พักนี้ขอเป็นเทพสายชิล

    บทที่ 14 เมืองหลวง มาถึงแล้ว

    ถึงแม้ว่านารุคามิจะมีร่างกายมนุษย์ แต่ร่างกายมนุษย์นั้นถูกรีเซ็ตตลอดเวลาทำให้มันสามารถซ่อมแซมตนเองได้ตลอดเวลา เธอจึงอยู่ในร่างมนุษย์นี่มาเป็๲ระยะเวลายาวนานนับไม่ถ้วน


    "ต้องเดินอีกไกลเลยเนอะ !"


    นารุคามิพึมพัมเบา ๆ ก่อนจะยิ้มอ่อน ๆ ทันใดนั้นคิราเอลตัวน้อยก็ร้องไห้งอแง


    "แอ๊ แอ๊ แอ๊ !"


    "หิวแล้วเหรอ คิราเอล"


    เมื่อทารกน้อยเริ่มส่งเสียงร้องไห้ด้วยความหิวโหย มันคือสัญญาณที่ไม่สามารถละเลยได้ 


    "จะมีอะไรให้กินไหมนะ ? "


    อัลมอนด์ชี้ไปที่แพะตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมาก


    "อะ แพะนี่นา"


    "ดีจังเลย"


    พวกเธอรีบรุดเข้าไปหาแพะตัวนั้นและจับแพะจัดการรีดน้ำนมแพะป่าสีขาวขุ่นที่พบอยู่ข้างทางด้วยความชำนาญ 


    "จะป้อนตรง ๆ ก็ไม่ได้ด้วยสิ"


    แต่นารุคามิก็ทราบดีว่านมสดจากสัตว์ในธรรมชาตินั้นไม่อาจป้อนให้กับชีวิตที่บอบบางเช่นนี้ได้โดยตรง


    "เอาล่ะน้า~~"


    นารุคามิย่อตัวลงบนพื้น นำภาชนะบรรจุน้ำนมมาวางไว้เบื้องหน้า แล้วเริ่มร่ายมนตร์ พลังเวทมนตร์สีเงินจาง ๆ ไหลออกจากปลายนิ้วเรียวของเธอ แผ่เข้าสู่น้ำนม เพื่อกลั่นกรองทุกสิ่งที่อาจเป็๲พิษออกจากโมเลกุลอันหยาบกร้าน 


    "สิ่งสกปรกจงออกไปให้หมด สิ่งสกปรกจงออกไปให้หมด ! "


    กระบวนการอันละเอียดอ่อนนี้ใช้พลังงานในการเปลี่ยนน้ำนมธรรมดาให้กลายเป็๲ของเหลวบริสุทธิ์ที่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย


    "ปลอดภัยแล้วมั้ง...."


    นารุคามิป้อนนมที่ถูกปรับสภาพด้วยมนตรานั้นให้กับทารกน้อยอย่างอ่อนโยน เสียงดูดนมเล็ก ๆ ของทารกน้อยทำให้นารุคามิยิ้มอย่างอ่อนโยน


    "เด็กดี ๆ น่ารักน่าชัง"


    แพะตัวนั้นวิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนก


    หากวันไหนที่เธอไม่สามารถหานมแพะให้กับเด็กทารกได้ เธอก็จะนำฝักข้าวโพดที่เคยทำเอาไว้๻ั้๹แ๻่แรกมาบดเป็๲ซุปข้าวโพดอ่อนและป้อนให้กับเธอ นับว่าเป็๲การเอาชีวิตตัวรอดที่ควรค่าแก่การให้รางวัลคุณแม่ดีเด่นจริง ๆ 


    "เก่งมาก คิราเอลตัวน้อย"


    เมื่อพวกเธอทั้งสองเดินผ่านทุ่งหญ้ามาได้สักพักก็เจอกับรถม้าคันหนึ่งที่บรรทุกสิ่งของจำนวนมาก กำลังมุ่งหน้าไปเส้นทางถนนที่ตัดผ่านกับเส้นทางของพวกเธอ 


    “อะไรกัน มีคนมาอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ”


    ทันใดนั้นเอง รถม้าคันนั้นก็หยุดลงพลางได้ยินเสียงของชายหนุ่ม ที่อายุราว ๆ สี่สิบปีดังขึ้นมาจากรถม้าคันนั้น 


    ก่อนที่เขาจะชะโงกหัวออกมาดูจากที่นั่งคนขับ ชายหนุ่มผู้นั้นมีผิวพรรณขาวนวลเปล่งปลั่ง มีรอยย่นบนใบหน้าเล็กน้อย แววตาของเขามีสีฟ้าแหลมราวกับเข็มในมหาสมุทร


    ทรงผมตัดสั้นสีน้ำตาลที่รวบไปด้านหลังเล็กน้อยและเขาแต่งกายด้วยชุด สีขาวแขนยาว กางเกงยีนส์สีน้ำตาล สวมชุดสูทสีน้ำตาลทับเอาไว้ จากรูปลักษณ์ภายนอกดูยังไงก็เหมือนกับพ่อค้าเร่ที่กำลังไปส่งของ ณ เมืองอื่น

    sds

     

    “ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนารุคามิ พอดีกำลังเดินทางไปเมืองหลวงค่ะ”


    เธอเดินเข้าไปหาพลางยิ้มอ่อน ๆ


    “งั้นเหรอ เมืองหลวงเทรเซียน่ะอยู่ทางโน้น แต่ระยะเวลาการเดินมันนานมากเลยนะ ต้องใช้เวลาเป็๞เดือน….อืม” 


    ชายหนุ่มชี้ไปยังทิศทางตรงข้ามก่อนจะเอ่ยพลางจับหนวดเบา ๆ ราวกับกำลังคิดคำนวณอะไรบางอย่าง


    “ฉันกำลังจะเดินทางไปยังเมืองข้าง ๆ ด้วยสิ เสียดายจัง หากได้เดินทางไปเมืองเทรเซียด้วยกันคงจะดีนะ”


    ชายหนุ่มเอ่ยพลางยิ้มอย่างน่าเสียดาย


    “นั่นสิคะ แต่ไม่เป็๞ไรหรอกค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”


    นารุคามิกล่าวก่อนจะเดินตรงไปยังทิศทางที่ชายหนุ่มชี้ อัลมอนด์ก็โบกมืออำลาชายหนุ่มเช่นกัน ก่อนจะวิ่งตามนารุคามิไป ชายหนุ่มเห็นดังนั้นได้แต่โบกมืออำลาก่อนจะควบคุมรถม้าให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า


    "บ๊าบบาย โชคดี !"


    การเดินทางยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ พวกเธอเดินไม่หยุดเพราะแทบไม่ต้องพักเลย หากมีอันตรายแค่ดีดนิ้วก็หายไปแล้ว


    "ไม่เจอพวกโจรเลยแฮะ"


    นารุคามิเอ่ย


    "จะไปมีได้ยังไงกันคะท่านพี่ โลกของฉันมันสวยงาม ไม่มีหรอก โจรน่ะ"


    อัลมอนด์ตัวบิดเหมือนหนอน


    "ไปกันเลย เมืองหลวง เมืองหลวง เมืองหลวง !!!"


    {-------------------------------}


    หนึ่งเดือนแห่งการเดินทางที่ยาวนานและเหน็ดเหนื่อยได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับการกะพริบตา 


    ทันใดนั้น เมื่อพวกเธอเลี้ยวพ้นจากแนวต้นไม้ ภาพเบื้องหน้าก็คลี่คลายออก เผยให้เห็นคือประตูสู่เมืองหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำที่กว้างใหญ่ สะท้อนแสงแดดยามเย็นจนระยิบระยับ 


    "เห็นแล้ว ๆ เมืองหลวง !"


    "อืม ๆ ใหญ่จริง ๆ "


    กำแพงเมืองนั้นสร้างจากหินอ่อนสีขาวสวยงามจระกาลตาสูงตระหง่านเสียดฟ้า ราวกับว่ากษัตรย์ของอาณาจักรแห่งนี้มีเงินทองทางมากมายพอที่จะสร้างสิ่งที่ใหญ่โตและมหึมาเช่นนี้ได้


    "น่าจะรวยนะคะ"


    กำแพงเมืองล้อมรอบชุมชนขนาดใหญ่เอาไว้ มันมีบ้านเรือนหลายหมื่นหลังนับไม่ถ้วน และผู้คนก็อยู่ที่นี่มากเช่นกัน สมกับเป็๞เมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง


    นารุคามิ อัลมอนด์ และ คิราเอลในอ้อมแขนยืนมองภาพตรงหน้าก็รู้สึกดีใจไม่น้อย ในที่สุกพวกเธอก็มาถึงเสียที


    “ถึงแล้ว อ๊าา เหนื่อยจังเลย"


    นารุคามิกล่าวก่อนจะยิ้มอ่อน ๆ ในที่สุดการเดินทางของพวกเธอในเมืองหลวงแห่งนี้ก็เริ่มต้นขึ้น