บทที่ 55: อสูรงูดาบที่ซ่อนอยู่ในถ้ำ (The Sword Snake in The Cave)
“ล่าสุด ข้าก็ได้ยินมาว่า มิทสึนาริได้ทำการปลดปล่อยอายาคาชิ อสูรโยไคชนิดพิเศษทั้ง 100 ตนที่เขาได้สร้างขึ้นจากดวงวิญญาณวีรชนแห่งสงครามทั้ง 100 ดวง กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคในญี่ปุ่น สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำในตอนนี้...ก็คือตามหาพวกมัน และจัดการกับพวกมันให้สิ้นซาก...เพื่อตัดทอนกำลังอสูรของอีกฝ่าย”ยูกินะมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับอิเอยาสึ ผู้เป็นทวด เพราะตัวเธอเองก็จะได้ออกตามหา...และรวบรวมชิ้นส่วนจากอายาคาชิทั้ง 100 ตนไปด้วยในเวลาเดียวกัน หลังจากนั้นต่อมา อินะฮิเมะก็ได้ตัดสินใจที่จะขอร่วมเดินทางไปกับพวกยูกินะด้วยพวกเธอทั้งสี่ได้เดินทางมาถึงที่ถ้ำแห่งหนึ่ง หลังจากที่เดินเข้าสำรวจไปได้สักพัก ก็ได้มีฝูงอาทุยคากุระ-โยไคขนาดย่อมโผล่ขึ้นจากพื้นถ้ำและพ่นลูกไฟใส่ แต่พวกเธอทั้งสี่ต่างก็สามารถหลบการโจมตีของมันได้อินะฮิเมะเขวี้ยงเคียวยักษ์ใส่พวกมันในขณะที่ร่างของเธอลอยอยู่กลางอากาศ เคียวยักษ์ที่ลอยเข้ามานั้นได้ตัดร่างพวกมันจนขาดเป็นสองท่อนก่อนที่จะวกกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของราวกับบูมเมอร์แรง เธอฟันเข้าที่ร่างอสูรปลิงปีศาจอย่างจังในลักษณะแนวตรง จากนั้นเธอก็ฟาดฟันใส่พวกที่เหลืออย่างไม่ยั้งพลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธชนิดต่างๆ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 3 ชนิดด้วยกัน คือดาบโค้ง ทวน และเคียวยักษ์ทางด้านยูกินะก็ชักดาบพลังแสงออกมาก่อนที่เธอจะทำการเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบแส้ และฟาดฟันใส่พวกอสูรปลิงปีศาจเข้าอย่างจังจากทางระยะไกล พลางใช้แผงบาเรียป้องกันจากกำไลกระจกยาตะในการปัดลูกไฟที่พวกมันพ่นออกมาสะท้อนกลับไปที่พวกมันทั้งหมด ในระหว่างนั้นก็มีการโปรยแผ่นยันต์ทั้ง 14 ใบขึ้นบนกลางอากาศ ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายมนต์เสกให้กลายเป็นฝูงค้างคาวสายฟ้าบินเข้าพุ่งชนใสพวกมันจนเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นด้วยทางด้านโทโมเอก็พุ่งเข้าฟาดฟันใส่พวกอสูรปลิงปีศาจอย่างรวดเร็วพลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธไปมาระหว่างกระบี่คันศรและดาบโค้งชนิดคู่ ในระหว่างนั้นก็มีการยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นฝูงคลื่นดาบธาตุน้ำแข็งขนาดย่อมอีกด้วย ส่วนทางด้านคิทสึเนะก็ชักดาบออกมาและคาบไว้ที่ปากเพื่อกลายร่างเป็นภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบ จากนั้นก็พุ่งเข้าฟันใส่ด้วยความรวดเร็วจนทำให้เหล่าอาทุยคากุระ-โยไคนั้นได้ดับสลายหายไปอย่างราบคาบทั้งหมดหลังจากที่เดินสำรวจภายในถ้ำมาได้สักพัก ก็ได้มีฝูงเฮียวสุเบะ-โยไคที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับก็อบลินของฝั่งตะวันตก และมีขนสีน้ำตาลอ่อนงอกออกมาแทบจะทั่วเรือนร่างปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอาวุธกระบองไม้คู่ใจ“ทุกคนอยู่ใกล้ๆ ข้าไว้นะ” โทโมเอะเสกลูกดอกขึ้นบนมือเรียวงามก่อนที่จะปักลงที่พื้นเป็นการสร้างแผงอาคมป้องกันขึ้นในลักษณะเป็นทรงกลมอยู่บริเวณกลางพื้นที่ล้อมรอบพวกเธอทั้งสี่ไว้ โทโมเอะยิงธนูเวทย์ธาตุแสงชี้ไปทางด้านบน จนเกิดเป็นฝูงลูกธนูเรือนแสงนับพันกว่าดอกสาดลงมาที่พื้นราวกับเป็นสายฝน ทำให้ร่างของพวกมันดับสลายหายไป แต่ก็ยังมีพวกเฮียวสุเบะ-โยไคส่วนหนึ่งยังคงวิ่งรุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องยูกินะรีบทำการร่ายมนต์เสริมความแข็งแกร่งให้กับแผงอาคมป้องกันของโทโมเอะ ก่อนที่เธอจะเรียกฝูงอาทุยคากุระ-ชิคิงามิที่มีขนาดย่อมออกมาบีบรัดตัวของพวกมัน หนามแหลมที่อยู่ตามตัวของพวกมันนั้นได้ทิ่มแทงเข้าไปในร่างและปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาช็อตใส่พวกมัน จนทำให้ร่างของพวกมันดับสลายหายไป“โฮโอ!!”“เท็นมะ!!” ภูติพิทักษ์หงส์ไฟมัจจุราชกับภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาต่างก็ปรากฏตัวขึ้นตามเสียงเอ่ยขานของผู้เป็นนาย แล้วพ่นเปลวไฟใส่พวกเฮียวสุเบะ-โยไคจนทำให้พวกมันที่เหลือดับสลายหายไปทั้งหมดหลังจากที่พวกเธอทั้งสี่ได้เดินทางมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ นูเระอนนะ-โยไคก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและกรีดร้องออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณภายในถ้ำ เสียงกรีดร้องนั้นแทบจะทำให้แก้วหูแตกในทันทีนูเระอนนะ-โยไค คือปีศาจสาวผมยาวสีน้ำเงินอมม่วงที่เปียกปอน ซึ่งมีใบหน้างามอันเย้ายวนชวนหลงใหลที่แสดงสีหน้าหม่นหมองออกมาอย่างเห็นได้ชัด มีริมฝีปากสีม่วงเข้มอวบอิ่มที่ซ่อนเขี้ยวอสรพิษไว้ในปาก ผิวสีฟ้าอ่อน หน้าอกขนาดใหญ่ มีแขนสองข้างเป็นงูที่มีขนาดยาว โดยมีแขนข้างซ้ายจะเป็นงูสายฟ้ากับแขนข้างขวาจะเป็นงูเพลิง และมีกายท่อนล่างเป็นหางงูที่มีขนาดใหญ่ยูกินะรีบชักดาบพลังแสงออกมาก่อนที่เธอจะร่ายเวทย์ธาตุน้ำแข็งลงบนคมดาบจนกลายเป็นคมดาบน้ำแข็งที่มีหมอกไอน้ำแข็งปกคลุมไปทั่วคมดาบ จากนั้นเธอก็ตวัดดาบปล่อยคลื่นดาบน้ำแข็งใส่นูเระอนนะอย่างต่อเนื่อง แต่นางก็ปัดคลื่นดาบนั่นไปได้ทั้งหมด จนทำให้คลื่นดาบเหล่านี้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆคิทสึเนะในร่างจิ้งจอกคมดาบรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ด้วยท่ากงจักรวายุ แต่แขนงูนั้นได้ป้องกันการโจมตีนั่นไว้ คิทสึเนะจึงต้องรีบกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลักนูเระอนนะ-โยไคได้พ่นเปลวไฟออกมาจากแขนงูเพลิงข้างขวา แต่พวกเธอทั้งหมดก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายได้ ทางด้านโทโมเอะรีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นฝูงกงล้อสายฟ้าโจมตีใส่อีกฝ่าย แต่นางก็ร้องคำรามปล่อยสายฟ้าออกมาจากแขนงูสายฟ้าข้างซ้าย เพื่อสกัดฝูงกงล้อสายฟ้าที่โทโมเอะยิงออกมาทั้งหมด คิทสึเนะรีบตวัดดาบปล่อยคลื่นดาบธาตุไฟโจมตีใส่นาง แต่นางก็พ่นลูกไฟออกมาจากแขนงูเพลิงสกัดคลื่นดาบธาตุไฟได้ทันแต่หากรู้ไม่ว่า...ในระหว่างนั้นเอง อินะฮิเมะก็รีบฉวยโอกาสเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นทวน ก่อนที่เธอจะกระโดดพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของนางอย่างจังจากกลางอากาศในลักษณะแนวตั้ง จนทำให้ร่างของนางทรุดลงกับพื้น สักพัก ก็มีเทพทั้งสององค์ปรากฎขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะ“นูเระอนนะ-โยไคกำลังจะกลายสู่ร่างยาโตะ โน คามิ-อายาคาชิ จงเตรียมไว้ให้พร้อม เจ้าหญิงฮิเมรากิ”“เขาของมันคือหนึ่งในชิ้นส่วนจากอายาคาชิทั้ง 100 ตน จงจัดการกับมันและนำเขาของมันเข้ากระจกยาตะให้ได้”ซุยจิน เทพแห่งวารีกับ ทาเคมิคาซุชิ เทพแห่งกระบี่อัสนีต่างก็รีบกล่าวในเชิงบอกให้ทราบ ก่อนที่ทั้งสององค์จะเลือนหายไปจากตรงหน้ายูกินะ เทพทั้งสององค์นี้ก็ได้เข้าร่วมในศึกสงครามระหว่างทวยเทพกับเหล่าโยไคที่เธอเคยฝันเห็น และก็สิ้นใจลงในศึกสงครามครั้งนั้นด้วยสักพัก นูเระอนนะ-โยไคก็ได้กลายสู่ร่างยาโตะ โนะ คามิ-อายาคาชิโดยสมบูรณ์ ส่วนหัวกับส่วนลำตัวของมันนั้นได้กลายสู่ร่างอสรพิษอย่างเต็มตัว ซึ่งมีเขาเป็นคมดาบขนาดยาวที่ติดอยู่บนหัวของมัน ยาโตะ โนะ คามิ-อายาคาชิได้กู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณภายในถ้ำอินะฮิเมะรีบเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นเคียวยักษ์ ทางด้านยูกินะก็รีบเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบยาว พร้อมกับหยิบแผ่นยันต์ขึ้นมา ส่วนทางด้านโทโมเอะก็รีบเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบคู่ชนิดโค้ง ซึ่งพวกเธอทั้งหมดต่างก็เตรียมการเพื่อจะเผชิญหน้ากับอสูรงูดาบยาโตะ โน คามิ-อายาคาชิที่กำลังอยู่ตรงหน้า