หญิงสาวรู้สึกเพียงแค่ว่ามีเงาทอดทับอยู่เบื้องหน้าพอเงยหน้าขึ้นก็ประหลาดใจที่ได้เห็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ เ้าของใบหน้าเรีบบนิ่ง เขาสวมสูทสีเข้มมืองสองข้างล้วงในกระเป๋ากางเกงดวงตาคมชอบจ้องมองเธอเหมือนกำลังประเมินอะไรสักอย่าง
“คุณมาทำอะไรแถวนี้คะ คุณปรินทร”
“มีงานสัมมนาที่นี่ ผมแอบมาหาที่ดูดบุหรี่”
พูดไปอย่างนั้น แต่...ไม่ใช่หรอกเขาเห็นเธอเลยแอบเดินตามมาอย่างไม่รู้ตัวต่างหาก
“นั่งด้วยกันไหมคะ” เธอเขยิบให้เขานั่งลงข้างๆ ร่างในชุดสูทเรียบหรูพยักหน้าแล้วนั่งลงข้างๆ สายลมพัดผ่านกลิ่นหอมละมุนเหมือนกลิ่นดอกไม้แตะปลายจมูกของชายหนุ่ม เขารู้ว่ามันเป็กลิ่นหอมที่มาจากเธอ
“ขอบคุณนะคะ”
“หือ?”
“ที่ช่วยออกค่ารักษาครอบครัวหมาแม่ลูกอ่อน แล้วยังหาที่อยู่ให้ด้วย”
“อ่อ... ก็ไม่มีอะไร” เขายักไหล่ “ได้ยินว่าแวะไปเยี่ยมแม่หมาบ่อยๆนี่”
“ค่ะ เกรงใจน้าสมชายกับครอบครัวทำงานก็เหนื่อยแล้วต้องมาดูแลหมาเจ็บอีก แต่พั้นซ์ก็ไม่ได้ไปบ่อยนะคะ”
“ผมรู้”
ที่รู้เพราะลูกน้องมารายงานตลอด และออกจะแปลกใจที่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจอะไรในตัวเขาเลยสักนิด นี่เธอจะสนใจแต่บรรดาหมาเจ็บโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิดงั้นเหรอ ยิ่งคิดก็ยิ่งประหลาดใจ
“พั้นซ์ทำอะไรให้ใครเดือดร้อนหรือเปล่าคะ” เธอถามเพราะเห็นเขาเงียบไป
“ผมพูดอย่างนั้นเหรอ”
หญิงสาวอ้าปากจะพูดอะไรต่อก็เปลี่ยนใจ เขาเป็คนแบบที่เธอ “รับมือยาก”จริงๆ เหมือนคนพูดเอง เออเองจัดการเบ็ดเสร็จด้วยตัวเองหรือที่เรียกได้ชัดเจนที่สุดคือเผด็จการที่แหละเหมากับเขาเหลือเกิน
“ได้ยินว่าอยากไปจีน” เขาเปลี่ยนเื่
“อ้อ! คือแม่อยากไปเที่ยวจีนค่ะ กำลังดูๆอยู่ค่ะว่าจะซื้อทัวร์พาแม่ไปเที่ยว”
“ไปกันสองคน?”
หญิวสาวเริ่มจับวิธีการพูดของของเขาได้ ประโยคบอกเล่าแต่ใช้เสียงสูงท้ายประโยคกลายเป็ประโยคคำถามที่้าคำตอบ เธอก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเหมือนได้ค้นพบอะไรพิเศษ
“พั้นซ์กับแม่ แล้วไม่แน่ใจว่าพ่อเลี้ยงจะไปด้วยหรือเปล่าคะ”
“ไม่ให้แฟนไปด้วย?”
“ถ้ามีก็จะพาไปอยู่ค่ะ”
เธอหัวเราะออกมา ทำไมอยู่กับเขาแล้วเธอกลายเป็คนพูดมากขนาดนี้ ขนาดที่ว่าถ้าอยู่กับปาจรีย์เธอยังไม่พูดเยอะแบบนี้เลย สีหน้ามีแววคำถามแต่เธอดูเวลาจากสมาร์ทโฟนแล้วก็หยิบรองเท้ามาสวม
“หมดเวลาพักแล้วค่ะ พั้นซ์ไปทำงานก่อนนะคะ”
เธอลุกขึ้น ร่างบางเซเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือช่วยประคองไว้ได้ก่อนเพียงััแ่เบา เขาก็รู้สึกถึงผิวกายเนียนละเอียด หากได้ััทั้งตัวมันจะรู้สึกดีเพียงใด
“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มบางๆแล้วถอยออกรักษาระยะห่างแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีแฟน?”
ปรินทรพึมพำ ก็ไม่แปลกนี้ผู้หญิงเยอะแยะที่บอกว่าตัวเองไม่มีแฟนเมื่อเจอผู้ชายที่ดีกว่า รวยกว่า ใช่! ก็เพราะความไม่เชื่อ เขาเลยต้องเดินตามเธอมาถึงที่นี่ เขาไม่ได้มีสัมนาอะไรหรอกแค่อยากเห็นหน้าเธอก็เท่านั้นเอง
ชายหนุ่มมาโรงแรมนี้บ่อยๆ มีลูกค้าจากต่างประเทศมาก็จะให้พักที่นี่ เพราะนอกจากจะอยู่ใจกลางเมืองแล้วบรรยากาศโดยรอบก็รับว่าดี พนักงานก็บริการดี เอาเป็ว่าเป็โรงแรมที่ดีก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้เส้นทางที่นี่เป็อย่างดี
เ้าของธนาคารหนุ่มเดินผ่านบริเวณสระน้ำ เขาไม่ได้ใส่ใจกลุ่มคนที่กำลังถ่ายทำมิวสิควิดิโออะไรนั่นนัก เพราะปกติเขามีก็ดารานางแบบหรือไฮโซชื่อดังก็เคยมาประกบแนบข้างเขามาแล้ว
“คุณั”
เสียงเรียกชื่อเขาทำให้เท้าของปรินทรหยุดเดินยังไม่ทันเอี้ยวตัวไปตามทิศทางของเสียงนั้น
แขนข้างหนึ่งก็ถูกคล้องไว้ตามด้วยหน้าอกไซด์36 ที่เข้ามาเบียนแขน
“ชาช่า?”
“ค่ะ ชาช่าเอง” หญิงสาวยิ้มกว้าง ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดยิ้มเย้ายวน “ดีใจที่คุณัจำชาช่าได้”
“ครับ”
จริงๆเขาจำไม่ได้หรอก คงเจอกันที่ไหนสักทีนั้นแหละ แต่ด้วยมารยาเขาจำเป็ต้องทำเป็จำได้ผู้หญิงเสนอตัวแบบนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้เขาจำเท่าไหร่
“ชาช่าเพิ่งกลับจากเดินแบบที่ญี่ปุ่นค่ะ ดีใจที่ได้เจอคุณัจังคะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มมักเป็เช่นนี้เสมอ และไม่เห็นความจำเป็ต้องพูดอะไรมากมายนัก เขาเป็คนทำงานให้การทำงานพิสูจน์ตัวเองจะดีกว่า คนบางคนเอาแต่พูดน้ำลายแตกฟอง
“ชาช่ามาถ่ายเอ็มวีค่ะ”
“ครับ”
เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็ยิ่งกว่าบ่อน้ำมันไม่มีท่าทีรุกคืบ ชาช่าก็เป็ฝ่ายรุกเสียเอง
“ชาช่ายังอยู่เมืองไทยหลายวันนะคะ ถ้ายังไง ...เรา...”
นิ้วมือเรียวไต่สาบเสื้ออย่างรู้ความหมาย
“ขอบคุณครับ ถ้ายังไงเราคงได้พบกัน”
เขาปฏิเสธแล้วยกมุมปากยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท เขาไม่อยากให้ภาพพจน์ของเ้าของธนาคารอย่างเขาดูไม่ดี และไม่้าเสี่ยงกับการเป็ข่าวฉาวในคลิป เขากำลังจะเดินออกมาก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน เขาคงจะไม่หยุดฟังถ้าไม่ได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้น
“รีเซฟชั่นคนนั้นน่ารักนี่หว่า จะหิ้วกลับที่พักหรือไงว่ะ เป็คนหล่อมันดีอย่างนี้นี่เอง”
“ชื่อน้ำพั้นซ์ พิชญ์นรี” เบสท์-นฤพนธ์ นักร้องหนุ่มพูดยิ้มๆ “น้ำพั้นซ์ไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”
“อะไรวะ เจอหนเดียวจะรู้ได้ไงว่าเป็ผู้หญิงแบบไหน”
“รู้ซิ รู้จักั้แ่ก้าวแรกที่เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว”
“เฮ้ย! อย่าบอกว่ารักแรกพบนะ”
“ก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่ชอบวะ ไม่เหมือนคนอื่นดี ไม่เจอกันหลายปี สวยขึ้นเป็กอง”
“ไม่เจอกันหลายปี ไม่ใช่ผัวสองลูกสี่ไปแล้วเหรอ” เพื่อนยังแซวสนุกปาก
“เฮ้ย! คนนี้ขอนะ เราจริงจังวะ”
“เออๆ ขอโทษๆ ไม่เคยเห็นจริงจังกับคนนอกวงการนี่หว่า”
บทสนทนาจบลงแค่นั้น ดูเหมือนได้เวลาทำงานของพวกเขาแล้ว เขาเองก็เช่นกัน กับเงินแค่สองแสนห้าทำไมต้องมาเปลืองตัวเสียเวลาเองแบบนี้นะ ปรินทรเร่งเดินออกมาแล้วไปที่รถของตัวเองพยายามไม่คิดถึง
แต่น้ำเสียงหวานใสกับดวงตาเป็ประกายคู่นั้นเหมือนจะหลอกหลอนเขาอยู่
จะทำยังไงให้ลืมเื่ผู้หญิงคนนี้ได้เสียที
ชายหนุ่มหยิบแว่นกันแดดมาสวม หรือควรจะรีบจัดการเธอเสียที เคี้ยวให้หมดหวานแล้วคายทิ้งไป
.................