เช้าวันรุ่งขึ้น
ครอบครัวของฟ้าเดินทางไปเยี่ยมลมแต่เช้า ทางพยาบาลแจ้งว่าทุกอย่างปกติดีลมฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็หลับไปอีกเพราะผลจากยา
ครอบครัวอยู่กับลมจนหมดเวลาเยี่ยม
“งั้นออกไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วพ่อจะไปสถานีตำรวจ คนอื่นนอกจากรุ้งกับมะลิกลับไปรอที่บ้านก่อนนะ"นายศิวกรบอกกับคนอื่นๆซึ่งก็มีนางสายหมอก ฟ้า รุ้ง พี่ผิงที่เป็นคนใช้แล้วก็มะลิที่ขอมาดูลมด้วย
ตามความจริงเขาอยากจะไปคนเดียวแต่ว่ารุ้งกับมะลิเห็นหน้าคนร้ายเพราะงั้นเขาเลยจะพาไปด้วยเผื่อว่าจะต้องชี้ตัวหรือต้องให้ข้อมูลกับตำรวจ
“ไม่นะ ไม่ฮืออ"
ขณะที่เดินออกมาครอบครัวของฟ้าก็ได้ยินเสียร้องไห้กันระงมจากห้องผู้ป่วยหนักอีกห้องที่อยู่ข้างๆทำให้ครอบครัวฟ้ามองหน้ากัน
“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ”รุ้งถามพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ
“เขายิงเมื่อคืนเหมือนกัน เสียเลือดมากพอมาถึงก็หยุดหายใจแล้ว หมอช่วยยื้อไว้ได้แต่หยุดหายใจนานเกินไปสมองเลยตาย ญาติตัดสินใจว่าจะไม่ยื้อต่อพึ่งจะถอดเครื่องช่วยหายใจค่ะ”พยาบาลตอบด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
ในทางการแพทย์สมองตายก็คือตายแล้วเพราะงั้นต่อให้ยื้อก็ไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีก มีแต่ทรมานและค่าใช้จ่ายที่ไม่จบไม่สิ้น
ไม่นานร่างที่โดนคลุมหน้าก็ถูกเข็นออกมาท่ามกลางเสียงร้องไห้กันระงม ระหว่างนั้นพยาบาลหมอและเจ้าหน้าที่ก็เดินเรียงแถวกันเต็ม2ข้างทางก่อนจะสงบนิ่งเพื่อแสดงความเคารพร่างที่ถูกเข็นผ่านไป
“อะไรครับเนี่ย”นายศิวกรถามด้วยความแปลกใจในเมื่อถอดเครื่องช่วยหายใจและตายแล้วก็น่าจะไม่ได้บริจาคร่างกายทำให้เจ้าหน้าแต่ละคนถึงได้…
“แกเป็นหมอของที่นี่ค่ะ"
คำตอบสั้นๆของพยาบาลทำให้ความรู้สึกของครอบครัวฟ้าดิ่งลงยิ่งกว่าเก่า
หมอดีๆต้องมาตายเพราะเด็กระยำคนนึง
“พ่อแม่ ข่าวออกแล้ว”รุ้งบอกกับครอบครัวขณะที่เดินออกมาหน้าโรงพยาบาล
…
ช่วงบ่าย
ออสเดินออกมาจากห้องนอนในสภาพงัวเงีย เขาไม่ได้ตามไปเยี่ยมลมด้วยเพราะตัวออสก็ไม่ได้สนิทอะไรกับลมเพราะงั้นเลยปล่อยให้คนในครอบครัวไปกันเองดีกว่า
“หือ จูนตื่นแล้วหรอ”
“ฉันตื่นแต่เช้าแล้ว”จูนตอบกลับ
“เมื่อคืนกว่าจะได้นอนล่อไปตี3เธอตื่นได้ไงเนี่ย”
“ก็มันตื่นเองอะ”จูนยักไหล่
เอาจริงๆสมัยก่อนออสก็เคยทำงานดึกๆแล้วต้องตื่นเช้า แต่ว่านั่นมันจำเป็นสมองมันก็เลยสั่งให้ตื่น แต่ตอนนี้เขาไม่มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบแบบนั้นก็เลยตื่นมันเสียบ่ายเลย
“ดูข่าวอยู่หรอแล้วมะลิหละ”ออสถามสามสาวที่นั่งดูทีวีอยู่
“ค่ะข่าวเมื่อวานนี้นั่นแหละ มะลิขอไปเยี่ยมคุณลมค่ะ”ซีเป็นคนที่หันมาตอบ
ออสพยักหน้ารับ
เขาไม่ได้สั่งให้ปิดข่าวและในเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับออส เพราะงั้นนักข่าวจึงทำข่าวกันตามปกติโดยไม่ต้องขออนุญาติก่อน
ในข่าวเริ่มจากผู้ประกาศข่าวสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงแจ้งยอดคนเจ็บและคนที่เสียชีวิตก่อนจะตัดไปที่นักข่าวภาคสนาม
“สุรีค่ะ”นักข่าวภาคสนามแนะนำตัวก่อนจะเริ่มรายงาน
“ตอนนี้ ญาติของผู้เสียหายบางส่วนมารวมตัวกันเพื่อขอให้ทางตำรวจดำเนินคดีอย่างหนัก โดยผู้ก่อเหตุทั้ง4คนแอบดอดมามอบตัวแล้วตั้งแต่เช้าตรู่”นักข่าวสาวพักจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“แต่ตอนนี้ที่ทุกคนกังวลก็คือคนที่ก่อเหตุเป็นเยาวชนทั้ง4คนแถมมือยิงยังอายุแค่14 ที่สำคัญอีกอย่างคือมือยิงเป็นลูกของผู้กำกับของสถานีที่ดูแลพื้นที่นี้ด้วย”
ออสได้ยินก็ลุกพรวดขึ้นมา ตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงห้างดังเมื่อหลายปีก่อนทำให้เป็นที่รู้กันไปทั่วประเทศว่าเด็กที่อายุไม่ถึง15ไม่ว่าจะทำอะไรผิดก็ไม่ต้องติดคุก แถมพ่อไอ้เด็กบ้านี่ยังเป็นผู้กำกับอีกเพราะงั้นเป็นไปได้สูงมากว่าถ้าออสไม่เข้าไปแทรกแซงก็ไม่มีทางเลยที่คนร้ายจะโดนลงโทษ
ถัดมานักข่าวสาวก็เดินไปสัมภาษณ์ตำรวจคนนึงที่แนะนำตัวว่าเขาคือสารวัตรสุนทร เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบสวนคดีพิเศษซึ่งโดนส่งตัวมาดูแลคดีนี้พร้อมกับทีม เพราะคนร้ายเป็นลูกผู้กำกับส่วนกลางเลยกังวลว่าจะมีการช่วยเหลือกัน แล้วเขาก็ขอให้มั่นใจว่าเขาจะทำทุกอย่างตามขั้นตอนไม่มีการเล่นสีช่วยเหลือตำรวจด้วยกันแน่นอน
“เหอะ ต่อให้ไม่ช่วยแล้วไง ยังไง14ก็ไม่โดนอะไรอยู่แล้ว”ออสประชด
“เอาน่านั่นคนของเรานะ”จูนตอบก่อนจะอธิบายต่อว่า"เมื่อคืนพอกลับมาฉันก็โทรสั่งไปก่อนเลยว่าให้ส่งคนมาทำคดีนี้เผื่อไว้ก่อน ถ้าจะทำอะไรจะได้ง่ายๆ"
“เธอเนี่ยยอดเลยแฮะ”ออสมองไปที่จูนด้วยความประทับใจ
หลังเกิดเรื่องออสก็คิดแต่เรื่องที่จะช่วยลมให้รอด
พอลมปลอดภัยเขาก็ง่วงจนเบลอไปหมด เลยไม่ทันคิดเรื่องนี้โชคดีที่จูนรอบคอบจัดการเอาไว้ก่อน
“งั้นหาอะไรกินก่อนแล้วไปหาฟ้ากันงานนี้ไม่ยุ่งคงไม่ได้แล้วหละ”
ลมไม่ตายเดิมทีออสคิดว่าคนร้ายก็เป็นแค่กุ๊ยธรรมดาต่อให้ไม่แทรกแซงก็คงโดนโทษหนักเพราะมีคนตาย
แต่แล้วปัญหามันก็เกิดจนได้เพราะ ไอ้เด็กที่เขาคิดว่าเป็นกุ๊ยดันเป็นลูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่แถมยังอายุแค่14อีก
..
ช่วงเย็น
สถานีตำรวจในเขตเมืองS
ตอนแรกออสจะไปหาฟ้า แต่มะลิแชทมาบอกว่าพ่อของฟ้ากับรุ้งแล้วก็เธอจะไปที่สถานีตำรวจออสเลยตัดสินใจมาที่นี่ก่อนเพื่อดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง
"คุณพ่อสวัสดีครับ ไงรุ้ง/สวัสดีค่ะ"ออสกับจูนทักนายศิวกรที่เดินออกมาจากสถานีตำรวจ
ดูเหมือนพวกออสจะมาช้าไปหน่อยเพราะทางนี้น่าจะคุยเสร็จเรียบร้อยแล้ว
พอชำเรืองมองไปข้างหลังก็พบนักข่าวกำลังพยายามสัมภาษณ์ครอบครัวเหยื่อคนอื่นๆอยู่
"อืม"พ่อของออสตอบรับด้วยท่าทางที่หดหู่ ดูเหมือนผลจากที่เข้าไปคุยคงจะไม่ดีนัก
"พี่ออสสวัสดีค่ะ"รุ้งเองก็ท่าทางซึมอย่างเห็นได้ชัดเธอโทษตัวเองว่าเพราะเธอลมถึงโดนยิง
"แล้วตำรวจว่ายังไงบ้างครับ"ออสถาม
"ก็อย่างที่ข่าวออก เด็ก14 เอาผิดไม่ได้ส่วนอีก3ตัวมันไม่ได้ลงมือกับลม มีพยานว่าพวกมันพยายามห้ามเด็กที่ยิงแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงก็เลยโดนแค่ปรับ ฉันคุยกับทนายที่รู้จักแล้วเราสามารถฟ้องแพ่งเอาเงินได้แต่ว่า..."พอถึงตรงนี้นายศิวกรก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาไม่ได้อยากได้เงิน แต่อยากให้พวกมันโดนลงโทษอย่างเหมาะสม
"ไปกันค่ะ"อยู่จูนก็พูดขึ้นมา
"ไปไหนหรอ"รุ้งถามงงๆ
"ไปดูหน้าไอ้เด็กที่ยิงพี่ชายเธอไง"จูนตอบ
"ไม่ได้หรอก ญาติๆคนอื่นก็ขอเจอแล้วแต่เขาไม่ให้เจอ ขนาดพ่อแม่มันยังไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ"นายศิวกรตอบกลับเพราะเขาเป็น1ในคนที่เรียกร้องให้เด็กคนที่ก่อเรื่องออกมาขอโทษแต่ทางตำรวจปฏิเสธโดยมีเหตุผลว่าเจ้าตัวยังไม่พร้อม
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มากับเรารับรองได้เจอมันแน่ ใครกล้าขวางก็ลองดู"
…
ออสกับจูนพาพวกนายศิวกรเดินกลับเข้าไปในสถานีอีกครั้งโดยมีอีฟเดินคุมหลังไปตามเคย
"รอสักครู่นะครับคุณออส คุณจูน ผมจะรีบไปตามสารวัตรให้"นายตำรวจหนุ่มที่อยู่ในทีมที่มากับสารวัตรสุนทรกล่าวขณะกำลังเชิญพวกออสให้นั่งรอในห้องประชุม
ตอนที่เดินเข้าไปในสถานีจูนก็ติดต่อตำรวจที่อยู่ในทีมที่รับผิดชอบคดีนี้ให้ออกมารับ
ออสสังเกตุดาวบนบ่าแล้วก็เดาว่าน่าจะเป็นหมวดและแน่นอนว่าตำรวจคนนี้เป็นคนของอิกดราซิล
"ไม่เป็นไรตอนนี้เขาคงวุ่นวายอยู่แหละ ฉันว่านายพาเราไปเจอไอ้เด็กนั่นเลยดีกว่า"ออสบอกกันตำรวจหนุ่มคนนั้น
"เอ่อ ผมว่าเราของหัวหน้าทีม.."ตำรวจหนุ่มไม่กล้าตัดสินใจเลยพูดด้วยน้ำเสียงที่ลังเล
"ออสสั่งให้ไปก็ไป หมอนั่นมาก็ต้องทำตามคำสั่งเราอยู่ดีหรือนายคิดจะขัดคำสั่งเขา"จูนถามเสียงแข็ง
ใบหน้าที่ดูน่ารักของเธอตอนนี้กลับดูน่ากลัวขึ้นมาทันใด
"เปล่านะผมแค่คิดว่า..."
"ไม่ต้องคิดเวลาพวกเราสั่งนายมีหน้าทีแค่ทำตาม"ยังไม่ทันที่ตำรวจหนุ่มจะกล่าวจบจูนพูดแทรกด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
นายศิวกรกับรุ้งมองจูนด้วยความแปลกใจโดยเฉพาะคนพ่อที่เคยเจอจูนแต่ในสภาพที่เป็นเด็กสดใสร่่่าเริงมาตลอด
"จะไปได้ยัง"
"คะครับ"
ตำรวจหนุ่มเหงื่อตกรีบนำทางไปทันที
"ลูกกับมะลิรออยู่นี่แหละ"นายศิวกรหันไปบอกทั้ง2คนด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะไม่อยากให้รุ้งไปเจอกับคนที่ยิงพี่ชายตัวเองส่วนมะลิเขาคิดว่าให้อยู่เป็นเพื่อนรุ่งจะดีกว่า
พอพูดเสร็จก็รีบเดินตามออกไป
"ไม่เห็นต้องโหดเลยหมอนี่เป็นคนของเรานี่"ออสกระซิบ
"นายนั่นแหละ โหดเป็นแต่กับคนที่เกลียดรึไงหัดเอาแต่ใจบ้างสิ"จูนตอบกลับ ที่ผ่านๆมาออสเคยแต่ใช้อำนาจกับคนที่มีเรื่องด้วยเธออยากให้เขาใช้อำนาจที่มีในทางอื่นบ้าง
ไม่นานนายตำรวจก็พาพวกออสเดินขึ้นชั้นบน
ตอนนี้จูนกับออสอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แม้แต่นายศิวกรก็มีแววตาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
"ไอ้เด็กนั่นมันควรจะโดนขังในอยู่ในกรงแล้วแกพาพวกเรามาที่ห้องผู้กำกับทำไม"
นายศิวกรเปิดประตูเข้าไปเป็นคนแรกแล้วก็ต้องโกรธจนตัวสั่น
พอพวกออสที่ตามเข้ามาก็ต้องอึ้ง
ถึงจะอายุ14สุดท้ายแล้วศาลอาจจะตัดสินให้ไม่มีโทษทางอาญา แต่ว่าตอนนี้ไอ้เด็กเวรที่ก่อเรื่องมันก็ควรโดนขังอยู่ในกรงจนกว่าจะถึงตอนศาลตัดสิน
แต่ว่า…ไอ้เด็กสารเลวที่ยิงลูกชายเขามันเปิดแอร์เย็นฉ่ำนั่งกินไก่ทอดแถมยังดูทีวีหน้าตาเฉย