สุดท้าย จิ้งจอกแดงผู้นั้นก็ใช้แส้ตวัดข้อเท้าของหลินเฉาที่ลอยอยู่บนอากาศไว้แน่น ก่อนจะกระชากอย่างแรงจนร่างของคนผู้นั้นฟาดกับแผงขายของข้างทาง
โคมไฟบนแผงนั้นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น หลินเฉากลิ้งรีบพลิกตัวลุกขึ้น
“เ้าแพ้แล้ว!” เสียงหน้ากากจิ้งจอกแดงดังลั่น
“จับพวกเขาไปหน่วยเจ็ด” ฉินอี้ร้องสั่ง เมื่อครู่เขามากับท่านไป๋เพียงสองคน ไม่คิดเลยว่าจะพบบุตรชายอันธพาลของซุนจิ้งโหว
ในเมื่อองครักษ์ฝีมือดีอย่างหลินเฉาพ่ายแพ้ บ่าวรับใช้ที่ติดตามเผยเหวินโหรวก็ไม่กล้าต่อต้าน ยินยอมให้คนของหน้ากากจิ้งจอกแดงจับกุมแต่โดยดี
“จิ้งจอกแดงชนะอีกแล้ว ั้แ่ข้าเห็นมา เขาไม่เคยพ่ายเลยสักครา” บุรุษที่ยืนอยู่ด้านข้างมู่ช่างเอ่ยขึ้น
มู่โจวหันไปถาม “ท่านเห็นเขาประฝีมือมาอีกคราแล้ว”
คนผู้นั้นยิ้ม “ข้าเฝ้าร้านอยู่ตรงนี้ เห็นมาราวสามสิบสี่สิบครั้งแล้ว กระทั่งหัวหน้ามือปราบหยวนที่ว่าเก่งๆ ยังสู้จิ้งจอกแดงไม่ได้เลย”
คนที่มุงดูอยู่เมื่อครู่เห็นว่าเหตุการณ์สงบแล้ว ต่างก็พากันแยกย้ายสลายตัว
มู่ช่างหันไปหามู่โจว “ซุนจิ้งโหวเก็บตัวเงียบเชียบ ไม่เคยแสวงหาพรรคพวก แต่กลับมีบุตรชายเช่นนี้ ช่างน่าเห็นใจจริงๆ”
“ข้าไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อนเลย เห็นทีคงจะเป็บุตรปลายแถวเหมือนจิ้งจอกแดงว่า”
“ช่างเถิด ข้าติดใจวรยุทธ์ของจิ้งจอกแดงมากกว่า แม้หลินเฉาจะมีฝีมือแต่ก็ยังห่างไกลจากจิ้งจอกแดงนัก” มู่ช่างชื่นชมผู้สวมหน้ากากจิ้งจอกแดงจากใจ “ข้าอยากรู้จริงว่าองครักษ์ลับผู้นี้ถูกส่งมาจากฮ่องเต้หรือไม่”
“องครักษ์ลับย่อมไม่กล้าออกมาทำเช่นนี้หากไม่มีคำสั่ง อีกทั้งพวกเขาไม่อาจเปิดเผยใบหน้า หรือว่าฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์สิ่งใดบนถนนไป๋เติ้งโหลง” มู่โจวตั้งข้อสังเกต
“หากจะให้องครักษ์ลับมาสืบข่าว ทำเช่นนี้ก็ดูเอิกเกริกเกินไป ไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจจะเป็ยอดฝีมือที่เคยเป็องครักษ์ลับมาก่อน หรือไม่ก็ฝึกมาจากสำนักเดียวกันกับองครักษ์ลับพวกนั้น”
“จะว่าไปรูปร่างคนผู้นี้ดูเตี้ยไปหน่อย มือกับเท้าดูเล็กบอบบางคล้ายอิสตรี ชุดที่สวมอยู่อาจจะเป็ชุดที่สวมให้หนาเพื่อพรางตัว”
“อย่างนั้นหรือ” มู่ช่างขมวดคิ้ว
“พี่ช่าง ข้ามีภรรยาแล้ว ข้าทั้งรู้ เห็น และััอยู่บ่อยๆ รูปร่างสตรีเป็เช่นใดล้วนแจ้งใจ ข้าพนันว่าหน้ากากจิ้งจอกแดงเป็สตรีขอรับ”
“ได้ๆ ถ้าวันหน้าพบว่าหน้ากากจิ้งจอกแดงเป็สตรี ข้าจะเลี้ยงสุราเ้าสามวันสามคืน” มู่ช่างยิ้ม พลางใช้มือตบบ่าน้องชาย
เช้าวันต่อมา มู่ช่างกำชับบ่าวรับใช้เตรียมของขวัญที่จะนำไปมอบให้กับใต้เท้าหยวนอย่างเข้มงวด เื่จะแต่งกับนางหรือไม่นั้นก็เื่หนึ่ง แต่ส่วนของมารยาทในระหว่างคบค้าจะขาดตกบกพร่องมิได้
“พี่ช่าง ท่านดูท่าทางตื่นเต้นไม่น้อยเลยนะขอรับ”
“เ้าหุบปากไว้เถอะ” มู่ช่างพยายามข่มใจให้สงบนิ่ง
คู่หมายที่บิดามารดาเคยหาให้ก็พอมีอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังมิได้รู้สึกชมชอบสตรีคนใดมากเป็พิเศษ หลายคราที่ไปพบปะพวกนางแล้วก็กลับมาส่ายศีรษะกับมารดา หากว่าจะถูกบีบคั้น เขาก็อาศัยน้ำตาที่ไหลได้ราวกับถูกสั่งมาช่วยยับยั้งมิให้เื่ราวเลยเถิด
รถม้าคันใหญ่ของสกุลมู่จอดที่หน้าจวนของใต้เท้าหยวน พ่อบ้านใหญ่เป็ผู้ออกมาต้อนรับและเชื้อเชิญให้บุตรชายท่านอ๋องทั้งสองเข้าไปยังห้องโถง
ใต้เท้าหยวนกับบุตรชายคนโตรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นมู่ช่างกับมู่โจวก้าวเท้าเข้ามาก็ยืนขึ้น เมื่อทักทายปราศัยกันตามธรรมเนียมเรียบร้อย เ้าภาพก็ผายมือเชิญให้คุณชายทั้งสองนั่ง
“ท่านพ่อสั่งข้าว่าของขวัญที่เตรียมมาให้ใต้เท้า ห้ามขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียวขอรับ” มู่ช่างกล่าวอย่างนอบน้อม
“ท่านอ๋องช่างมีน้ำใจเสียจริง ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายรองจะมาจวนข้าเร็วเช่นนี้” หยวนเหิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มพออกพอใจ
เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะทรงเอ่ยเื่นี้ขึ้นมาด้วยพระองค์เอง อันที่จริงก็มีบุตรสาวอีกหลายตระกูลที่เหมาะสมจะแต่งงานกับบุตรชายคนรองของท่านอ๋องแห่งเมืองหรงเฉิน ทว่าเหอผิงอ๋องผู้เคยเป็แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือผู้นั้น มิใช่ผู้จะคล้อยตามคนง่ายๆ
“ท่านพ่อร้อนใจขอรับ จึง้าให้ข้ามาพบเยี่ยมเยือนท่านด้วยตนเอง”
ใต้เท้าหยวนหันไปทางภรรยา “ฮูหยิน ให้คนไปตามหลินเอ๋อร์มาเถิด แขกมาจากแดนไกลเช่นนี้ รีบออกมาต้อนรับ”
“เ้าค่ะ” หยวนฮูหยินรับคำ แล้วออกไปจากห้องโถง
หยวนชิงหลินถูกสั่งให้แต่งเนื้อแต่งตัวอย่างงดงาม ผู้เป็มารดากำชับให้นางฝึกซ้อมบทเพลงผีผาอยู่หลายวัน แรกทีเดียวนางก็ยังดูไม่คล่องแคล่วสักเท่าไหร่ แต่ไม่นานนางก็ค่อยๆ ทบทวนความจำและวิธีการเล่นออกมาได้
‘เป็คุณหนูหยวนนี่ช่างยุ่งยากเสียจริง ดีนะที่ยังรื้อฟื้นความจำของนางได้”
หญิงสาวประคองผีผาเดินตรงไปยังศาลาใหญ่ริมน้ำ บิดากับพี่ชายของนางนั่งรออยู่ ด้านข้างมีบุรุษแปลกหน้านั่งอยู่ด้วย เมื่อเหลือบมองไปแวบหนึ่งนางรู้สึกคุ้นเคยกับชายหนุ่มทั้งสองยิ่งนัก ความทรงจำของเซียวอิงอิงบอกกับนางว่าทั้งสองฝ่ายเคยรู้จักกัน
‘ข้าเคยรู้จักพวกเขา น่าเสียดายนักที่นึกไม่ออก’
ใต้เท้าหยวนมองเห็นบุตรสาวเดินเข้ามาก็รีบกวักมือ “หลินเอ๋อร์ คารวะขุนพลทั้งสองเร็วเข้า นี่คือบุตรชายของเหอผิงอ๋อง คุณชายมู่ช่างกับคุณชายมู่โจว”
หญิงสาวยอบกายอย่างอ่อนหวาน “หลินเอ๋อร์ คารวะคุณชายมู่ช่าง คุณชายมู่โจว”
มู่ช่างมองดูสตรีตรงหน้าแล้วกระพริบตาถี่ๆ สาวน้อยผู้นี้ดูเรียบร้อย อ่อนหวาน งดงามราวกลีบบุบผายามต้องน้ำค้างในยามเช้า ทว่าเขากลับรู้สึกแปลกๆ เหมือนนางกำลังเสแสร้ง เพราะฝีเท้าของนางในยามที่เดินเข้ามาในศาลานั้นเบากว่าหญิงสาวทั่วไป และเต็มไปด้วยความมั่นคง
“คุณหนูรอง ได้ยินว่าเ้าเพิ่งหายป่วย ข้าเองก็เรียนใต้เท้าหยวนแล้วว่าไม่้ารบกวนเ้า”
หยวนเหิงยิ้มให้กับมู่ช่าง “รบกวนอันใดกัน คุณชายรองมู่อุตส่าห์เดินทางมาจากเมืองหรงเฉิน หากมิได้ฟังบทเพลงผีผาของหลินเอ๋อร์สักหน่อยก็เท่ากับสกุลหยวนบกพร่องในการต้อนรับแล้ว”
คำพูดของทั้งสองฝ่ายแฝงนัยเื่การหมั้นหมายอยู่ในที สกุลหยวนย่อมอยากได้เขยขวัญจากจวนอ๋องอยู่แล้ว การให้บุตรสาวออกมาเล่นผีผาให้มู่ช่างได้ชม ก็เป็การเผยโฉมและนำเสนอความเก่งกาจของบุตรสาวเพื่อให้ชายหนุ่มพึงพอใจ
หยวนชิงหลินไปนั่งตรงตำแหน่งที่นางต้องมาฝึกเล่นผีผาอยู่เป็ประจำ แม้ยามนี้จะมิได้ฝีมือโดดเด่นทัดเทียมกับเ้าของร่าง แต่ก็นับว่าเล่นได้เจ็ดถึงแปดส่วน
ครั้นนางเล่นบทเพลงทั่วๆ ไปจบหนึ่งเพลง คนทั้งศาลาก็ปรบมือพร้อมกัน
“ก่อนหลินเอ๋อร์จะป่วยเล่นได้ดียิ่งนัก แต่เพราะล้มเจ็บนานเกินไป นิ้วคงจะแข็ง บัดนี้จึงแค่พอเล่นได้” หยวน ฮูหยินเอ่ยแทนบุตรสาว
ยามนั้นอาหารถูกลำเลียงเข้ามาวางบนโต๊ะ หยวนจื่อจิงจึงผายมือเชิญแขกทั้งสองไปรับประทาน
“ได้เวลาอาหารแล้ว พวกท่านคงจะหิว เชิญเถิด” หยวนจื่อจิงลอบสังเกตมู่ช่าง เขารู้สึกพอใจในตัวขุนพลผู้นี้ หากมู่ช่างกับน้องสาวของเขาแต่งงานกันก็นับว่าเหมาะสม
หยวนชิงหลินมีท่าทีสงบเสงี่ยม นางแอบลอบสังเกตมู่ช่างอยู่สองสามครั้ง บุรุษผู้นี้องอาจผึ่งผายสมเป็ขุนพลคนสำคัญของค่ายแดนเหนือ ไม่น่าเชื่อว่าจะยังไม่แต่งงานและยังไม่มีสตรีข้างกาย
“หลินเอ๋อร์ เ้าคีบน่องเป็ดให้คุณชายรองมู่หน่อยสิ” คนเป็พี่ชายบุ้ยบ้าย
***************
ไรเตอร์แนะนำ อีบุ๊กที่วางจำหน่ายแล้วในเว็บ mebmarket
