“สวยจังงงง” เสียงใสเอ่ยอย่างรื่นรมย์ยามมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ของรถทัวร์ปรับอากาศ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เพื่อนสาว
“สวยมากกก” ฝ้ายเห็นด้วยกับแจมทุกอย่าง ั้แ่ที่ข้างทางเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องมาเป็ป่าเขา คล้ายความรู้สึกเมื่อยล้าจากงานมานานก็ค่อยๆ หายไป
“หู้ยย ต้นนั้นใหญ่มาก” แจมทำตาโต ร่างอวบอัดขยับไปมองวิวใกล้ๆ ฝ้ายที่เห็นท่าทางตื่นเต้นของเพื่อนก็ยิ้มกว้างออกมา
“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมดังมาจากเบาะหลังเตือนเบาๆ ให้พวกเธอเงียบเสียก่อนที่จะเป็เื่ ฝ้ายยิ้มอายๆ กับแจมก่อนจะขยับนั่งลงในที่ของตัวเองด้วยความเกรงใจคนอื่นบนรถทัวร์
แจมที่โดนดุเหมือนกันยิ้มเบาๆ เธอหันไปมองเบาะเดี่ยวที่อยู่ทางขวามือก่อนจะสะกิดฝ้ายให้มอง
“ขี้เซาเหมือนเดิม” ฝ้ายอมยิ้มเล็กๆ เมื่อมองไปยังเพื่อนรักอีกคนที่หลับสนิทอยู่เบาะข้างๆ ั้แ่ขึ้นรถมาพราวก็ทิ้งสายตาหลับอย่างไม่สนใจวิวข้างทางแล้ว ตามสไตล์เขาล่ะ…
วันนี้พวกเธอมาเที่ยวที่จังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ปกติแล้วกลุ่มของพวกเธอมักจะใช้รถของแจมขับท่องเที่ยว แต่เนื่องจากแจมเพิ่งเอารถไปสอยตูดคันอื่นมา จึงอยู่ใน่ซ่อมแซม ทำให้สามสาวที่จัดทริปไว้แล้วเลือกนั่งรถทัวร์เพื่อมาที่นี่แทน
ถึงตอนแรกจะกังวลว่าจะไปรอดไหม เพราะต่างคนต่างไม่ได้นั่งรถทัวร์มานานแสนนาน แต่พอได้มาจริงๆ ก็ค้นพบว่าไม่ได้แย่เลย สมัยนี้รถทัวร์ทำดูดีอย่างกับนั่งเครื่องบิน แถมจังหวัดที่มาก็ไม่ไกลมาก นั่งรถเพียงสามชั่วโมงก็ถึง
ทั้งแจมและฝ้ายต่างพากันนั่งมองวิวทิวทัศน์จนลืมไปเลยว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ใกล้จะถึงสถานีขนส่งประจำจังหวัดแล้ว
“พราว ถึงแล้ว” แรงสะกิดเบาๆ เรียกให้เ้าหญิงนิทราประจำกลุ่มตื่นขึ้นมา ตากลมที่ยังไม่ขยายมากพอ มองไปรอบๆ ก็พบว่ารถหยุดนิ่งแล้ว ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่กันให้ทั่ว สมกับเป็จังหวะแหล่งท่องเที่ยว
ฝ้ายกับพราวพากันเดินลงรถ เพื่อไปหาแจมที่ล่วงหน้าลงไปรับกระเป๋าจากท้องรถก่อน
“ปล่อยนะ!” ฝ้ายขมวดคิ้วกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอจ้ำอ้าวทิ้งพราวไปหาแจมที่กำลังกระชากกระเป๋าจากชายร่างโตสองสามคนอยู่
“นี่อย่ามาทำหากินแบบนี้นะ!” แจมยังคงแผดเสียงไม่หยุด เธอไม่สนใจว่าใครจะมองมาด้วยความสนใจ มือน้อยดึงกระเป๋าออกจากมือหนาก่อนจะตวัดสายตาใส่ด้วยความไม่พอใจ
“แหมหนู ที่นี่ไม่มีแก้ปเกิ้ปหรอกนะ ไปกับพวกพี่สิ บริการส่งตรงถึงหน้าโรงแรม ไม่ต้องยกกระเป๋าให้เมื่อย” ฝ้ายยืนเท้าเอวมองชายร่างโตที่ทำหน้าไม่สะทกสะท้าน เธอไม่ต้องถามแจมให้เสียเวลาเลย เพราะเธอพอจะเดาออกว่าพวกนี้คงเป็ขาใหญ่ประจำบขส ที่คอยเรียกแขกไปกับรถตัวเองแล้วเรียกค่าบริการแพงๆ จังหวัดใหญ่แหล่งท่องเที่ยวแบบนี้ ทำไมจะไม่มี Grab
“นี่พี่ พวกหนูไม่ได้โง่นะ พวกพี่ตั้งใจจะมาเรียกค่ารถแพงๆ ใช่ไหม” ฝ้ายตวัดเสียงใส่อย่างมีน้ำโห แม้ตอนนี้เพื่อนของชายสามคนจะตามเข้ามาดูจนมีกันเป็สิบ แต่ทั้งฝ้ายและแจมก็ไม่ได้กลัว
ต่างจากพราวที่ยืนกัดปากประหม่ากับเหตุการณ์ไม่สู้ดีข้างหน้า เธอไม่ค่อยชอบเหมือนกันกับนิสัยโผงผางไม่ยอมคนของเพื่อนรักทั้งสอง
“อ้าวอีหนู เป็แขกบ้านแขกเรือนแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกพี่จะไม่กล้าลงมือนะ” เสียงคมเข้มพูดเยาะสองสาว พวกมันจ้องมองฝ้ายกับแจมราวกับโจรชั่ว
“ทำไม พี่จะทำไมพวกหนู ถ้าพี่ทำอะไร พวกหนูจะโทรเรียกตำรวจตอนนี้เลย” แจมท้าทายพวกนักเลงกลับอย่างไม่เกรงกลัว
“อย่ามาทำกร่างนะพี่ ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนถึงได้มาทำตัวแบบนี้”
“อีนังพวกนี้! ปากดีนักนะพวกมึง พวกกูก็พูดกับพวกมึงดีๆ” พวกนักเลงเองก็เริ่มทนไม่ไหว พวกมันตั้งหน้าเดินเข้ามาหาเื่สองสาวจริงจัง
พราวที่ทนไม่ไหวรีบจ้ำอ้าวไปหาเพื่อนทั้งสอง
“ขอโทษค่ะพี่ๆ พวกเพื่อนหนูคงเหนื่อยจากการเดินทาง ขอโทษจริงๆ นะคะ เดี๋ยวพวกหนูจะไปหารถเอาข้างหน้าค่ะ ไม่รบกวนพวกพี่หรอกค่ะ ขอตัวนะคะ” พราวพูดรัวด้วยเสียงสั่นๆ พร้อมยกมือไหว้เพื่อขอความเห็นใจ สาวน้อยเมื่อไหว้จนครบทุกคนก็รีบคว้าเพื่อนทั้งสองพร้อมสัมภาระที่เอามา ก่อนจะจ้ำอ้าวออกจากวงล้อมของขาใหญ่เ้าถิ่น
“โถ่ ปากดีนักนะพวกมึง คอยดูเถอะ กูจะเลียให้ล้มเลย” คำหยาบโลนสบถตามหลังมาติดๆ แจมกับฝ้ายทำท่าจะหันไปต่อปากอีกครั้ง แต่พราวก็รีบดึงเอาไว้พร้อมขอร้องไม่ให้ทั้งคู่หาเื่ใส่ตัวไปมากกว่านี้
“อีหนูๆ” เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ ลุงที่นั่งอยู่บนรถตุ๊กตุ๊ก ก็เรียกทั้งสามเอาไว้
“จะไปไหนกันล่ะ เห็นทะเลาะกับพวกนั้น ให้ลุงไปส่งไหม ลุงคิดไม่แพงหรอก” ลุงท่าทางใจดี พราวเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออก แต่ฝ้ายกับแจมที่ยังขุ่นมัวไม่หายดึงแขนพราวไว้ ก่อนจะตวัดเสียงสูงถามลุง
“จริงเหรอลุง? พวกหนูพักที่โรงแรมนี้ ลุงคิดเท่าไหร่”
“150 ก็พออีหนู 10 โล กับพวกหนูสามคนพร้อมกระเป๋าอีก ไม่แพงใช่ไหมล่ะ” ลุงยิ้มอย่างใจดี สามสาวที่ฟังพร้อมคำนวณในใจก็เริ่มยิ้มออก พวกเธอตกลงว่าจ้างก่อนจะขึ้นรถของลุง อย่างไรการออกไปจากที่นี่ไวๆ ก็ดีกว่าอยู่แล้ว
รถตุ๊กตุ๊กสภาพกึ่งเก่ากึ่งใหม่ วิ่งได้ไวสุดก็แค่ 30-40 กิโลเมตร เท่านั้นแหละ แต่ก็ถือว่าให้สามสาวได้ชมวิวเมืองไปด้วย
ทั้งฝ้ายและแจมที่หัวร้อนกับเหตุการณ์ก่อนหน้าพอเจอลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าก็เริ่มใจเย็นขึ้น
“ลุงขับมากี่ปีแล้วจ๊ะ” พราวที่นั่งใกล้คนขับ ถามลุง
“30 กว่าปีอีหนู”
“ถึงว่าล่ะ พวกนั้นถึงได้ไม่เอาเื่ลุง” ลุงที่ได้ยินประโยคนั้นก็ขำเบาๆ ไม่แปลกหรอกที่พราวจะสงสัย เพราะในบขสนั้น ก็มีแค่ลุงนี่แหละที่เป็ปฏิปักษ์ ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มเ้าถิ่น แต่เพราะแบบนั้นแหละ ลุงถึงได้จอดที่ไกลสุด ไม่ใกล้รถทัวร์
“ลุงแก่แล้ว พวกมันคงเกรงใจแหละ รถลุงก็เก่าๆ โทรมๆ สู้พวกมันไม่ได้หรอก”
“ไม่เลยค่ะลุง นั่งรถแบบนี้ได้บรรยากาศดีค่ะ”
“ขอบใจนะอีหนู”
“พรุ่งนี้ลุงว่างไหมคะ พอดีพวกหนูจะย้ายจากโรงแรมไปโฮมสเตย์ติดน้ำตกที่อำเภอนี้ค่ะ อยากจะเหมาคุณลุงให้ไปส่ง ระยะแค่ 20 กิโล เองค่ะ” พราวพูดจบก็หันไปหาเพื่อนสาว ทั้งคู่ยิ้มอย่างเห็นด้วย นั่งรถแบบนี้ได้บรรยากาศดีออก
ลุงเองก็ดีใจที่มีคนเหมา เพราะบ้านลุงอยู่ที่อำเภอนั้น แถมสามสาวก็ไม่ได้ให้ลุงมาคอยบริการ กิจกรรมวันพรุ่งนี้ก็มีแค่ไปน้ำตกเท่านั้น แต่ที่เหมาก็เพื่อให้ลุงพาไปตลาดใกล้ๆ หรือสถานที่อื่นๆ ถ้าหากพวกเธอขยันเที่ยวต่อก็เท่านั้น