขึ้น"
    ซูหยินยังยิ้มแย้ม เขาเดินผ่านศพเหล่านั้นอย่างไม่แยแส ซูฉินเฟยถอยกลับไปอยู่ด้านหลัง ดูก็รู้ว่าหวาดกลัวขนาดไหน
    "ข้าขออภัยในความสะเพร่า ข้าจัดการพวกที่เล่นเกมแบบโกงๆ แล้วชิวเหวินเจี้ยน" ซูหยินตะโกนบอก นัยน์ตาของมังกรฉายให้เห็นแสงสีม่วงกระจายออกรอบตัวเขา มันเป็นพลังที่ควบแน่นและอันตราย อาบไล้ไปทั่วบริเวณกว้างเพราะความมหาศาลของระดับศักดิ์สิทธิ์ ระดับที่บ่มเพาะอย่างยาวนาน
    "เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ… นั่นเป็นทหารของเจ้า ไม่มีผู้นำคนใดทำเช่นนี้" ชิวเหวินเจี้ยนจ้องมองร่างไร้วิญญาณที่ตายเกลื่อนกลาด
    "ข้าบอกเจ้าแล้ว ข้าจะไม่โจมตีเมืองนี้ จะไม่ทำลายมันแม้แต่ปลายเล็บจนกว่าข้าจะทอยลูกเต๋าได้เลขหนึ่ง ข้าจะทอยทุกวันวันละครั้ง ลูกเต๋านี้จะเป็นตัวกำหนดชะตาของพวกมันที่เหลือ"
    ชิวเหวินเจี้ยนลอบมองเทพมาร ปีศาจสีแดงแค่นหัวเราะ
    'เจ้านั่นเพิ่งพังประตูเมืองไป...เจ้าจักพรรดิ' เทพมารส่งกระแสจิต "ประตูเมืองอาบเวทย์คุ้มภัยไว้ แต่มันวาดมือเพียงครั้งก็บุบสลาย หากเจ้าไม่มีพลังของมังกร ตอนี้คงตกตายไปแล้ว"

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน